- หน้าแรก
- จ้าวโลก เริ่มต้นจากการ์ดเด็กเต๋า
- บทที่ 14 ห้าสถาบันใหญ่
บทที่ 14 ห้าสถาบันใหญ่
บทที่ 14 ห้าสถาบันใหญ่
บทที่ 14 ห้าสถาบันใหญ่
อาจารย์คุมสอบที่จ้องมองจางจื้อด้วยความตะลึงงันมาตลอด ชี้ไปที่ตัวเขาแล้วตะโกนบอก: "ผู้อำนวยการครับ นักเรียนคนนี้แหละเป็นคนอัญเชิญออกมา!"
วินาทีถัดมา รอบกายของจางจื้อก็คราคร่ำไปด้วยผู้คน
โลกใบเล็กที่เพิ่งเปิดใหม่กลับมีตัวตนระดับผลัดเปลี่ยนกายาดำรงอยู่ จ้าวโลกแบบนี้ไม่ต้องสืบ อัจฉริยะชัดๆ อนาคตไกลลิบลิ่วแน่นอน
การดึงนักเรียนระดับนี้เข้าโรงเรียนได้ อย่าว่าแต่อย่างอื่นเลย แค่โบนัสก็ได้กันพุงกางแล้ว
อาจารย์ที่มีความทะเยอทะยานทุกคน ย่อมอยากได้เด็กคนนี้ไปเป็นศิษย์โรงเรียนตัวเองทั้งนั้น
ผู้อำนวยการหน้าตายกวาดตามองไปรอบๆ: "นอกจากอาจารย์จาก5 สถาบันใหญ่ ที่เหลือก็อย่ามามุงให้เสียเวลาเลย"
พอได้ยินผู้อำนวยการพูดแบบนั้น หลายคนก็ถอยฉากออกไปเงียบๆ
ก็จริง อัจฉริยะระดับนี้ มีแค่5 สถาบันใหญ่เท่านั้นแหละที่มีทรัพยากรมากพอจะป้อนให้
ขืนโรงเรียนอื่นรับไป ดีไม่ดีจะไปถ่วงความเจริญของเด็กมันเปล่าๆ
เป้าหมายของจางจื้อเองก็หนีไม่พ้นหนึ่งใน5 สถาบันใหญ่เช่นกัน
5 สถาบันใหญ่ ได้แก่ โรงเรียนมัธยมฯ อวี้จางที่สาม, โรงเรียนมัธยมฯ หลินโจวที่หนึ่ง, โรงเรียนหยวนโจว, โรงเรียนสาธิตกานต้า และสถาบันอิงซาน
หลังจากใช้เวลาครึ่งชั่วโมงในห้องผู้อำนวยการ อ่านเงื่อนไขสัญญาของทั้งห้าแห่งจนครบ โรงเรียนสาธิตกานต้ากับสถาบันอิงซานถูกตัดทิ้งเป็นอันดับแรก
เงื่อนไขของโรงเรียนสาธิตกานต้ามีข้อหนึ่งระบุว่า มหาวิทยาลัยกานต้ามีสิทธิ์ในการคัดเลือกเข้าศึกษาก่อน แม้มหาวิทยาลัยกานต้าจะเป็นมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในถนนชิงซาน แต่ในระดับอาณาเขตเทียนซิงถือว่าธรรมดามาก ไม่ต้องพูดถึงระดับโลกหลักเลย การเอาตัวเองไปผูกติดกับมหาวิทยาลัยกานต้าตั้งแต่ตอนนี้ จะส่งผลเสียต่ออนาคต
ต้องรู้ก่อนว่าในอาณาเขตเทียนซิง มีมหาวิทยาลัยระดับท็อปของโลกหลักตั้งอยู่หลายแห่ง
ส่วนสถาบันอิงซานเป็นโรงเรียนเอกชนแบบผสมระหว่างมัธยมฯ และอุดมศึกษา เหตุผลที่ติดโผ5 สถาบันใหญ่ได้ ก็เพราะผู้ก่อตั้งโรงเรียนเป็นจ้าวโลกระดับโลกพันใบขนาดกลางขั้นปลายเพียงคนเดียวในถนนชิงซาน
การเข้าสถาบันอิงซาน ก็แทบจะเท่ากับเซ็นสัญญาเป็นทหารส่วนตัวให้กับจ้าวโลกคนนั้นไปตลอดชีวิต ซึ่งสำหรับจ้าวโลกรากหญ้าทั่วไป ถือเป็นทางเลือกที่ไม่เลว
ถ้าเขาไม่ใช่ผู้ข้ามภพ ไม่มีนิ้วทองคำ เขาอาจจะเลือกสถาบันอิงซานก็ได้
แล้วสามแห่งที่เหลือจะเลือกที่ไหนดี?
