บทที่ 12 ช็อก
บทที่ 12 ช็อก
โกลบอลเกม ภาค 1: ได้รับการสนับสนุนโดยความลึกลับ
บทที่ 12 ช็อก
.
ขณะนี้เป็นเวลาเย็นแล้ว แสงอาทิตย์อัสดงนอกหน้าต่างลอดเข้ามาทางผ้าม่านที่ขาดวิ่น ให้ความรู้สึกสงบสุดจะพรรณนา
ซูฉางซิงตัดสินใจเดินเข้าไปภายในห้องที่ทั้งเย็นและมีกลิ่นเหม็น ซึ่งทำให้เขารู้สึกอยากอาเจียน
หลังจากก้าวข้ามมัมมี่ เดินไปตามทางเดินด้านใน ฝีเท้าของเขาก็หยุดกึกลงตรงหน้าห้องที่สาม
ภายใต้แสงสลัวซูฉางซิงเห็นวัสดุมากมายอยู่ภายในห้อง มีทั้งอาหารและเครื่องมือ พัสดุต่างๆวางซ้อนกันอยู่เต็มครึ่งห้อง เพียงมองแวบเดียว เขาก็รู้ถึงความรู้สึกพึงพอใจของหนูในถังข้าวสาร
เสบียงมากมาย
ที่นี่มีเสบียงมากมายจริงๆ
ประสบการณ์การค้นหาอันเจ็บปวดก่อนหน้านี้ ทำให้เขาสงสัยว่ากำลังมีอาการหลงผิด เขาจึงทำการตรวจสอบอีกครั้ง มันถูกต้องไม่ใช่อาการหลงผิด
นี่เป็นการเก็บเกี่ยวครั้งใหญ่
“ห้องนี้เป็นห้องเก็บของของพวกเขา เสบียงของอาคารทั้งหมดถูกรวบรวมไว้ที่นี่ พูดอีกอย่างก็คือ ก่อนหน้านี้ฉันวุ่นวายไปเอง”
ซูฉางซิงเห็นกระเป๋าเป้กีฬาสีน้ำเงินที่แขวนอยู่บนผนังอย่างรวดเร็ว เขาเอามันลงมา สะบัดฝุ่นออก แล้วเปลี่ยนกับกระเป๋าหนังสีชมพูที่ถืออยู่ในตอนนี้ และใช้งานกระเป๋าเป้ทันที
มีอาหารมากมายในห้องเก็บของ ซึ่งมีอาหารกระป๋องมากกว่าหนึ่งโหล ซูฉางซิงยัดอาหารกระป๋องทั้งหมดใส่กระเป๋าเป้
นอกจากนี้ยังมีอาหารที่หมดอายุแล้วจำนวนมาก ถ้าเขาเอาทั้งหมดไปขายในฟอรั่ม ก็จะเปลี่ยนเป็นคะแนนจำนวนมาก
“ขวานนี่ไม่เลวเลย แม้จะขึ้นสนิม แต่ก็ยังใช้งานได้”
ซูฉางซิงมองดูขวานขึ้นสนิมในมือด้วยความเสียดายเล็กน้อย หากมันไม่เสียหาย มันจะมีพลังมากกว่านี้ เขาเหน็บขวานไว้ด้านนอกเป้ เพื่อที่จะหยิบใช้ได้ทุกเมื่ออย่างสะดวก
มีไม้ขีดไฟ 4-5 กลัก เขาลองดูแล้ว พบว่าแม้มันจะชื้นบ้าง แต่ยังสามารถติดไฟได้ เขาจึงใส่มันไว้ในช่องด้านนอกของเป้
นอกจากนี้ยังมีเชือกปีนเขาวางขดอยู่ตรงมุม สิ่งนี้ดูเหมือนจะมีประโยชน์มาก แม้จะหนักไปซักหน่อย แต่ซูฉางซิงก็ใส่มันเข้าไปในช่องด้านในของเป้อย่างไม่ลังเล
“นี่ใช่ยาหรือเปล่า?”
