- หน้าแรก
- ยอดคุณพ่อชาวประมงกับเกาะหรรษา
- บทที่ 33 พอใจแล้ว
บทที่ 33 พอใจแล้ว
บทที่ 33 พอใจแล้ว
บทที่ 33 พอใจแล้ว
“ป่าป๊า กั่วกัวอยากขี่ม้า ฮี่ๆๆ” กั่วกัวปีนขึ้นไปนั่งคร่อมบนตัวหลี่รุ่ย แล้วโยกตัวไปมา พร้อมกับร้องเพลงคลอเบาๆ “ทุ่งหญ้าของฉัน ม้าของฉัน ฉันอยากเล่นกายกรรม กายกรรม~”
หลี่รุ่ยหัวเราะชอบใจ
“หนูไปจำมาจากไหนเนี่ย หื้ม?”
หลี่รุ่ยกระซิบถาม
เขาพยายามทำเสียงให้เบาที่สุด กลัวจะไปปลุกซูเซียงยวี่ตื่น
“จำมาจากโทรศัพท์ค่า” กั่วกัวตอบเสียงใส “ป่าป๊า โตขึ้นกั่วกัวอยากไปขี่ม้า”
“ไว้หนูโตเมื่อไหร่ พ่อจะพาไปขี่ม้านะ” หลี่รุ่ยรับปาก
กั่วกัวยื่นนิ้วก้อยออกมาอีกครั้ง “มา เกี่ยวก้อยสัญญา ร้อยปีห้ามเปลี่ยน”
หลี่รุ่ยใช้นิ้วจิ้มหน้าผากลูกสาวเบาๆ “เอะอะก็เกี่ยวก้อย ร้อยปีห้ามเปลี่ยนตลอดเลยนะเรา”
ปากก็บ่นไปงั้น
แต่การกระทำกลับตรงข้าม หลี่รุ่ยยื่นนิ้วก้อยของตัวเองไปเกี่ยวกับนิ้วก้อยเล็กๆ ของกั่วกัว
“เกี่ยวก้อยสัญญา ร้อยปีห้ามเปลี่ยน ใครเปลี่ยนเป็นลูกหมา”
กั่วกัวท่องบทสัญญาด้วยสีหน้าจริงจังขึงขัง
หลี่รุ่ยยิ้มขำทั้งน้ำตา
เจ้าตัวเล็กนี่... จริงจังเกินเบอร์ไปแล้ว!
บางทีในโลกของกั่วกัว การได้โตขึ้นแล้วไปขี่ม้า อาจจะเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ สำหรับเธอก็ได้
“ป่าป๊า ‘เดี๋ยวเดียว’ นี่มันถึงหรือยังคะ? เมื่อไหร่กั่วกัวจะได้กินไอศกรีมกับอมยิ้มสักที!” กั่วกัววนกลับมาเรื่องของกินอีกจนได้
ตราบใดที่ไอศกรีมกับอมยิ้มยังไม่ตกถึงท้อง
เธอก็จะถามแบบนี้ไปเรื่อยๆ
เพราะนี่คือเรื่องความเป็นความตายสำหรับเธอเลยทีเดียว!
ทันใดนั้น ซูเซียงยวี่ที่นอนอยู่บนเตียงก็ลืมตาโพลง เธอถลึงตาใส่กั่วกัว แล้วดุเสียงเขียว “ลูกนี่มันจะจบไม่จบฮะ? พ่อเขารับปากแล้วว่าจะซื้อให้ เขาก็ต้องซื้อให้สิ จะรีบไปไหนนักหนา?”
เธอนอนไม่อิ่ม แล้วยังโดนปลุกอีก
อารมณ์เลยบูดบึ้งเป็นธรรมดา
“แต่กั่วกัวอยากกินตอนนี้นี่นา” กั่วกัวหงอทันที เธอนั่งคอตกอยู่บนตัวหลี่รุ่ย ปากยื่น พูดเสียงอ่อย
“ฟ้ายังไม่สางเลย รอให้ฟ้าสว่างก่อนค่อยว่ากัน” ซูเซียงยวี่ทำหน้าดุ
กั่วกัวอ้าปากจะถามต่อ
เธออยากจะถามว่า ‘แล้วเมื่อไหร่ฟ้าจะสว่าง’
แต่ซูเซียงยวี่ก็ถลึงตาใส่เสียก่อน พร้อมขู่เสียงเข้ม “ถ้าขืนยังถามไม่จบไม่สิ้น วันนี้อดกินทั้งไอศกรีมทั้งอมยิ้มเลยนะ”
กั่วกัวรีบเอามืออุดปากตัวเองแน่น
แบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด!
