- หน้าแรก
- มือปราบมารสะท้านแดนเถื่อน
- บทที่ 20 เลื่อนตำแหน่ง
บทที่ 20 เลื่อนตำแหน่ง
บทที่ 20 เลื่อนตำแหน่ง
บทที่ 20 เลื่อนตำแหน่ง
หลังจากถูกรุมยำด้วยหมัดและเท้าอย่างบ้าคลั่ง เสียงร้องโหยหวนของเหอยงก็ค่อยๆ แผ่วเบาลงจนเงียบเสียงไป
วินาทีนี้ ผู้คุมลุงโจวหน้าม้า จ้าวคัง และเหล่านักโทษในคุก ต่างยืนอึ้งตะลึงงันไปตามๆ กัน
พวกเขาจ้องมองเหตุการณ์พลิกผันตรงหน้าด้วยความตกตะลึง จ้องมองเจียงชีเย่ จ้องมองสองศพบนพื้น และจ้องมองเหอยงที่กำลังใกล้ตายในห้องขัง...
ทุกคนนิ่งค้างราวกับไก่ไม้
เมื่อหันกลับมามองเจียงชีเย่อีกครั้ง แววตาของพวกเขาก็เปลี่ยนไป เต็มไปด้วยความเคารพยำเกรง
กฎแห่งป่า ‘ผู้แข็งแกร่งคือราชา’ ใช้ได้เสมอ แม้แต่ในกองปราบปรามก็ไม่มีข้อยกเว้น
ผู้ฝึกยุทธ์ระดับหกและเจ็ดสามคน ที่ใช้ชีวิตบนคมดาบ กลับไม่มีทางสู้ต่อหน้าผู้คุมเจียงผู้นี้ได้เลย ถูกจัดการราวกับเด็กทารกทีละคน
ต้องรู้ไว้ว่า ผู้ฝึกยุทธ์ระดับหกและเจ็ดไม่ใช่ผักปลาข้างทาง
ในกองปราบที่มียอดฝีมือมากมาย ระดับเจ็ดเป็นถึงหัวหน้าหมู่ (อู่จาง) หรือนายสิบ (สือจาง) ได้สบายๆ ส่วนระดับหกนั้นมีคุณสมบัติพอจะเป็นหัวหน้ากอง (ตุ้ยลวี่) ได้เลยทีเดียว
ขนาดลุงโจวหน้าม้า ก็ยังเป็นแค่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับหกเท่านั้น
เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ ยังตกอยู่ในสายตาของบุคคลอีกผู้หนึ่ง
ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ท่านเจ้ากรมจูตานหยางได้เดินออกมาจากห้อง ‘วีไอพี’ และเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ใบหน้าอันน่าเกรงขามนั้นไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ
เมื่อเห็นทุกอย่างสงบลง เขาจึงเดินผ่านฝูงคนไปอย่างเงียบเชียบ
“ท่านเจ้ากรม!”
“ท่านเจ้ากรม!”
จ้าวคังและลุงโจวรีบหลบเข้าข้างทาง โค้งคำนับส่งเสด็จ
เจียงชีเย่ก็แสร้งทำเป็นเพิ่งเห็นจูตานหยาง รีบโค้งคำนับทำความเคารพ
ความจริงแล้ว ด้วยประสาทสัมผัสอันเฉียบคม เขาจับได้ตั้งแต่จูตานหยางก้าวเท้าออกมาจากห้องแล้ว ก่อนที่เขาจะลงมือฆ่าคนเสียอีก
จูตานหยางเดินผ่านเจียงชีเย่ แล้วชะงักฝีเท้าเล็กน้อย ถามโดยไม่หันมามอง “เจ้าชื่อเจียงชีเย่รึ?”
เจียงชีเย่รีบตอบ “เรียนใต้เท้า ข้าน้อยเจียงชีเย่ขอรับ!”
จูตานหยาง: “เจียงอวิ๋นขวงเป็นอะไรกับเจ้า?”
เจียงชีเย่: “ท่านคือปู่ของข้าน้อยขอรับ”
จูตานหยางสีหน้าเรียบเฉย พยักหน้าเบาๆ “อืม เจ้า... ไม่เลว!”
เจียงชีเย่รีบประสานมือ “ใต้เท้าชมเกินไปแล้ว! ข้าน้อยมิกล้ารับ!”
จูตานหยางพยักหน้าอีกครั้ง แล้วก้าวเดินต่อไป ทว่าเสียงของเขายังลอยตามลมมาให้ได้ยิน
“หัวหน้าพัศดีหวังของพวกเจ้า อายุมากแล้ว สมควรแก่เวลาเกษียณ ให้เจ้ารับช่วงต่อแทนซะ!”
“เอ่อ... ขอบคุณใต้เท้าที่เมตตา! ข้าน้อยซาบซึ้งใจยิ่งนัก!”
