- หน้าแรก
- จ้าวโลก เริ่มต้นจากการ์ดเด็กเต๋า
- บทที่ 25 เข้าเรียน
บทที่ 25 เข้าเรียน
บทที่ 25 เข้าเรียน
บทที่ 25 เข้าเรียน
แถวต่อคิวดูเหมือนจะยาวเหยียด แต่ครึ่งหนึ่งในนั้นคือผู้ปกครองที่แห่กันมาส่งลูกหลาน
ผู้ปกครองหลายคนจับกลุ่มคุยกันอย่างออกรส
การสอบเข้าสำนักศึกษาเจ็ดมังกรได้ พิสูจน์ว่าเด็กคนนั้นมีพรสวรรค์ไม่ธรรมดา ดีไม่ดีอนาคตอาจได้เป็นเจ้าของโลกพันใบขนาดเล็ก เพราะฉะนั้นผู้ปกครองบางคนที่ดูภูมิฐาน มีชาติตระกูล ก็ยังยอมลดตัวลงมาคุยอย่างเป็นกันเองกับผู้ปกครองที่ดูธรรมดาๆ
ผู้ปกครองกลุ่มท้ายแถวที่กำลังตีซี้กันอยู่ พอเห็นจางจื้อเดินดุ่มๆ เข้ามาคนเดียวก็อดแปลกใจไม่ได้
คนหนึ่งเอ่ยปากถามขึ้นมาว่า "ไอ้หนู มารายงานตัวหรือ? แล้วผู้ใหญ่ที่บ้านล่ะ?"
จางจื้อฉีกยิ้มใสซื่อไร้พิษภัยตอบกลับไป "ใช่ครับ ผมมารายงานตัวคนเดียวครับ"
"คนเดียว? บ้านอยู่ไหนกันเนี่ย? ผู้หลักผู้ใหญ่ที่บ้านปล่อยให้มาคนเดียวได้ยังไง?"
"ผมมาจากอี๋โจวครับ โตในสถานเด็กกำพร้า ไม่รู้เหมือนกันว่ามีญาติผู้ใหญ่อยู่ที่ไหนหรือเปล่า"
"แต่ผมว่านะ ญาติผู้ใหญ่ของผมคงจะดวงซวยน่าดูที่ทิ้งผมไว้"
คำพูดของจางจื้อทำเอาพวกที่กำลังมองเขาอยู่ถึงกับชะงักกึก
โดยเฉพาะคุณน้าผู้หญิงที่ถามคำถามเมื่อกี้ แววตาเปลี่ยนเป็นความรู้สึกผิด เห็นใจ และเวทนาผสมปนเปกันไปหมด
"ว้าย ตายจริง น้าขอโทษนะจ๊ะ น้าไม่น่าถามเลย"
"แต่หนูเก่งมากเลยนะ ไม่ต้องพึ่งพาใครก็สอบเข้าสำนักศึกษาเจ็ดมังกรได้!"
คนอื่นๆ รอบข้างก็เริ่มรุมถามเซ็งแซ่ " อี๋โจว อยู่ตรงไหน? ไม่เคยได้ยินเลย คงไกลจากเมืองเจ็ดมังกรน่าดูสิ?"
"แล้วหนูเดินทางมายังไงจ๊ะ? ทางคงลำบากแย่"
"ลำบากแย่เลยนะเนี่ย อายุเท่าไหร่แล้ว? ดูรู้ความจัง ไม่เหมือนเจ้าลูกชายบ้านน้าเลย"
จางจื้อยังคงรักษารอยยิ้มใสซื่อไว้ " อี๋โจว เป็นเมืองเล็กๆ ในสังกัดถนนชิงซาน ไม่ค่อยดังหรอกครับ พวกคุณน้าคุณอาไม่เคยได้ยินก็ไม่แปลก"
"ไม่ลำบากหรอกครับ ผมนั่งรถไฟนอนมา เตียงนุ่มกว่าที่สถานเด็กกำพร้าเยอะเลย แถมมีห้องอาบน้ำด้วย แค่นั่งนานไปหน่อย ประมาณสี่วันสี่คืนได้ครับ"
เห็นเด็กหนุ่มหน้าตาจิ้มลิ้ม พูดจาฉะฉาน เล่าเรื่องที่ตัวเองคิดว่าธรรมดาแต่คนฟังน้ำตาจะไหล บรรดาพ่อแม่ที่รักลูกดั่งแก้วตาดวงใจ แม้แต่พวกจ้าวโลกใจหินที่ผ่านความเป็นความตายมาโชกโชน ก็อดจะใจอ่อนยวบยาบไม่ได้
พวกผู้ปกครองที่เมื่อกี้ยังคุยเรื่องลูกตัวเองอย่างออกรส ก็หันมาช่วยเขาเช็กความพร้อมกันยกใหญ่
"หนูจ๊ะ เอาสัญญามาด้วยหรือเปล่า? ถ้าไม่มีสัญญา ทางโรงเรียนไม่รับรายงานตัวนะ"
"ในสำนักศึกษาเจ็ดมังกรมีทุนการศึกษาสำหรับเด็กเรียนดีแต่ยากจนเยอะแยะ อาจารย์ที่เซ็นสัญญากับหนูได้ยื่นเรื่องให้หรือเปล่า? ถ้ายัง เดี๋ยวตอนรายงานตัวที่หน้าประตู หนูยื่นเรื่องขอได้เลยนะ ถ้าไม่เข้าใจตรงไหน มาถามน้าได้"
จางจื้อยิ้มหวาน "ขอบคุณครับคุณน้า!"
