บทที่ 23 ความสยองขวัญที่ไม่รู้จัก
บทที่ 23 ความสยองขวัญที่ไม่รู้จัก
โกลบอลเกม ภาค 1: ได้รับการสนับสนุนโดยความลึกลับ
บทที่ 23 ความสยองขวัญที่ไม่รู้จัก
.
บนถนนยาวที่มืดมิด ซอมบี้ร้องคำรามและพุ่งออกมา
ชายติดอาวุธสามคน เดินมาตามถนนพร้อมกับเคลียร์ซอมบี้ไปด้วย คนที่เดินนำหน้าเป็นชายในเสื้อโค้ทสีเทา ดวงตาของเขาเปล่งแสงสีฟ้าจางๆในความมืด
ชายในเสื้อโค้ทเหวี่ยงกระบี่สั้นในมือเร็วมาก ทุกวงสวิงต้องมีซอมบี้ล้มลง เมื่อต้องเผชิญหน้าซอมบี้อย่างต่อเนื่อง เขาก็ขมวดคิ้วและพูดว่า:
“ก่อนหน้านี้เราเพิ่งเคลียร์ซอมบี้แถวนี้ไป ตอนนี้จำนวนพวกมันเพิ่มขึ้นอีกครั้งแล้ว ซอมบี้พวกนี้น่าจะถูกดึงดูดมาโดยการต่อสู้ของพวกเฮยเหล่าซานก่อนหน้านี้”
คนที่อยู่ทางซ้ายของเขาที่ยังคงใช้ไม้ฟาดซอมบี้ไปรอบๆ พูดขึ้นอย่างระมัดระวัง “หัวหน้า ผมได้ยินมาว่า ท่านนักบวชหญิงอยู่ใกล้แถวนี้ เราควรระวังตัวให้มากกว่านี้นะ”
ชายอีกคนที่มีใบหน้าเฉื่อยชาสูดลมหายใจแล้วพูดว่า “ฉันได้ยินมาว่าท่านนักบวชหญิงทำตัวแปลกๆ เธอฆ่าคนอย่างไร้ความปราณี แม้จะเป็นคนของเราก็ตาม”
ชายในเสื้อโค้ทตวาดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ถ้ายังไม่อยากตาย อย่าพยายามวิจารณ์หรือนินทาเหล่าเทพวิบัติ”
……
ซูฉางซิงพิงขอบหน้าต่างและพูดอย่างจริงจัง “ลบวิดีโอพวกนั้นซะ หลังจากลบแล้วก็โชว์ให้ผมดูด้วย”
เสิ่นจินซวนลบวิดีโอและรูปภาพของซูฉางซิงในโทรศัพท์มือถือตามคำสั่ง แล้วโชว์โทรศัพท์มือถือให้เขาดู
ซูฉางซิงแสร้งทำเป็นชำเลืองมอง แต่อันที่จริง เขามองไม่เห็นเนื้อหาในโทรศัพท์เลย เขาพยักหน้าและพูดว่า “คุณนักข่าว คุณชื่ออะไร?”