ชั่วพริบตา ซูฉางซิงก็เห็นขวดยาแก้วสีดำสองขวดอยู่หลังประตู ขวดหนึ่งว่างเปล่า อีกหนึ่งเหลืออยู่เพียงครึ่งขวด เขาจึงหยิบมันขึ้นมาตรวจสอบ
ชื่อยา: เซลล์ประสาทเฮย์แมน
ผลกระทบของยา: ทำให้ร่างกายเป็นอัมพาตชั่วคราว การใช้เกินขนาดอาจทำให้เสียชีวิตได้ โปรดใช้ด้วยความระมัดระวัง
อายุการเก็บรักษา: สองปี
นี่ควรเป็นพิษที่หวังตงไหลใช้วางยาคนอื่น
(ผู้แปล – ผู้แต่งเปลี่ยนชื่อจากหวังไหลตง เป็นหวังตงไหล)
“คำถามคือพิษที่หมดอายุแล้วนั้นมีพิษมากขึ้นหรือไม่มีพิษแล้วกันแน่”
ซูฉางซิงลังเลอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะเก็บมันใส่ไว้ในช่องด้านในของเป้
หลังจากนั้นไม่นาน กระเป้าเป้ใบใหญ่ก็ถูกซูฉางซิงยัดของใส่จนเต็ม ทำให้เขารู้สึกร่ำรวยขึ้นในชั่วข้ามคืน
โชคดีที่ตอนนี้เขาแข็งแกร่งขึ้นมาก มันจึงง่ายที่จะเดินโดยแบกเป้ไว้บนหลัง
หลังจากแบกเป้ เขายังจำได้ว่ายังมีธุระที่จะต้องทำต่อ นั่นคือไปดูผลการวิจัยของหวังตงไหล และค้นหาความจริงเกี่ยวกับการระบาดวันโลกาวินาศ
ส่วนวิธีหลีกเลี่ยงการติดเชื้อนั้น ตอนนี้ซูฉางซิงไม่มีความหวังเลย ท้ายที่สุดแล้ว นี่คือสิ่งที่ไม่มีมนุษย์คนใดในโลกนี้ทำได้สำเร็จ และเขาก็ไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์ จึงไม่มีความรู้ใดๆที่เกี่ยวข้อง
เขาได้แต่หวังว่าวงจรการติดเชื้อจะนานกว่า 30 วัน และอาการซอมบี้จะไม่ปรากฏขึ้นก่อนที่เกมจะจบลง
เมื่อเดินเข้าไปตามทางเดินมาจนถึงห้องสุดท้ายที่เป็นห้องอ้างอิง เขาเปิดประตูเดินเข้าไป และพบกับวัสดุกับเอกสารทุกชนิดกองอยู่บนตู้รอบตัว
แฟ้มเอกสารหนาที่วางอยู่บนโต๊ะมีโลโก้รูปโล่สีน้ำเงินพิมพ์อยู่
“อันนี้เหรอ?”
ขณะที่ซูฉางซิงเอื้อมมือไปหยิบแฟ้มเอกสาร จู่ๆก็ได้ยินเสียงกรอบแกรบดังขึ้น ร่างกายของเขาแข็งทื่อหัวใจเย็นยะเยือกขึ้นอย่างฉับพลัน เขารีบเดินออกจากห้องพร้อมกับลางสังหรณ์อันเลวร้ายที่เกิดขึ้น
เสียงกรอบแกรบค่อยๆดังขึ้นราวกับคลื่นไฟฟ้า
เขามองไปยังอีกด้านหนึ่งของทางเดินโดยไม่รู้ตัว ร่างสีเทาซีดค่อยๆก้าวออกมาจากกำแพงทีละก้าวๆ
แสงสลัวภายในห้อง ทำให้ร่างสีเทาซีดดูสว่างขึ้นเล็กน้อย แต่ละก้าวของมันทำให้พื้นเริ่มสั่นสะเทือนอย่างอธิบายไม่ได้
จู่ๆ โทรศัพท์ในมือซ้ายของเขาก็สั่น
[ภารกิจย่อย: คุณพบกับสิ่งมีชีวิตที่ไม่รู้จัก
1. หลบหนี (10 คะแนน)
2. ชะตากรรมขึ้นอยู่กับตัวเอง ฆ่ามัน (1,000 คะแนน สำหรับการฆ่าสิ่งมีชีวิตที่ไม่รู้จักครั้งแรก)]
เดิมทีซูฉางซิงมีความคิดที่จะลองโจมตีดู แต่ทันทีที่เห็นรางวัลภารกิจ เขาก็ไม่คิดเช่นนั้นอีกเลย
ในโลกนี้ไม่มีสิ่งที่เรียกว่าขนมพายตกจากท้องฟ้า รางวัลยิ่งสูง อันตรายก็ยิ่งมากและยากลำบากยิ่งขึ้น
รางวัลระดับนี้ ลืมมันไปเถอะ สิ่งสำคัญที่สุดคือการเอาชีวิตรอด ไม่ว่าจะได้สักกี่คะแนนก็ไม่สำคัญเท่ากับชีวิต
ซูฉางซิงลังเลไม่ถึงวินาที จากนั้นก็ออกวิ่งไปที่ประตู เขาอยู่ไม่ไกลจากประตูนัก หากวิ่งเต็มกำลังก็จะไปถึงได้ภายในเวลาไม่เกิน 10 วินาที
อย่างไรก็ตาม หลังจากวิ่งออกไปได้ไม่กี่ก้าว เขาก็เหมือนกับโดนรถชนอย่างกะทันหัน จนกระเด็นออกไปข้างหน้า 2-3 เมตรและตกลงบนพื้นอย่างแรง
มีดเหล็กหลุดจากมือตกลงพื้นจนเกิดเสียงที่คมชัด
