บทที่ 40 พี่ใหญ่ของผม
บทที่ 40 พี่ใหญ่ของผม
โกลบอลเกม ภาค 1: ได้รับการสนับสนุนโดยความลึกลับ
บทที่ 40 พี่ใหญ่ของผม
.
ถังเก๋อนั่งอยู่บนพื้น พอเห็นชายตรงหน้ายกขวานขึ้น ในเวลานี้เขาไม่มีทางหนี ได้แต่หลับตารอความตายที่กำลังมาถึง
รออยู่นานก็ไม่ได้ตายเหมือนที่คิด พอลืมตาก็พบว่ามีลูกศรโผล่ออกมาจากหน้าผากของชายวัยกลางคน
ขวานในมือของชายวัยกลางคนตกลงสู่พื้น เขายืนนิ่งอยู่แบบนั้น 2-3 วินาทีก่อนล้มลงบนพื้น
“มันตายแล้ว ตายแล้วจริงๆ”
ถังเก๋อหอบอย่างหนักด้วยความกลัว และรู้สึกว่าหลังจากมาถึงโลกที่ล่มสลาย ภูติผีและสัตว์ประหลาดทุกชนิดก็ปรากฏขึ้น เขาได้พบแม้แต่คนที่โหดเหี้ยมชนิดที่ฆ่าคนได้โดยไม่กระพริบตา
เขาเคยเป็นนักเลงหัวไม้ตัวเล็กๆมาก่อน แม้จะไม่ใช่คนดี แต่ก็ไม่เคยคิดฆ่าคน และไม่เคยฆ่าใครมาก่อน แม้แต่การร่วมวงต่อสู้ก็ยังน้อยครั้ง ส่วนใหญ่ที่ทำคือเข้าไปรวมกลุ่มให้ดูว่ามีคนเยอะๆเท่านั้น
ยิ่งมีคนเยอะก็ยิ่งดี
“ฮ่าฮ่า ตายกันหมดแล้ว”
ถังเก๋อหัวเราะไปร้องไห้ไป แม้เขาจะรู้จักพี่น้องทั้งสองคนได้ไม่กี่วัน แต่พวกเขาก็เข้ากันได้ดี จนกระทั่งกลายเป็นพี่น้องร่วมสาบานเหมือนสามพี่น้องในสามก๊ก แม้ว่าในวันโลกาวินาศนี้พวกเขาจะไม่มีอะไรเหมือนกันเลยก็ตาม
“อย่าพูดไร้สาระ ฉันยังไม่ตาย นายก็ยังไม่ตายเหมือนกัน”
มีเสียงดังขึ้นไม่ไกล
ถังเก๋อเห็นชายคนหนึ่งสะพายคันธนูยาว ถือมีดเหล็กเดินออกมาจากความมืดช้าๆ และรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่เป็นฝีมือของชายคนนี้
ซูฉางซิงมองไปยังชายที่นั่งน้ำมูกน้ำตาไหลบนพื้น และพูดอย่างใจเย็นว่า “ถ้าไม่เป็นไรแล้วก็ไปซะ”
ถังเก๋อปาดน้ำตา ลุกขึ้นยืนและพูดว่า “ขอบคุณครับพี่ที่ช่วยชีวิต ผมไปก่อนนะ”
“อืม รีบไปเถอะ”
ซูฉางซิงเก็บโทรศัพท์มือถือของผู้ตายขึ้นมา นี่คือจุดประสงค์ที่เขาออกมาจากที่ซ่อน
โทรศัพท์มือถือกลายเป็นแสงและเงาหายไปจากมือของซูฉางซิง
[ปล้นผู้ถูกกำจัด ได้รับ 1,330 คะแนน]
[ปล้นผู้ถูกกำจัด ได้รับ 1,240 คะแนน]
[ปล้นผู้ถูกกำจัด ได้รับ 160 คะแนน]
เขาได้รับ 2,730 คะแนนในทันที ซูฉางซิงอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ ไม่ว่าจะเป็นยุคสมัยไหนการปล้นก็เป็นวิธีที่ได้เงินเร็วที่สุด
ในสมัยโบราณปล้นเงินทางการ ต่อมาก็ปล้นธนาคาร และตอนนี้พวกเขาก็ปล้นโทรศัพท์มือถือ
ถังเก๋อมองคนตรงหน้าหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นจากพื้น และรู้สึกคุ้นเคยอยู่บ้าง แล้วพูดขึ้นอย่างครุ่นคิด “พี่คือนักฆ่ามีดเหล็กใช่ไหม?”
หะ?
ผีสางอะไรวะ?
ซูฉางซิงพาดมีดเหล็กไว้ที่บ่า จ้องมองไปที่ถังเก๋อและพูดว่า “หมายความว่าไง?”
