เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 ผมลาออกแล้ว

บทที่ 4 ผมลาออกแล้ว

บทที่ 4 ผมลาออกแล้ว


"เชี่ย วันนี้มันไปกินดีหมีหัวใจเสือมาจากไหนวะ?"

"นั่นใช่เฉินจิ้งอวิ๋นคนที่เรารู้จักแน่เหรอ?"

"ในที่สุดก็มีคนระเบิดอารมณ์แทนพวกเราสักที ลุงหลานคู่นั้นมันปัญญาอ่อนจะตายชัก"

"แล้วประชุมเช้านี้ยังจะมีอยู่ไหมเนี่ย?"

"คงล่มแล้วมั้ง เมื่อกี้เห็นสีหน้าผู้จัดการหวังดูไม่ได้เลย"

"..."

กลุ่มพนักงานกำลังซุบซิบกันให้แซ่ดอยู่ที่โต๊ะทำงาน ทันใดนั้นหญิงสาวสองคนจากแผนกการเงินก็รีบวิ่งหน้าตื่นเข้ามา

สาวผมสั้นเอ่ยถามทันทีที่มาถึง "เฉินจิ้งอวิ๋นแผนกพวกแกวันนี้ไม่ได้มาทำงานเหรอ?"

"มาสิ"

"แล้วเขาอยู่ไหนล่ะ?"

"ไปแล้ว"

คนข้างๆ เสริมขึ้นว่า "เพิ่งลาออกเมื่อกี้นี้เอง เก็บของกลับบ้านไปแล้วด้วย"

"หา?" สาวผมสั้นถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะทำหน้าเหมือนคนกินยาขม "หรือจะเป็นเขาจริงๆ?"

"อะไรคือเป็นเขาจริงๆ?"

"ก็แขกรับเชิญผู้โชคดีของรายการ 'เกาะแห่งรักพักใจ' ไง เมื่อกี้ตอนเก้าโมงเขาเพิ่งจับฉลากกัน คนที่ได้ชื่อเฉินจิ้งอวิ๋น เป็นคนเจียงโจวเหมือนกันด้วย ฉันว่ามีโอกาสสูงมากที่จะเป็นเขา"

"แม่งเอ๊ย!"

"จริงดิ?"

"พวกแกลองเปิดติ๊กต็อกดูเองสิ"

"คุณพระ มิน่าล่ะวันนี้ถึงได้กล้าบ้าบิ่นขนาดนั้น"

"โอ๊ยตายแล้ว เขาจะได้ออกทีวีเหรอเนี่ย!"

"แล้วรายการเกาะแห่งรักพักใจเริ่มฉายเมื่อไหร่?"

"เริ่มวันศุกร์นี้แล้ว"

...รายการเกาะแห่งรักพักใจจะเริ่มออกอากาศในวันศุกร์นี้

ติ๊กต็อกถึงขั้นเปิดคอลัมน์แยกพิเศษไว้ข้างๆ วิดีโอแนะนำ เรียกได้ว่าทุ่มทุนโปรโมตแบบจัดเต็ม

ระหว่างทางกลับ เฉินจิ้งอวิ๋นเปิดดูเอกสารที่ทีมงานรายการส่งมา แม้รายการจะฉายวันศุกร์ แต่เขาต้องเดินทางไปมณฑลฉยงตั้งแต่วันพุธ เพราะวันพฤหัสบดีต้องมีการถ่ายทำวิดีโอสัมภาษณ์เพื่อใช้เป็นไฮไลต์ก่อนออกอากาศ

แขกรับเชิญทั้งหมดมีสิบคน ชายห้าหญิงห้าตามสูตรสำเร็จ

แต่ดูจากคำอธิบายในเอกสาร น่าจะมีกติกาการคัดออกด้วย

ยิ่งไปกว่านั้น ในเอกสารยังระบุอีกว่า หากในตอนสุดท้ายแขกรับเชิญชายและหญิงสามารถ 'จับคู่' กันได้สำเร็จ พวกเขาจะได้รับ 'เงินทุนสำหรับการออกเดต' ที่ทางรายการมอบให้

ไม่ได้ระบุจำนวนเงินไว้

แต่ถ้าแค่จับคู่กันก็ได้เงิน คงไม่ใช่จำนวนที่สูงมากนัก หรือไม่คำว่า 'จับคู่' ในที่นี้ อาจไม่ได้หมายถึงการจับมือถือแขนกันธรรมดาๆ

พอกลับถึงห้องเช่า เฉินจิ้งอวิ๋นก็โทรหาเจ้าของหอพักเพื่อขอยกเลิกสัญญาเช่า แต่เนื่องจากสัญญายังไม่หมดอายุ เจ้าของหอจึงหักเงินประกันไปสามร้อยหยวน

เฉินจิ้งอวิ๋นไม่ได้ใส่ใจ โดนหักแค่ไม่กี่ร้อยยังดีกว่าไปเจอเจ้าของหอหน้าเลือดที่ชอบเอาไฟสปอตไลต์มาส่องหารอยขีดข่วนเพื่อยึดเงินประกันทั้งหมด

