บทที่ 276 ชายผู้โหดเหี้ยมจากสำนักงานความมั่นคง
บทที่ 276 ชายผู้โหดเหี้ยมจากสำนักงานความมั่นคง
โกลบอลเกม ภาค 1: ได้รับการสนับสนุนโดยความลึกลับ
บทที่ 276 ชายผู้โหดเหี้ยมจากสำนักงานความมั่นคง
.
(ปล. มีคนบอกว่าสำนักรักษาความปลอดภัยฟังเหมือนบริษัทรปภ. เลยจะใช้สำนักงานความมั่นคงแทน)
จำนวนผู้คนในสถานที่ชุมนุมเพิ่มขึ้นในลักษณะก้อนหิมะ นั่นเป็นเพราะคนพิเศษ ที่ทำให้ชื่อเสียงของสถานที่ชุมนุมโด่งดังขึ้น ซึ่งทำให้มีผู้คนจากระยะไกลเดินทางมาหา เพียงเพื่อขอเข้าร่วมสถานที่ชุมนุม
ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงคืนซึ่งถือว่าเป็นวันที่สิบ มีผู้คนมารวมตัวกันที่นี่มากกว่าพันคน จนเกือบถึงสองพันคน
การปรากฏตัวขึ้นของการเปลี่ยนแปลงเป็นศพได้ตัดเส้นทางหลบหนีและคำพร่ำรำพันสุดท้ายของทุกคน หวงเปียวใช้สิ่งนี้เพื่อเน้นย้ำให้ทุกคนรู้อย่างลึกซึ้งว่าพวกเขาไม่มีทางเลือก สิ่งที่ทำได้คือต้องสู้ และพยายามอย่างหนักเพื่อให้อยู่รอดได้เท่านั้น
ฉันทามติดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในสถานที่ชุมนุม
ผู้คนเกือบพันถูกแบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่มากกว่า 20 กลุ่ม และแยกเป็นอีกหลายร้อยทีมย่อย โดยมีคนจากทีม A เป็นผู้นำ
พวกเขาแค่พยายามบังคับผู้คนให้ทำสิ่งที่เกินความสามารถตน
คนส่วนใหญ่เป็นคนธรรมดาที่ไม่มีความสามารถในการต่อสู้อย่างแท้จริง และยังปรับตัวให้เข้ากับโลกนี้ไม่ได้อย่างเต็มที่
ต่างจากผู้คนที่ติดตามซูฉางซิงไปกำจัดนักล่า พวกเขาเป็นยอดฝีมือในหมู่ยอดฝีมือ หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงเป็นศพ พวกเขาจะสามารถอยู่รอดได้เป็นอย่างดี
อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็ยังปฏิบัติภารกิจหลบหนีได้อย่างหวุดหวิด
ภารกิจคราวนี้ ซูฉางซิงประเมินว่าจะต้องมีคนจำนวนมากเสียชีวิต แม้จะโหดร้าย แต่ไม่มีทางเลือก นี่เป็นวิธีที่ดีที่สุดแล้ว
มันเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่สามารถทำได้แล้ว
มีผู้คนอยู่เต็มไปหมด ทั้งชายหญิง ทุกคนมีอาวุธครบมือ มีเสียงดัง มีคนมากมายเดินไปมาเพื่อจัดระเบียบ
“ลูกพี่ นี่มันเหมือนกับขอให้เราไปตายเลย”
ชายหนุ่มในเสื้อแจ๊กเก็ตสีน้ำเงินพูดอย่างคิดมาก กับชายหัวโล้นที่อยู่ข้างๆ
“ขอให้ไปตาย? ก็อาจจะ แต่ไม่ใช่ว่านายมาขอเข้าร่วมด้วยตัวเองเหรอ?”
ชายหัวโล้นนั่งยองๆ เล่นมีดสั้นขึ้นสนิม กล่าวด้วยรอยยิ้ม:
“เชื่อในการตัดสินของฉันเถอะ พวกเขารู้มากกว่าเราแน่นอน และถ้ามีผู้คนจำนวนมาก บอกได้เลยว่ามันค่อนข้างไม่อันตรายขนาดนั้น ตราบใดที่ไม่ตาย จะต้องแข็งแกร่งขึ้นอย่างแน่นอน และเป็นไปได้ว่าจะกลายเป็นคนพิเศษอีกด้วย”
ซูฉางซิงเข้าไปหา เขามองชายหัวโล้น ยิ้มและพูดว่า “โอ้ ผมรู้สึกว่าคุณรู้มากจริงๆ”
“หะ ไม่หรอก มันเป็นแค่ความเข้าใจส่วนตัวของฉัน…”
ชายหัวโล้นตกตะลึงไปชั่วครู่ และเงยหน้าขึ้นมองซูฉางซิง และพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก: “คุณเป็นใคร?”
