- หน้าแรก
- คุณหนูครับ อย่าคิดว่าผมรู้ไม่ทัน
- บทที่ 25 ปัญหาที่พี่ชวนนำมาให้เธอ
บทที่ 25 ปัญหาที่พี่ชวนนำมาให้เธอ
บทที่ 25 ปัญหาที่พี่ชวนนำมาให้เธอ
บทที่ 25 ปัญหาที่พี่ชวนนำมาให้เธอ
ตาแก่เฟิงฉางหลิวระเบิดเตาหลอมตัวเองงั้นรึ?
เล่อเจิ้งเหยียนไร้ซึ่งความรู้สึกดีๆ มอบให้กับอาจารย์ผู้รับเขาเป็นศิษย์แต่ไม่เคยทำหน้าที่อาจารย์ผู้นี้ อีกฝ่ายดีแต่จะควักรากปราณของเขา และใส่ร้ายป้ายสีว่าเขาสมคบคิดกับเผ่ามาร
เฟิงฉางหลิวในชาติก่อนถูกเขาสังหารไปนานแล้ว ป่านนี้กระดูกคงกลายเป็นปุ๋ยบำรุงบัวอสูรไปไม่รู้กี่ต้นต่อกี่ต้น
เฟิงฉางหลิว ผู้ฝึกตนขอบเขตแปลงจิตและนักปรุงยาระดับเซียน ในวันที่เขากราบไหว้เป็นอาจารย์ อีกฝ่ายก็ได้เลื่อนขั้นเป็นนักปรุงยาระดับกึ่งเทพพอดี
ในชาติที่แล้ว นับตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าสู่ยอดเขาจิ่วอวิ๋นจนกระทั่งตกลงสู่ห้วงเหวมาร เล่อเจิ้งเหยียนไม่เคยได้รับยาวิเศษจากคนผู้นี้แม้แต่เม็ดเดียว
ในยามนี้ เมื่อได้ยินว่าการเลื่อนขั้นเป็นนักปรุงยาระดับกึ่งเทพของอีกฝ่ายล้มเหลว แถมสาเหตุยังเกี่ยวข้องกับตัวเขาเอง เล่อเจิ้งเหยียนก็แทบอยากจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังๆ
ทว่าเมื่อนึกขึ้นได้ว่าต้องรักษาภาพลักษณ์เด็กน้อยผู้ไร้เดียงสาและน่าสงสาร เขาจึงพยายามกลั้นขำจนสุดความสามารถ ตีสีหน้าเป็นกังวลแล้วเอ่ยว่า "เอ๊ะ? ท่านเจ้าตำหนักฉางเฟิงล้มเหลวในการเลื่อนขั้นเป็นนักปรุงยาระดับกึ่งเทพ แถมยังระเบิดเตาหลอมด้วยหรือขอรับ? ท่านเป็นอะไรมากไหม? บาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า?"
น่าเสียดายจริงๆ ที่ไม่ตาย
"ไหนบอกว่าเป็นตัวร้ายสายสร้างภาพน่าสงสารไม่ใช่เหรอ? ทำไมมุมปากถึงได้ฉีกกว้างขนาดนั้น ต่อให้เอาปืนอาก้ามากดก็คงเอาไม่อยู่แล้วมั้ง?"
รอยยิ้มแบบครึ่งๆ กลางๆ บนใบหน้าของเล่อเจิ้งเหยียนแข็งค้างไปทันที
แม้เขาจะไม่เข้าใจว่า 'ปืนอาก้า' คืออะไร แต่นั่นก็ไม่เป็นอุปสรรคให้เขารับรู้ถึงความประชดประชันในเสียงความคิดของลู่ซิงเหยียน
【ยินดีด้วยโฮสต์ ยินดีด้วยโฮสต์! ค่าความวิปลาสของตัวร้าย -2000 ค่าความวิปลาสปัจจุบัน: 19,997,000】
【ได้รับรางวัลแต้มความวิปลาส +2000 แต้มปัจจุบัน: 2110】
"ฮ่าๆๆๆ" อยู่ๆ ลู่ซิงเหยียนก็ระเบิดหัวเราะออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
เล่อเจิ้งเหยียนที่เพิ่งถูกนางค่อนขอดในใจ แถมยังได้ยินเสียงแจ้งเตือนแสดงความยินดีจากระบบ จึงแสร้งถามออกไปว่า "ศิษย์พี่ จู่ๆ ท่านหัวเราะอะไรหรือขอรับ ดูมีความสุขเชียว?"
"ข้านึกเรื่องดีๆ ขึ้นมาได้น่ะ" คราวนี้เป็นฝ่ายลู่ซิงเหยียนบ้างที่ต่อให้เอาปืนอาก้ามากดมุมปากก็คงเอาไม่อยู่
สองพันคะแนน ฮ่าๆๆ!
ในที่สุดนางก็แลกคัมภีร์ 'ผลงานสวรรค์รังสรรค์ - วิถีหลอมศาสตรา: จากสร้างรากฐานสู่แปลงจิต' ที่นางนอนฝันถึงมาทั้งคืนได้เสียที!
