เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 83 ตำราภาพร้อยสมุนไพร

บทที่ 83 ตำราภาพร้อยสมุนไพร

บทที่ 83 ตำราภาพร้อยสมุนไพร


บทที่ 83 ตำราภาพร้อยสมุนไพร

เนื่องจากเป็นตำราโอสถที่ขาดหายไป หลัวเฉินจึงไม่ค่อยใส่ใจเท่าไหร่นัก

แต่หลังจากอ่านจบแล้ว อารมณ์ของเขากลับสงบลงไม่ได้เป็นเวลานาน

โอสถทะลวงเร้นลับ!

วัตถุดิบหลัก หญ้ามายาเร้นลับ แก่นแท้โลหิตจิ้งจอกอสูรระดับหนึ่ง

วัตถุดิบเสริม โสมตัดหยาง บุปผาเจ็ดธาตุ...

ในส่วนของวัตถุดิบเสริม ขาดไปหนึ่งชนิด

นอกจากนี้ ข้อมูลสัดส่วนการผสมโดยละเอียด ก็ไม่มี

วิธีการหลอมและข้อห้ามที่เกี่ยวข้อง ก็ไม่ได้ระบุไว้

ทั้งหมดล้วนกลายเป็นเถ้าถ่านไปพร้อมกับม้วนไม้ไผ่ครึ่งท่อนที่ถูกไฟไหม้ไปแล้ว

แต่คำอธิบายสรรพคุณของโอสถทะลวงเร้นลับ กลับทำให้ในใจเขาเกิดระลอกคลื่น

“สามารถเพิ่มพูนรากฐานจิตสำนึกวิญญาณ หลังจากบริโภคเป็นเวลานาน จะไวต่อภูตผีปีศาจมายาอย่างยิ่ง”

คำพูดง่ายๆ ประโยคเดียว หลัวเฉินกลับอยากให้ตำราโอสถนี้สมบูรณ์อย่างยิ่ง

เพราะมันสามารถเพิ่มพูนรากฐานจิตสำนึกวิญญาณได้!

นับตั้งแต่ตอนนั้นที่สามีภรรยาฉินเหลียงเฉินบอกความรู้พื้นฐานการบำเพ็ญเพียรเรื่องจิตวิญญาณ จิตสำนึกวิญญาณ จิตสัมผัสศักดิ์เทวะเหล่านี้ให้เขา เขาก็ใส่ใจอย่างยิ่ง

ต่อมาหลังจากสอบถามหลายครั้ง เขายังได้รู้ข่าวลือที่คลุมเครืออีกอย่างหนึ่ง

ได้ยินว่าผู้ที่มีรากฐานจิตสำนึกวิญญาณแข็งแกร่งเพียงพอ ตอนที่ทะลวงสู่ขอบเขตสร้างรากฐาน มักจะง่ายกว่าคนอื่น

นี่มิใช่เป็นการเพิ่มโอกาสในการทะลวงสู่ขอบเขตสร้างรากฐานหรอกหรือ!?

หลัวเฉินมีคุณสมบัติรากฐานปราณห้าธาตุ เดิมทีการบำเพ็ญเพียรก็ยากลำบาก การทะลวงสู่ขอบเขตสร้างรากฐานเกรงว่าจะยากลำบากมากเช่นกัน

ถึงแม้ตอนนี้จะเพิ่งจะหลอมรวมปราณขั้นห้า แต่เขาก็ใช่ว่าจะไม่มีวันบรรลุขอบเขตหลอมรวมปราณสมบูรณ์แบบ

ด้วยเหตุนี้ เขาไหนเลยจะไม่ใส่ใจเรื่องที่เกี่ยวข้องกับจิตสำนึกวิญญาณเล่า?

“ถึงแม้ตำราโอสถจะขาดหายไป แต่ก็ใช่ว่าจะหลอมโอสถออกมาไม่ได้!”

