เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 ไม่มีผู้รอดชีวิต

บทที่ 11 ไม่มีผู้รอดชีวิต

บทที่ 11 ไม่มีผู้รอดชีวิต


โกลบอลเกม ภาค 1: ได้รับการสนับสนุนโดยความลึกลับ

บทที่ 11 ไม่มีผู้รอดชีวิต

.

พอถึงชั้น 12 ซูฉางซิงประหลาดใจเมื่อพบว่า เลย์เอาต์ของชั้นนี้สมบูรณ์กว่ามาก อย่างน้อยก็มีสิ่งของต่างๆอยู่ภายในห้อง ไม่เหมือนชั้นล่างที่ดูเหมือนถูกโจรปล้น

เขาคิดว่าไม่มีซอมบี้บนชั้นนี้ แต่เมื่อเดินผ่านห้องน้ำ เขาก็ได้ยินเสียงคำรามดังมาจากด้านใน

“ซอมบี้?”

ซูฉางซิงถือมีดเหล็กเดินเข้าไปอย่างระมัดระวัง กระตือรือร้นที่จะลอง และตั้งตารอดูความแตกต่างระหว่างการสับซอมบี้แบบธรรมดากับการสับซอมบี้หลังจากใช้ความสามารถพิเศษ

พอเข้าไป เขาก็เห็นซอมบี้นอนอยู่บนพื้น

แต่มันยังมีชีวิตอยู่ พอมันเห็นซูฉางซิงเดินเข้ามา มันก็ดิ้นรนอยู่บนพื้นอย่างบ้าคลั่ง ด้วยความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะโจมตี แต่ร่างกายของมันเป็นอัมพาต

“หะ? ตัวแจกคะแนน?”

ซูฉางซิงอึ้งไปชั่วครู่ จากนั้นก็ยกมีดเหล็กขึ้นฟันฉับลงที่หัวของซอมบี้ ซึ่งแยกหัวและจบชีวิตของมันได้อย่างง่ายดาย

ก่อนหน้านี้ซูฉางซิงจำเป็นต้องใช้พละกำลังทั้งหมดที่มีเพื่อฆ่าซอมบี้ให้ได้ในการโจมตีครั้งเดียว แต่ด้วยความสามารถพิเศษที่ได้มาจากฉายา การโจมตีจึงเป็นไปได้อย่างง่ายดาย แถมยังประหยัดแรงอีกด้วย

การเหลือแรงไว้บ้าง สิ่งต่างๆก็ค่อนข้างจะง่ายขึ้นมาก

“ตอนเป็นมนุษย์มันเป็นอัมพาต พอมาเป็นซอมบี้ทำไมถึงเป็นแบบนี้อีกล่ะ?”

ซูฉางซิงตรวจร่างกายซอมบี้ เมื่อไม่พบอะไรเป็นพิเศษ เขาก็หันหลังออกจากห้องน้ำไป

มีหลายอย่างอยู่บนชั้นนี้ แต่ไม่มีอะไรที่เป็นประโยชน์มากนัก ส่วนใหญ่เป็นของใช้ในชีวิตประจำวัน และเครื่องใช้สำนักงาน อย่างไรก็ตาม เขาได้พบประแจขึ้นสนิมสองอันอยู่ภายในห้องๆหนึ่ง

ประแจสามารถใช้เป็นอาวุธ แต่มันไม่มีประโยชน์สำหรับเขา ดังนั้น เขาจึงนำไปโพสต์ขายในฟอรั่ม

เด็กโชคดี: พบประแจขึ้นสนิม 2 อัน สามารถใช้เป็นอาวุธได้ อันละ 50 คะแนน

เนื่องจากซูฉางซิงมีฉายา ทำให้มีสิทธิ์ที่จะปักหมุดโพสต์ใดโพสต์หนึ่งของเขาไว้ด้านบนสุด

ดังนั้นโพสต์ขายประแจนี้จึงปรากฏอยู่ด้านบนสุดของโพสต์ยอดนิยมทั้งหมด และมีเครื่องหมายเป็นสีน้ำเงิน ไม่นานนักก็มีการตอบกลับมากมายด้านล่าง