นี่คือสกิลที่เขาฝึกฝนจนชำนาญหลังจากทะลุมิติมาที่โลกนี้ อาศัยหน้าตาดีบวกกับคำพูดที่กระตุกต่อมสงสารของผู้ใหญ่ ทำให้เขารอดพ้นจากการกลั่นแกล้งและสอบเข้าโรงเรียนประถมได้สำเร็จ
การแสดงภาพลักษณ์ไร้เดียงสาเพื่อเรียกคะแนนสงสาร กลายเป็นกลไกป้องกันตัวเวลาต้องเจอสภาพแวดล้อมใหม่ๆ ไปโดยปริยาย
จากบทสนทนาระหว่างหลี่เชียนจวินกับครูใหญ่ในวันนั้น เขาพอจะเดาได้ว่าป้ายคำสั่งสีดำนั่นน่าจะเป็นโควตาพิเศษ ไม่เหมือนสัญญาเด็กเส้นทั่วไป ถ้าควักออกมาตอนนี้คงดูขี้อวดพิลึก
เขาเลยทำเนียนเข้าไปเกาะแกะผู้ปกครองที่รู้เรื่องทุนการศึกษา ถามซักถามไซ้เรื่องวิธีขอทุนไม่หยุดหย่อน
พอเขาชวนคุยเรื่องสัพเพเหระ ก็ไม่มีใครทักท้วงเรื่องสัญญาอีก ถึงจะมีคนดูออกว่าเขาแกล้งทำ ก็คงคิดแค่ว่าเด็กคนนี้เอาตัวรอดเก่ง มิน่าถึงมาจากสถานเด็กกำพร้าแล้วสอบเข้าที่นี่ได้
แถวขยับไปค่อนข้างเร็ว
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป หลังจากโบกมือลาคุณลุงข้างหน้า จางจื้อก็ได้ยินเสียงใสๆ แว่วมาเบาๆ ว่า "ไอ้เด็กขี้ประจบ"
จางจื้อชินซะแล้ว ก็แหงล่ะ ไปเอาใจพ่อแม่เขา ลูกเขาก็ต้องหมั่นไส้เป็นธรรมดา
เดินผ่านประตูโรงเรียน เขาตรงไปยังจุดรับลงทะเบียนตามหมายเลขบัตรคิว
เจ้าหน้าที่ตรงกลางกำลังก้มหน้าก้มตาเขียนเอกสาร ผู้ช่วยข้างๆ เงยหน้ามองจางจื้อแล้วถาม "เซ็นสัญญากับสำนักวิชาไหนไว้? เอาสัญญามาดูหน่อย"
จางจื้อล้วงป้ายคำสั่งสีดำออกจากเป้ "ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับว่าเซ็นกับที่ไหน แต่ผมเล่นสายมนุษย์ น่าจะไปอยู่สำนักวิชาเผ่ามนุษย์หรือไม่ก็สำนักวิชาเซียนมั้งครับ"
"ไม่รู้ว่าเซ็นกับที่ไหน แล้วแกจะมา..." เจ้าหน้าที่ที่ก้มหน้าเขียนอยู่ เงยหน้าขึ้นมาด้วยความหงุดหงิด
แต่พอสายตาปะทะเข้ากับป้ายคำสั่งในมือเด็กหนุ่ม คำด่าที่เตรียมจะพ่นออกมาก็ถูกกลืนลงคอไปทันที
เขาฝืนยิ้มแหยๆ "เอ่อ... น้องนักเรียนครับ น้องชื่ออะไร? แล้วป้ายนี้ใครให้มา?"