หลัวเฉินคิดในใจอย่างลับๆ

ระบบได้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า หากลงทุนแต้มความสำเร็จเพียงพอ ย่อมสามารถเติมเต็มตำราโอสถ และเริ่มต้นได้

“อีกอย่าง ดูเหมือนว่าหมี่ซูฮวาจะไม่ค่อยใส่ใจตำราโอสถที่ขาดหายไปฉบับนี้เท่าไหร่นัก ให้ข้าก็เพียงเพื่อให้ข้าศึกษาเพิ่มเติม สะสมความรู้ด้านโอสถ เพื่อที่จะได้หลอมโอสถหยกไขกระดูกให้เขา”

“ข้าจะลองพิจารณาอย่างละเอียดก่อน วันหน้าหากมีโอกาสเหมาะสม ดูว่าจะสามารถแอบหลอมออกมาได้หรือไม่?”

หลังจากความคิดแน่วแน่ หลัวเฉินเก็บม้วนไม้ไผ่โอสถทะลวงเร้นลับไว้อย่างทะนุถนอม

วางมันไว้ในตำแหน่งที่สำคัญเท่ากับโอสถโลหิตมารและโอสถหยกน้ำค้าง

หลัวเฉินเมื่อครั้งกระโน้น ยากจนข้นแค้น ได้ชื่อว่าเป็นนักหลอมโอสถ อันที่จริงสามารถหลอมได้เพียงโอสถเลี่ยงธัญพืชเท่านั้น

โอสถเลี่ยงธัญพืชนั้น โดยพื้นฐานแล้วไม่อาจเรียกว่าโอสถระดับหนึ่งได้เลย มันเป็นเพียงผงก้อนเลี่ยงธัญพืชที่ไม่เข้ากระแสหลักเท่านั้นเอง

ต่อมาเริ่มต้นยาเม็ดจ้งเมี่ยว จึงได้เริ่มเส้นทางการหลอมโอสถที่แท้จริง

บัดนี้ ได้ครอบครองตำราโอสถใหม่เอี่ยมถึงสามฉบับในคราวเดียว สำหรับนักหลอมโอสถคนใดก็ตาม ล้วนเป็นเรื่องน่ายินดี

เขาถึงกลับอยากจะทุ่มเทให้กับการหลอมโอสถครั้งใหญ่ในทันที

แต่หลัวเฉินไม่ได้เริ่มหลอมโอสถโดยตรง ตรงกันข้าม ชีวิตของเขากลับสบายขึ้นไม่น้อย

นอกจากจะบำเพ็ญเพียรทุกวันแล้ว ที่เหลือคือไปตรวจดูการก่อสร้างห้องหลอมโอสถที่หุบเขาเสียเยว่

นอกจากนี้ เขายังได้ยืมตำราเล่มหนึ่งมาจากหอเกียรติคุณของพรรคทลายขุนเขา หลังจากพูดจาหว่านล้อมอยู่นาน

《ตำราภาพร้อยสมุนไพร》

นี่คือตำราเล่มหนึ่งที่หวังหยวนตอนยังไม่โด่งดัง เคยวางอยู่บนแผงขายของของเขาเป็นประจำ

แต่ก็ไม่เคยมีใครซื้อ

ต่อมาหลังจากหวังหยวนไปดูแลหอแห่งหนึ่งตามลำพังแล้ว ของเหล่านี้ได้คืนให้พรรคทลายขุนเขา โดยมีหอเกียรติคุณรับผิดชอบจัดการ

หลัวเฉินไปยืม หมี่จวินผิงก็ไม่ยอมท่าเดียว บอกว่าต้องใช้หินวิญญาณซื้อ

เหอะๆๆ

เขาหลัวเฉินเป็นคนที่จะยอมเป็นคนโง่เขลาเช่นนั้นหรือ?

พวกเราล้วนเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน ยังจะต้องใช้หินวิญญาณซื้ออีกเนี้ยนะ?

เขาอ้างชื่อหมี่ซูฮวาโดยตรง อีกฝ่ายจึงได้ยอมให้ยืมอย่างไม่เต็มใจ

“ข้าพอรู้แล้ว ขอเพียงหมี่ซูฮวาเริ่มลงทุนกับข้าอย่างต่อเนื่อง ข้อเรียกร้องเล็กๆ น้อยๆ ของข้าในภายหลัง ก็จะยิ่งได้รับการตอบสนองง่ายขึ้น”

“อันนี้ เรียกว่าการใช้ประโยชน์จากต้นทุนจมอย่างสมเหตุสมผล!”