เขารู้สึกกดดันอย่างมาก จนแทบจะยกมีดสั้นชี้ไปยังซูฉางซิง แต่ก็รั้งไว้ได้
ซูฉางซิงยิ้ม วางมือบนไหล่ของชายหัวโล้นแล้วพูดว่า:
“คุณมีความตระหนักรู้ที่ดี คืนนี้ถ้ารอดมาได้ก็มาหาผม”
พูดจบ เขาก็ตบไหล่ชายหัวโล้นอีกครั้งแล้วผละจากไป
ชายหนุ่มมีสีหน้าประหลาดใจ และพูดว่า:
“เฮ้ ลูกพี่ คนเมื่อกี้ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าซู และคนที่อยู่ข้างหลังของเขาก็คือหัวหน้าทีมจู”
ซูฉางซิงไม่ค่อยปรากฏตัว สมาชิกใหม่ส่วนใหญ่จึงไม่รู้จักเขา
ชายหัวโล้นหน้านิ่ว ใบหน้าดูน่าเกลียดเล็กน้อย สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่นอน หรือว่าอีกฝ่ายค้นพบตัวตนของเขาแล้ว?
เกิงว่านชุนถูกกล่าวหาว่าเป็นฆาตกร และเสียชีวิตไปเมื่อไม่นานมานี้ แต่ใครจะรู้ว่า นั่นเป็นเรื่องจริงหรือเท็จ
ชายหัวโล้นฝืนยิ้มและพูดว่า “นี่หมายความว่าฉันก็มีศักยภาพที่จะเป็นคนพิเศษเหมือนกัน ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
จากนั้นเขาก็หยิบโทรศัพท์ออกมาส่งข้อความ…
เมื่อมาถึงทางออกของสถานที่ชุมนุม
ซูฉางซิงก็หันกลับไปมองคนพิเศษที่อยู่ด้านหลัง เขาคิดอยู่ชั่วครู่แล้วพูดว่า:
“พวกคุณต้องจำไว้ว่า ถ้าเจอสถานการณ์ที่ต้านทานไม่ได้ก็ให้รีบถอย… และอนุญาตให้หนีไปคนเดียวได้ อืม โดยหลักการแล้ว ชีวิตของคนพิเศษมีค่ามากกว่าจริงๆ”
คำพูดนี้ตรงไปตรงมามาก เขาไม่คิดจะทำอะไรปลอมๆด้วยซ้ำ แค่ทำทุกอย่างตามต้องการ มีความเป็นไปได้สูงที่บุคคลที่ไม่สามารถกลายเป็นคนพิเศษจะเสียชีวิต ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องให้คนพิเศษเหล่านี้เสี่ยงชีวิตเพื่อปกป้องคนอื่น
ซูฉางซิงคิดอยู่ชั่วครู่แล้วพูดต่อไปว่า “โดยเฉพาะชายชรากับหยู่เจียอี้ พวกคุณสองคน ผมหวังว่าจะได้พบพวกคุณอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ … คนพิเศษคืออนาคต สำหรับคนอื่นๆ ผมไม่ห่วง แต่ถ้าตายก็แค่ถือว่าคุณโชคไม่ดีเท่านั้น”
ความจริง เขาได้ให้คำแนะนำจูเหวินหวู่กับโจวอันเป็นการส่วนตัวแล้ว
อาการบาดเจ็บของหยู่เจียอี้ดีขึ้นกว่าเดิมมาก เธอพูดขึ้นเงียบๆว่า:
“ในเวลากลางคืน ฉันแข็งแกร่งขึ้นมาก… อย่าประมาทฉัน”
แข็งแกร่งขึ้น มันเป็นเช่นนั้นจริงๆ
ซูฉางซิงอึ้งไปชั่วครู่ และพูดว่า “คุณก็รู้ว่าผมไม่ได้คิดแบบนั้น”
ซูฉางซิงไม่ได้พูดอะไรอีก หลังจากกวาดตามองคนทั้งเจ็ดที่มีสีหน้าแตกต่างกัน แล้วหันหลังกลับและพูดว่า:
“ผมจะไปแล้ว อีกสักครู่จูเหวินหวู่จะส่งตำแหน่งและเส้นทางที่ทำเครื่องหมายให้กับพวกคุณ”
จูเหวินหวู่พยักหน้าและพูดอย่างมั่นใจ:
“อืม ตามข้อมูลที่มีในปัจจุบัน ในบริเวณนี้ไม่ค่อยมีกิจกรรมของนักล่ามากนัก แม้แต่ซอมบี้ยังเคลื่อนตัวไปทางอื่น ดังนั้นสถานการณ์จึงดีกว่าที่เราคาดไว้”
……
หลังจากออกจากสถานที่ชุมนุม ซูฉางซิงก็เดินทางไปทิศเหนือ เขาไม่เคยไปทิศทางนี้มาก่อน จึงไม่เข้าใจสถานการณ์โดยรอบ
กลุ่มแสงที่หนาแน่นเลื่อนขยายออกไป และกรอกตำแหน่งลงไปในแผนที่ในใจของเขา จากสองมิติไปจนถึงสามมิติ