ขอแค่ระบบไม่ต้มตุ๋นาง นางจะสร้างของวิเศษระดับเซียนออกมาเป็นกองพะเนิน แล้วเอาไปประมูลขายในราคาสูงลิ่ว ฮ่าๆๆ
ลู่ซิงเหยียนจินตนาการเห็นภาพหินปราณนับไม่ถ้วนกำลังกวักมือเรียกนางอย่างบ้าคลั่ง มีหินปราณเยอะขนาดนี้ อาชีพเสริมอื่นๆ ของนางก็คงเลื่อนขั้นใหญ่ได้อีกระดับ
"ฮ่าๆๆ ศิษย์น้อง มาเริ่มเรียนกันเถอะ" ลู่ซิงเหยียนหยิบสมุดเล่มเล็กออกมา
นี่เป็นสิ่งที่นางวาดขึ้นเมื่อคืน ภายในมีทั้งภาพประกอบและคำอธิบายครบครัน
"รีบเรียนให้จบๆ แล้วเราจะได้ไปยอดเขาหลักกัน" ลู่ซิงเหยียนเร่งเร้า
นางเพิ่งตระหนักได้ว่า สองพันคะแนนความวิปลาสที่เพิ่งได้รับมานั้น เป็นเพราะเล่อเจิ้งเหยียนได้ยินเรื่องความล้มเหลวของเฟิงฉางหลิว
นั่นหมายความว่า ถ้านางรวบรวมเรื่องซวยๆ ของเฟิงฉางหลิวมาเล่าให้ฟังอีก ค่าความวิปลาสของเล่อเจิ้งเหยียนก็จะลดลง และนางก็จะได้แต้มเพิ่มอีกใช่ไหม?
เมื่อนึกถึงว่าเล่อเจิ้งเหยียนคือผู้กลับชาติมาเกิด...
ลู่ซิงเหยียนก็โพล่งขึ้นมาว่า "ศิษย์น้อง สำนักเสวียนหลิงของเรามีธรรมเนียมปฏิบัติอยู่อย่างหนึ่ง"
"ธรรมเนียมอะไรหรือขอรับ?" ชาติที่แล้วเล่อเจิ้งเหยียนใช้เวลาหนึ่งปีในสำนักเสวียนหลิงไปกับการปากกัดตีนถีบเพื่อเอาชีวิตรอด จึงไม่ค่อยรู้เรื่องราวภายในสำนักมากนัก
"สำนักเสวียนหลิงมีทั้งหมดเก้ายอดเขา ทุกครั้งที่เจ้าของยอดเขารับศิษย์สายตรง เจ้าของยอดเขาคนอื่นๆ รวมถึงเจ้าสำนักจะต้องมอบ 'ของรับขวัญ' ให้แก่ศิษย์ผู้นั้น"
"ดังนั้น เดี๋ยวพอเราไปทำพิธีปวารณาตัวเป็นศิษย์ที่ยอดเขาหลัก นอกจากเจ้าจะได้รับคำอวยพรจากสำนักแล้ว ยังจะได้รับของขวัญจากอีกแปดจอมยอดเขาและท่านเจ้าสำนักด้วย!"
"ประเด็นสำคัญคือของรับขวัญจากเฟิงฉางหลิวแห่งยอดเขาจิ่วอวิ๋นต่างหาก"
"แค่คิดว่าศิษย์ที่เขาเล็งไว้ถูกฉันแย่งมา แถมเขายังล้มเหลวในการเลื่อนขั้น แล้วยังต้องลากสังขารที่บาดเจ็บมาร่วมพิธีรับศิษย์ใหม่ เพื่อมอบของขวัญให้คนกระชากหน้ากากตัวเองแบบนี้ ข้าก็อดขำไม่ได้จริงๆ ฮ่าๆๆ"
ดวงตาของเล่อเจิ้งเหยียนเป็นประกายวาวโรจน์
สำนักเสวียนหลิงมีธรรมเนียมดีงามเช่นนี้ด้วยหรือ?
เขาไม่ได้สนใจของขวัญหรอก เขาแค่ 'คิดถึง' ท่านอาจารย์ในชาติก่อนขึ้นมาตงิดๆ
บางทีเขาอาจจะยังไม่ควรถอนตัวออกจากยอดเขาเซียวเหยาตอนนี้
สู้เล่นบทเด็กน้อยผู้น่าสงสารต่อไปดีกว่า
ด้วยความมุ่งมั่นที่จะรอดูความพินาศย่อยยับของเฟิงฉางหลิว เล่อเจิ้งเหยียนจึงตั้งใจเรียนด้วยความกระตือรือร้นและจริงจังเป็นพิเศษ
แต่ทว่า... เมื่อเห็นเนื้อหาบทเรียนที่ลู่ซิงเหยียนเตรียมมา เขาก็ถึงกับพูดไม่ออก
นี่นางเห็นเขาเป็นเด็กสามขวบหรืออย่างไร?
ลู่ซิงเหยียน: "เจ้ามีเพื่อนสนิทคนหนึ่งชื่อเสี่ยวชวน..."