นอนอยู่บนเก้าอี้โยก ข้างๆ คือธารน้ำพุภูเขาไหลริน ข้างหน้าคือลูกน้องกำลังก่อสร้าง ความสนใจทั้งหมดของหลัวเฉินจดจ่ออยู่กับตำราภาพร้อยสมุนไพร

ที่อ่านตำราเล่มนี้ ไม่ใช่เพราะอ่านบันทึกโอสถฉบับสมบูรณ์ของชิงหยวนจื่อเล่มนั้น

สาเหตุอยู่ที่ นี่คือข้อกำหนดในบันทึกโอสถฉบับสมบูรณ์ของชิงหยวนจื่อ

“วิถีโอสถ เริ่มจากการรู้จักสมุนไพร จากนั้นจึงจัดการวัตถุดิบ ต้องรู้จักควบคุมไฟ แล้วจึงค่อยๆ เริ่มลงมือหลอมโอสถ”

นี่คือกระบวนการสะสมที่ยาวนาน

ตลอดมา หลัวเฉินรู้ว่าพื้นฐานการหลอมโอสถของตนเองหยาบมาก กระทั่งกล่าวว่าขยะก็ยังไม่เกินเลย

เขาสามารถหลอมผงก้อนเลี่ยงธัญพืชระดับสูง โอสถจ้งเมี่ยวระดับกลางได้ อาศัยเพียงการถ่ายทอดความรู้จากระบบ และการเพิ่มค่าความชำนาญของตนเองวันแล้ววันเล่าเท่านั้นเอง

แต่ยกเว้นโอสถสองชนิดนั้น สำหรับสิ่งอื่นๆ เขาก็ไม่ค่อยเข้าใจลึกซึ้งนัก

ดังนั้น จึงได้เกิดเรื่องน่าอายตอนที่แลกเปลี่ยนวิถีโอสถกับแม่นางเซียงเซียง

บัดนี้มีโอกาส ทั้งยังมีผู้เชี่ยวชาญอาวุโสคอยชี้แนะ เขาย่อมต้องรีบเสริมพื้นฐานให้สมบูรณ์

อย่างแรก ก็เริ่มจากการรู้จักวัตถุดิบก่อน!

มองดูอวัยวะที่ยาวเรียวเส้นหนึ่งในตำราภาพ หลัวเฉินก็เข้าใจในทันที

“ที่แท้แส้สุนัขอัคคีไม่เพียงแต่จะมีสรรพคุณปลุกพลังทางเพศเสริมสมรรถภาพ ยังสามารถใช้ช่วยในการฝึกฝนคาถาอาคมธาตุไฟได้อีกด้วย ขอเพียงอมไว้ในปาก ก็จะสามารถสัมผัสได้ถึงความเข้มข้นของ...เอ่อ ช่างเถอะ สรรพคุณนี้ไม่พูดถึงย่อมดีกว่า!”

“หึหึ! หญ้าส้มครามดูเหมือนจะธรรมดา ประโยชน์กลับมีมากถึงสี่สิบเก้าชนิด! มิน่าเล่าตระกูลต้วนที่ไม่ไกลจากนี้ ถึงได้ปลูกหญ้าส้มครามไว้แปลงใหญ่ขนาดนั้น”

“หยกชำระล้าง? นี่มิใช่วัตถุดิบหลักของโอสถหยกไขกระดูกหรอกหรือ? ให้ข้าดูอย่างละเอียดหน่อยสิ”

ขณะที่หลัวเฉินกำลังหมกมุ่นอยู่กับการเรียนรู้ จนลืมตัวอยู่นั้น

ซือคงโซ่วเจี่ยก็รีบวิ่งเข้ามา

“ไปแล้ว!”

“อะไรไปแล้ว?” หลัวเฉินไม่เงยหน้า

“ผู้ฝึกตนภูเขาไอ่เหลาแห่งร้านเซียนจู้ เมื่อครู่จากไปโดยตรง แม้แต่ค่าใช้จ่ายหินวิญญาณที่เหลือ ก็ยังไม่ได้เอาไป!”