“กั่วกัวไม่ถามแล้วก็ได้ เชอะ!” กั่วกัวบ่นอุบอิบในใจ
“นอน!” ซูเซียงยวี่ยังคงออกคำสั่งเสียงแข็ง
“ค่า” กั่วกัวทำตัวลีบเหมือนเด็กทำความผิด ค่อยๆ ย่องลงจากตัวหลี่รุ่ย แล้วลงไปนอนราบกับเตียง
เธอไม่พูดอะไรอีก แต่ก็ไม่ได้หลับ
ดวงตากลมโตเบิกกว้าง จ้องมองความมืด รอคอยให้แสงแรกของวันมาเยือนไวๆ
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป ฟ้าเริ่มสาง
ซูเซียงยวี่ลุกขึ้นนั่ง บิดขี้เกียจ แล้วหาววอดใหญ่
เธอนั่งอยู่บนเตียง พึมพำโทษตัวเอง “เมื่อคืนตอนหาของทะเล ฉันไม่น่ามัวแต่เสียเวลาแกะหอยนางรมเลย ไม่งั้นคงได้เก็บอย่างอื่นเพิ่มอีก”
เนื้อหอยนางรมมันถูกจะตาย
จินละแค่สิบหยวนเอง
“วันพระไม่ได้มีหนเดียว วันนี้เราก็ไปหาของทะเลกันใหม่ได้” หลี่รุ่ยยิ้มปลอบ
“ช่วงนี้คุณกำลังดวงขึ้น ต้องรีบกอบโกยนะ ถ้าผ่านช่วงนี้ไป อาจจะไม่มีโอกาสดีๆ แบบนี้อีกแล้ว” ซูเซียงยวี่พูดอย่างกระตือรือร้น
เมื่อวานเธอลางานแล้ว
วันนี้เลยไม่ต้องไปทำงาน
“ป่าป๊า...” กั่วกัวส่งสายตาปริบๆ มองหลี่รุ่ย หลี่รุ่ยรู้ทันทีว่าลูกต้องการอะไร “ปะ ลุกไปล้างหน้าแปรงฟัน เดี๋ยวพ่อพาไปซื้อไอศกรีมกับอมยิ้มที่ร้านค้า”
พอได้ยินแบบนั้น กั่วกัวก็ดีใจจนเนื้อเต้น
เธอรีบตะกายลุกจากเตียงอย่างรวดเร็ว
จากนั้นก็ทิ้งตัวไถลลงจากเตียงสู่พื้นห้องอย่างคล่องแคล่ว
“ป่าป๊า นี่รองเท้าแตะป่าป๊า รีบใส่เร็วๆ สิคะ” กั่วกัวหมอบลงกับพื้น หารองเท้าแตะให้พ่อ แล้ววางเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบหน้าเตียง
หลี่รุ่ยส่ายหัวขำกับความแสนรู้ของลูกสาว
ซูเซียงยวี่เองก็ส่ายหัว บ่นพึมพำ “เจ้าเด็กตะกละ”
หลังจากล้างหน้าแปรงฟันเสร็จ หลี่รุ่ยก็จูงมือกั่วกัวเดินมุ่งหน้าไปทางบ้านของ เถียนเสี่ยวอวี้
บ้านของเถียนเสี่ยวอวี้เป็นร้านขายของชำแห่งเดียวในหมู่บ้าน
“ป่าป๊า ทำไมเดินช้าจัง! เร็วๆ หน่อยสิคะ เร็วๆ เข้า” กั่วกัวสะบัดมือหลี่รุ่ยทิ้ง แล้วซอยเท้าสั้นๆ วิ่งนำลิ่วไปข้างหน้า
พอไปถึงบ้านเถียนเสี่ยวอวี้ กั่วกัวก็ตะโกนเรียกเสียงใส “น้าเสี่ยวอวี้ขา หนูมาซื้อของค่า”
เจ้าตัวเล็กไม่มีความเกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย
เถียนเสี่ยวอวี้กำลังผัดข้าวผัดไข่อยู่ในครัว
พอได้ยินเสียงกั่วกัว เธอก็หรี่ไฟเตาแก๊ส แล้วเดินออกมาทั้งผ้ากันเปื้อน
“อ้าว กั่วกัวเหรอลูก! แม่พามาซื้อของอีกแล้วเหรอจ๊ะ!” เถียนเสี่ยวอวี้เปิดประตูห้องเก็บของที่ดัดแปลงเป็นร้านค้า แล้วเดินเข้าไป
“ไม่ใช่หม่าม้า ป่าป๊าต่างหาก” กั่วกัวส่ายก้นดุ๊กดิ๊กอย่างภูมิใจ
เธอเดินตามหลังเถียนเสี่ยวอวี้เข้าไปต้อยๆ
เถียนเสี่ยวอวี้ชะงักกึก
จะเป็นหลี่รุ่ยไอ้ผีพนันคนนั้นได้ยังไง?
