บทที่ 14 หลบหนีจากจุดเกิด
บทที่ 14 หลบหนีจากจุดเกิด
โกลบอลเกม ภาค 1: ได้รับการสนับสนุนโดยความลึกลับ
บทที่ 14 หลบหนีจากจุดเกิด
.
ประตูห้างสรรพสินค้ามีซากศพซอมบี้เกลื่อนพื้น เลือดสีดำชุ่มกระเบื้องหินอ่อนสีขาว
ชายหนุ่มร่างผอมสวมเสื้อฮู้ดยืนอยู่ท่ามกลางซากศพด้วยเสื้อผ้าที่เปื้อนไปด้วยเลือดสีดำ มองดูโทรศัพท์และพูดอย่างเหยียดหยาม:
“ก็แค่คนธรรมดาไม่คุ้มค่าที่จะกล่าวถึง แน่นอนว่าคนธรรมดาเท่านั้นที่จะโอ้อวด โลกที่พวกเขาเห็นนั้นเล็กเกินไป”
“แท่งเหล็กอันนี้ทนทานจริงๆ ดูเหมือนเทคโนโลยีของโลกนี้จะค่อนข้างพิเศษ” ชายร่างกำยำชำเลืองมองแท่งเหล็กที่ยังคงตั้งตรงในมือ และพูดต่อไปว่า:
“ฉันคิดว่าเขาแข็งแกร่งกว่าคนธรรมดามาก คนส่วนใหญ่คงยอมวางมือจากสถานการณ์เช่นนี้ไปแล้ว และเขาก็มีความกล้าหาญมากพอจริงๆ”
ชายหนุ่มในเสื้อฮู้ดลูบหลังศีรษะด้วยมือเรียวขาวของเขา และกล่าวอย่างไม่พอใจว่า “อย่าทำให้ฉันรังเกียจด้วยการชื่นชมขยะอย่างจงใจแบบนี้เลย พูดก็พูดเถอะ คนพวกนั้นจะมีชีวิตรอดอีกนานแค่ไหน”
“ยังไม่มาช่วยฆ่าพวกมันอีก!”
เขาลืมตาแดงก่ำที่เต็มไปด้วยความบ้าคลั่งขึ้นอย่างฉับพลัน
ในเวลานั้นเอง ก็มีเสียงล้อเล่นดังขึ้นมาจากระยะไกล
“โอ๊ะโอ๋ มีคนพูดเรื่องใหญ่อีกแล้ว”
“ดา ด้า ดา!”
หญิงสาวในเสื้อยืดสีแดงไว้ผมหางม้าสีน้ำเงิน ดวงตามีรอยคล้ำหนา ส่งเสียงฮัมเพลงแปลกๆเบาๆ เดินมือเปล่ามาจากระยะไกล
ท่าทางการเดินของเธอดูโอ้อวดมาก เหมือนนักแสดงละครใบ้
พอได้ยินเสียงนี้ ชายหนุ่มในเสื้อฮู้ดก็สงบลง และยิ้มอย่างไม่เป็นพิษเป็นภัย “ฮ่า ฮ่า ไม่ใช่เรื่องของเธอ”
……
ความถี่ของซอมบี้ที่ตกลงมาจากด้านบนสูงขึ้นเรื่อยๆ และพื้นที่ ที่ซูฉางซิงจะใช้หลบหลีกก็น้อยลงเรื่อยๆเช่นกัน
ดวงตาของเขาทอประกายโหดเหี้่ยม ในขณะผ่อนคลายมือที่จับเชือกเร่งความเร็วในการโรยตัวอีกครั้ง ภายใต้แรงเสียดทานอย่างหนักเศษผ้าที่พันมืออยู่หลุดลุ่ยออกอย่างรวดเร็วจนฝ่ามือปวดแสบปวดร้อน
เหลืออีกเพียงครึ่งทางประมาณ 10 เมตร ซูฉางซิงก็จะถึงพื้น
การเสี่ยงภัยด้วยวิธีนี้เป็นทางเลือกเดียว เพราะหากถูกซอมบี้กระแทกใส่ก็อาจตกลงไปได้ทุกเมื่อ ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะลองเสี่ยงดู
ซอมบี้พุ่งเข้าใส่ร่างของซูฉางซิง จนเกือบทำให้เขาหลุดมือจากเชือก ซึ่งทำให้ความเร็วในการทิ้งดิ่งเร่งขึ้นอีกครั้ง
ในขณะที่ความเร็วในการดิ่งลงมาเร็วขึ้นและเร็วขึ้น ซูฉางซิงเสียการควบคุมไปอย่างสมบูรณ์ เขาทำได้เพียงพยายามอย่างเต็มที่เพื่อจับเชือกชะลอความเร็ว