ดูเหมือน5 สถาบันใหญ่จะฮั้วกันมา รางวัลเซ็นสัญญาเหมือนกันเป๊ะ คือ การ์ดทรัพยากรสีเขียว 5 ใบ, การ์ดทรัพยากรสีขาว 20 ใบ และการ์ดสีขาวแบบเลือกได้ 5 ใบ
รางวัลพวกนี้ถือว่าสูงมาก แต่คำว่าสูงคือเมื่อเทียบกับนักเรียนคนอื่น
สำหรับนักเรียนที่โลกมีแค่ระดับสีขาว หรือระดับยอดฝีมือ รางวัลพวกนี้มหาศาลจริงๆ พวกเขาอาจต้องใช้เวลาหลายเดือนหรือเป็นปีกว่าจะย่อยทรัพยากรพวกนี้หมด
เพราะการเลื่อนระดับจากโลกจิ๋วเป็นโลกขนาดเล็กไม่ใช่เรื่องง่าย
แต่สำหรับเขาที่มีระดับสีเขียว หรือระดับผลัดเปลี่ยนกายาอยู่ในโลกแล้ว ทรัพยากรจาก5 สถาบันใหญ่พวกนี้ แค่ไม่กี่วันก็ใช้หมดเกลี้ยง
ดูเหมือน5 สถาบันใหญ่จะให้ความสำคัญกับเขา แต่ก็ไม่ได้สำคัญขนาดที่เขาคาดหวังไว้
เรื่องนี้ต้องมีตื้นลึกหนาบางที่เขาไม่รู้อยู่แน่ๆ
เฮ้อ เกิดมาจนนี่มันลำบากจริงๆ ข้อมูลข่าวสารก็น้อย ช่องว่างของข้อมูลมันน่าเจ็บใจนัก
หลังครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาหันไปถามผู้อำนวยการ: "ผู้อำนวยการครับ พอจะมีคำแนะนำไหมครับ?"
ผู้อำนวยการที่ทำหน้าตายมาตลอด ยิ้มมุมปากเล็กน้อยมองดูจางจื้อ: "ไม่พอใจเงื่อนไขสัญญาใช่ไหมล่ะ?"
"เหตุผลง่ายนิดเดียว โรงเรียนเรามันกระจอกเกินไป ยังไงก็เป็นแค่โรงเรียนประถมฯ อันดับท็อป 50 ของเขต อาจารย์แนะแนวที่ถูกส่งมาประจำที่นี่ ส่วนใหญ่ไม่มีอำนาจตัดสินใจอะไรมากนัก"
"พูดง่ายๆ ก็คือ เงื่อนไขที่ให้เจ้าดูเมื่อกี้ คือเพดานสูงสุดที่พวกเขาจะให้ได้แล้ว"
พอได้ยินผู้อำนวยการพูดแบบนั้น อาจารย์แนะแนวจาก5 สถาบันใหญ่ต่างก็ทำหน้าเลี่ยนๆ
ผู้อำนวยการไม่สนหัวอาจารย์พวกนั้น พูดต่อ: "แต่เจ้าไม่ต้องกังวล พวกเขาส่งข่าวกลับไปที่โรงเรียนแม่แล้วแน่นอน"
"จ้าวโลกที่มีระดับผลัดเปลี่ยนกายาตั้งแต่เริ่มเปิดโลก ในถนนชิงซานรุ่นหนึ่งมีไม่เกิน 3 คน บางรุ่นไม่มีเลยด้วยซ้ำ"
"เดี๋ยวทางโน้นก็คงเสนอเงื่อนไขที่เจ้าพอใจมาเองแหละ"
"ไม่ต้องรีบร้อน กลับไปพักผ่อนซะ บ่ายๆ ค่อยกลับมาใหม่"
พอได้ยินแบบนั้น จางจื้อที่กังวลอยู่ลึกๆ ก็โล่งอก
ออกจากห้องผู้อำนวยการ ระหว่างเดินผ่านสนามกีฬาก็ได้ยินรุ่นน้องหลายคนจับกลุ่มคุยกันเรื่องที่มีคนระดับผลัดเปลี่ยนกายาโผล่มาในการสอบจบการศึกษา
ข่าวนี่ไวจริงๆ แฮะ
การได้ยินคนอื่นสรรเสริญเยินยอตัวเองลับหลังนี่มัน... รู้สึกดีพิลึกแฮะ
ผู้อำนวยการบอกว่าแต่ละรุ่นมีแค่ไม่กี่คนที่เปิดโลกแล้วมีระดับผลัดเปลี่ยนกายา
นี่แค่ในระดับถนนชิงซานนะ เหนือกว่าถนนยังมีอาณาเขต เหนือกว่าอาณาเขตดูเหมือนจะมีพิภพอีก
ข้าจะลำพองใจเกินไปไม่ได้ เดี๋ยวจะกลายเป็นกบในกะลาประมาทวีรบุรุษทั่วหล้า!
หลังจากรับใบประกาศนียบัตรและใบเกรดจากฝ่ายทะเบียน จางจื้อก็แวะกลับไปที่สถานเด็กกำพร้า
ผู้อำนวยการสถานเด็กกำพร้าวัยเกือบหกสิบ พอรู้ว่าจางจื้อจะได้เข้าเรียนต่อใน5 สถาบันใหญ่ ก็ดีใจจนน้ำตาไหล พลางเช็ดตาบอกว่าวันนี้ลมแรงฝุ่นเข้าตา
เหมือนเช่นเคย เขาเล่าเรื่องโรงเรียนและเรื่องโลกใบเล็กให้น้องๆ ในบ้านฟัง
ที่ต่างไปจากเดิมคือ วันนี้จางจื้ออัญเชิญบริวารระดับยอดฝีมือและผลัดเปลี่ยนกายาจากโลกใบเล็กออกมาโชว์ให้เด็กๆ ดูด้วย
กินข้าวเที่ยงเสร็จ เขาก็ยัดตั๋วเงินหยวนทอง 10 ใบใส่มือผู้อำนวยการสถานเด็กกำพร้าเป็นค่าอาหารกลางวันตามธรรมเนียม แล้วขอตัวกลับ
ตอนจะกลับ ผู้อำนวยการสถานเด็กกำพร้ายังบ่นพึมพำว่า ก่อนหน้านี้มีเด็กอีกคนที่สอบติดโรงเรียนประถมฯ เหมือนเขา แต่หลายปีมานี้ไม่เคยกลับมาเยี่ยมเลย นับเวลาดูน่าจะถึงกำหนดเปิดโลกใบเล็กแล้วเหมือนกัน
ไม่รู้ป่านนี้เด็กคนนั้นจะเปิดโลกสำเร็จหรือเปล่าหนอ
จางจื้อยิ้มแล้วตอบกลับไป: "เขาอาจจะกำลังเรียนต่อในโรงเรียนมัธยมฯ สักแห่งก็ได้ครับ รอเขาเรียนจบกลับมา เขาคงแวะมาเยี่ยมเองแหละ"
ผู้อำนวยการสถานเด็กกำพร้าเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่เขาเคารพรักในโลกนี้ การพูดโกหกเพื่อให้คนแก่สบายใจ ไม่ถือว่าฝืนใจเขาแต่อย่างใด
การเจรจาในช่วงบ่ายยังคงมีขึ้นที่ห้องผู้อำนวยการ
ตอนเดินเข้าไป จางจื้อเห็นผู้อำนวยการกำลังปั้นหน้ายักษ์เถียงกับชายร่างใหญ่หนวดเครารุงรัง
พอเห็นจางจื้อเข้ามา ทั้งคู่ก็หยุดเถียงกัน
ชายเคราดกหันมามองจางจื้อแล้วพยักหน้าให้ด้วยรอยยิ้ม
จางจื้อนึกว่าเป็นอาจารย์แนะแนวจากโรงเรียนไหนสักแห่งที่รีบบิ่งมา ก็เลยยิ้มตอบกลับไป
ไม่นานอาจารย์จาก 3 สถาบันที่เหลือก็มาถึง
ดูเหมือนอาจารย์พวกนี้จะระแวงกันเอง ไม่มีใครยอมเปิดไพ่เสนอเงื่อนไขเป็นคนแรก
ตอนนั้นเอง ชายเคราดกก็หัวเราะลั่น: "พวกโรงเรียนบ้านนอกนี่มันขี้เหนียวกันซะจริง"
เขาหันมาพูดกับจางจื้อ: "ขอแนะนำตัวหน่อย ข้ามาจากสำนักศึกษาเจ็ดมังกร แห่งเมืองเจ็ดมังกร"
แม้จางจื้อจะไม่เคยออกจากเมืองอี๋ แต่ชื่อเสียงของเมืองเจ็ดมังกรนั้นดังก้องหูเขามานานแล้ว
ถนนชิงซานสังกัดอยู่ภายใต้อาณาเขตเทียนซิง และเมืองหลวงของอาณาเขตเทียนซิงทั้งหมด ก็คือเมืองเจ็ดมังกร
(จบบท)