- หน้าแรก
- ยอดคุณพ่อชาวประมงกับเกาะหรรษา
- บทที่ 38 สถานการณ์กลับตาลปัตร
บทที่ 38 สถานการณ์กลับตาลปัตร
บทที่ 38 สถานการณ์กลับตาลปัตร
บทที่ 38 สถานการณ์กลับตาลปัตร
“ไป๋คุนทำไมถึงเป็นคนไม่มีสัจจะแบบนี้?” ภายในห้องทำงาน ซ่งหลิงโกรธจนคิ้วเรียวสวยสั่นระริก
ไป๋คุน คือพ่อค้าคนกลางค้าอาหารทะเลรายใหญ่ที่สุดในตำบลผิงกั่ง
เจ้าของร้านอาหารจำนวนมากในตำบลผิงกั่งล้วนรับวัตถุดิบจากไป๋คุน เพราะที่นั่นมีวัตถุดิบครบครันและสะดวกสบาย
ซ่งหลิงผลักเอ้อจวินจื่อออกไปให้พ้นทาง แล้วตวาดลั่น “เลิกกวนใจได้แล้ว!”
ที่มีน้องชายแบบนี้ ถือเป็นคราวซวยของเธอจริงๆ
“เชฟสวี เข้ามาสิ” ซ่งหลิงพูดด้วยน้ำเสียงทรงพลังและน่าเกรงขาม
ในเวลานี้ เธอดูมีมาดของประธานสาวจอมเผด็จการอยู่ไม่น้อย
สวีไห่ปิน ที่สวมหมวกทรงสูงสีขาวและชุดเชฟ ค่อยๆ ผลักประตูห้องทำงานเข้ามาอย่างแผ่วเบา
สวีไห่ปินเป็นคนขาวอวบ ดูบึกบึนมั่นคง
เอ้อจวินจื่อเห็นพี่สาวเคร่งเครียดขนาดนั้น ก็ไม่กล้ากวนประสาทต่อ
“คุณซ่งครับ ตอนนี้สถานการณ์ของภัตตาคารเราเป็นรองมากนะครับ!” สวีไห่ปินมีสีหน้าหนักใจอย่างยิ่ง เขารู้ดีว่าแขกคนสำคัญที่จะมาทานมื้อเที่ยงวันนี้มีความสำคัญต่อภัตตาคารของพวกเขามากแค่ไหน
ซ่งหลิงสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วกดโทรศัพท์หาไป๋คุน
ซ่งหลิงข่มความโกรธไว้ ฝืนยิ้มถามปลายสาย “คุณไป๋ เกิดอะไรขึ้นคะ? วัตถุดิบที่ภัตตาคารเราสั่งไว้ ทำไมยังไม่มาส่งอีกคะ?”
ไป๋คุนตอบกลับด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด “คุณซ่ง ขอโทษจริงๆ ครับ วัตถุดิบที่คุณจองไว้เมื่อวาน โดนคนอื่น ‘ปาดหน้าเค้ก’ ตัดหน้าไปแล้ว อีกฝ่ายเขามีอิทธิพลมาก ผมขวางไม่ได้จริงๆ”
ความจริงเขาต้องการฉวยโอกาสนี้บีบซ่งหลิง เพื่อต่อรองผลประโยชน์ให้ตัวเองมากขึ้นในวันหน้า
ตอนนี้ภัตตาคารจวี้ฝูโหลวกำไรดี ลูกค้าแน่นร้าน เขาเห็นแล้วก็เกิดอิจฉาตาร้อน
“คุณไป๋ ทำไมคุณถึงเป็นคนไม่มีสัจจะแบบนี้ล่ะคะ?” ซ่งหลิงกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ
“ขอโทษครับ ขอโทษจริงๆ ผมเองก็จนปัญญา” ไป๋คุนแสร้งทำตัวเป็น ‘เสือหน้ายิ้ม’
ซ่งหลิงอยากจะรีบแก้ปัญหาเฉพาะหน้า จึงถามว่า “คุณไป๋ ทางคุณพอจะมีวิธีแก้ไขอะไรไหมคะ?”
ไป๋คุนถอนหายใจยาว “คุณซ่ง คุณก็รู้นี่ครับว่าสมัยนี้ปูจักจั่นตามธรรมชาติน่ะจับยากแค่ไหน ส่วนวัตถุดิบอื่นๆ ที่ภัตตาคารสั่งไว้ เดี๋ยวลูกน้องผมจะรีบไปส่งให้ครับ”
“ส่วนปูจักจั่นธรรมชาติ วันนี้ทางผมไม่มีของจริงๆ ครับ”
“จนปัญญาจะช่วยจริงๆ”
“แค่นี้นะครับ ผมมีธุระด่วนต้องไปจัดการ”
พูดจบ ไป๋คุนก็วางสายไปดื้อๆ
ซ่งหลิงโกรธจัดจนหลุดคำหยาบ “ไอ้สารเลว! นี่มันจงใจแกล้งกันชัดๆ!”
แขกวีไอพีที่จะมาวันนี้ เมื่อวานระบุเจาะจงเลยว่าต้องการทาน ‘ปูจักจั่นธรรมชาติ’
แล้วทีนี้จะทำยังไงดี!
เอ้อจวินจื่อได้ยินบทสนทนาก็แอบขำ “เจ๊...”
ซ่งหลิงกำลังหัวร้อน พอน้องชายอ้าปาก เธอก็ตวาดสวนทันที “หุบปาก!”
สวีไห่ปินยืนคอตก คิดในใจว่า ‘ซวยแล้วงานนี้ ถ้าวันนี้ทำให้แขกวีไอพีกลุ่มนั้นไม่พอใจ จวี้ฝูโหลวแย่แน่ๆ’
แขกกลุ่มนั้นเบื้องหลังใหญ่โตมากเสียด้วย
“เจ๊ ฟังผมพูดให้จบก่อนสิ” เอ้อจวินจื่อไม่ตื๊อแล้ว
สถานการณ์ ‘กลับตาลปัตร’ แล้ว
ตอนนี้คนที่ร้อนรนไม่ใช่เขา แต่เป็นพี่สาวเขาต่างหาก
ในขณะที่ซ่งหลิงกำลังเดินวนไปวนมาในห้องทำงานด้วยความกลัดกลุ้ม
“ไสหัวไป! ไม่เห็นเหรอว่าฉันกำลังหงุดหงิด? วันนี้ต่อให้แกพูดจนลิงหลับ ฉันก็ไม่รับซื้ออาหารทะเลที่เพื่อนแกเอามาขายหรอก” ซ่งหลิงถลึงตาใส่น้องชายอย่างหมดความอดทน
คนอะไรน่ารำคาญชะมัด
ไม่มีกาลเทศะเอาซะเลย
คนกำลังจะตายอยู่แล้ว ยังมาทำตัวเหมือนแมลงวันบินหึ่งๆ ข้างหูอยู่ได้
“ก็ได้ เจ๊ไล่ผมเองนะ งั้นผมไปล่ะ ไม่กวนสายตาเจ๊แล้ว” เอ้อจวินจื่อกอดอก เดินมุ่งหน้าไปทางประตู “ว้า... น่าเสียดายจัง ปูจักจั่นธรรมชาติของพี่รุ่ย คงต้องขนกลับไปซะแล้ว”
สิ้นคำพูดนั้น ร่างกายของซ่งหลิงก็กระตุกวูบเหมือนโดนไฟช็อต
สวีไห่ปินเองก็มองเอ้อจวินจื่อด้วยความตื่นเต้น ในใจคิดว่า ‘เอ้อจวินจื่อปกติพึ่งพาไม่ได้ ชอบหาเรื่องปวดหัวมาให้พี่สาว แต่วันนี้ดูท่าจะพึ่งพาได้ก็คราวนี้แหละ’
เห็นเอ้อจวินจื่อเดินพ้นประตูห้องทำงานไปแล้ว สวีไห่ปินก็รีบตะโกน “คุณซ่งครับ น้องชายคุณเดินไปแล้วครับ!”
จนถึงตอนนี้ ซ่งหลิงถึงเพิ่งจะได้สติ
ตึก ตึก ตึก...
วินาทีถัดมา ซ่งหลิงสับส้นสูงสีดำ วิ่งปรู้ดไปดักหน้าเอ้อจวินจื่อ กางแขนขวางทางไว้
“เอ้อจวินจื่อ เพื่อนแกเอาปูจักจั่นธรรมชาติมาจริงๆ เหรอ?” ดวงตาของซ่งหลิงลุกวาว
“เจ๊ เมื่อกี้เจ๊เพิ่งไล่ผมไม่ใช่เหรอ? หลีกไปสิ ผมกำลังจะไสหัวไปนี่ไง” เอ้อจวินจื่อแกล้งผลักพี่สาว ทำท่าจะเดินหนี ในใจขำกลิ้ง
ซ่งหลิงเขกหัวเอ้อจวินจื่อดังโป๊ก
“รีบสารภาพมาเดี๋ยวนี้!” ซ่งหลิงตีหน้าขรึม
เอ้อจวินจื่อไม่พูด แต่แบมือยื่นไปตรงหน้า
ซ่งหลิงไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว
เธอควักเงินสองร้อยหยวน ยัดใส่มือเอ้อจวินจื่อ แล้วเร่งยิกๆ “รีบพูดมา!”
เอ้อจวินจื่อกระดิกนิ้ว บอกใบ้ว่า ‘ยังน้อยไป’
“เอาไปอีกสามร้อย! รับเงินไปแล้วถ้ายังไม่พูด ฉันจะทุบกะโหลกแกให้แตก” ซ่งหลิงควักเพิ่มอีกสามร้อย ยัดใส่มือน้องชาย
“เจ๊ เพื่อนผมเขาจะเอาปูจักจั่นธรรมชาติมาขาย แล้วก็... ยังมีปูน้ำมันเหลืองธรรมชาติด้วยนะ” เอ้อจวินจื่อรับเงินเสร็จ ก็ยิ้มหน้าบานเป็นจานเชิง
ซ่งหลิงรีบถาม “เยอะไหม! ไม่ใช่ว่ามีแค่ตัวสองตัวนะ!”
ตอนนี้เป็นช่วงปิดอ่าว ปูจักจั่นธรรมชาติกับปูน้ำมันเหลืองธรรมชาตินั้นหายากยิ่งกว่างมเข็ม
ไปเดินหาของทะเล ถ้าโชคดีก็อาจจะเจอ
แต่ปกติก็เจอแค่ตัวเดียวสองตัว
แค่หนึ่งหรือสองตัว มันแก้ปัญหาที่เธอเผชิญอยู่ไม่ได้หรอก
เอ้อจวินจื่อเห็นพี่สาวร้อนรน
เขาก็แกล้งเงยหน้ามองเพดาน ส่ายหัวด๊อกแด๊ก แล้วแบมือขอเงินอีกรอบ
“พูดมาเดี๋ยวนี้!” คราวนี้ซ่งหลิงบิดหูเอ้อจวินจื่อเต็มแรง
เอ้อจวินจื่อร้องจ๊าก “โอ๊ยเจ๊! ปล่อยๆๆ ผมบอกแล้ว ผมบอกหมดเปลือกแล้ว!”
“ฮึ!” ซ่งหลิงเห็นน้องยอมแพ้ ก็แค่นเสียงอย่างผู้ชนะ
เอ้อจวินจื่อลูบหูตัวเองป้อยๆ บ่นอุบอิบ “‘ปากอสรพิษ เข็มในก้นตัวต่อ ทั้งสองสิ่งนี้ยังไม่ร้ายเท่าใจผู้หญิง’ (สำนวนจีน: จิตใจผู้หญิงโหดเหี้ยมที่สุด) ผมก็แค่ขอค่าขนมเพิ่มนิดหน่อย เจ๊ถึงกับต้องลงไม้ลงมือเลยเหรอ?”
