เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 26 ข้าจะตักเตือนเสี่ยวชวน

บทที่ 26 ข้าจะตักเตือนเสี่ยวชวน

บทที่ 26 ข้าจะตักเตือนเสี่ยวชวน


บทที่ 26 ข้าจะตักเตือนเสี่ยวชวน

"เวลาศิษย์พี่กำลังสอนหนังสือ เสี่ยวชวนมักจะชวนเจ้าคุยอยู่เสมอ"

"เสี่ยวชวนอยากได้ลูกบาสของเสี่ยวเฟิน แต่เสี่ยวเฟินไม่ให้ยืม เสี่ยวชวนจึงขอให้เจ้าช่วยไปแย่งลูกบาสของเสี่ยวเฟินมา"

"ตอนออกไปฝึกภาคสนามนอกสำนัก เสี่ยวชวนบ่นกับเจ้าว่าการบำเพ็ญเพียรมันเหนื่อยเกินไป อยากจะชวนเจ้าแวะไปผ่อนคลายที่หอนางโลม"

"เสี่ยวชวนมีเรื่องขัดแย้งกับศิษย์ร่วมสำนักที่ชื่อเสี่ยวจื่อ จึงขอให้เจ้าไปช่วยรุมสั่งสอนศิษย์คนนั้น"

หลังจากชี้ให้เล่อเจิ้งเหยียนดูภาพประกอบและข้อความทั้งหมดแล้ว ลู่ซิงเหยียนก็เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม "เอาล่ะ ในฐานะเพื่อนสนิทของเสี่ยวชวน เจ้าควรทำอย่างไร? การเออออห่อหมกไปกับคำขอของเสี่ยวชวนถือเป็นเพื่อนที่ดีหรือ? คนเป็นเพื่อนควรทำทุกอย่างเพื่อเพื่อนงั้นหรือ?"

เล่อเจิ้งเหยียน: "..." ศิษย์พี่ ได้โปรดปล่อยข้าไปเถอะ

"แน่นอนว่าเวลาเข้าเรียนวิชาของศิษย์พี่ ก็ต้องตั้งใจฟัง เสี่ยวชวนชวนคุยในเวลาเรียนเป็นการทำร้ายทั้งตนเองและผู้อื่น ข้าจะตักเตือนเสี่ยวชวนขอรับ" แม้ในใจจะขมขื่นเพียงใด แต่เพื่อรักษาภาพลักษณ์ เล่อเจิ้งเหยียนจำต้องตอบกลับด้วยท่าทีจริงจังและเปี่ยมคุณธรรม

"ลูกบาสเป็นของศิษย์น้องเสี่ยวเฟิน เขามีสิทธิ์เลือกจะให้ยืมหรือไม่ การแย่งของคนอื่นเป็นสิ่งผิด ข้าจะตักเตือนเสี่ยวชวนขอรับ"

ว่าแต่... ลูกบาสนี่ก็เป็นของจากบ้านเกิดลู่ซิงเหยียนงั้นรึ? เล่อเจิ้งเหยียนชักอยากรู้แล้วสิว่ามันเล่นยังไง

"ลูกผู้ชายต้องยึดมั่นในความซื่อสัตย์ เวลาอยู่ข้างนอก พวกเราคือหน้าตาของสำนักเสวียนหลิง ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ไม่ควรไปเที่ยวเตร่ในสถานที่อโคจร ในฐานะลูกผู้ชาย ข้าจะทำตัวเป็นแบบอย่างและตำหนิเสี่ยวชวนอย่างรุนแรงเพื่อให้เขารู้สำนึกขอรับ"

"เสี่ยวชวนและเสี่ยวจื่อต่างเป็นศิษย์ร่วมสำนัก คนสำนักเดียวกันควรรักใคร่กลมเกลียว หากมีปัญหาควรพูดคุยกันด้วยสันติ ข้าจะตักเตือนเสี่ยวชวนขอรับ"

【ยินดีด้วยโฮสต์! ค่าความวิปลาสของตัวร้ายลดลง 100 แต้ม คงเหลือ: 19,996,900】

【ได้รับคะแนนรางวัล +100 คะแนน คงเหลือ: 2,210】

【หืม? นึกไม่ถึงเลยว่าตัวร้ายน้อยจะมีจิตสำนึกดีงามขนาดนี้ แค่บทเรียนแรกก็บรรลุธรรมแล้วรึเนี่ย】 ลู่ซิงเหยียนรู้สึกงุนงงเมื่อได้ยินข่าวดีจากระบบ

【โฮสต์ นี่น่าจะเป็นค่าความวิปลาสที่ลดลงตอนที่คุณบอกว่าศิษย์สายตรงจะได้รับของขวัญจากเก้ายอดเขาและเจ้าสำนักต่างหาก】

【โธ่เอ๊ย นึกว่าตัวร้ายน้อยจะเป็นเด็กดีมีคุณธรรมซะอีก ดูท่าหนทางแห่งการขัดเกลาของฉันคงอีกยาวไกลสินะ】

เล่อเจิ้งเหยียน: "..." พอเถอะศิษย์พี่ ปล่อยข้าไปเถอะ ตกลงเจ้านี่เป็นจอมมาร หรือข้าเป็นจอมมารกันแน่?

