บทที่ 171 คุณนักฆ่า
บทที่ 171 คุณนักฆ่า
โกลบอลเกม ภาค 1: ได้รับการสนับสนุนโดยความลึกลับ
บทที่ 171 คุณนักฆ่า
.
แม้ว่าโพสต์ของเขาจะถูกโพสต์ในทุกฟอรัม แต่ซูฉางซิงไม่สามารถมองเห็นการตอบกลับในฟอรัมอื่นได้
นี่ควรเป็นข้อจำกัดของเกมโลกาวินาศ
“ผลของเส้นไหมแดงแห่งการแก้แค้นจบลงแล้ว แต่ภารกิจยังไม่จบ ตอนนี้ก็จะรุ่งสางแล้ว มันไม่ควรจะสะสางได้”
ซูฉางซิงสังเกตเห็นว่าผลของ ‘เส้นไหมแดงแห่งการแก้แค้น’ ได้สิ้นสุดลงแล้ว เขาจึงวางใจลง การถูกเปิดตำแหน่งตลอดเวลามันไม่สะดวกสบายเลย
เขาหยิบเสื้อผ้าที่เตรียมไว้ออกจากกระเป๋าเป้ มันเป็นสเวตเตอร์สีเทากับกางเกงวอร์มสีดำเข้ม เขาเปลี่ยนเสื้อผ้า สวมหมวก และเข้าไปนอนในถุงนอน แล้วผ่อนคลาย เนื่องจากผลกระทบจากความเหนื่อยล้า ไม่นานก็หลับไป
เนื่องจากสภาพการนอนหลับสามารถรักษามุมมองของพระเจ้าได้ ทำให้เขาไม่กังวลเกี่ยวกับอุบัติเหตุใดๆ ในขณะนอนหลับ เพียงแต่การยุ่งวุ่นวายจะทำให้ความลึกลับหายไป
นอน
นอน
……
ซูฉางซิงลืมตาขึ้นช้าๆ มองแสงสีแดงจางๆที่ส่องผ่านรอยแยกของผ้าม่าน จากนั้นก็เปิดโทรศัพท์เพื่อดูเวลา มันเป็นเวลา 8.40 น. แล้ว เขานอนหลับไปประมาณสี่ชั่วโมง
บาดแผลบนร่างกายเกือบหายดีแล้ว บาดแผลเล็กๆไม่มีร่องรอยเหลืออยู่แล้ว ส่วนบาดแผลขนาดใหญ่หลงเหลือเพียงรอยจางๆ
“เวลานอนน้อยลง เป็นเพราะความลึกลับที่เพิ่มขึ้นหรือเปล่านะ?”
ซูฉางซิงหยิบขวดน้ำข้างตัวขึ้นมาดื่มอึกใหญ่ และเมื่อเปิดโทรศัพท์ดูก็พบว่า ภารกิจได้เสร็จสิ้นแล้ว
[ภารกิจย่อย (ล่าได้คือราชา) สำเร็จแล้ว
หลบหนีได้สำเร็จ และสังหารนักล่าได้มากกว่า 50 คน
รับรางวัลเป็นไอเทมลึกลับคุณภาพสูง ให้โอกาสในการเลื่อนขั้นในตำแหน่งระดับเก้า]
ซูฉางซิงมองไปยังรายละเอียดการเสร็จสิ้นภารกิจและอึ้งไปชั่วครู่ เขาจำได้อย่างชัดเจนว่าฆ่านักล่าไปไม่ถึง 50คน
“หรือว่านักล่าที่ฆ่าโดยจินจะถูกนับรวมไปด้วย นั่นหมายความว่าตราบใดที่นักล่าถูกคนที่มีความสัมพันธ์กับฉันฆ่าตายก็จะถูกนับรวมไปด้วย”
เขาคิดอยู่ชั่วครู่ว่า โอกาสในการเลื่อนขั้นที่ได้จากภารกิจควรเป็นแบบสุ่ม ดังนั้นในหลายความสามารถที่มี มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นที่จะได้รับการเลื่อนขั้น ซึ่งอาจเป็นความสามารถที่มีประโยชน์หรือไม่มีประโยชน์ก็ได้
ถอนรางวัล
[คนรักปืนพก: จัดการปืนพกได้อย่างเชี่ยวชาญยิ่งขึ้น อัตราการยิงเพิ่มขึ้น 15% แก้ไขความแม่นยำ 15% ความเร็วในการบินของกระสุนเพิ่มขึ้น 15% ความเสียหายเพิ่มขึ้น 15% เจาะเกราะเพิ่มขึ้น 15% ]