จางจื้อทำเหมือนไม่เห็นท่าทีเกรี้ยวกราดเมื่อกี้ ตอบกลับหน้านิ่ง "คนให้ชื่อหลี่เชียนจวินครับ เขาบอกว่ามาถึงโรงเรียนให้เอาป้ายนี้ให้คนรับสมัครดู แล้วให้พาผมไปหาเขา"
เจ้าหน้าที่รีบลุกออกมาจากหลังโต๊ะ คว้ามือจางจื้อเขย่า "โอ้ ที่แท้ก็เป็นป้ายของท่านหลี่เชียนจวินนี่เอง"
"มาๆ เดี๋ยวพี่พาไปหาท่านหลี่เชียนจวินเดี๋ยวนี้เลย"
ถึงจะเดาไว้บ้างแล้ว แต่พอได้ยินคนเรียกหลี่เชียนจวินว่า "ท่าน(เหมี่ยนเซี่ย) " จางจื้อก็อดใจสั่นไม่ได้
คำว่า "เหมี่ยนเซี่ย" คือคำเรียกขานเพื่อให้เกียรติจ้าวโลกระดับโลกพันใบ
เมื่อโลกขนาดเล็กเลื่อนระดับจากโลกขนาดเล็กขั้นสูงเข้าสู่โลกพันใบ จะไม่เรียกว่าโลกขนาดเล็กอีกต่อไป แต่จะเรียกว่า "โลกพันใบ"
คำว่า "พัน" สื่อถึงความมากมายมหาศาล โลกพันใบตามตัวอักษรหมายถึงโลกที่มีกฎเกณฑ์นับพัน แสดงว่าเป็นโลกที่มีกฎเกณฑ์สมบูรณ์พร้อมแล้ว
"น้องนักเรียน ยังไม่ทราบชื่อแซ่เลย?"
"ไม่กล้าครับ ผมชื่อจางจื้อ ขอถามอาจารย์แซ่อะไรครับ?"
"อ๋อ น้องจางนี่เอง ไม่ต้องเรียกอาจารย์หรอก พี่แซ่หลี่ ชื่อหลี่ฝาน"
"สวัสดีครับอาจารย์หลี่ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ"
"ไม่ต้องเกรงใจๆ พี่อยู่ฝ่ายธุรการ ต้องเจอกันบ่อยอยู่แล้ว มีอะไรก็ช่วยเหลือกันได้"
หลี่ฝานเรียกนกกระเรียนยักษ์ตัวหนึ่งลงมา "ในโรงเรียน นอกจากระดับท่านๆ ทั้งหลายแล้ว มีแค่นกพวกนี้แหละที่อนุญาตให้บินได้"
"ที่พักของท่านหลี่เชียนจวินอยู่ไกลจากประตูโรงเรียนพอสมควร เราต้องบินไป"
สำนักศึกษาเจ็ดมังกรกว้างใหญ่ไพศาลเกินกว่าที่จางจื้อจินตนาการไว้มาก
ขณะบินอยู่บนฟ้า หลี่ฝานชี้แนะนำสถานที่สำคัญต่างๆ ให้ดู "เห็นหอคอยสูงๆ นั่นไหม นั่นคือหอคอยแห่งการทดสอบ"
"พื้นที่กว้างๆ ตรงนั้นคือสนามจำลองการรบ"
"ตึกทางซ้ายสุดนั่นคือหอพักนักเรียน"
"ทางโน้นคือตึกเรียนของสำนักวิชาเผ่ามนุษย์ ถัดไปไกลหน่อยคือของสำนักวิชาเผ่ามนุษย์สัตว์ ส่วนกลุ่มพระราชวังที่เรียงรายกันนั่นคือสำนักวิชาสายศรัทธาแล้วก็..."
บินร่อนอยู่ราวครึ่งชั่วยาม นกกระเรียนก็ร่อนลงจอดหน้าอาคารหลังหนึ่ง
หลี่ฝานกระโดดลงมา แล้วบอกกับจางจื้อที่ตามลงมาติดๆ ว่า "ที่นี่แหละ ที่พักของท่านหลี่เชียนจวิน"
(จบบท)