มีสายลมแรงในอากาศ ซอมบี้สองตัวที่อยู่ข้างหน้าซูฉางซิงขาดเป็นสองท่อนและล้มลงกับพื้น ทันทีหลังจากนั้น ซอมบี้เหล่านั้นก็ล้มลงทีละตัว ราวกับเกี่ยวข้าว และมันยังเงียบมากด้วย
ซอมบี้เหล่านั้นไม่ได้ตระหนักถึงการมีอยู่ของเถายี่เลย ต่อหน้าเถายี่ พวกมันเป็นเพียงเสาไม้ที่ค่อนข้างแข็งที่รอให้เธอเชือดเท่านั้น
เถายี่เคลียร์ทางอย่างรวดเร็ว แม้ว่าวิญญาณที่ยังหลงเหลืออยู่ของซอมบี้เหล่านั้นจะไม่สามารถทำให้เธอพัฒนาขึ้น แต่มันยังสามารถชดเชยการบริโภคพลังงานของเธอได้
นอกจากนี้ยังหมายความว่า เถายี่มีความแข็งแกร่งทางกายภาพไม่จำกัด เมื่อเผชิญหน้ากับซอมบี้เหล่านี้
จริงๆแล้ว ซอมบี้เหล่านี้ไม่ได้มีความแข็งแกร่งทางกายภาพแบบไม่จำกัด เพียงแต่พวกมันสามารถดูดซับพลังงานที่แผ่ออกมาจากแขนยักษ์ในอากาศเพื่อเติมเต็มให้กับตัวเองได้โดยตรง ดังนั้นในแง่ความสัมพันธ์นี้ พวกมันมีความแข็งแกร่งทางกายภาพไม่จำกัด
กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ซอมบี้เหล่านี้เป็นเหมือนโทรศัพท์มือถือที่สามารถชาร์จแบบไร้สาย และแขนยักษ์ก็คือแหล่งพลังงาน
นั่นเป็นเพราะซอมบี้เหล่านี้เกิดจากการกลายสภาพหลังจากดูดซับพลังงานของแขนยักษ์ ดังนั้นพวกมันจึงสามารถดูดซับพลังงานที่แผ่ออกมาจากแขนยักษ์ได้โดยตรง
หลังจากกลายเป็นระดับแปด ความสามารถในการรับรู้ของซูฉางซิงก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก เขาวิ่งอย่างรวดเร็วไปตามถนน และยังค้นพบผู้คนที่ซ่อนตัวอยู่ตามอาคารบางแห่งได้ด้วย ผู้คนที่โชคดี ไม่ถูกซอมบี้กิน และยังไม่อดตาย แถมยังรอดจากพระจันทร์สีเลือดได้อีกด้วย
แต่คนแบบนี้มีอยู่ค่อนข้างน้อย และกระจายอยู่ทั่วทุกมุมเมือง บางคนที่เห็นซูฉางซิงวิ่งผ่านไป ก็แค่คิดว่าเขาเป็นซอมบี้ที่เร็วมากเท่านั้น
“เกรงว่าเมื่อมีคนเปลี่ยนแปลงเป็นศพมากขึ้น คนเหล่านี้คงทนไม่ไหวอีกต่อไป เมื่อถึงตอนนั้น มันก็สายเกินไปแล้ว”
ซูฉางซิงพึมพำ ราวกับคุยกับตัวเอง และราวกับคุยกับเถายี่
เวลานี้เขาเดินทางมาได้มากกว่า 20 กิโลเมตรแล้ว และไกลจากสถานที่ชุมนุมมาก
มีเสียงตะโกนมาจากข้างหน้า
“ฆ่าไอ้สารเลวพวกนี้ให้ข้า”
เป็นน้ำเสียงที่เย่อหยิ่งมาก
ซูฉางซิงเลิกคิ้ว และรู้สึกว่ามีคนจำนวนไม่มากนักกำลังต่อสู้กันอยู่ข้างหน้า เมื่อเลี้ยวตรงหัวมุม เขาก็เห็นกลุ่มคนสองฝ่ายกำลังต่อสู้กันอยู่
ชายในชุดลายพรางกำลังเหวี่ยงนักล่าลงกับพื้น และส่งเสียงตะโกนคลุมเครือไม่ชัดเจน เพราะมีใบหูสดๆที่มีเลือดไหลหยดอยู่ในปาก
หน้าท้องของเขาถูกอาวุธของฝ่ายตรงข้ามแทง แต่เขายังคงปราบปรามคู่ต่อสู้ลงกับพื้น และยังใช้ปากฉีกกระชากใบหูของฝ่ายตรงข้ามออกมาด้วย
“โหดเหี้ยมจริงๆ… ควรจะเป็นคนจากสำนักงานความมั่นคง”
ซูฉางซิงตัดสิน เขาจำได้ว่าเครื่องแต่งกายของคนเหล่านี้คล้ายกับทหารที่มารับมู่ชิง และอาจมาจากแผนกเดียวกันก็ได้
“ที่นี่ไม่ควรอยู่ใกล้กับจุดรวมพลของสำนักงานความมั่นคง พวกเขามาทำอะไรที่นี่?”