ใช่เลย
ซูฉางซิงเดาไว้แล้วว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะได้สิ่งนี้ หากไม่ใช่ก็น่าจะเป็นการเลื่อนขั้นความสามารถระยะประชิด
เขาต้องต่อสู้บ่อยๆ และพึ่งพาการต่อสู้ด้วยปืนพกเป็นอย่างมาก ดังนั้นปืนพกจึงถูกใช้บ่อยมาก
‘คนรักปืนพก’ คือการเลื่อนขั้นที่ครอบคลุมความสามารถในการยิง แม้ว่าการปรับปรุงค่าแต่ละค่าจะมีไม่มากนักก็ตาม แต่การปรับปรุงโดยรวมยังคงค่อนข้างมาก และมีผลกระทบแบบหนึ่งบวกหนึ่งมากกว่าสอง
ตัวอย่างเช่น ความเสียหายเพิ่มขึ้น 15% เมื่อบวกกับการเจาะเกราะที่เพิ่มขึ้น 15% พลังทำลายล้างก็จะเพิ่มขึ้นมากกว่า 30%
การเลื่อนขั้นครั้งที่สองนี้นับว่าเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับครั้งแรก ครั้งแรกที่เลื่อนขั้น ‘คนรักปืนพก’ ในแต่ละรายการเพิ่มขึ้น 10% แต่คราวนี้เป็น 15% ซึ่งเพิ่มความแข็งแกร่งขึ้นครึ่งหนึ่ง
“ไม่เลว แต่ปืนพกกระสุนหมดแล้ว ต้องรอจนกว่าร้านค้าจะรีเฟรชครั้งถัดไป”
ทันทีหลังจากนั้น ซูฉางซิงก็เห็นว่ามีบางอย่างสีน้ำเงินอยู่ในมือ มันเป็นกระเป๋าเป้ใบเล็กกว่าที่ใช้อยู่ตอนนี้เล็กน้อย
[กระเป๋าเป้เดินทางสะพายหลัง A310 (ระดับ C ขั้นต่ำ): ไอเทมเทคโนโลยีล้ำสมัยที่สุดจากอารยธรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูง เนื่องจากวัสดุมีปริมาณน้อยมาก นี่จึงเป็นหนึ่งในตัวอย่างไม่กี่ชิ้น
มีความแข็งแกร่ง ทนต่อการสึกหรอ สามารถใช้เป็นเกราะขั้นพื้นฐานได้ เนื่องจากใช้เทคโนโลยีการพับพื้นที่ (พื้นที่มิติ) พื้นที่ภายในจริงจึงเป็น 7.77 เท่าของขนาดกระเป๋า และน้ำหนักจริง หนักเพียงหนึ่งในเจ็ดของน้ำหนักที่ควรจะเป็น
สามารถเปิดใช้การกระจายพลังงานแบบจุดเมทริกซ์ให้เป็นโล่พลังงานป้องกันได้ เวลาชาร์จพลังงานเต็มคือ 10 วัน เวลาชาร์จขั้นต่ำคือ 5 วัน ยิ่งใช้เวลาชาร์จพลังงานนานเท่าไหร่ โล่พลังงานก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น
(ผู้แปล – โล่พลังงาน คือม่านบาเรีย ต่อไปอาจใช้สลับกันบ้างเป็นบางครั้ง)
ความแข็งแกร่งสูงสุดของโล่พลังงานสามารถต้านทานการโจมตีของอาวุธร้อนทั่วไปได้ และสามารถต้านทานอาวุธพลังงานระดับหนึ่งได้หนึ่งครั้ง
นี่คือไอเทมจำเป็นสำหรับการเดินทาง เฉินหัวเทคโนโลยี คุ้มค่าต่อความวางใจของคุณ]
“ผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีแบบนี้ถือเป็นไอเทมลึกลับได้ด้วย?”
