บทที่ 35 ฆาตกร
บทที่ 35 ฆาตกร
โกลบอลเกม ภาค 1: ได้รับการสนับสนุนโดยความลึกลับ
บทที่ 35 ฆาตกร
.
ซูฉางซิงได้ยินเช่นนั้น เขาก็อดที่จะขมวดคิ้วไม่ได้ นี่เขามีค่าแค่อาหารเพียงเล็กน้อยเท่านั้นหรือ?
นี่มันน่ารำคาญเกินไปแล้ว คนอันตรายอย่างเขามีค่าแค่อาหารกระป๋อง 10 ไม่สิ 20 กระป๋องเท่านั้น
เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้ากำลังเดินออกจากห้องชั้นล่าง รอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา มันให้ความรู้สึกที่ทั้งอ่อนโยนและสง่างามของอารมณ์นักวิชาการ
ทันใดนั้นซุนปั๋วซ่งก็ดวงตาเบิกกว้าง เมื่อเห็นเด็กหนุ่มถือมีดเหล็กปรากฏขึ้นที่ด้านหลังของหลิวจงกังและเหวี่ยงมีดลงมาอย่างน่ากลัว
หลิวจงกังที่รู้สึกตัวก็เหลียวมามองเช่นกัน และทันได้เห็นแสงเย็นเยียบวาบเข้ามา เขาต้องการยกอาวุธขึ้นต้านรับ แต่มันก็สายเกินไปเสียแล้ว
กะโหลกศีรษะถูกตัดเปิดออก เลือดอุ่นๆ สาดกระเซ็นไปทั่วใบหน้าของซุนปั๋วซ่ง เขาตื่นตระหนกมาก ในขณะมองเด็กหนุ่มที่มีรอยยิ้มมุมปากเดินเข้ามาหาเขาทีละก้าวๆ
เสียงฝีเท้าเบาๆ ดังก้องในห้องอย่างน่าสะพรึงกลัว
นี่มันปีศาจนักฆ่าชัดๆ
เด็กหนุ่มคนนี้ไม่มีอารมณ์แปรปรวนใดๆ ทั้งเย็นชาและเด็ดขาด ราวกับนักฆ่าที่ไร้ความรู้สึกใดๆกับการฆ่า
ทั้งหมดเกินความคาดหมายของซุนปั๋วซ่ง ถ้าเขารู้ว่าซูฉางซิงจะแข็งแกร่งมากขนาดนี้ และฆ่าคนได้โดยไม่กระพริบตา เขาจะไม่พาใครมาที่นี่อย่างแน่นอน
ในเวลาเดียวกันก็มีเสียงกรีดร้องอย่างหวาดกลัวดังมาจากนอกประตู เมื่อคนอื่นๆเห็นฉากดังกล่าวก็ต่างพากันกรีดร้องและกรูกันออกไปนอกอาคารราวกับฝูงผึ้งแตกรัง
ซูฉางซิงลากมีดเหล็กเปื้อนเลือดเดินไปหาซุนปั๋วซ่งทีละก้าวๆ แล้วพูดเบาๆอย่างใจเย็นว่า:
“ถึงแกไม่ได้ฆ่าเขา แต่เขาก็ตายเพราะแก ฉันคิดว่านี่เป็นความผิดของแก แกคิดว่าไง?”