เขาเก็บข้าวของสัมภาระจนเสร็จเรียบร้อย

ช่วงเที่ยง เฉินจิ้งอวิ๋นก็นั่งรถโดยสารประจำทางกลับไปยังอำเภอบ้านเกิด ตัวอำเภออยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณชั่วโมงครึ่ง เขาจะไปถึงบ้านราวๆ บ่ายสองโมง

เดือนพฤษภาคม อากาศในเจียงโจวไม่หนาวและไม่ร้อนจนเกินไป

เฉินจิ้งอวิ๋นนั่งอยู่เบาะหลัง แสงแดดสาดส่องลงมาราวกับแผ่นทองคำเปลวที่ถูกบดละเอียด ลอดผ่านหน้าต่างรถเข้ามาเป็นลำเฉียงๆ เมื่อมองออกไปข้างนอก ตึกสูงระฟ้าค่อยๆ ถอยห่างออกไปอย่างรวดเร็ว ทิวทัศน์เบื้องหน้าเปิดโล่งขึ้นทันตา เห็นเทือกเขาสลับซับซ้อนในระยะไกล และทุ่งดอกมัสตาร์ดสีเหลืองอร่ามดูราวกับทะเลที่ไร้จุดสิ้นสุด... เฉินจิ้งอวิ๋นสวมหูฟัง ฟังเพลงที่ทั้งคุ้นเคยและแปลกหู สายตาจดจ้องมองออกไปนอกหน้าต่างตลอดเวลา

ตอนอายุสามสิบห้า เฉินจิ้งอวิ๋นมองภูเขาไม่ใช่ภูเขา มองน้ำไม่ใช่น้ำ

แต่ตอนอายุยี่สิบสี่ เฉินจิ้งอวิ๋นมองภูเขาก็คือภูเขา มองน้ำก็คือน้ำ

สรรพสิ่งในโลกหล้าล้วนปรากฏแก่สายตาด้วยความมีชีวิตชีวา

ในชาติก่อนเขายุ่งวุ่นวายหาเงินได้มากมายก่ายกอง แต่กลับไม่มีเวลาได้ใช้ แล้วก็ต้องมาจากโลกนี้ไปเพราะอุบัติเหตุ

เมื่อเทียบกับชีวิตแล้ว เรื่องอื่นก็ดูไร้ราคาไปเลย

ในเมื่อสวรรค์ประทานโอกาสให้อีกครั้ง เขาจะขอใช้ชีวิตในแบบที่ต่างออกไป เฉินจิ้งอวิ๋นบอกกับตัวเองในใจ

หนึ่งชั่วโมงครึ่งต่อมา

รถโดยสารจอดสนิทที่สถานีปลายทาง

เฉินจิ้งอวิ๋นลากกระเป๋าเดินทางเดินไปตามถนนสายที่คุ้นเคย ความทรงจำเกี่ยวกับบ้านเกิดหลั่งไหลเข้ามาดั่งเกลียวคลื่นในห้วงเวลานี้

พอรู้ว่าจะได้เจอคนในครอบครัว เฉินจิ้งอวิ๋นก็อดรู้สึกประหม่าเล็กๆ ในใจไม่ได้

ครอบครัว

สำหรับเฉินจิ้งอวิ๋นในวัยสามสิบห้าปี มันเป็นคำที่ฟังดูห่างเหินไปบ้าง... สมาชิกในบ้านมีสี่คน พ่อชื่อ 'เฉินต้าซาน' แม่ชื่อ 'หวังซู่เหมย' ทั้งคู่เปิดร้านโชห่วยเล็กๆ ในตัวอำเภอ

น้องสาวชื่อ 'เฉินเสี่ยวหว่าน' ปีนี้อายุสิบเจ็ด เรียนอยู่ห้องคิงของโรงเรียนมัธยมประจำอำเภอ กำลังเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย

กิจการร้านโชห่วยไม่ได้ดีมากนัก โชคดีที่เป็นตึกแถวของตัวเองเลยประหยัดค่าเช่าไปได้ปีละหลายบาท สองสามีภรรยาใช้ชีวิตอย่างประหยัดมัธยัสถ์ การส่งลูกเรียนมหาวิทยาลัยไม่ใช่เรื่องง่าย และตอนนี้ลูกสาวคนเล็กก็กำลังจะเข้ามหาวิทยาลัยอีกคน ถ้าประจวบเหมาะกับตอนที่ลูกชายจะแต่งงาน ค่าสินสอดและเงินดาวน์บ้านคงเป็นรายจ่ายก้อนใหญ่อีกก้อน

ช่วงนี้เฉินต้าซานถึงกับเริ่มมีความคิดว่าจะไปขับรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน

จากสถานีรถโดยสารเดินเท้ามาไม่ถึงสิบนาทีก็ถึงบ้าน ไม่นานเฉินจิ้งอวิ๋นก็มองเห็นร้านโชห่วยของที่บ้าน ช่วงเวลานี้โรงเรียนประถมฝั่งตรงข้ามกำลังมีการเรียนการสอน บรรยากาศหน้าร้านจึงเรียกได้ว่าเงียบเหงา

เฉินจิ้งอวิ๋นรวบรวมสติ ลากกระเป๋าเดินทางและถุงกระสอบสานใบใหญ่เดินเข้าไปในร้าน

หญิงวัยกลางคนอายุสี่สิบกว่าปีกำลังนั่งนับเศษเหรียญอยู่หลังเคาน์เตอร์ พอได้ยินเสียงฝีเท้า เธอก็เงยหน้าขึ้นมอง แววตาที่ดูหมองหม่นพลันเปล่งประกายขึ้นทันที

"ลูกแม่!"