เจียงชีเย่อึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะรีบแสดงความภักดีตามธรรมเนียม
อยู่ดีๆ ก็ได้เลื่อนตำแหน่งซะงั้น? ทั้งขึ้นเงินเดือนทั้งเลื่อนยศ ง่ายดายขนาดนี้... โคตรฟิน!
เจียงชีเย่หน้าบานเป็นจานเชิง หัวใจพองโต
ในคุกหลวงมีผู้คุมประจำการกว่าสามสิบคน ผู้ช่วยอีกนับร้อย
ตำแหน่งสูงสุดคือ ‘หัวหน้าพัศดี’ (ซืออวี้) รองลงมาคือหัวหน้าเขตหกคน แต่ละคนดูแลลูกน้องสี่คนและผู้ช่วยยี่สิบคน
เจียงชีเย่เดิมเป็นแค่หัวหน้าเขต ‘ง’ ตอนนี้กระโดดข้ามขั้นขึ้นเป็นหัวหน้าพัศดี เบอร์หนึ่งแห่งคุกหลวง
นี่คือการเลื่อนขั้นแบบก้าวกระโดดทีเดียวจบ
ถ้าว่ากันตามลำดับอาวุโส หัวหน้าเขตคนอื่นๆ ต้องมาก่อนเขา ขืนรอตามคิว ชาตินี้ทั้งชาติคงไม่ได้เป็น
นึกถึงเมื่อวานที่เพิ่งโดนตาเฒ่าเหล่าหวังด่ากราด เจียงชีเย่คิดว่าเดี๋ยวคงต้องไป ‘ส่ง’ เจ้านายเก่าสักหน่อย
แต่เขาก็อดสงสัยไม่ได้ จูตานหยางไม่รู้จักเขาหรือ?
ไม่สมเหตุสมผลเลย!
หรือว่าฐานะคู่หมั้นท่านหญิงหงอวี้ จะไม่มีน้ำยาขนาดนั้น?
อืม... หรือว่าทำเพื่อเลี่ยงข้อครหา
เดี๋ยวนะ... ที่ได้เลื่อนขั้นแบบฟ้าผ่าเนี่ย คงไม่ใช่เพราะท่านหญิงหงอวี้หรอกนะ?
สีหน้าเจียงชีเย่เริ่มแปลกๆ พิกล
“ยินดีด้วยพี่เจ็ด! ไม่สิ! ยินดีด้วยใต้เท้าหัวหน้าพัศดี!”
จ้าวคังแสดงความยินดีกับเจียงชีเย่อย่างลิงโลด
เจียงชีเย่ลูบคาง ยิ้มมุมปาก “หัวหน้าเขตจ้าว ยินดีด้วยเช่นกัน!”
“หือ? ขอบคุณพี่เจ็ด!”
จ้าวคังเก็บอาการไม่อยู่ ดีใจจนเนื้อเต้น ซาบซึ้งใจเจียงชีเย่สุดๆ
ในเขต ‘ง’ แม้เจียงชีเย่จะมีลูกน้องสี่คน แต่อีกสามคนเป็นพวกไม้แก่ดัดยาก เจ้าเล่ห์เพทุบาย มีอะไรก็หลบ ไม่ค่อยสนิทใจด้วยเท่าไหร่
มีแค่เจ้าหนูจ้าวคังนี่แหละ ที่เขาปั้นมากับมือ
เด็กนี่หนุ่มแน่น ไฟแรง ขยันขันแข็ง หัวไว และมีพรสวรรค์ไม่เลว
ที่สำคัญคือรักพวกพ้อง มีอะไรดีร้ายไม่เคยทิ้งพี่เจ็ด ไม่ดันคนนี้แล้วจะดันใคร?
ลุงโจวหน้าม้าที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ยิ้มแก้มปริ เข้ามาแสดงความยินดีด้วยความอิจฉา
“น้องเจียง ยินดีกับตำแหน่งใหม่ด้วย! หัวหน้าพัศดีอายุไม่ถึงยี่สิบ น้องชายนี่สุดยอดจริงๆ หาตัวจับยาก! วันหน้าเจอกันพี่คงต้องเรียกท่านเจียงแล้วสิ”
เจียงชีเย่ปรายตามอง ยิ้มกริ่ม “แค่ยินดีเฉยๆ เรอะ? ลุงโจว ไม่ใจเลยนะ!”
“อะแฮ่ม!”