ในเวลานี้ ซุนปั๋วซ่ง ผู้ช่างพูดเสมอมาไม่รู้จะตอบอย่างไรดี เขาหวาดกลัวจนคิดอะไรไม่ออก และพูดเสียงสั่น “ผม ผม…”
“ผมขอร้อง ปล่อยผมไปเถอะ ผมถูกไอ้สารเลวพวกนี้บังคับ ถ้าผมไม่บอกพวกมัน พวกมันจะฆ่าผม”
ซุนปั๋วซ่งคุกเข่าลงบนพื้น ร้องไห้ขอความเมตตา ดูโศกเศร้าและทำอะไรไม่ถูก
“อั๊ก~”
“เขาตายเพราะแก ดังนั้นเพื่อล้างแค้นให้เขา แกต้องตายด้วย”
ซูฉางซิงแทงเข้าที่หน้าอกของเขาโดยไม่ลังเล เขาตัดสินประหารชีวิตชายคนนี้มาก่อนหน้านี้แล้ว สำหรับคนอื่นอาจไม่ต้องตาย แต่ชายคนนี้ต้องตาย
ดวงตาของซุนปั๋วซ่งฉายชัดถึงความเกลียดชัง เขาล้มลงกับพื้นและเสียชีวิตทันที มือซ้ายที่แบออกมีเศษแก้วแหลมคมชิ้นหนึ่งอยู่
“ไม่เลว ไม่ยอมแพ้ดี จนถึงวินาทีสุดท้ายก็ยังคิดฆ่าฉัน น่าเสียดายที่ช่องว่างระหว่างเรา มันใหญ่เกินไป”
ซูฉางซิงชำเลืองมองเศษแก้ว และพูดขึ้นอย่างใจเย็น จากนั้นก็เก็บโทรศัพท์มือถือของคนทั้งคู่ขึ้นมาปล้นคะแนน
[ปล้นผู้ถูกกำจัด รับ 290 คะแนน]
[ปล้นผู้ถูกกำจัด รับ 320 คะแนน]
“ซุนปั๋วซ่งมีคะแนนตั้ง 290 น่าจะปล้นมาจากคนอื่น”
ซูฉางซิงตัดสินใจ เมื่อมอง 4 คนที่หนีออกจากอาคารจากทางหน้าต่าง
“เป็นการรวมตัวที่เหมาะกันจริงๆ แต่ไม่น่าแปลกใจ เพราะท้ายที่สุดแล้วกลุ่มเล็กๆ ที่เพิ่งรวมตัวกัน มันเป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นปึกแผ่น มันคงจะดีถ้าไม่เกิดการทะเลาะกันภายใน”
ซูฉางซิงถือมีดเหล็กยืนพิงหน้าต่าง จ้องมองไปยังศพทั้งสองบนพื้น และใช้เวลาชั่วครู่ ในการสงบสติอารมณ์ลงอย่างสมบูรณ์
เขาฆ่าคนอีกแล้ว
ในช่วงสองวันที่ผ่านมา ทั้งร่างกายและจิตใจของเขาตกอยู่ในสภาวะตึงเครียดอย่างสมบูรณ์ เพียงได้รับการกระตุ้นเล็กน้อย เขาก็มีเหตุผลที่จะฆ่าคนอย่างรุนแรง
บางทีคนเหล่านี้อาจยังไม่เป็นภัยต่อเขามากนักและตามอุปนิสัยของเขา เขาน่าจะปล่อยคนเหล่านี้ไป
“ความคิดนี้ถูกต้อง แต่โชคไม่ดี ที่ฉันดันไปเจอกับคนที่สมควรตาย”
ซูฉางซิงไม่ได้รู้สึกว่าการกระทำดังกล่าวถูกหรือผิด พวกเขาทั้งหมดต่างกำลังดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด บางทีเมื่อพวกเขาตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน พวกเขาก็จะมีการเลือกที่คล้ายกัน
แต่สมมติฐานนี้ขึ้นอยู่กับว่า เป้าหมายต้องไม่ใช่เขา
ซูฉางซิงชำระล้างเลือดบนร่างกายออก แต่เขาก็ยังได้กลิ่นเลือดติดอยู่บนร่างกาย เขาทำอะไรไม่ถูกเล็กน้อย และคิดจะไปที่ร้านค้าลึกลับ เขาต้องเตรียมชุดพิเศษ
เขาไม่ได้อยู่ที่นี่นานเกินไป ที่นี่ถูกเปิดเผยแล้ว มันจึงไม่ปลอดภัยอีกต่อไป และเขาก็ไม่ได้วางแผนที่จะกลับมาอีก ดังนั้นเขาจึงแบกทุกอย่างไปกับเขาด้วย
ซูฉางซิงมองหาร้านหนังสือและร้านค้าอื่นๆไปตามถนน หลังจากเดินทางมากว่าสิบนาที เขาก็เห็นร้านหนังสือที่มีหน้ากระดาษเกลื่อนกลาดอยู่ตรงประตู ตัวหนังสือสีแดงบนป้ายเลือนรางจนมองเห็นไม่ชัด
ภายในร้านหนังสือดูยุ่งเหยิงมาก ทันทีที่เดินเข้าไป เขาก็เห็นนิตยสารสำหรับผู้ใหญ่วางอยู่บนพื้น และหนังสือจำนวนมากที่ถูกนำออกไป สิ่งนี้เกินความคาดหมายของเขา
“หรือว่าหลังจากไฟฟ้าดับ การอ่านจะกลายเป็นความบันเทิงที่ยิ่งใหญ่ที่สุด?”
ในขณะที่กำลังคิดว่าทำไมหนังสือจำนวนมากในร้านหนังสือถึงได้ถูกนำออกไป เขาก็เคลียร์ซอมบี้ที่อยู่ภายในร้าน และเดินไปรอบๆร้านเพื่อมองหาแผนที่ แต่ก็ไม่พบ
“หรือว่ามีคนเอาไปแล้ว หรือไม่ก็ร้านหนังสือนี้ไม่มีแผนที่ขาย?”