หวังซู่เหมยวิ่งออกมาจากเคาน์เตอร์ด้วยความดีใจ เกาะแขนเฉินจิ้งอวิ๋นไว้แน่นพลางตะโกนบอกไปทางหลังร้าน "ตาแก่ ลูกกลับมาแล้ว"

"พูดจาเลอะเทอะ วันจันทร์แบบนี้ลูกจะ..." เฉินต้าซานที่สวมเสื้อกล้ามเดินยกของออกมา พอเห็นเฉินจิ้งอวิ๋น เขาก็ฉีกยิ้มกว้างทันที "อ้าว ทำไมวันนี้ถึงกลับมาได้ล่ะ?"

เมื่อเห็นรอยยิ้มเปื้อนหน้าของบุพการีทั้งสอง เฉินจิ้งอวิ๋นก็รู้สึกอบอุ่นวาบในหัวใจ เขาอธิบายพร้อมรอยยิ้ม "ผมลาออกจากงานแล้วครับ"

เฉินต้าซานขมวดคิ้ว "ทำไมจู่ๆ ถึงลาออกล่ะ?"

แน่นอนว่าเฉินจิ้งอวิ๋นไม่ได้บอกความจริง พูดไปก็คงไม่มีใครเชื่อ เขาอธิบายเพิ่มเติมแค่ว่า "ต้องทำโอทีทุกวันเลย แถมหัวหน้าก็คุยไม่ค่อยรู้เรื่องด้วยครับ"

เดิมทีเฉินต้าซานอยากจะบ่นสักหน่อยว่าสมัยนี้งานการมันหายาก แต่หวังซู่เหมยรีบพูดแทรกขึ้นมาทันที "ออกก็ออกสิลูก เดี๋ยวค่อยหาใหม่ก็ได้... ลูกกินข้าวมาหรือยัง?"

"ยังเลยครับ"

"งั้นเดี๋ยวแม่ไปต้มบะหมี่ให้ พักผ่อนก่อนนะลูก"

หวังซู่เหมยเดินยิ้มแก้มปริขึ้นไปชั้นบน เฉินจิ้งอวิ๋นหยิบน้ำเปล่ามาขวดหนึ่ง เปิดฝายกขึ้นดื่ม พอเห็นสีหน้ากังวลของเฉินต้าซาน เขาก็รีบยิ้มและพูดว่า "พ่อครับ ผมหางานใหม่ได้แล้วนะ พรุ่งนี้ก็ต้องไปแล้ว ผมกลับมาอยู่บ้านแค่วันเดียวครับ"

"ยังทำงานในเมืองเดิมอยู่หรือเปล่า?"

"เปล่าครับ ไกลหน่อย อยู่มณฑลฉยงนู่น"

เฉินจิ้งอวิ๋นไม่ได้คิดจะบอกเรื่องไปถ่ายรายการ หนึ่งคือกลัวเฉินต้าซานกับแม่จะไม่เข้าใจ สองคือกลัวจะนำปัญหามาให้

ตั้งแต่เก้าโมงเช้าจนถึงตอนนี้ ยอดผู้ติดตามในติ๊กต็อกของเขาพุ่งไปถึงแสนเจ็ดหมื่นคนแล้ว มีคนอิจฉาตาร้อนเยอะแยะ เฉินจิ้งอวิ๋นไม่อยากให้กระแสสังคมในโลกออนไลน์มาวุ่นวายกับครอบครัว

"ไปไกลขนาดนั้นเลยเรอะ?"

"ไม่เป็นไรหรอกพ่อ เงินเดือนที่นู่นสูงกว่าด้วย"

"แล้วหนูซือซือล่ะ?"

เฉินจิ้งอวิ๋นชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มตอบ "เลิกกันแล้วครับ"

"เลิกกัน?"

"ครับ เข้ากันไม่ได้ก็เลยเลิก"

เฉินต้าซานทำท่าเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง เขาเคยได้ยินเฉินจิ้งอวิ๋นเล่าให้ฟังก่อนหน้านี้ว่าจ้าวจื่อซือสอบข้อเขียนข้าราชการผ่านแล้ว ดูเหมือนเขาจะนึกอะไรขึ้นได้ จึงไม่ได้พูดอะไรออกมา เพียงแต่ใช้ฝ่ามือที่หยาบกร้านตบลงบนไหล่ของเฉินจิ้งอวิ๋นเบาๆ

เหมือนไม่ได้เอ่ยคำใด แต่ก็เหมือนได้พูดทุกอย่างออกมาจนหมดสิ้น...

จบบทที่ บทที่ 4 ผมลาออกแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว