- หน้าแรก
- คุณหนูครับ อย่าคิดว่าผมรู้ไม่ทัน
- บทที่ 5 เจ้าวายร้ายตัวน้อยสายตาสั้นขนาดนั้นเชียวหรือ?
บทที่ 5 เจ้าวายร้ายตัวน้อยสายตาสั้นขนาดนั้นเชียวหรือ?
บทที่ 5 เจ้าวายร้ายตัวน้อยสายตาสั้นขนาดนั้นเชียวหรือ?
บทที่ 5 เจ้าวายร้ายตัวน้อยสายตาสั้นขนาดนั้นเชียวหรือ?
"ข้าเห็นว่าชะตาของมันคงไม่อาจก้าวเดินบนเส้นทางบำเพ็ญเพียรได้ ในภายภาคหน้าคงมีเพียงจุดจบที่กลายเป็นมารรออยู่! แล้วก็จะถูกทัณฑ์สวรรค์ฟาดจนตาย" เหลียงเซวียนโพล่งออกมาด้วยความโทสะโดยไม่ทันยั้งคิด
คำพูดนี้ดึงดูดสายตาของเล่อเจิ้งเหยียนที่กำลังชมดูเรื่องสนุก โดยเฉพาะเรื่องสนุกของตัวเขาเองด้วยความสนใจ
ขออภัย เขาถูกกระตุ้นต่อมโมโหเข้าหน่อยๆ แล้ว
เพราะในชาติก่อน เขาถูกทัณฑ์สวรรค์ฟาดตายจริงๆ
ชิ! เอาหัวกะโหลกไปทำกระโถนรองขี้ปีศาจยังเสียของ สู้โยนลงกองมูลสัตว์ทำปุ๋ยเสียยังดีกว่า
"ทัณฑ์สวรรค์แล้วมันทำไม? เวลาเลื่อนขั้นสู่ระดับจินตันหรือหยวนอิง เจ้าไม่ต้องเจอทัณฑ์สวรรค์หรือไง?" ลู่ซิงเหยียนแค่นเสียงเย็นชา "ข้าเห็นว่าศิษย์น้องหลี่นี่แหละที่นิสัยแย่ เที่ยวว่าคนอื่นเป็นขยะ ทั้งที่ตบะของตัวเองยังไม่ถึงขั้นจินตันด้วยซ้ำ อิจฉาพรสวรรค์คนอื่นแล้วจับจุดอ่อนได้ ก็เลยจิตใจบิดเบี้ยวคอยเหยียบย่ำเขาไม่เลิกรา"
เหลียงเซวียน: บ้าเอ๊ย พวกเจ้าสองคนเป็นบ้าอะไรกัน? ข้าไม่ได้แซ่หลิว แล้วก็ไม่ได้แซ่หลี่ ข้าแซ่เหลียงโว้ย!
"ศิษย์น้องที่นิสัยแย่ขนาดนี้ อย่าเข้ามาใกล้ยอดเขาเซียวเหยาของข้านักเลย หลบสายฟ้า หลบสายฟ้า" พูดจบ ลู่ซิงเหยียนก็ถอยหลังกรูดไปหลายก้าว ทำท่ารังเกียจราวกับเหลียงเซวียนเป็นโรคระบาด
[โฮสต์ ฝีปากกล้าจริงๆ ไม่กลัวเขาจะแค้นเคืองเอาเหรอ?]
"มีอะไรต้องกลัว? ตอนนี้ศัตรูของเจ้าวายร้ายตัวน้อยก็คือศัตรูของข้า" ลู่ซิงเหยียนกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ
อีกอย่าง เหลียงเซวียนก็ไม่ใช่คนดีอะไรอยู่แล้ว และเธอก็ไม่ชอบขี้หน้าเขาด้วย
เมื่อเทียบกับการโต้เถียงระหว่างลู่ซิงเหยียนและเหลียงเซวียน ความสนใจของเล่อเจิ้งเหยียนกลับถูกดึงดูดด้วยเสียงอีกเสียงหนึ่งที่ดังมาจากตัวลู่ซิงเหยียนอย่างสมบูรณ์
สายตาของเขาจับจ้องไปที่ใบหน้าของลู่ซิงเหยียน
ริมฝีปากของเด็กสาวเม้มแน่น คิ้วเรียวขมวดมุ่น ส่ายหน้าด้วยความผิดหวังใส่เหลียงเซวียน
เธอไม่ได้อ้าปากพูด แต่เมื่อครู่เขาได้ยินความคิดในใจของเธอจริงๆ
มาพร้อมกับเสียงแข็งทื่อที่ฟังไม่ออกว่าเป็นชายหรือหญิง ซึ่งกำลังสนทนากับเธออยู่
เสียงนั้นจะเป็นสัตว์พันธสัญญาชนิดหนึ่งหรือเปล่า? พูดตามตรง ฟังดูไม่รื่นหูเอาเสียเลย
เมื่อสังเกตเห็นสายตาของเล่อเจิ้งเหยียน ลู่ซิงเหยียนก็หันกลับมายิ้มหวานให้เขา พูดด้วยความกระตือรือร้นว่า "ศิษย์น้องเล่อเจิ้ง ข้ามาในนามของท่านอาจารย์เพื่อรับเจ้ากลับสู่ยอดเขาเซียวเหยา นี่คือป้ายประจำตัวศิษย์สายตรง เจ้าเต็มใจจะเข้าร่วมยอดเขาเซียวเหยาของข้าหรือไม่?"