“ฮ่าฮ่า ไม่มีอะไร วันนี้ผมดูโพสต์ คนในวิดีโอดูเหมือนพี่ใหญ่นิดหน่อย” ถังเก๋อคิดและพูดอย่างจริงจัง “พี่ต้องการน้องชายบ้างไหม? ผมแซ่ถังเป็นน้องชายที่มีพี่ใหญ่มาหกครั้งแล้ว ผมทำงานได้ทุกอย่าง”
ซูฉางซิงเลิกคิ้ว เพราะคิดไม่ถึงว่าเขาจะบังเอิญมาพบคนที่ได้ดูโพสต์นั้น “หมายความว่าไงที่เป็นน้องชายมาหกครั้ง?”
ถังเก๋ออธิบายอย่างรวดเร็ว “ผมมีประสบการณ์ของการเป็นน้องชายมาหลายครั้งแล้ว อย่ามองผมแบบนี้สิ ในวงการของผม ระหว่างพี่ใหญ่กับน้องชายมีความแตกต่างกัน”
พี่ใหญ่แตกต่างจากน้องชาย?
ทำไมมันฟังดูน่าอึดอัดจัง?
ซูฉางซิงถามด้วยความสงสัย “แล้วพี่ใหญ่ก่อนหน้านี้ของนายล่ะ?”
ถังเก๋อคิดแล้วพูดว่า “บางคนก็ถูกจับ บางคนก็ล้างมือหลังได้รับบาดเจ็บ และบางคนก็…”
ซูฉางซิงชำเลืองมองศพบนพื้น แล้วพูดขึ้นอย่างไร้อารมณ์ “ถ้ายังไม่อยากตาย ก็รีบไปซะ”
ถังเก๋อรู้สึกเสียใจเล็กน้อย เขาเคยสาบานกับตัวเองว่าจะต้องหาคนที่โหดเหี้ยมที่สุดมาเป็นพี่ใหญ่ให้ได้ แต่ตอนนี้ต้นขาใหญ่ได้หายไปแล้ว และเขาเดาว่าถ้าตอนนี้ไม่ไปเขาจะไม่ได้ไปจริงๆ ดังนั้นเขาจึงหันกลับและรีบวิ่งหนีไป
ในขณะนั้นเองก็มีเสียงกรีดร้องดังมาจากรอบทิศ ในทิศทางที่ถังเก๋อกำลังหลบหนี และบางสิ่งที่เรืองแสงสีม่วงในความมืดได้พุ่งออกมาหาเขา และดึงเงาร่างสีม่วงตามออกมาด้วย
ถังเก๋อหันหลังกลับทันทีและรีบวิ่งกลับมาหาซูฉางซิง
ซูฉางซิงก็ไม่ลังเลเช่นกัน เขารีบหันกลับวิ่งไปยังร้านค้าลึกลับทันที แม้จะเห็นหน้าตาของสิ่งนั้นได้ไม่ชัด แต่สัญชาตญาณได้บอกกับเขาว่าการรีบวิ่งหนีเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาด
ฝีเท้าของสัตว์ประหลาดสีม่วงนั้นหนักหน่วงมาก และไล่ตามมาใกล้เขาด้วยความเร็วที่สูงมาก
ความรู้สึกกดดันนี้รุนแรงมาก ซูฉางซิงรู้สึกเพียงขนบนหลังคอลุกชัน ฝีเท้าของเขาเร่งความเร็วขึ้นอีกครั้ง เขาคิดว่าสัตว์ประหลาดควรจะโจมตีถังเก๋อก่อน และเขาจะสามารถใช้โอกาสนี้ทิ้งระยะห่างกลับไปยังร้านค้าลึกลับเพื่อซ่อนตัวได้
แต่หลังจากนั้นไม่กี่วินาที เสียงฝีเท้าก็ยังคงอยู่และเข้าใกล้เขามากขึ้น ซูฉางซิงเหลียวไปมองก็พบว่าสัตว์ประหลาดได้วิ่งผ่านถังเก๋อมาหาเขาแล้ว
ถังเก๋อรีบวิ่งหนีไปอีกทางแล้วตะโกนว่า “พี่ใหญ่ ผมจะไม่ลืมความเมตตาของพี่ในวันนี้เลย ขอโทษด้วยนะคร้าบบบ”
จากระยะห่างนี้ ซูฉางซิงมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ผิวหนังของสัตว์ประหลาดเป็นเกล็ดสีม่วง ดวงตาของมันเหมือนอัญมณีสีม่วงที่เรืองแสงในความมืด ตัวของมันน่าจะสูงประมาณ 3 เมตร
“บัดซบ ฉันไม่ใช่พี่ใหญ่ของแก”
ซูฉางซิงตะโกนสาปแช่ง และขว้างมีดเหล็กไปยังสัตว์ประหลาด เมื่อน้ำหนักลดลง ความเร็วของเขาก็เพิ่มขึ้นอีกครั้ง