ไม่กี่วินาทีต่อมาก็เกิดแรงดึงมหาศาลจากเชือกที่รอบเอวของซูฉางซิงขึ้นมาอย่างฉับพลัน จนหลังส่วนล่างรู้สึกเจ็บปวดในขณะที่ร่างแกว่งไปมาเหนือพื้นขึ้นไปครึ่งเมตร
“โชคดีที่เชือกยาวพอดี ถ้ายาวกว่านี้คงได้ตกลงพื้นแน่ๆ”
ซูฉางซิงปลดปมเชือกที่รัดเอวออกอย่างราบรื่น แล้วหย่อนเท้าลงบนพื้น เมื่อหันมองไปรอบๆก็พบว่า ซอมบี้ที่ตกลงมาเหล่านั้นยังไม่ตาย เพียงแต่ท่อนล่างหักกำลังตะเกียกตะกายอยู่บนพื้นพยายามเข้ามาหาเขา แต่ก็มีบางตัวที่ยังสามารถลุกขึ้นยืนได้
“บัดซบ ไอ้พวกผีลืมหลุม”
ซูฉางซิงสบถ และเอื้อมมือไปด้านหลังดึงขวานที่เหน็บอยู่บนเป้ออกมา จามลงบนหัวของซอมบี้ที่อยู่ใกล้ๆ แล้วก้าวเท้าออกวิ่งไปที่ถนน
เนื่องจากรอบๆมีซอมบี้อยู่จำนวนมาก ไม่นานหลังจากนั้น ซอมบี้ที่ไล่ติดตามซูฉางซิงมาก็มีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ
ในเวลานี้เสิ่นจินซวนได้อัปโหลดวิดีโอที่สามอีกครั้ง
จันทราหิมะ: วิดีโอเหตุการณ์ปัจจุบันที่สาม ผู้กล้าหนีจากจุดเกิด
[วิดีโอ]
การเคลื่อนไหวของซูฉางซิงทำให้ผู้คนตื่นตะลึงอย่างมาก และรู้สึกเหมือนกำลังมองการถ่ายทำภาพยนตร์ฮอลลีวูดเรื่องดัง ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นพันๆในทันที
ตอบกลับ 1: เชี่ยเอ๊ย เชี่ยเอ๊ย เชี่ยเอ๊ย ความรู้ทั่วไปของการเรียนรู้ด้วยตัวเอง ลั่นโลกด้วยประโยคเดียว
ตอบกลับ 2: นี่มันอะไร ฉันกำลังดูหนังใช่ไหม อย่าเอาหนังมาหลอกกัน
ตอบกลับ 3: เห็นแล้วเลือดเดือด ฉันจะออกไปสู้กับซอมบี้ซัก 300 รอบ
ตอบกลับ 4: ใจเย็นๆ พี่น้อง คุณมีเพียงชีวิตเดียว คนที่พูดและทุกคนยังมีชีวิตอยู่
……
“ให้ตายเถอะ ทำไมมีซอมบี้มากขนาดนี้”
พอซูฉางซิงเหลียวหลังไปมองก็ต้องตกตะลึง เขาร้องคำรามและรีบเร่งความเร็ววิ่งไปข้างหน้า
แต่ใครจะรู้ว่าเสียงคำรามนี้กลับดึงดูดซอมบี้จำนวนมากให้เข้ามา
เขากัดฟันแน่นจนรู้สึกปวด และวิ่งไปข้างหน้าโดยไม่ส่งเสียง
ด้วยความเร็วระดับ 4 การเคลื่อนที่ของซูฉางซิงนั้นเร็วกว่าคนทั่วไป และตอนนี้ก็ยังไม่มืด ความเร็วของซอมบี้นั้นช้ากว่าเขามาก
หลังจากวิ่งมามากกว่าสิบนาที และผ่านมาได้สองถนน ซูฉางซิงทิ้งฝูงซอมบี้ไว้เบื้องหลัง นอกจากยานพาหนะที่ถูกทิ้งร้างแล้วก็ไม่เห็นพวกมันอีก
หลังจากนั้นอีกสิบกว่านาที มีเพียงซอมบี้ประปรายเท่านั้นที่ยังคงเดินตามหลังเขามา และพวกมันไม่กี่ตัวนี้ถูกดึงดูดมาจากบริเวณใกล้เคียงเท่านั้น
“ใน… ในที่สุดก็สลัดหลุด”