หลี่รุ่ยวันๆ ขลุกอยู่แต่ในบ่อน
ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นพาเมียพาลูกมาซื้อของที่ร้านนางเลยสักครั้ง
“เสี่ยวอวี้ ขอไอศกรีมอันนึง กับอมยิ้มอันนึงนะ” จังหวะนั้นเอง หลี่รุ่ยก็เดินเข้ามาในร้าน
“หลี่รุ่ย? เป็นนายจริงๆ ด้วยเหรอเนี่ย?” เถียนเสี่ยวอวี้ตกใจตาโต อุทานในใจว่า ‘วันนี้พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกหรือไง!’
เห็นสีหน้าของเถียนเสี่ยวอวี้ หลี่รุ่ยก็รู้สึกหนักอึ้งในใจ
เมื่อก่อนเขาไม่เคยทำหน้าที่พ่อที่ดีเลยจริงๆ
“บอกไว้ก่อนนะ ร้านฉันงดเชื่อ เบื่อทวง” เถียนเสี่ยวอวี้จ้องหน้าหลี่รุ่ย พูดเสียงแข็ง
หลี่รุ่ยติดเงินร้านนางไว้ตั้งหลายร้อยหยวน
นางไม่มีทางยอมให้หลี่รุ่ยเซ็นของอีกแน่
“เสี่ยวอวี้ หนี้เก่าที่ฉันติดไว้ วันนี้ฉันจะเคลียร์ให้หมดเลย” หลี่รุ่ยบอก
“จริงเหรอ?” เถียนเสี่ยวอวี้กระพริบตาปริบๆ ถามด้วยความไม่เชื่อหู
หลี่รุ่ยอดขำไม่ได้ “จริงสิ”
เครดิตเขาแย่ขนาดนั้นเชียวเหรอ?
ดูเหมือน... เมื่อก่อนเครดิตเขาจะแย่จริงๆ นั่นแหละ
จะไปโทษที่คนอื่นไม่เชื่อใจก็คงไม่ได้
ครู่ต่อมา เถียนเสี่ยวอวี้ก็หยิบไอศกรีมออกมาจากตู้แช่ ยื่นให้กั่วกัว
“ไอติม! เย้!” พอเห็นไอศกรีม ตากั่วกัวก็ลุกวาว สองมือน้อยๆ รีบคว้าหมับเข้าที่โคนไอศกรีม แล้วอ้าปากกว้างงับเข้าให้เต็มคำ
งั่ม!
แค่นี้ กั่วกัวก็ฟินสุดๆ แล้ว
เถียนเสี่ยวอวี้กำลังจะหันไปหยิบอมยิ้ม
กั่วกัวที่ปากคาบไอศกรีมอยู่ ก็รีบพูดอู้อี้เตือนความจำ “น้าเสี่ยวอวี้ ยังมีอมยิ้มอีกอันนะ อย่าลืมนะคะ”
“ไม่ลืมจ้ะ ไม่ลืม” เถียนเสี่ยวอวี้หัวเราะ หยิบอมยิ้มมาวางตรงหน้าหลี่รุ่ย
“เสี่ยวอวี้ เมื่อก่อนฉันติดเงินร้านเธอไว้เท่าไหร่?” หลี่รุ่ยรับอมยิ้มมาแล้วถาม
เถียนเสี่ยวอวี้ดึงสมุดบัญชีเล่มเล็กออกมาจากลิ้นชัก เปิดไปที่หน้าแปด
กวาดตามองแวบหนึ่ง แล้วเงยหน้าบอกหลี่รุ่ย “นายติดหนี้ร้านฉันรวมๆ แล้วทั้งหมด 563 หยวน รวมของวันนี้ด้วยก็เป็น 567 หยวน”
หลี่รุ่ยไม่พูดพร่ำทำเพลง ยกมือถือขึ้นสแกนจ่ายเงินไป 570 หยวนทันที
“เสี่ยวอวี้ ขอโทษทีนะที่ค้างเงินไว้นานขนาดนั้น เกรงใจจริงๆ” หลี่รุ่ยอยากจะรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับคนในหมู่บ้านไว้
“โธ่เอ๊ย พูดอะไรอย่างนั้น!” พอได้รับเงิน 570 หยวน เถียนเสี่ยวอวี้ก็ยิ้มหน้าบาน “คนกันเองทั้งนั้น ช่วยเหลือกันเป็นเรื่องปกติจ้ะ”
หลี่รุ่ยอุ้มกั่วกัวขึ้น บอกลาเถียนเสี่ยวอวี้ “งั้นเธอไปทำกับข้าวต่อเถอะ ฉันไปล่ะ”
พอได้ยินคำว่า ‘ทำกับข้าว’ เถียนเสี่ยวอวี้ก็ได้กลิ่นไหม้โชยมาเตะจมูก
“ตายแล้ว! ข้าวผัดไข่ฉัน!”
เถียนเสี่ยวอวี้ร้องเสียงหลง วิ่งหน้าตั้งพุ่งเข้าครัวไป
เมื่อกี้อุตส่าห์หรี่ไฟจนสุดแล้ว นึกว่าจะคุยแป๊บเดียว ที่ไหนได้...