เนื่องจากมีทักษะการยิงธนูระดับปรมาจารย์ ตอนนี้ซูฉางซิงมีความสามารถในการใช้อาวุธระยะไกลทั้งหมด การขว้างอาวุธก็อยู่ในหมวดหมู่นั้น ดังนั้นมีดเหล็กจึงพุ่งเข้าหาสัตว์ประหลาดสีม่วงอย่างแม่นยำ
สัตว์ประหลาดสีม่วงใช้แขนปัดมีดเหล็กออกไป แต่ความเร็วของมันก็ได้รับผลกระทบในระดับหนึ่ง
ในขณะนี้ซูฉางซิงได้เข้ามายืนอยู่ในแสงสีขาวแล้ว เมื่อหันไปมองที่สัตว์ประหลาด กรงเล็บสีดำขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นต่อสายตา และรู้สึกได้ถึงแรงลมกระโชกแรงจากการโบกกรงเล็บ
วินาทีถัดมา ร่างของซูฉางซิงก็หายไปในแสงสีขาว สัตว์ประหลาดที่ลอยอยู่กลางอากาศจึงปะทะเข้ากับกำแพงอย่างแรงจนเกิดรอยร้าวขึ้นบนกำแพงอิฐสีแดง
เสียงกรีดร้องเกรี้ยวกราดดังก้องท้องฟ้าท่ามกลางความมืดของยามค่ำคืน
“สัตว์ประหลาดอะไรถึงได้น่ากลัวขนาดนี้ ถึงขนาดกำแพงร้าวเลย”
เสิ่นจินซวนที่นั่งอยู่บนดาดฟ้าตึกอ้าปากค้าง มองดูฉากด้านล่างอย่างว่างเปล่าและพึมพำว่า “หวังว่าเขาจะยังไม่ตาย”
เธออยู่ในตำแหน่งนี้ก่อนที่ซูฉางซิงจะมาถึง และจำได้ทันทีว่าคนที่กำลังปีนกำแพงเป็นชายคนเมื่อวาน เพราะคนส่วนใหญ่ปีนกำแพงไม่ได้
ดูจากกระบวนการทั้งหมด ซูฉางซิงอยู่ในฐานะนกขมิ้น แต่ก็มีนกขมิ้นอีกตัว ซึ่งก็คือสัตว์ประหลาดออกมาภายหลัง
เธอยังคงรู้สึกขอบคุณซูฉางซิงมาก และจึงไม่อยากให้เขาตาย ซูฉางซิงไม่เพียงแต่จะให้อาหารเธอเท่านั้น แต่ยังช่วยเธอเคลียร์ซอมบี้ทั้งหมดในอาคารให้ด้วย ดังนั้นเธอจึงสามารถค้นหาเสบียงบางอย่างจากในอาคารได้อย่างปลอดภัย
หลังจากนั้นเธอก็ทำตามคำแนะนำของซูฉางซิงย้ายมาที่นี่
ส่วนสาเหตุที่เธอขึ้นมาอยู่บนดาดฟ้า ก็เป็นเพราะเธอเห็นซูฉางซิงกำลังปีนกำแพงมาจากห้องที่เธอใช้นอน เธอจึงขึ้นมาบนนี้เพื่อสังเกตการณ์
“อาการง่วงนอนดูเหมือนจะแย่ลง”
เสิ่นจินซวนหาวและรู้สึกง่วงนอนอย่างหนักอีกครั้ง เธอมักมีอาการง่วงนอนอย่างรุนแรง และหลังจากเข้าสู่เกมวันโลกาวินาศ มันก็แย่ลง
.
.
.
ซูฉางซิงทรุดตัวลงนั่งกับพื้น เหงื่อเย็นไหลจากหน้าผาก เขาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสงบสติอารมณ์
แม้ว่าคาดการณ์ว่าจะสามารถเข้ามาในร้านค้าลึกลับได้ แต่มันก็ยังคงมีช่องว่างระหว่างการคาดการณ์กับความเป็นจริง
ถ้าความเร็วของสัตว์ประหลาดเร็วกว่านี้เพียงเล็กน้อย หรือความเร็วของเขาช้าลงเล็กน้อย ผลลัพธ์จะเป็นอย่างอื่นแน่นอน
“ทำไมสัตว์ประหลาดตัวนั้นถึงได้กระโดดข้ามถังเก๋อมาโจมตีฉันโดยตรง?”
ซูฉางซิงขมวดคิ้ว รู้สึกว่ามันไร้เหตุผลสิ้นดี มันอาจเป็นเพราะร่างกายของเขาแข็งแกร่งขึ้นจนดึงดูดสัตว์ประหลาด แต่คำอธิบายนี้ค่อนข้างไกลตัว