ซูฉางซิงครุ่นคิด หากไม่มีแผนที่ การหาสาขาของโล่เทพเจ้าก็จะเป็นเรื่องยากมาก ถ้าโชคดีก็อาจจะเจอ แต่ถ้าโชคร้ายเขาอาจไปหาผิดทาง
ดังนั้นเขาต้องหาแผนที่ต่อไป
ซูฉางซิงวิ่งไปตามถนน ค้นหาร้านหนังสือร้านต่อไป โดยมีฝูงซอมบี้ติดตามมาด้านหลัง วิ่งมาได้ระยะหนึ่ง เขามองเห็นคนอื่นจากระยะไกลหลายครั้ง
คนเหล่านี้ก็เฝ้ามองเขาจากระยะไกลเช่นกัน อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาเข้าไปใกล้ พวกเขาก็วิ่งหนีไปอย่างหวาดกลัว
สิ่งนี้ทำให้เขารู้สึกสับสนเล็กน้อย เขาแค่อยากถามว่ามีร้านหนังสืออยู่แถวนี้บ้างไหม แต่เขาก็นึกขึ้นได้ว่า รูปลักษณ์ของเขามีบางอย่างผิดปกติ ร่างกายของเขาเปื้อนไปด้วยเลือด อีกทั้งยังถือมีดเหล็กอยู่ในมือ ใครที่เห็นก็ต้องวิ่งหนี
จูเหวินหวู่วิ่งเตลิดไปตามถนน เมื่อไม่เห็นใครอยู่ด้านหลัง เขาก็รู้สึกโล่งใจเล็กน้อย และยิ้มออกมา จากนั้นก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาโพสต์
เสี่ยวซิน: รายงานทุกหน่วย บนถนนหยงอัน มีผู้ต้องสงสัยว่าเป็นฆาตกร เขามีอาวุธเป็นมีดเหล็ก หากพบเห็นให้รีบหนีทันที
[รูปภาพ]
มันเป็นภาพของซูฉางซิงที่ร่างกายเปื้อนไปด้วยเลือด ถือมีดเหล็ก สะพายกระเป๋าเป้อยู่บนถนน แต่เห็นหน้าไม่ชัด
โพสต์นี้ไม่ใช่โพสต์ยอดนิยม แต่ก็มีการอ่านจำนวนมาก และด้านล่างก็ยังมีการตอบกลับจำนวนมากด้วย
ตอบกลับ 1: ขอบคุณครับพี่ที่เตือน ถ้าผมเจอเขาจะรีบวิ่งหนีทันที
ตอบกลับ 2: น้อมรับคำเตือน แวบแรกที่เห็น คนๆนี้ดูเหมือนปีศาจตัวใหญ่ที่ฆ่าคนมานับไม่ถ้วนจนร่างกายของเขาเต็มไปด้วยเลือด
ตอบกลับ 3: แม่จ๋า หนูอยากกลับบ้าน ที่นี่ไม่ได้มีแค่ซอมบี้เท่านั้น แต่ยังมีฆาตกรต่อเนื่องด้วย
……
ซูฉางซิงมองโพสต์และรู้สึกปวดฟันเล็กน้อย เขาคิดว่าคนโพสต์น่าจะเป็นคนที่เพิ่งพบเมื่อกี้ เขากำลังคิดว่าจะรีบตามไปบอกให้คนๆนี้ลบโพสต์ดีหรือไม่
“คิดเหมือนฉันเลย”
จูเหวินหวู่มองความคิดเห็นจำนวนมากใต้โพสต์ และเต็มไปด้วยความรู้สึกของความสำเร็จ อีกทั้งยังรู้สึกเหมือนได้ทำบุญใหญ่ เพราะอาจมีบางคนที่สามารถหลบเลี่ยงจากการตกเป็นเป้าหมายของฆาตกรได้ด้วยเหตุนี้
ทันใดนั้น เขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากทางด้านหลัง เมื่อหันไปมองก็พบว่า ฆาตกรคนนั้นกำลังวิ่งมาหาเขาพร้อมกับมีดเหล็กในมือ และมีท่าทางเหมือนกับกำลังจะฆ่าใครสักคน
“แม่จ๋า ไม่ดีแล้ว หยุดไล่ตามฉันได้ไหม?”
จูเหวินหวู่เร่งสปีดรีบวิ่งไปข้างหน้า ด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง เขารู้สึกว่าความเร็วของฆาตกรเร็วกว่าเขามาก
นี่เป็นการแข่งขันระหว่างความเป็นความตาย เขาพยายามเร่งสปีดอีกครั้ง แต่ก็มีมือแข็งแกร่งคว้าไหล่ของเขาเอาไว้