เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 31 ความสำเร็จ และศึกทลายขอบเขต

บทที่ 31 ความสำเร็จ และศึกทลายขอบเขต

บทที่ 31 ความสำเร็จ และศึกทลายขอบเขต


บทที่ 31 ความสำเร็จ และศึกทลายขอบเขต

เลือกที่จะไม่เลื่อนชั้นขึ้นไปลานประลองขั้นสอง ต่อให้ครั้งหน้าแพ้ ข้าก็มั่นใจว่าจะกลับมาทำสถิติชนะรวดเก้าสิบเก้าตาในหอคอยแห่งการทดสอบใหม่ได้อีกรอบ

ลานประลองขั้นสอง ข้าอยากจะขึ้นไปเมื่อไหร่ก็ได้

แต่ถ้าขึ้นไปแล้ว จะกลับลงมาลานประลองขั้นหนึ่ง เกรงว่าจะไม่ง่ายอย่างที่คิด

การผูกขาดความรู้ในโลกนี้ค่อนข้างรุนแรง ขนาดในห้องสมุดของโรงเรียนมัธยมอันดับต้นๆ ของอาณาเขต ข้อมูลเกี่ยวกับหอคอยแห่งการทดสอบที่หาได้ยังมีน้อยนิด!

เมื่อเจอทางเลือกที่ระบบประกาศมา ข้าเลยต้องตัดสินใจจากข้อมูลอันน้อยนิดที่มีอยู่

หลังจากตกลงปลงใจ จางจื้อก็เลือกที่จะปักหลักอยู่ในลานประลองขั้นหนึ่งต่อไป

เมื่อร่างหายวับไปจากสนามประลองและกลับมาสู่ห้องโถง จางจื้อก็ได้รับข้อความจากหอคอยแห่งการทดสอบทันที:

"ยินดีด้วย ท่านทำสถิติชนะรวดเก้าสิบเก้าครั้ง ปลดล็อกความสำเร็จ เตะบ้านพักคนชรา ต่อยโรงเรียนอนุบาล ความสำเร็จนี้จะถูกประกาศให้ทราบทั่วหอคอยแห่งการทดสอบที่ท่านสังกัด โปรดยืนยันฉายานามที่ต้องการใช้"

ได้ยินชื่อความสำเร็จ จางจื้อถึงกับหน้าดำคร่ำเครียด

เขาลองถามระบบกลับไปหยั่งเชิง "ขอปิดบังชื่อได้ไหม?"

หอคอยแห่งการทดสอบ: "ความสำเร็จระดับทั่วไป ไม่สามารถปิดบังชื่อได้"

ได้ยินแบบนั้นหน้าของจางจื้อยิ่งดำเข้าไปใหญ่ เอาเถอะ นี่มันแค่ความสำเร็จระดับทั่วไปสินะ

มองดูชื่อความสำเร็จที่ดูน่าอับอายพิลึก เขาคิดสะระตะอยู่นาน กะว่าจะตั้งชื่อฉายาทำนองว่า 'ชินจังจอมแก่น' หรือ 'ข้าจะกลับมา' ให้มันดูเพี้ยนๆ พอกันไปเลย

เพราะคนเคยเรียนประถมในโลกมนุษย์ต่างรู้ดีว่า ลบเจอลบเป็นบวก แต่ขณะที่กำลังจะกดยืนยัน เขาก็นึกอะไรขึ้นมาได้

เลยลองถามระบบอีกครั้ง "ตั้งชื่อแล้วเปลี่ยนทีหลังได้ไหม?"

หอคอยแห่งการทดสอบ: "ไม่ได้!"

เจอคำตอบนี้เข้าไป จางจื้อถึงกับเหงื่อตก เกือบไปแล้วไหมล่ะ ถ้าเผลอตั้งชื่อฉายาอุบาทว์ๆ ไป แล้ววันหน้ามีคนรู้เข้า มีหวังได้ตายทั้งเป็นทางสังคมของแท้!

เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ ชื่อเท่ๆ นับร้อยพันวิ่งวนในหัว สุดท้ายเขาตัดสินใจพิมพ์ลงไปสี่พยางค์ แล้วกดยืนยัน

วินาทีถัดมา เสียงประกาศกึกก้องก็ดังสนั่นไปทั่วหอคอยแห่งการทดสอบ

"ขอแสดงความยินดีกับ นักพรตหงจวิน แห่งหอคอยนี้ ที่ได้รับความสำเร็จ เตะบ้านพักคนชรา ต่อยโรงเรียนอนุบาล ในลานประลองขั้นหนึ่ง"

"ขอแสดงความยินดีกับ นักพรตหงจวิน แห่งหอคอยนี้ ที่ได้รับความสำเร็จ เตะบ้านพักคนชรา ต่อยโรงเรียนอนุบาล ในลานประลองขั้นหนึ่ง"

"ขอแสดงความยินดีกับ นักพรตหงจวิน แห่งหอคอยนี้ ที่ได้รับความสำเร็จ เตะบ้านพักคนชรา ต่อยโรงเรียนอนุบาล ในลานประลองขั้นหนึ่ง"

ฟังเสียงประกาศออกลำโพง จางจื้ออายจนแทบอยากจะขุดรูมุดหนี เขาควานมือไปแตะแท่นประลองข้างๆ อย่างลนลาน หวังจะรีบเริ่มการต่อสู้รอบต่อไปเพื่อหนีจากช่วงเวลาขายขี้หน้านี้ให้เร็วที่สุด

แสงขาววาบขึ้น ร่างของจางจื้อหายไปจากโถงกลาง

เขาหารู้ไม่ว่า ทันทีที่เสียงประกาศดังขึ้น ผู้คนในหอคอยแห่งการทดสอบต่างชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะโห่ร้องยินดีกันยกใหญ่

ในเวลาเดียวกัน ที่ด้านนอก บนยอดหอคอยแห่งการทดสอบ พลุลูกใหญ่สิบลูกก็ถูกยิงขึ้นฟ้า ระเบิดออกเป็นดอกกุหลาบเพลิงสิบดอกสว่างไสว

พอดอกกุหลาบเพลิงจางหาย พลุอีกระลอกก็ระเบิดออก คราวนี้กลายเป็นดอกคาร์เนชั่นสิบดอก

พร้อมกับพลุที่จุดขึ้นเองโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย ร่างเงาหลายสิบสายก็ปรากฏขึ้นรอบหอคอย

คนหนึ่งมองพลุดอกไม้บนยอดหอคอยแล้วเอ่ยขึ้น "นั่นมัน สิบบุปผาร่วมยินดี"

และเมื่อพลุยังคงระเบิดต่อเนื่อง ผู้คนจำนวนมากก็เริ่มแห่แหนกันมามุงดูที่หอคอยแห่งการทดสอบ!

ดูเหมือนว่าความสำเร็จชื่อตลกๆ อย่าง เตะบ้านพักคนชรา ต่อยโรงเรียนอนุบาล ในสายตาของจางจื้อ จะมีความสำคัญมากกว่าที่เขาคิดไว้โข

ในสนามประลอง รอบที่หนึ่งร้อย

พอลำแสงฝั่งตรงข้ามจางลง งูยักษ์ตัวมหึมาที่มีเขาบนหัว ลำตัวหนากว่าสี่ศอก ลอยนิ่งอยู่กลางอากาศ ก็ปรากฏแก่สายตาของจางจื้อ

มองดูคู่ต่อสู้ที่เรียกได้เต็มปากว่า อสรพิษเจียว (มังกรวารี) จางจื้อสูดหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่

การลอยตัวกลางอากาศได้โดยไม่ต้องพึ่งพาอุปกรณ์หรือพลังภายนอก นี่คือสัญลักษณ์ของผู้ที่อยู่ระดับเหนือมนุษย์ขึ้นไปที่รู้กันโดยทั่วไป

งูยักษ์มีเขา แถมเหาะได้ การคงอยู่ระดับนี้ ในบางโลกเขาเรียกกันว่ามังกรไปแล้ว

เจ้าอสรพิษเจียวเห็นกองกำลังตรงหน้าก็ชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปากถาม "เผ่ามนุษย์?"

จางจื้อที่กำลังเกร็งตัวเตรียมพร้อมรับมือการจู่โจมแบบสายฟ้าแลบ ได้ยินคำถามก็ชะงักไปเหมือนกัน แล้วพยักหน้าตอบ "ใช่ มนุษย์"

อสรพิษเจียวลอยเข้ามาเหนือหัวจางจื้อ ท่ามกลางสายตาหวาดระแวงของเด็กหนุ่ม มันกวาดตามองเขาขึ้นๆ ลงๆ อยู่พักใหญ่ แววตาเปล่งประกายประหลาด "เจ้านี่เพิ่งจะระดับยอดฝีมือเองเรอะ?"

"บริวารในโลกใบเล็กของเจ้ามีระดับผลัดเปลี่ยนกายาขั้นสมบูรณ์ อีกแค่ก้าวเดียวก็จะถึงระดับเหนือมนุษย์แล้ว ทำไมตัวเจ้าถึงยังอยู่แค่ระดับยอดฝีมือ?"