"ศิษย์พี่ เช้านี้เรียนแค่นี้หรือขอรับ?" เล่อเจิ้งเหยียนมองดูภาพประกอบใบเดียวที่เรียนจบไปอย่างรวดเร็ว

แต่เขาจำได้ว่าในตารางสอน ลู่ซิงเหยียนลงวิชาเรียนไว้ให้เขาเพียบเลยนี่นา

"แน่นอนว่าไม่ใช่แค่นี้ แต่แผนการสอนยังทำไม่เสร็จ ข้าสอนปากเปล่าเอาก็ได้ เพื่อเป็นการประหยัดเวลา ระหว่างทางไปยอดเขาหลักก็เรียนไปด้วยเลยแล้วกัน" ลู่ซิงเหยียนเรียกเจ้าห่านยักษ์ออกมาแล้วปีนขึ้นไปนั่งก่อน

นางคิดว่าเล่อเจิ้งเหยียนน่าจะปีนขึ้นมาเองได้ ครั้งนี้จึงไม่ได้ยื่นมือไปดึง

แต่รออยู่ครู่หนึ่ง ก็เห็นเล่อเจิ้งเหยียนยังคงยืนนิ่งอยู่ที่ตีนเจ้าห่านยักษ์ ไม่มีท่าทีจะปีนขึ้นมา

พอลู่ซิงเหยียนก้มลงไปมอง เขาก็ยื่นมือออกมาด้วยสีหน้าละอายใจ แล้วเอ่ยเสียงอ่อย "คงต้องรบกวนศิษย์พี่ดึงข้าขึ้นไปอีกแล้ว ข้าปีนไม่ไหวจริงๆ ขอรับ"

【ไม่อยากจะบ่นนะ แต่พ่อคุณเอ๊ย จะแสดงบท 'หนุ่มน้อยผู้น่าสงสาร' เกินเบอร์ไปหน่อยไหม?!】

เล่อเจิ้งเหยียนได้ยินความคิดของลู่ซิงเหยียนเต็มสองหู แต่เขาก็ยังคงมองตรงไปข้างหน้าด้วยสีหน้าไม่รู้ไม่ชี้

เรื่องที่เขาได้ยินความคิดของลู่ซิงเหยียนเป็นเรื่องของเขา ส่วนลู่ซิงเหยียนก็ไม่รู้อยู่ดีว่าเขาได้ยิน

ในเมื่อลู่ซิงเหยียนรู้อยู่เต็มอกว่าเขาแสร้งทำ แต่ก็ยังเล่นตามน้ำ นั่นก็เป็นเรื่องของลู่ซิงเหยียน และนางก็คิดว่าเขาไม่รู้ว่านางรู้

ในเมื่อเป็นเช่นนี้ คนหนึ่งชอบเล่นละคร อีกคนก็ชอบแกล้งทำเมิน ก็ปล่อยให้ทรมานใจกันไปทั้งคู่นี่แหละ

หลังจากอาศัยมือของลู่ซิงเหยียนดึงตัวขึ้นมานั่งบนหลังห่านยักษ์ เล่อเจิ้งเหยียนก็ทำหน้าซาบซึ้งใจ "ขอบคุณศิษย์พี่ สองวันที่ผ่านมาตั้งแต่เข้าสำนัก ข้าโชคดีจริงๆ ที่ได้รับความดูแลเอาใจใส่จากท่าน"

"ยอดเขาเซียวเหยามีแค่ข้ากับเจ้าสองคน ข้าเป็นศิษย์พี่ เป็นผู้อาวุโสกว่า หน้าที่ดูแลศิษย์น้องย่อมเป็นเรื่องสมควร เขาเรียกว่าความรักความผูกพันในสำนักไงล่ะ" ลู่ซิงเหยียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

【ถ้าซาบซึ้งใจจริง ก็ลดค่าความวิปลาสลงสักหมื่นแต้มให้ดูเป็นขวัญตาหน่อยสิ?】

สองพันคะแนนฟังดูเยอะ แต่แลกตำราหลอมศาสตราได้แค่เล่มเดียวเองนะ

ในรายการที่อยากได้ของนางยังมีของรอให้แลกอีกตั้งเยอะแยะ!

เมื่อได้ยินดังนั้น เล่อเจิ้งเหยียนก็ทอดสายตามองออกไปไกล

ลดค่าความวิปลาสทีเดียวหมื่นแต้มเนี่ยนะ?

ขออภัยด้วยศิษย์พี่ เรื่องนี้ข้าควบคุมเองตามใจชอบไม่ได้หรอกนะ

เอาเป็นว่าแต้มไม่ลด และชีวิตนี้ก็ไม่ให้ด้วย

จบบทที่ บทที่ 26 ข้าจะตักเตือนเสี่ยวชวน

คัดลอกลิงก์แล้ว