ซูฉางซิงหอบหายใจอย่างหนัก จนไอน้ำก่อตัวเป็นควันที่มองเห็นด้วยตาเปล่าอยู่เหนือศีรษะ เหงื่อออกชุ่มเสื้อ แต่เขาก็ยังบีบเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้าย ยกขวานขึ้นจามใส่ซอมบี้ที่มาถึง
“ใช้มีดเหล็กจะดีกว่า ความคมกับน้ำหนักของขวานน้อยกว่ามีดเหล็ก ข้อดีมีอย่างเดียวคือใช้สะดวก”
ซูฉางซิงดึงขวานออก ซึ่งชักนำเลือดสีดำออกมาด้วย จากนั้นซอมบี้ก็ล้มลง ระหว่างทางเขาได้จัดการซอมบี้ไป 4-5 ตัวแล้ว
หลังจากจามหัวพวกมันไปครั้งแล้วครั้งเล่า เขาก็สังเกตเห็นว่าจุดอ่อนของซอมบี้อยู่ทางซีกขวาด้านหน้าของศีรษะ
ถ้าโจมตีไปที่จุดนั้น ซอมบี้จะตายทันทีเหมือนไฟฟ้าดับ แน่นอนว่ามนุษย์ก็จะตายทันทีเช่นกัน หากสมองถูกผ่าออก
อย่างไรก็ตาม มนุษย์กับซอมบี้แตกต่างกัน ถ้าไม่โจมตีซีกขวา แต่ไปโจมตีซีกซ้ายของซอมบี้ มันจะไม่ตาย
สิ่งนี้ทำให้ซูฉางซิงรู้สึกว่า ซอมบี้เหล่านี้ไม่เหมือนสิ่งมีชีวิต แต่เหมือนเครื่องจักรมากกว่า และซีกขวาก็คือแกนกลางของพวกมัน
เพิ่งฆ่าซอมบี้ไปหนึ่งตัว อีก 4-5 ตัวที่อยู่ด้านหลังก็ติดตามเข้ามา แม้ว่าเรี่ยวแรงจะหมดลงไปแล้วมากกว่าครึ่ง แต่ซูฉางซิงก็ยังไม่พร้อมที่จะล่าถอย เพราะถ้าเขายังวิ่งต่อไป ซอมบี้เหล่านี้ก็ยังคงตามไล่ล่าเขาไม่หยุด
เขาใช้ 30 คะแนนเพื่อแลกกับมีดเหล็กในร้านค้าคะแนนส่วนลด แสงสีขาววาบขึ้น พร้อมกับมีดเหล็กใหม่เอี่ยมที่ปรากฏขึ้นบนพื้น
ซูฉางซิงคว้ามีดเหล็กขึ้นมาและพุ่งเข้าไปฟันมีดใส่หัวซอมบี้ ฆ่ามันทันที จากนั้นก็ลากมีดกลับมา ชะลอความเร็วลงเล็กน้อยเพื่อฟื้นฟูพลัง แล้วฟันซอมบี้ตัวอื่นต่อไป
เขาอาศัยความได้เปรียบของความเร็วจัดการกับซอมบี้ด้วยวิธีการรบแบบกองโจร เพื่อทำให้ตัวเองเผชิญกับซอมบี้ครั้งละตัวให้ได้มากที่สุด หลังจากต่อสู้อยู่หลายนาที ซูฉางซิงก็ฆ่าซอมบี้ 4-5 ตัวนั้นได้ในที่สุด
พื้นที่นี้เป็นลานกว้างทำให้เขามีพื้นที่ในการหลบหลีก ถ้าเขาเผชิญหน้ากับซอมบี้ 5 ตัวนี้ ภายในอาคารพร้อมๆกัน เป็นไปได้ว่าเขาจะถึงทางตัน
หลังจากเสียบมีดเหล็กเข้าไปในสมองซอมบี้ตัวสุดท้าย เขาก็ทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นหอบหายใจอย่างหนัก ดวงตาทั้งคู่มืดลง รู้สึกเหมือนดวงอาทิตย์สีส้มเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน
“ชิป เกือบวูบแล้ว”
ซูฉางซิงตกใจ ไม่กี่วินาทีต่อมา เขาก็พิงรถยนต์ที่ถูกทิ้งร้างค่อยๆ ลุกขึ้นยืน พักเอาแรงและสังเกตสถานการณ์รอบตัว
เขารู้ว่าที่นี่อันตราย ซอมบี้อาจเข้ามาได้ทุกเมื่อ ตอนนี้ไม่ใช่เวลาพักผ่อน หากต้องการมีชีวิตอยู่ต่อไป ก็ต้องมั่นคง รอบคอบ และ ระมัดระวังตัวตลอดเวลา