ตอบกลับ 1: สิทธิพิเศษของผู้มีฉายา เถ้าแก่ใช้เส้นนี่หว่า

ตอบกลับ 2: ใช้เส้น +1

ตอบกลับ 3: มี 50 คะแนนพอดี กรุณาแลกเปลี่ยนด้วย

……

ในโรงจอดรถใต้ดินที่ไหนสักแห่ง

ชายหนุ่มรูปหล่อสวมเสื้อกันลมสีฟ้าอ่อน มองดูโทรศัพท์พร้อมกับบ่น:

“โชคดีชะมัด หัวหน้า ผมทนไม่ไหวแล้ว โพสต์ขายประแจของไอ้หมอนี่อยู่บนสุดเลย นี่มันใช้เส้นใช่ไหม?”

ชายวัยกลางคนที่เอามือล้วงกระเป๋ายืนพิงผนัง ด้วยท่าทางเกียจคร้าน พูดขึ้นว่า:

“มันเป็นสิทธิ์ของคนอื่น คนอื่นจะใช้ยังไงก็ได้ตามที่ต้องการ ดูเหมือนว่าเขาควรจะรู้ถึงประโยชน์ของคะแนน”

ชายหนุ่มวางโทรศัพท์แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม: “งั้นเราไปจับตัวมาสอบถามข้อมูลกันเลยไหม?”

ชายวัยกลางคนถอนหายใจและพูดอย่างรำคาญว่า “นายต้องการจับตัวเขา แล้วนายรู้หรือว่าเขาอยู่ที่ไหน”

“งั้นจะทำยังไง?”

“เราก็ถามเขาไปตรงๆ”

“ถ้าเขาไม่บอกจะทำยังไง”

“เสนอเงื่อนไขแล้วต่อรอง มันก็เหมือนการทำธุรกิจ ทุกอย่างมีมูลค่าของตัวเอง”

“แต่หัวหน้า คุณไม่ได้ทำธุรกิจ”

……

ภายในไม่กี่นาที ซูฉางซิงก็ได้มา 100 คะแนนจากการขายประแจ

“การใช้เส้นนี่ดีจริงๆ เหมือนเป็นการเติมวีไอพีขั้นสูงสุด ต่อให้ฟอรั่มมีโพสต์เยอะขนาดไหน ก็ไม่ต้องกังวลว่าผู้ซื้อจะไม่เห็น”

“ได้รับ 100 คะแนนภายในครั้งเดียว เทียบเท่ากับการฆ่าซอมบี้ 10 ตัว ถ้าคิดแบบนี้ การทำธุรกิจเพื่อให้ได้คะแนนเร็วขึ้นจะดีกว่า จากนั้นก็ให้ทุกคนมาทำงานให้”

หลังจากแสดงความคิดเห็น ซูฉางซิงก็ถอนหายใจ แล้วถือมีดเหล็กเดินไปยังชั้น 13 มีสิ่งกีดขวางจำนวนมากกองอยู่ที่ทางเดินระหว่างชั้น 12 กับชั้น 13

หลังจากผ่านสิ่งกีดขวาง เขาพบว่าชั้น 13 ไม่ใช่ชั้นบนสุด ยังสามารถขึ้นไปได้อีก

สิ่งของบนชั้น 13 จัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ เรียบร้อยกว่าบนชั้น 12 มีเพียงการถูกปกคลุมไว้ด้วยชั้นของฝุ่นหนา บ่งบอกว่าไม่มีใครมาที่นี่นานแล้ว

ซูฉางซิงเดินไปตามทางเดิน และพบว่าภายในห้องหลายห้องมีฟูกหรือเครื่องนอนที่ทำมาจากผ้าต่างๆ อย่างเช่นเสื้อผ้า ปูอยู่บนพื้น

เขายังเห็นห้องที่ตกแต่งด้วยโปสเตอร์ต่างๆ เพื่อแปลงสภาพให้เป็นห้องนอนที่มีสไตล์ส่วนตัวมาก

เห็นได้ชัดว่ามีหลายคนที่อาศัยอยู่รวมกันที่นี่ เพื่อหลบหนีจากหายนะ

“ไม่มีเหตุผล คนพวกนี้หายไปไหนกันหมด”