ในเวลานี้เขาไม่สนใจอาวุธอีกต่อไป อวัยวะภายในของเขาบอบช้ำมากและปวดร้าวไปทั้งตัว เขามองไปยังประตูสว่างไสวที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม เขาคำรามและรีบลุกขึ้น แล้วรีบวิ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วอีกครั้ง
เสียงกรอบแกรบที่ได้ยินกลายเป็นเสียงกรีดร้องแสบแก้วหูที่ดังทะลุเข้าไปในสมอง
ซูฉางซิงไม่สนใจ เขามองไปทางประตูและรีบวิ่งออกไป อีกสองก้าว อีกก้าวเดียว ก้าวข้ามมัมมี่หลายตัว โซเซผ่านประตูไปอย่างรวดเร็ว และกระแทกประตูปิดตามหลังอย่างแรง
ความกดดันที่อยู่ด้านหลังหายไป เสียงกรีดร้องแสบแก้วหูหายไป โลกกลับเข้าสู่ความสงบ
ซูฉางซิงไม่ยอมหยุดเพราะกลัวว่าสิ่งนั้นจะตามมา เขาวิ่งลงบันไดมาตลอดทางอย่างเคร่งเครียด เสียงกรอบแกรบดังเข้ามาในหูเป็นระยะๆ และไม่ได้หายไป จนกระทั่งถึงชั้นที่แปด
เขานั่งอยู่บนพื้นของห้องแรกบนชั้นเจ็ด หอบหายใจด้วยความช็อก จากภาพสะท้อนของกระจก เขามองเห็นเลือดไหลออกมาจากอวัยวะรับสัมผัสทั้งห้าบนใบหน้า ไหลนองลงมาตามลำคอเต็มไปหมด
(ผู้แปล - อวัยวะรับสัมผัสทั้ง 5 ในการแพทย์แผนจีนหมายถึง ตา หู ปาก จมูก ลิ้น)
“ชิป เกือบตายแล้ว โชคดีที่ฉันวิ่งเร็ว มันเป็นสัตว์ประหลาดประเภทไหนกันวะ คงไม่ใช่ผีหรืออะไรเทือกนี้หรอกนะ โลกนี้ควรเป็นโลกไซไฟไม่ใช่เหรอ?”
ซูฉางซิงเทน้ำครึ่งขวดใส่หน้า เพื่อทำให้ตัวเองสงบลงและล้างคราบเลือด ผมเปียก คราบเลือดไหลลงมาตามน้ำ จิตใจยังคงรู้สึกมึนงงเล็กน้อย ราวกับถูกราดด้วยตะกั่วหนัก
เขาตรวจสภาพร่างกายพบว่าอาการบาดเจ็บไม่สาหัส เพียงแค่รู้สึกอึดอัดไปทั้งตัว
ชื่อ: ซูฉางซิง
ความแข็งแกร่ง: 4 (แข็งแกร่งกว่ามนุษย์ทั่วไป)
ความเร็ว: 3 (ระดับมนุษย์ทั่วไป)
พื้นฐานสุขภาพ: 3 (ระดับมนุษย์โดยเฉลี่ย)
จิตวิญญาณ: 5-1 (ลดลงชั่วคราว เนื่องจากการบาดเจ็บทางจิตใจ)
สถานะ: ได้รับบาดเจ็บ จิตใจบอบช้ำเล็กน้อย
การประเมิน: พูดได้คำเดียวว่า ถ้าไม่ใช่เพราะความแข็งแกร่งทางจิตใจของคุณอยู่เหนือคนธรรมดาเล็กน้อยแล้วล่ะก็ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าคราวนี้คุณได้ตายแน่
ได้รับบาดเจ็บทางจิตใจเล็กน้อย?
พูดอีกอย่างก็คือ มันเป็นสัตว์ประหลาดที่เก่งเรื่องการโจมตีทางจิต เสียงกรีดร้องนั้นน่าจะเป็นสัญญาณของการโจมตีทางจิต
ซูฉางซิงเข้าใจดีว่าคราวนี้เขาโชคดีขนาดไหน ตราบใดที่ความแข็งแกร่งทางจิตใจของเขาอ่อนแอลงกว่านี้เพียงเล็กน้อย เขาอาจจะเป็นลมทันที
“มารดามันเถอะ นี่มันใช้โชคดีหมดก็ประสบโชคร้ายใช่ไหมเนี่ย การมีสัตว์ประหลาดระดับนี้ตรงจุดเกิด มันก็เหมือนกับวางบอสเลเวล 100 ในหมู่บ้านมือใหม่”
ซูฉางซิงทำได้เพียงบ่นอย่างหมดหนทาง นี่คือโลกความจริง ไม่ใช่เกม มันไม่มีกลไกรักษาสมดุลที่เหมาะสม
บางคนต้องเผชิญกับซอมบี้จำนวนมากตั้งแต่เริ่มต้น ในขณะที่บางคนนั่งอยู่บนเสบียงมากมายอย่างง่ายดาย
ในเวลาเดียวกัน ซูฉางซิงรู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากที่สามารถหยิบเสบียงและกระเป๋าเป้มาจากใต้จมูกสัตว์ประหลาดตัวนั้นและหนีออกมาได้สำเร็จ
เขาควรถูกมองว่าเป็นคนที่เผชิญหน้ากับซอมบี้และสัตว์ประหลาดระดับสูงจำนวนมากตั้งแต่เริ่มต้น และนั่งอยู่บนเสบียงมากมายอย่างยากลำบาก
โชคร้าย แต่ก็โชคดี