บทที่ 173 ความขัดแย้งหน้าสถานที่ชุมนุม
บทที่ 173 ความขัดแย้งหน้าสถานที่ชุมนุม
โกลบอลเกม ภาค 1: ได้รับการสนับสนุนโดยความลึกลับ
บทที่ 173 ความขัดแย้งหน้าสถานที่ชุมนุม
.
เมื่อเดินหน้าต่อไป การกระจายตัวของซอมบี้เริ่มหนาแน่นมากขึ้น เป็นเพราะพระจันทร์สีเลือด ซอมบี้จึงมีการเคลื่อนไหวมากขึ้นกว่าเดิม แม้แต่ในตอนกลางวัน
อย่างไรก็ตาม มันไม่ได้ก่อให้เกิดอุปสรรคใดๆให้กับคนทั้งคู่ ซูฉางซิงนำหน้าเป็นคนเปิดทาง เมื่อเผชิญหน้ากับซอมบี้ที่พุ่งเข้ามา เขาก็ฟันมันร่วงไปทีละตัวๆ โดยไม่มีการเคลื่อนไหวอะไรมากนัก และเคลื่อนที่ไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่ไม่ช้าไม่เร็ว
เสิ่นจินซวนดูกังวลเป็นอย่างมาก และตึงเครียดไปทั้งตัว เธอคอยระวังซอมบี้โดยรอบที่อาจพุ่งเข้ามาหาพวกเขาอยู่เสมอ
ท้ายที่สุดแล้ว นี่คือการอยู่ท่ามกลางซอมบี้ รายล้อมด้วยซอมบี้ และการเคลื่อนไหวใหญ่ใดๆก็อาจทำให้เกิดคลื่นซอมบี้ได้
หลังจากนั้นไม่นาน เธอก็ค่อยๆ ผ่อนคลายลง และพบว่าระยะการแจ้งเตือนซอมบี้ของซูฉางซิงนั้นแม่นยำมาก ซอมบี้บนเส้นทางที่อยู่ไกลออกไปเล็กน้อยจะไม่สังเกตเห็นพวกเขา
ทั้งคู่ไม่ได้พูดคุยกันระหว่างการเดินทาง มีเพียงเสียงมีดตัดผ่านกระดูกเท่านั้นที่ดังก้องอยู่ ราวกับเสียงเพลงแปลกประหลาดประกอบการเคลื่อนไหว
มีดของซูฉางซิงนั้นแม่นยำมาก แต่ละครั้งที่ฟาดฟันต่างเข้าที่หัวของซอมบี้อย่างแม่นยำ การเคลื่อนไหวของแต่ละมีดดูเหมือนกันทุกประการ
เหมือนฝีเข็มของจักรเย็บผ้าที่มีความแม่นยำและเหมือนกันทุกประการ
เสิ่นจินซวนคิดเช่นนั้น และรู้สึกว่าคำอธิบายนี้ถูกต้องมาก เธอยังรู้สึกว่าซูฉางซิงในวันนี้เหมือนเป็นคนละคนกับที่พบครั้งแรก เขาแข็งแกร่งกว่าก่อนหน้านี้มากอย่างแน่นอน มากกว่าหนึ่งเท่าและอาจเป็นสองเท่า หรืออาจมากไปกว่านั้นด้วย
ทั้งคู่เดินทางโดยไม่หยุดจนมาถึงสถานที่ชุมนุมตอนใกล้เที่ยง พวกเขามองเห็นสิ่งกีดขวางทางเข้าสถานที่ชุมนุมและซากศพซอมบี้จำนวนมากได้จากระยะไกล
เสิ่นจินซวนมองเห็นคนอยู่ใกล้กับช่องเปิด และกล่าวขึ้นด้วยความลังเลว่า “นี่คือสถานที่ๆเราจะไปกันเหรอ?”
การมายังสถานที่ชุมนุมที่มีผู้คนพลุกพล่านควรจะน่ายินดี แต่ไม่รู้ว่าทำไม เธอกลับไม่รู้สึกยินดีเลย
“ที่นี่แหล่ะ”
ซูฉางซิงสะบัดเลือดสีดำบนมีดเหล็กออก เขาฟาดฟันเข่นฆ่ามาตลอดทาง แต่ไม่มีแม้แต่อาการหอบเลย เมื่อเขาหันไปมองเสิ่นจินซวนก็พบว่า ใบหน้าของเธอก็สงบนิ่งเช่นกันและไม่มีร่องรอยของความเหนื่อยล้าเลย
เมื่อเข้าไปใกล้ก็พบว่ามีคนจำนวนมากหอบหิ้วกระเป๋าทั้งใบใหญ่ใบเล็กรอคอยกันเป็นหมู่คณะอยู่หน้าประตูทางเข้าสถานที่ชุมนุม ดูเหมือนพวกเขาทั้งหมดจะมาจากข้างนอกเพื่อหลบภัยในสถานที่ชุมนุม
ชายวัยกลางคนสวมเสื้อโค้ทสีดำตัวใหญ่ สะพายกระเป๋าเป้ขาดรุ่งริ่ง เมื่อเห็นซูฉางซิงกับเสิ่นจินซวนเดินเข้ามาก็พูดคุยด้วยสีหน้าสงบว่า “น้องชาย พวกคุณก็มาที่นี่เพื่อเข้าร่วมกับสถานีใช่ไหม? งั้นเรามาทำความรู้จักกันเถอะ หลังจากเข้าไปในสถานีแล้ว เราจะได้ดูแลซึ่งกันและกัน...ผม ถันซิ่วชิง”
ซูฉางซิงมองไปรอบๆ แล้วยิ้มและกล่าวว่า “ผมชื่อซูฉางซิง มีเรื่องอะไรกัน? เข้าไปในสถานที่ชุมนุมตอนนี้ไม่ได้เหรอ?”