"เจ้าเพิ่งเปิดโลกใบเล็กได้ไม่นาน เลยไม่มีเวลาบ่มเพาะพลังให้ตัวเองสินะ?"

จางจื้องงเป็นไก่ตาแตก สำหรับจ้าวโลก พลังส่วนตัวจะว่าสำคัญก็สำคัญ จะว่าไม่สำคัญก็ไม่เชิง แต่ประเด็นคือขอแค่มีเวลา จ้าวโลกจะอัปเกรดพลังตัวเองได้ง่ายมาก

คำว่า "บริวาร" ที่มันพูดถึง หมายถึงสิ่งมีชีวิตในโลกใบเล็กสินะ? เหมือนเขาเคยอ่านเจอในหนังสือเล่มไหนสักเล่มว่า สิ่งมีชีวิตนอกโลกหลักของจ้าวโลก จะเรียกสิ่งมีชีวิตในโลกใบเล็กของจ้าวโลกว่า "บริวาร"

แม้จะไม่ค่อยเข้าใจ แต่เขาก็พยักหน้าไป

อสรพิษเจียวถามต่อ "งั้น นี่เป็นครั้งแรกที่เจ้าเข้าหอคอยแห่งการทดสอบ?"

จางจื้อพยักหน้าอีกครั้ง

เห็นจางจื้อพยักหน้า อสรพิษเจียวก็ถามโพล่งขึ้นมา "ตอนนี้เจ้าชนะต่อเนื่องเท่าไหร่แล้ว? เก้าสิบเก้าตา?"

คิดดูแล้วไม่มีเหตุผลต้องโกหก เขาเลยตอบตามตรง "ใช่ เก้าสิบเก้าตา!"

อสรพิษเจียวบินวนรอบกองทัพของจางจื้อหลายรอบ "ระดับผลัดเปลี่ยนกายายี่สิบเอ็ดคน เป็นขั้นสมบูรณ์หนึ่ง ขั้นกลางสาม ที่เหลือเป็นระดับยอดฝีมือห้าร้อยคน แถมเป็นขั้นปลายทั้งหมด"

พูดจบ มันก็มองจางจื้อด้วยสายตาแปลกประหลาด

จางจื้อจ้องหน้ามันกลับ "ท่านต้องการจะสื่ออะไรกันแน่?"

อสรพิษเจียวเอ่ยขึ้น "เจ้าหนู เจ้านี่มีฝีมือใช้ได้ แล้วก็ดวงดีใช้ย่อย คู่ต่อสู้ใน ศึกทลายขอบเขต ดันมาเจอข้าซะได้"

เห็นจางจื้อทำหน้างง มันก็อธิบายต่อ "เจ้าไต่จากลานประลองขั้นหนึ่งขึ้นมาขั้นสอง ใช่ไหม?"

จางจื้อพยักหน้า

"การประลองนัดแรกที่จะข้ามจากขั้นหนึ่งไปขั้นสอง เรียกว่า ศึกทลายขอบเขต"

"โดยปกติ หอคอยแห่งการทดสอบจะสุ่มคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งโคตรๆ มาให้เจ้า!"

"ที่ข้าบอกว่าเจ้าดวงดี เพราะข้าเคยติดหนี้บุญคุณเผ่ามนุษย์ไว้ไม่น้อย"

"แล้วเจ้า... ชัดเจนว่าเป็นผู้มีวาสนา เป็น 'บุตรแห่งโชคชะตา' ของเผ่ามนุษย์ในเขตใดเขตหนึ่งแน่ๆ"

"สำหรับคนที่มีโชคชะตาแห่งเผ่าพันธุ์หนุนหลังอย่างเจ้า ข้าไม่มีทางขวางทางเจ้าให้โง่หรอก ขืนทำแบบนั้น บุญคุณที่ข้าติดค้างมนุษย์ไว้จะย้อนกลับมาเล่นงานดวงชะตาข้า ตอนข้าต้องฝ่าด่านเคราะห์ตั้งวิญญาณ มีหวังโดนฟ้าผ่าตายห่าเก้าจบแน่ๆ"

ถึงตอนนี้จางจื้อเริ่มเข้าใจแล้ว รอบที่หนึ่งร้อยของเขาเป็นสถานการณ์พิเศษ ปกติจะต้องเจอของแข็งโป๊ก

แต่เจ้าอสรพิษเจียวตัวนี้มองว่า การที่เขามาเจอมัน ถือว่าเขาโชคดีสุดๆ

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 31 ความสำเร็จ และศึกทลายขอบเขต

คัดลอกลิงก์แล้ว