หลัวเฉินเงยหน้าขึ้น กระพริบตา

“นี่มิใช่เรื่องดีหรอกหรือ?”

เงินส่วนที่เหลือก็ไม่ต้องจ่ายแล้วนี่นา!

ซือคงโซ่วเจี่ยส่ายหน้า “เกรงว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น”

“เหอะๆๆ เรื่องเกิดอะไรขึ้น ก็นับเป็นเรื่องของสำนักนิกายภูเขาไอ่เหลา เกี่ยวอะไรกับพวกเรา”

“แต่ห้องหลอมโอสถยังสร้างไม่เสร็จนะ!”

หลัวเฉินลุกขึ้นยืนอย่างกระทันหัน ด่าทอเสียงดัง

“ไอ้พวกผู้รับเหมาบัดซบ! ช่างไม่มีความรับผิดชอบเอาเสียเลย งานเล็กๆ แค่นี้ก็ยังจะทิ้งงานอีก!”

พูดจบ เขาก็รีบวิ่งไปยังห้องหลอมโอสถ

สังเกตอย่างละเอียดรอบหนึ่ง อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจอย่างโล่งอก

“ไม่เป็นไร ผู้ฝึกตนในสำนักนิกายยังคงมีชื่อเสียงอยู่ โครงสร้างห้องหลอมโอสถโดยพื้นฐานสร้างเสร็จแล้ว ต่อไปเพียงแค่เพิ่มวัสดุก่อสร้างเข้าไปก็ใช้การได้”

ซือคงโซ่วเจี่ยได้ฟัง อดถอนหายใจอย่างโล่งอกมิได้

ห้องหลอมโอสถสามห้องนี้ ตั้งแต่ค่าแรงถึงค่าวัสดุ ลงทุนไปถึงสองพันก้อนหินวิญญาณ นับว่าสามารถซื้ออาวุธวิเศษระดับสูงที่ดีชิ้นหนึ่งได้แล้ว

บ้านแพงขนาดนี้ ชั่วชีวิตนี้เขาก็ยังไม่เคยได้เพลิดเพลินเลยนะ!

บัดนี้ไม่มีปัญหา เขาก็เผยรอยยิ้มออกมา

“ผู้ฝึกตนในสำนักนิกาย ชื่อเสียงต้องมาก่อน ยกนิ้วให้พวกเขาเลย!”

มองดูซือคงโซ่วเจี่ยทำท่าทางที่ตนเองใช้เมื่อสองสามวันก่อน หลัวเฉินก็อดสะดุ้งมิได้

ผู้เฒ่า เจ้าอย่าทันสมัยขนาดนี้ได้หรือไม่!?

“ข้ามีเรื่องอยากจะบอก พรุ่งนี้ข้าไม่มาทางนี้ ท่านผู้เฒ่าช่วยดูแลหน่อยนะ”

ซือคงโซ่วเจี่ยสงสัยกล่าว “เจ้าจะไปไหน?”

“ไปส่งสหายสองสามคน ครบกำหนดสิบปีผลัดเปลี่ยน พวกเขาจะกลับสำนักแล้ว” หลัวเฉินกล่าวอย่างเรียบเฉย

ชายชรากระพริบตา ร่างกายแข็งทื่อ

ครบกำหนดสิบปีผลัดเปลี่ยน กลับสำนัก!

นี่ไม่ใช่กฎของร้านค้าเล็กๆ ในย่านการค้าต้าเหอ แต่เป็นธรรมเนียมของหกสำนักนิกายใหญ่

เมื่อไหร่หลัวเฉิน ถึงได้รู้จักผู้ฝึกตนในสำนักนิกายเช่นนี้ ซ้ำความสัมพันธ์ยังดีขนาดนั้น จำเป็นต้องให้เขาไปส่งด้วยตนเองเชียวหรือ?