“เสิ่นจินซวน”
“ไม่ต้องกังวล อีกสักพักผมก็ไปแล้ว”
เสิ่นจินซวนรีบสั่นศีรษะและพูดว่า “ฉันไม่ได้รังเกียจเลย”
ซูฉางซิงมองดูท่าทางตื่นตระหนกของเธอและคิดในใจว่า มันคงจะแปลกถ้าเธอไม่รังเกียจ เขาหยิบขวดน้ำออกจากเป้ แล้วดื่มเข้าไปอึกใหญ่ เพื่อเติมน้ำที่สูญเสียไปเนื่องจากการต่อสู้ให้กับร่างกาย
เสิ่นจินซวนจ้องมองขวดน้ำในมือของซูฉางซิงและถามอย่างลังเล “คุณช่วย…”
“ไม่ได้”
ซูฉางซิงปฏิเสธอย่างเด็ดขาด เขาดื่มน้ำอีกหนึ่งอึกใหญ่จนหมดขวด แล้วกล่าวว่า “คุณสามารถแลกเปลี่ยนคะแนนเป็นอาหารได้”
เสิ่นจินซวนถอนหายใจและบ่น “ไม่มีคะแนนแล้ว ฉันใช้คะแนนซื้ออาหารจากคนที่ชื่อเด็กโชคดีในฟอรัมหมดแล้ว”
“พูดก็พูดเถอะ คนๆนี้ใจดำจริงๆ น้ำขวดละ 100 คะแนน ในขณะที่ตอนนี้คนส่วนใหญ่มีเพียง 100 คะแนนเท่านั้น”
ซูฉางซิงไม่ตอบ และวางขวดเปล่าลงบนพื้น เขายังจำได้ว่าไอดีของเขามีชื่อว่าเด็กโชคดี
เสิ่นจินซวนถาม “ขอเชื่อไว้ก่อนได้ไหม? แล้วฉันจะคืนคะแนนให้คุณทีหลัง”
จู่ๆ ซูฉางซิงก็มองออกไปนอกหน้าต่างและกล่าวกับเสิ่นจินซวงว่า “หยุดพูด”
“หือ?”
เสิ่นจินซวงก็มองออกไปนอกหน้าต่างด้วย แล้วเธอก็เห็นว่าทั้งสามร่างที่กำลังกวาดล้างซอมบี้อยู่ที่อีกฟากถนน กำลังเคลื่อนที่มาทางนี้
ซูฉางซิงสังเกตเห็นว่าชายที่นำหน้าสุด เคลื่อนไหวได้เร็วอย่างน่าประหลาด ทุกครั้งที่เหวี่ยงกระบี่สั้นแทงหัวซอมบี้ แขนของเขาจะเร็วขึ้นอย่างผิดธรรมดา มันมีความเร็วที่สูงมาก
ความแข็งแกร่งและความเร็วแบบนี้ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
ทั้งสามคนเข้ามาใกล้และตรวจสอบศพที่ถูกซอมบี้กัดแทะเป็นชิ้นๆบนพื้น จากนั้นก็ตรงไปยังร้านค้าลึกลับ แล้วหนึ่งในนั้นก็หายไปในแสงสว่าง และปรากฏขึ้นอีกครั้งภายในไม่กี่นาที
ซูฉางซิงคิดว่าพวกเขามาที่นี่เพื่อตรวจสอบสิ่งที่ถูกแลกเปลี่ยนภายในร้านค้าลึกลับ เพื่อตัดสินสถานการณ์ของซูฉางซิง
ชายที่มีใบหน้าเฉื่อยชาออกมาจากร้านค้าลึกลับและพูดว่า “หัวหน้า ทรัพยากรหายากทั้งหมดภายในร้านถูกแลกเปลี่ยนไปหมดแล้ว”
ชายในเสื้อโค้ทพยักหน้าและวิเคราะห์ “ดูเหมือนว่าคนที่ฆ่าพวกเฮยเหล่าซานน่าจะเป็นคนแลกเปลี่ยนไป คนๆนี้ไม่ง่ายเลย คะแนนในมือของเขาควรมีนับพันคะแนนอย่างแน่นอน พวกเรากลับกันก่อนจะดีกว่า ซอมบี้มาแถวนี้มากขึ้นเรื่อยๆแล้ว”
ทั้งสามคนไม่ได้อยู่ตรงนั้นนานเกินไป พวกเขาจากไปในทิศทางที่พวกเขาเข้ามา ดูเหมือนว่าพวกเขาไม่ได้มีแผนที่จะตามหาซูฉางซิง
“ดูจากเรื่องนี้ สถานที่ชุมนุมของพวกเขาควรอยู่ใกล้ๆ และร้านค้าลึกลับ A0171 ก็ควรอยู่ตรงสุดเขตการควบคุมของพวกเขา ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ได้ไปค้นหาที่ร้านค้าลึกลับ A0173”
พอซูฉางซิงคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ ใจของเขาก็ดิ่งลงจนเกือบถึงจุดต่ำสุด เขาน่าจะเพิ่งตบหน้าองค์กรนี้ไป แต่อิทธิพลของพวกเขาในโลกวันโลกาวินาศนี้ไม่น่าจะยิ่งใหญ่เท่ากับที่เขาจินตนาการไว้ก่อนหน้านี้
เสิ่นจินซวนได้ยินไม่ชัดเจนนักว่าซูฉางซิงกำลังพึมพำอะไรกับตัวเอง แต่เธอเดาได้ว่า สามคนนั้นควรอยู่กลุ่มเดียวกับคนที่ซูฉางซิงสังหารก่อนหน้านี้
หรือว่าชายที่อยู่ตรงหน้ากำลังสังเกตสถานการณ์ของศัตรู?
ซูฉางซิงยกมีดเหล็กเปื้อนเลือดขึ้นและลุกขึ้นยืน ซึ่งทำให้เสิ่นจินซวนตกใจและงุนงง จากนั้นเขาก็พูดกับเธอว่า:
“ผมไปก่อนล่ะ ถ้าเป็นไปได้ พรุ่งนี้คุณควรออกไปจากที่นี่ ย้ายไปทางทิศตะวันตกเพื่อหลีกเลี่ยงคนเหล่านั้น”
พูดจบเขาก็เดินไปที่ประตู เพื่อเตรียมไปที่บันได ถ้าเขาออกทางหน้าต่างแล้วปีนกำแพงลงไป มันจะง่ายที่ทั้งสามคนนั้นจะค้นพบเขา
แล้วคำเตือนของเสิ่นจินซวนก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง
“นอกประตูนั่นมีซอมบี้”
ซูฉางซิงโบกมือและพูดว่า “ผมรู้แล้วว่าข้างนอกมีซอมบี้”
พูดจบเขาก็เปิดประตูออกไป
เสิ่นจินซวงอยู่ตามลำพังภายในห้องมืดๆอีกครั้ง เธอตัวแข็งไปชั่วครู่ เมื่อเห็นว่ามีขวดน้ำกับขนมปังก้อนใหญ่อยู่ตรงจุดที่ซูฉางซิงเคยนั่ง
“อันที่จริงฉันไม่ได้หิว แค่กระหายน้ำนิดเดียวเอง”
มันแปลกที่พูดแบบนั้น เพราะเห็นได้ชัดว่าเธอไม่ได้กินอะไรเลยมาตั้งแต่เมื่อวาน เธอไม่ใช่แค่ไม่หิวเท่านั้น แต่ยังรู้สึกอิ่มอยู่เล็กน้อยด้วย
“ดูเหมือนเขาไม่น่าจะเป็นคนโหดเหี้ยม”
เสิ่นจินซวงหยิบขวดน้ำขึ้นมาดื่มอึกใหญ่ ความเย็นทำให้คอที่แห้งผากของเธอชุ่มชื้น ซึ่งทำให้เธอพอใจมากอยู่ชั่วขณะ
เมื่อเดินออกมานอกประตูซูฉางซิงก็ประหลาดใจ เมื่อพบว่ามีซอมบี้สองตัวนอนอยู่ตรงทางเดิน และหัวของพวกมันได้หายไป
เขาเดินไปตามทางเดินมืดๆที่เต็มไปด้วยกลิ่นเน่าจางๆ ด้วยเสียงฝีเท้าที่ดังก้องอยู่ในอากาศ ซึ่งทำให้เขาคิดว่าจะมีซอมบี้ออกมา แต่กลับไม่ได้ยินเสียงคำรามที่คุ้นเคยเลย เขาเห็นเพียงศพซอมบี้อยู่ตรงสี่แยกของทางเดิน
ศพซอมบี้เหล่านี้มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน นั่นคือหัวของพวกมันถูกระเบิดหายไป ราวกับถูกแรงมหาศาลบางอย่างแทงทะลุสมองอย่างฉับพลัน จนทำให้ศีรษะแตกกระจาย
“มีคนใช้บาร์เร็ตต์เป่าหัวซอมบี้เหล่านี้ทีละตัว? ไม่น่าเป็นไปได้ แม้จะดูเป็นเรื่องตลกเล็กน้อย แต่เอฟเฟกต์การทำลายล้างแบบนี้ มันคล้ายกับการถูกเป่าหัวด้วยปืนไรเฟิลซุ่มยิงจริงๆ”
ใครเป็นคนทำ?