เห็นซ่งหลิงทำท่าจะบิดหูอีกรอบ เอ้อจวินจื่อรีบถอยหลังกรูด แล้วละล่ำละลักบอก “พี่รุ่ยเขากำลังจะเอาปูจักจั่นธรรมชาติมาประมาณ ยี่สิบสามสิบจิน แถมยังมีปูน้ำมันเหลืองอีก สามตัว”
“เยี่ยมไปเลย!” หินก้อนใหญ่ที่ทับอกซ่งหลิงถูกยกออกไปจนหมดสิ้น
“เจ๊ พี่รุ่ยเปรียบเสมือนพ่อแม่บังเกิดเกล้าของผม เดี๋ยวถ้าเขามาถึง เจ๊ต้องให้ราคาที่ยุติธรรมนะ เข้าใจไหม?” เอ้อจวินจื่อกำชับด้วยสีหน้าจริงจัง
ซ่งหลิงได้ยินแล้วแทบอยากจะตบปากน้องชาย
เธอดุเสียงเขียว “พูดจาเลอะเทอะ! พ่อแม่แกก็ยังอยู่หัวโด่ ถ้าเพื่อนแกเป็นพ่อแม่บังเกิดเกล้า แล้วถ้าเขามาถึง ฉันต้องเรียกเขาว่าอะไรฮะ?”
“ผมก็แค่เปรียบเปรยเฉยๆ น่า” เอ้อจวินจื่อเกาหัวแก้เขิน ก่อนจะกลับมาทำหน้าจริงจังกำชับอีกรอบ “เจ๊ เอาเป็นว่าถ้าพี่รุ่ยมาถึง เจ๊ต้องให้ราคาที่เป็นธรรมนะ!”
“รู้แล้วน่า รู้แล้ว!” ซ่งหลิงอดไม่ได้ที่จะกลอกตาบน
……
ในขณะเดียวกัน หลี่รุ่ยขับรถสามล้อพาซูเซียงยวี่ผ่านหน้าบ้านอวี๋เทาที่ท้ายหมู่บ้านพอดี
อวี๋เทายืนอยู่ที่หน้าประตูบ้าน เห็นภาพนั้นก็ยกยิ้มมุมปาก ในใจหัวเราะเยาะอย่างเลือดเย็น
“หลี่รุ่ย แกคิดจะเอาของไปขายที่หมู่บ้านไหลว่างล่ะสิ ฝันไปเถอะ เฉินเอ๋อโก่วไม่มีทางรับซื้อของแกหรอก”
“ฉันจะยืนรอแกซมซานกลับมาตรงนี้แหละ”
เขาคาดการณ์ว่า อีกไม่นาน หลี่รุ่ยจะต้องขับรถสามล้อกลับมาที่บ้านเขาด้วยความอับอาย
ถึงตอนนั้น เขาจะกดราคาให้จมดิน หลี่รุ่ยก็จำใจต้องขายให้เขาอยู่ดี
“อาอวี๋ ทำไมอาดูไม่เดือดร้อนเลยล่ะ?” เฉินสยงกอดอกเดินเข้ามาถาม
“นั่นสิคะอาอวี๋ อาไม่ร้อนใจบ้างเหรอ? หลี่รุ่ยทำแบบนี้ถือว่าแหกกฎหมู่บ้านชัดๆ” สวีหลานจือเมียเฉินสยงแทะเมล็ดแตงโมเดินตามมาสมทบ
อวี๋เทายิ้มด้วยความมั่นใจ
เขากางฝ่ามือขวาออก แล้วพลิกฝ่ามือกลับไปกลับมา 180 องศา พร้อมกล่าวว่า
“ซุนหงอคง ไม่มีทางหนีพ้นฝ่ามือพระยูไลไปได้หรอก”