ลุงโจวหน้าแดง ยิ้มแห้งๆ กระซิบเสียงเบา “ตรงนี้คุยไม่สะดวก วันหน้าไปเจอกันที่เทียนเหรินจู พี่ติดหนี้บุญคุณเจ้าครั้งใหญ่ ต้องเลี้ยงฉลองให้สาสม ไปก่อนนะ”
เขาส่งสายตาที่มีนัยลึกซึ้งให้ แล้วรีบเดินจากไป
ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด เจ้านายของเขา ‘ซ่งเยี่ยนชิง’ คงชะตาขาดแน่
ท่านเจ้ากรมจูตานหยางเกลียดพวกข้าราชการที่สมคบคิดกับโจรเป็นที่สุด
ถึงตอนนั้น เก้าอี้หัวหน้ากองที่ว่างลง แปดเก้าส่วนต้องตกเป็นของลุงโจว
จะว่าไป เจียงชีเย่กับซ่งเยี่ยนชิงไม่เคยมีความแค้นต่อกันมาก่อน ไม่มีความสัมพันธ์ใดๆ
แต่วันนี้... มีแล้ว
ดังนั้น เจียงชีเย่จึงเหยียบซ้ำอย่างสบายใจไร้กังวล
ระหว่างที่คุยกัน เจียงชีเย่ก็ได้รับตบะเพิ่มอีกยี่สิบเจ็ดปี... เหอยงสิ้นใจแล้ว
หัวหน้าเขตคนใหม่ จ้าวคัง เรียกผู้ช่วยมาจัดการศพ ส่วนคราบเลือดบนพื้นก็ช่างมัน พื้นคุกไม่เคยสะอาดอยู่แล้ว
เจียงชีเย่เดินเข้าสู่ห้องทำงานหัวหน้าพัศดีที่อยู่ข้างเรือนจำ ท่ามกลางการห้อมล้อมของผู้ใต้บังคับบัญชา นั่งลงบนเก้าอี้ประจำตำแหน่งอย่างสง่าผ่าเผย
แม้เอกสารแต่งตั้งอย่างเป็นทางการต้องรออีกสองสามวัน
แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา
เพราะในกองปราบเมืองหานหยางแห่งนี้ คำสั่งของท่านเจ้ากรมจูตานหยางคือประกาศิตสูงสุด
ส่วนอดีตเจ้านายเก่า ‘เหล่าหวัง’ ก็รีบส่งมอบตราประทับอย่างรู้งาน แล้วหอบผ้าผ่อนหนีไปรายงานตัวที่ฝ่ายพลาธิการอย่างเงียบๆ
ก่อนไป เหล่าหวังยังยัดเงินห้าร้อยตำลึงใส่มือเจียงชีเย่ ตั๋วเงินปึกหนาปึกนี้เป็นเงินก้อนโตที่สุดเท่าที่เจียงชีเย่เคยได้มาในชาตินี้
ปากบอกว่าเป็นของขวัญแสดงความยินดี แต่จริงๆ คือค่าปิดปาก กลัวเจียงชีเย่จะตามเช็คบิล เพราะสองปีมานี้แกทำแสบไว้เยอะ
เห็นแก่ความรู้รักษาตัวรอดของเหล่าหวัง เจียงชีเย่เลยตัดสินใจยกเลิกแผนที่จะทำให้แกไปขอทานข้างถนน เปลี่ยนเป็นให้แกช่วยงานเล็กๆ น้อยๆ แทน
อืม... ให้ช่วยขัดรองเท้าบูทให้เงาวับทุกซอกทุกมุม
ทดแทนบุญคุณด้วยความแค้น?
ไม่มีทางหรอก
ก็เขาเป็นคนตัวเล็กๆ... ใจคอก็เลยคับแคบตามตัว...
หลังมื้อเที่ยง
เจียงชีเย่เปลี่ยนมาสวมเครื่องแบบหัวหน้าพัศดีสีเงินลายเมฆดำ นั่งจิบชาหอมกรุ่นในห้องทำงาน ยกขาพาดโต๊ะอย่างสบายอารมณ์
ในที่สุดเขาก็มีเวลาว่างมาเช็คลูกแก้วพลังยุทธ์
ตอนนี้ในลูกแก้วมีตบะสะสมอยู่ถึงแปดสิบห้าปี! ทำเอาเขายิ้มไม่หุบ
เมื่อวานเก็บได้หกสิบสี่ปี
วันนี้แค่ครึ่งวัน ก็ล่อไปแปดสิบห้าปีแล้ว
ขืนเป็นแบบนี้ อีกไม่นานคงได้บรรลุเป็นเซียนเหาะขึ้นสวรรค์แน่ๆ?
แต่เจียงชีเย่ไม่ได้สนใจเรื่องเหาะเหินเดินอากาศเท่าไหร่
เขาไม่คิดว่าพวกเซียนบนฟ้าจะมีความสุขไปกว่ามนุษย์เดินดิน
แต่เขาสนใจในวิถียุทธ์ขั้นสูงมากกว่า
“ตอนนี้มีตบะแล้ว ลองอนุมานเคล็ดวิชาขั้นที่แปดของหมัดศิลาหลิงหมิงดูดีกว่า”
“ลองทุ่มลงไปสักสิบปีก่อน เพื่อทดสอบ...”
สิ้นความคิด เขาก็ผสานตบะสิบปีเข้าสู่กระบวนการทันที