เสิ่นจินซวน?
หรือว่าคนอื่น หรือสิ่งมีชีวิตอื่น?
จากชั้นบนมาถึงชั้นล่าง เขาไม่พบซอมบี้ที่ยังมีชีวิตแม้แต่ตัวเดียว ดูเหมือนอาคารนี้จะได้รับการทำความสะอาดแล้ว
“ไม่น่าจะเป็นเสิ่นจินซวน ดังนั้นก็อาจจะเป็นความสยองขวัญที่ไม่รู้จักที่อยู่ใกล้ๆ”
ซูฉางซิงตระหนักได้ดีถึงอันตราย ในใจก็รู้สึกขนพองสยอง เกล้า เขาจึงเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น และรู้สึกราวกับกำลังเดินไปสู่ประตูนรก ภายในตรอกซอกซอยที่มืดมิดก็ดูน่าสะพรึงกลัวเช่นกัน
ราวกับสัมผัสที่หกถูกกระตุ้น นั่นยิ่งทำให้เขารู้สึกว่า ความรู้สึกของเขานั้นถูกต้อง และขนลุกซู่โดยไม่รู้ตัว เมื่อมาถึงถนน เขาก็เปลี่ยนจากการวิ่งเหยาะๆมาเป็นวิ่งเต็มฝีเท้า
จนกระทั่งมาถึงถนนอีกสาย ซูฉางซิงถึงได้รู้สึกว่าแรงกดดันที่ได้รับได้หายไปอย่างสิ้นเชิง
สิ่งนี้ทำให้เขานึกถึงเงาสีเทาขาวที่อยู่ชั้นบนสุดของอาคารจุดเกิดของเขา แต่โดยสัญชาตญาณแล้ว เขาคิดว่านี่น่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตที่อันตรายกว่า
เขาวิ่งไปที่ร้านค้าลึกลับ A0173 แล้วหยุดลง จากนั้นก็หันกลับไปกำจัดซอมบี้ 4-5 ตัวที่ไล่ตามมา จากนั้นก็เอนกายพิงโคมไฟถนนที่ตกลงมาเพื่อพักผ่อน
โดยทั่วไปแล้วบริเวณนี้จะไม่มีซอมบี้อยู่บนถนน มันจึงดูเงียบสงบและเวลาก็ดูเหมือนจะเดินช้าลงเช่นกัน
เขาเหลือบดูเวลาในโทรศัพท์ มันเป็นเวลา 1.43 น.
ไม่นานหลังจากนั้น ในที่สุดซูฉางซิงก็สงบลง อย่างไรก็ตาม มันมีร่องรอยของความกลัวผุดขึ้นในใจ เขาคิดไม่ถึงว่าเรื่องบ้าๆแบบนี้จะเกิดขึ้นในคืนนี้ ตอนแรกเขาได้ฆ่าคนสี่คนที่มาซุ่มโจมตีเพื่อปล้นเขา และนำไปสู่องค์กรลึกลับ จากนั้นก็สัมผัสได้ถึงสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวที่ไม่รู้จัก
โชคดีที่เขายังรอดชีวิตกลับมา และการมีชีวิตอยู่ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่โชคดีที่สุด