ถันซิ่วชิงเหลือบมองเสิ่นจินซวนที่อยู่ข้างหลังซูฉางซิง แล้วพูดว่า “ใช่ ทุกคนที่จะเข้าไปในสถานีต้องได้รับการตรวจสอบตัวตนก่อน ว่ากันว่าเพื่อป้องกันไม่ให้นักล่าเข้าไปได้ น้องชาย ดูเหมือนว่าคุณก็ไม่ง่ายจริงๆ ในวันโลกาวินาศแบบนี้ยังต้องลากผู้หญิงไปไหนมาไหนด้วย”
ซูฉางซิงกับเสิ่นจินซวนมีรูปลักษณ์ที่ดูพิเศษมากตั้งแต่แรกเห็น พวกเขามีร่างกายที่สะอาด มีดในมือก็มีคุณภาพสูงมาก มันเป็นมีดที่มีแต่ในร้านค้าลึกลับเท่านั้นที่มี
ซูฉางซิงเห็นว่าข้างนอกมีผู้คนอยู่อย่างน้อย 30-40 คน หลังจากคิดอยู่สักพักเขาก็พูดว่า “ถ้าแค่ตรวจสอบก็ไม่ควรใช้เวลานานขนาดนี้ หรือว่ายังมีปัญหาอย่างอื่นอีก?”
ถันซิ่วชิงถอนหายใจและพูดว่า “นี่ไม่ใช่ปัญหาเรื่องการตรวจสอบหรอก ตอนนี้คนที่อยู่ข้างนอกไม่ได้พกพาเสบียงมาด้วย หรือไม่ก็มีเด็กกับผู้หญิงเยอะมาก เช่นเดียวกับคุณ น้องชาย คุณไม่สามารถพาผู้หญิงเข้าไปได้ ต้องรออยู่ข้างนอก”
ซูฉางซิงคิดว่า คงมีจำนวนคนมากเกินไปที่มายังสถานที่ชุมนุมพร้อมกัน และวิธีการแก้ปัญหาชั่วคราวก็คือ รับทีมที่มีคุณภาพสูงเข้าไปก่อน ในขณะที่ทีมอื่นๆทำได้เพียงรอเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีผู้คนจำนวนมากมารวมตัวกันที่นี่ ซอมบี้จำนวนมากจึงค่อยๆมารวมตัวกันทีละตัวๆ ซึ่งทำให้คนที่อยู่ข้างนอกต้องรับมือกับซอมบี้ตลอดเวลา
ซูฉางซิงพยักหน้าและพูดว่า “ไม่เป็นไร ผมจะลองดูก่อน”
ถันซิ่วชิงไม่ได้พูดอะไรมาก เขาแค่รู้สึกว่าไม่นานหลังจากนี้ซูฉางซิงจะต้องวิ่งกลับมาด้วยความสิ้นหวังอย่างแน่นอน ไม่เพียงคนเฝ้าประตูสถานที่ชุมนุมจะไม่ยอมให้เข้าไปเท่านั้น คนอื่นๆก็ไม่ยอมให้พวกเขาเข้าไปเช่นกัน
เสิ่นจินซวนดึงหมวกฮู้ดของเสื้อโค้ทขึ้น ซ่อนใบหน้าไว้ในเงามืด และเดินตามไปข้างหลังแล้วพูดว่า “เขาสนใจกระเป๋าเป้สะพายหลังของคุณ”
“ผมรู้”
ซูฉางซิงสังเกตเห็นว่าผู้คนมากมายรอบตัวกำลังมองดูพวกเขา บางคนก็มีสีหน้าเศร้า และมีบางคนที่มีรอยยิ้มแปลกๆ
“ไอ้หนู แกเข้าไปไม่ได้ ไม่รู้หรือไงว่ามาก่อนได้ก่อน”
ชายหัวโล้นมีกล้ามลุกขึ้นยืนขวางหน้าซูฉางซิง คำพูดของเขาเต็มไปด้วยภัยคุกคาม
ในระหว่างที่พูด หลายคนที่กำลังนั่งพักผ่อนอยู่กับพื้นก็ลุกยืนขึ้น และมองไปยังซูฉางซิงพร้อมกับกระชับอาวุธในมือ
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ ทุกคนต่างกระตือรือร้นที่จะเข้าไปในสถานที่ชุมนุมก่อน เพราะคนที่อยู่ข้างนอกอาจถูกคนที่อยู่ข้างในทอดทิ้งได้ตลอดเวลา