ไอ้ขยะนั่น จะได้เป็นศิษย์สายตรงของเต้าจวินเซียวเหยาเชียวรึ!
เหลียงเซวียนมองภาพตรงหน้าด้วยความตกตะลึงและริษยา ดวงตาแทบจะลุกเป็นไฟด้วยความโกรธ
เขาเดือดดาลจนแทบกระอัก ลู่ซิงเหยียนรากวิญญาณห่วย เล่อเจิ้งเหยียนกายเนื้อห่วยแตก เต้าจวินเซียวเหยาเป็นคนเก็บขยะหรือไง? เมินเฉยศิษย์มากพรสวรรค์อย่างเขา แต่กลับรับขยะสองชิ้นเป็นศิษย์สายตรง
สายตาของเล่อเจิ้งเหยียนตกลงบนป้ายประจำตัวที่ยื่นมาให้ ซึ่งแตกต่างจากอันที่เหลียงเซวียนโยนลงพื้นแทบเท้าเขา
ป้ายห้อยลงมาจากปลายนิ้วขาวผ่องของลู่ซิงเหยียน มีสีดำแดง วัสดุที่ใช้เป็นของชั้นดีสำหรับสร้างศาสตราวุธ
เขารู้จักเต้าจวินเซียวเหยา หลังจากเขาเป็นจอมมารในชาติก่อน พวกเขาเคยสู้กันจนเสมอกัน
นางเป็นเต้าจวินหญิงที่เก่งกาจ ผู้เป็นกระบี่เอกแห่งแดนเซียนหลิง
เพลงกระบี่ของนางร้ายกาจยิ่งกว่าสำนักเวิ่นเจี้ยนที่ขึ้นชื่อเรื่องกระบี่เสียอีก
ทว่าในชาติก่อน เต้าจวินเซียวเหยาไม่มีลูกศิษย์ นางท่องเที่ยวไปทั่วแดนเซียนหลิง การต่อสู้ครั้งนั้นเกิดขึ้นตอนที่นางผ่านทางไปยังหุบเหวมารพอดี และได้รับการเชื้อเชิญจากเหล่าผู้บำเพ็ญเพียรที่มารวมตัวกันปราบเขา
เมื่อคิดได้ดังนั้น สายตาของเล่อเจิ้งเหยียนก็กลับมาที่ลู่ซิงเหยียน
เมื่อเทียบกับเต้าจวินเซียวเหยา คนตรงหน้านี้ต่างหากคือตัวแปรที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตหลังการเกิดใหม่ของเขา
[เอ๊ะ ทำไมเจ้าวายร้ายตัวน้อยถึงไม่รับล่ะ?]
[เจ้าหก บอกข้าที เจ้าวายร้ายตัวน้อยคงไม่ได้ตาบอดขนาดนั้นใช่ไหม? ทิ้งสถานะศิษย์สายตรง เพื่อไปเป็นศิษย์ฝ่ายในที่ยอดเขาจิ่วอวิ๋นแล้วต้องทำงานหนักเยี่ยงวัวควายเนี่ยนะ?]
[ถ้าเขาไม่รับ ข้าก็รับปากท่านอาจารย์ไปเสียเปล่าน่ะสิ ว่าจะรับผิดชอบเหล้าเซียวเหยาให้หนึ่งปี เพื่อแลกกับการให้นางยอมรับเจ้าวายร้ายตัวน้อยเป็นศิษย์]
ระบบส่งเสียงซ่าๆ เหมือนไฟฟ้าขัดข้อง แต่คราวนี้กลับไม่ตอบสนอง
[เจ้าหก ทำไมไม่ตอบข้าล่ะ?]