ซูฉางซิงสับสนเล็กน้อย พื้นผิวสัมผัสของกระเป๋าเป้สะพายหลังใบนี้ให้ความรู้สึกเหมือนทรายบด วัสดุมีความยืดหยุ่นสูง คล้ายกับไฟเบอร์ ภายในเป็นเหมือนชิ้นส่วนหลุมดำ
เขาลองใส่กระป๋องลงในเป้ กระป๋องค่อยๆหดตัวลงเรื่อยๆเมื่อใส่ลงไป และน้ำหนักก็เบาลงเรื่อยๆ สุดท้ายเขาก็สามารถถือกระป๋องได้ด้วยสองนิ้ว
“น่าทึ่งมากที่มีเทคโนโลยีแบบนี้ อารยธรรมนี้น่าทึ่งมากจริงๆ เทคโนโลยีนี้ล้ำหน้ากว่าเทอร์ร่าอย่างน้อยสามร้อยปี”
(ผู้แปล – เทอร์ร่า น่าจะหมายถึงเทียร์ราเรีย ซึ่งเป็นดินแดนในเกม)
ซูฉางซิงพลิกดูอยู่สักพัก จากนั้นก็ใส่ของในกระเป๋าเป้ใบเดิมลงในกระเป๋าใบใหม่ทีละชิ้น ทั้งหมดที่ใส่ลงไปใช้พื้นที่ไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และน้ำหนักก็เบามากไม่ส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวของเขาเลย
ต่อมาเขาก็ค้นพบว่า คันธนูเงาก็สามารถใส่ลงไปได้เช่นกัน มันให้ความรู้สึกที่แปลกมากๆ ที่สิ่งของขนาดใหญ่สามารถใส่ลงไปในสิ่งที่มีขนาดเล็กกว่ามากได้
ท้องฟ้าสว่างมากขึ้น หมอกสีแดงบนท้องฟ้าจางหายไปมาก แต่ยังคงมีอยู่ โลกทั้งใบเป็นสีแดงหม่น ทำให้ผู้คนรู้สึกไม่เหมือนจริง
พอลืมตาเสิ่นจินซวนก็เห็นโลกสีแดงหม่นเช่นนี้ และพบว่าตัวเองอยู่ในร้านกาแฟร้าง มีถ้วยกาแฟแตกสองสามใบที่ปกคลุมด้วยฝุ่นหนาถูกทิ้งไว้บนพื้น ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวว่าไม่มีใครสนใจมันมาเป็นเวลานานแล้ว
“รสชาติของช็อคโกแลตและครีม…”
เธอเลียมุมปาก และสังเกตเห็นว่าบนตัวมีผ้าห่มสีฟ้าอ่อนสดใสคลุมอยู่ มันสะอาดมาก ซึ่งไม่เข้ากับโลกวันโลกาวินาศนี้เลย
“อีกแล้ว จากอาการง่วงนอนตลอดเวลากลายเป็นเดินละเมอขั้นรุนแรง”
เธอฝันถึงตัวเอง ในฝันเธอฆ่าซอมบี้ไปหลายตัว และเดินเตร็ดเตร่ไปตามถนน แล้วได้พบกับผู้ชายคนหนึ่ง จากนั้นก็มาที่ร้านกาแฟแห่งนี้ด้วยกัน…
มันเป็นความฝันที่คลุมเครือมาก เธอจำได้เพียงคร่าวๆ แต่จำรายละเอียดที่อยู่ตรงกลางหรือระหว่างนั้นไม่ได้
“เมื่อวานนี้ฉันกินเค้กช็อกโกแลตไปหนึ่งหรือว่าสองชิ้น? แต่มันจะมีเค้กช็อกโกแลตอยู่ในสถานที่บ้าๆนี้ได้ยังไง? แล้วผ้าห่มสะอาด ๆแบบนี้อีก”
เสิ่นจินซวนงุนงงมาก เธอสะบัดผ้าห่มออกจากตัว เตรียมลุกขึ้นเพื่อสำรวจสภาพแวดล้อมโดยรอบ แล้วเธอก็เห็นว่ามีชายคนหนึ่งเดินถือขวดน้ำมาหา
เป็นใครบางคนที่คุ้นหน้า
“เพิ่งตื่นเหมือนกันเหรอ? กินอะไรก่อนเถอะ แล้วเราค่อยออกไป”
ซูฉางซิงมองเสิ่นจินซวนที่มีเส้นผมและดวงตาสีดำที่กำลังมองเขาอย่างโง่งม ด้วยความรู้สึกคุ้นเคยบางอย่างทำให้เขารู้ว่าเธอคนนี้คือเสิ่นจินซวนที่อ่อนแอที่สุด
เสิ่นจินซวนกระพริบตาและพูดว่า “คุณคือ…คุณนักฆ่าใช่ไหม?”
ซูฉางซิงรู้สึกปวดฟันขึ้นมาทันที และรู้สึกไม่พอใจกับฉายานี้มาก เขาจึงพูดขึ้นอย่างรำคาญว่า “คุณนักข่าว ผมไม่ใช่นักฆ่า แล้วก็ไม่ใช่ฆาตกรด้วย”
เขาหยิบผ้าห่มบนโต๊ะขึ้นมาพับเก็บใส่กระเป๋าเป้
สถานการณ์กะทันหันมาก
เสิ่นจินซวนคุ้นเคยกับมันแล้ว ไม่กี่วันที่ผ่านมา ทุกครั้งที่ตื่นขึ้นมามันจะไม่ใช่สถานที่ๆเธอล้มตัวลงนอน มีแม้กระทั่งครั้งหนึ่งที่เธอตื่นขึ้นมาบนดาดฟ้าที่ไม่มีแม้แต่ทางขึ้นลง
ก่อนหน้านี้เธอรู้สึกหวาดกลัว แต่หลังจากผ่านไปหลายครั้ง เธอก็สงบลงมาก อย่างน้อยเธอก็ยังมีชีวิตอยู่และยังสบายดี
ทั้งหมดที่เธอรู้ก็คือ ดูเหมือนว่าเธอจะเดินละเมออยู่ในโลกวันโลกาวินาศ พูดตามหลักตรรกะแล้ว เธอน่าจะตายไปนานแล้ว แต่กลับกลายเป็นว่าเธอยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งไม่สมเหตุสมผลมาก