ซูฉางซิงนิ่งไปชั่วครู่และพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มว่า “น่าเสียดายที่คุณไม่ได้เป็นผู้กำหนดกฎเกณฑ์ที่นี่ คุณเป็นเพียงคนที่ต้องการเข้าไปในสถานที่ชุมนุมเท่านั้น”
ชายหัวโล้นจ้องหน้าซูฉางซิงตาเขม็ง เขาคิดไม่ถึงว่าคนๆนี้จะไม่ได้กลัวเลย แต่คำพูดได้กล่าวออกไปแล้ว ถ้าจะถอยกลับมันก็จะเสียหน้ามาก
ชายหัวโล้นโบกมือ จากนั้นคน 4-5 คนก็เข้ามาล้อมกรอบซูฉางซิง ราวกับว่าพวกเขากำลังจะลงมือแล้ว
ในสภาพแวดล้อมแบบนี้ ผู้คนต่างปฏิบัติตามกฎดั้งเดิมที่สุด ผู้คนต่างต่อสู้กันอย่างกล้าหาญและโหดเหี้ยม ใครที่แข็งแกร่งกว่า โหดเหี้ยมกว่า ก็มีสิทธิ์มีเสียงมากขึ้นและเพลิดเพลินกับทรัพยากรมากขึ้น
เมื่อถันซิ่วชิงเห็นฉากนี้ก็แอบคิดว่าไม่ดีแล้ว เขาคิดไม่ถึงว่าซูฉางซิงจะดื้อรั้นขนาดนี้ และดูเหมือนจะไม่สะดุ้งสะเทือนอะไรเลย
ถ้าเป็นแบบนี้คงต้องมีการต่อสู้เกิดขึ้นแน่ๆ
ทั้งสองฝ่ายขยับมือ ในช่วงเวลาถัดมาก็มีเสียงกรีดร้องดังขึ้นหลายครั้ง อย่างไรก็ตามไม่ใช่ซูฉางซิงที่ล้มลง แต่เป็น 4-5 คนนั้นและรวมถึงชายหัวโล้นด้วย
ซูฉางซิงชกชายหัวโล้นกับอีกคนด้วยหมัดซ้ายขวา ส่วนอีกคนที่อยู่ด้านข้างถูกเตะเข้าที่หน้าอก การลงมือครั้งนี้ทำให้คนสามคนล้มลงกับพื้น
ซูฉางซิงมองไปยังคนที่นอนร้องดิ้นอยู่กับพื้น และพูดอย่างจริงจังว่า “อ่อนแอมาก ต่อไปอย่าทำตัวน่าละอายแบบนี้อีก”
คนเหล่านี้เป็นเพียงคนธรรมดา ที่ไม่เคยได้รับการปรับปรุงความแข็งแกร่งมาเลยแม้แต่น้อย
ถันซิ่วชิงตกตะลึง เขาคิดไม่ถึงว่าซูฉางซิงจะดุร้ายขนาดนี้ บุคคลเช่นนี้จะไม่มีปัญหาในการเข้าไปในสถานที่ชุมนุมอย่างแน่นอน
“ทำอะไรกัน กำลังทำอะไร ฉันบอกแล้วว่าไม่อนุญาตให้มีการต่อสู้กันที่นี่”
เสียงดุด่าดังมาจากทางด้านหลังของชายหัวโล้นและคนอื่นๆ
หยางซูเดินเข้ามาพร้อมกับคนอีก2-3 คน และตกตะลึงเมื่อเห็นซูฉางซิง เขาไม่รู้ว่าทำไมคนเหล่านี้ถึงได้รนหาที่ตาย โดยเข้าไปต่อสู้กับบุคคลผู้นี้
เขารีบเดินเข้าไป แล้วมองดูคนไม่กี่คนที่นอนอยู่บนพื้นอย่างเย็นชาและพูดขึ้นว่า:
“พี่ใหญ่ซู เกิดอะไรขึ้น พวกมันหาเรื่องคุณเหรอ? ให้ผมไล่ออกไปไหม?”
พี่ใหญ่ซู?
ชายหัวโล้นหน้าซีดเผือด เขาคิดไม่ถึงว่าซูฉางซิงจะเป็นคนที่อยู่ในสถานที่ชุมนุม และดูเหมือนว่าจะมีสถานะไม่ต่ำด้วย ตอนนี้พวกเขาคงไม่สามารถเข้าไปได้แล้วจริงๆ
ซูฉางซิงรู้สึกว่า แม้หยางซูจะขี้ขลาด แต่ก็ฉลาดมากในการจัดการกับสิ่งนี้ เขาจึงพูดอย่างไม่สนใจว่า “ไม่ต้อง แค่คอยดูแล้วจัดการก็พอ”
เขาส่งสัญญาณให้เสิ่นจินซวนตามมา แล้วพวกเขาก็เดินข้ามชายหัวโล้นกับคนอื่นๆเข้าไปข้างใน