“ขออำลา”

หลัวเฉินฝ่าเท้าทาด้วยน้ำมัน หนีไปโดยตรง

ตอนออกจากหุบเขา ยังได้ทักทายกู้ไฉอี้ มู่หรงชิงเหลียน สองสาวงามที่กำลังยุ่งอยู่ด้วย

กู้ไฉอี้ไม่ได้ตามมา นางตอนนี้เพิ่งจะเข้าพรรคทลายขุนเขา กำลังอยู่ในช่วงผูกมิตรกับผู้ฝึกตน สร้างความคุ้นเคย

อีกทั้งขอบเขตพลังหลอมรวมปราณขั้นเก้า กำหนดว่านางไม่ใช่มือใหม่ทั่วไป

ภายใต้การยื่นขอของหลัวเฉิน นางตอนนี้ก็เป็นผู้ดูแลหอโอสถเช่นกัน เหมือนกับซือคงโซ่วเจี่ย ในหอโอสถแห่งนี้นับว่าพอจะทัดเทียมกันได้

หุบเขาเสียเยว่นับเป็นส่วนหนึ่งของเขตเมืองชั้นนอก แต่จริงๆ แล้วห่างจากเขตเมืองชั้นนอกที่แท้จริง ไกลมาก

ระหว่างทาง ง่ายที่จะเกิดอุบัติเหตุ

ดังนั้น พรรคทลายขุนเขาเพื่อปกป้องหลัวเฉิน ปกติก็มีผู้คุ้มกันจัดเตรียมไว้ให้

พี่น้องระดับหลอมรวมปราณขั้นปลายสองคน คนหนึ่งแซ่โจว อีกคนหนึ่งแซ่หลิว

ทั้งสองคนเชี่ยวชาญวิชาโจมตีประสาน เมื่อร่วมมือกัน ย่อมไม่กลัวผู้ฝึกตนระดับหลอมรวมปราณขั้นเก้าทั่วไป

ตลอดทาง ไม่ได้เกิดอุบัติเหตุอะไร

ตอนเข้าเมืองชั้นใน หลัวเฉินก็โบกมืออำลาทั้งสองคน

มองดูเงาหลังที่สง่างามของเขา หลิวเฉียงใบหน้าเต็มไปด้วยความอิจฉา

“ดูสิว่าคนอื่นเขาใช้ชีวิตอย่างไร? พวกเรากลับใช้ชีวิตอย่างไร? เพียงแค่หลอมรวมปราณขั้นห้า กลับต้องให้พวกเราสองคนระดับหลอมรวมปราณขั้นแปดคอยคุ้มกันทุกวัน ชาติก่อนเกรงว่าจะเป็นจักรพรรดิที่ถูกลอบสังหารตายกระมัง!”

“ระวังคำพูดด้วย พี่น้องหลิว!”

โจวหยวนหลี่กล่าวเสียงเบา “เจ้าหอหลัวไม่ใช่คนที่เจ้ากับข้าจะสามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้”

หลิวเฉียงแค่นเสียงหนึ่ง ไม่พูดอะไรมาก หันหลังเดินจากไป

“พรุ่งนี้ห้ามมาสายนะ มิฉะนั้นทางประมุขพรรค เจ้าจะอธิบายไม่ได้”

ร่างของหลิวเฉียงแข็งทื่อไปครู่หนึ่ง จากนั้นความเร็วในการเหาะก็ยิ่งเร็วขึ้น

หน้าประตูเมือง โจวหยวนหลี่ส่ายหน้า พี่น้องคนนี้ของตนเอง มักจะทะเยอทะยานเกินตัวเสมอ

ก่อนหน้านี้ไม่เจียมตัวไปแย่งชิงตำแหน่งเจ้าหอแร่ บอกว่าหวังหยวนระดับหลอมรวมปราณขั้นแปดเป็นเจ้าหอได้ เขาก็ต้องทำได้!

จากนั้น เขาก็ถูกคนทุบตีไปรอบหนึ่ง

ตอนนี้ได้งานสบายๆ แถมยังมีหินวิญญาณก้อนใหญ่ให้ง่ายๆ เจ้ากลับยังไม่พอใจอีกเนี้ยนะ?

ตนเองยังคงต้องคอยเตือนเขาให้มากขึ้น!

จบบทที่ บทที่ 83 ตำราภาพร้อยสมุนไพร

คัดลอกลิงก์แล้ว