ซูฉางซิงเดินไปรอบๆ ทันใดนั้นเขาก็สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติบางอย่าง บนชั้นนี้ไม่มีซอมบี้ ไม่มีแม้กระทั่งซากศพ แม้ว่าคนเหล่านี้จะจากไป พวกเขาก็ควรนำบางสิ่งติดตัวไปด้วย

เมื่อคิดถึงบันทึกที่มีคนทิ้งไว้ก่อนหน้านี้ เขาก็พอเดาได้ และตรงไปยังชั้น 14 เลย โดยไม่ค้นหาบนชั้นนี้ต่อ

แน่นอนว่าชั้น 14 เป็นชั้นบนสุด โครงสร้างของมันแตกต่างจากชั้นอื่นๆ ที่ประตูกั้นทางเข้าตรงทางเดินด้านนอก ด้านบนของประตูมีป้ายเขียนว่า ‘ห้องวิจัยวิทยาศาสตร์’

เนื่องจากไฟฟ้าถูกตัด ส่วนควบคุมการเข้าออกจึงกลายเป็นเหมือนกับของตกแต่ง

ผ่านส่วนควบคุมการเข้าออกมาถึงหัวมุมทางเดิน ซูฉางซิงก็เห็นประตูโลหะสีขาวที่มีโลโก้รูปโล่สีน้ำเงินอยู่บนนั้น

นี่คือโลโก้ของบริษัทโล่เทพเจ้า

“บริษัทนี้น่าจะเป็นบริษัทในเครือของบริษัทโล่เทพเจ้า และถูกควบคุมโดยบริษัทโล่เทพเจ้า แต่ในนามแล้ว ที่นี่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทโล่เทพเจ้า”

ซูฉางซิงแสดงรอยยิ้มหยัน เขาจำได้อย่างชัดเจนว่า พนักงานหลายคนของบริษัทนี้ต้องการย้ายไปทำงานที่บริษัทโล่เทพเจ้า

ประตูแง้มอยู่ มีกลิ่นเน่าเหม็นน่าขยะแขยงโชยออกมาจากด้านใน

พอเปิดประตู ซูฉางซิงก็พบภาพที่น่าสยดสยอง มีซากมัมมี่มากมายนอนระเกะระกะอยู่ภายในห้องเล็กๆ บนโต๊ะอาหารทรงกลม มีภาชนะใส่อาหารเน่าเสียและดำคล้ำอยู่บนโต๊ะ

เขาไม่ได้เข้าไปข้างใน แต่จ้องมองฉากภายในห้องอย่างว่างเปล่า การเผชิญหน้ากับซอมบี้ไม่สามารถทำให้เขากลัวได้ แต่ฉากนี้ทำให้เขารู้สึกขนลุก

ข้อมูลและเบาะแสจำนวนมากถูกรวบรวมอยู่ในใจของซูฉางซิงราวกับจิ๊กซอว์

“คนเหล่านี้ไม่มีใครกลายเป็นซอมบี้ พวกเขาตายในขณะที่ยังเป็นมนุษย์ พวกเขาถูกคนอื่นวางยาพิษในอาหาร และตายโดยไม่ได้ดิ้นรนมากนัก”

“ฆาตกรน่าจะเป็น หวังไหลตง ผู้ทิ้งคำพูดสุดท้ายไว้”

ซูฉางซิงรู้ว่าไม่มีใครอยากตาย สัญชาตญาณของชีวิตคือการแสวงหาการอยู่รอดอย่างต่อเนื่อง ต่อให้รู้ว่าอีกไม่นานจะกลายเป็นซอมบี้ พวกเขาก็ยังต้องการมีชีวิตอยู่จนถึงช่วงเวลาสุดท้าย

หวังไหลตงกล่าวไว้ว่า เมื่อร่างกายแสดงอาการของการกลายร่าง ไม่นานนักก็จะกลายเป็นซอมบี้ อย่างไรก็ตามย่อมไม่มีใครเต็มใจจบชีวิตตัวเองก่อนกำหนด ดังนั้นหวังไหลตงจึงลอบวางยาพิษฆ่าพวกเขา

เป็นไปได้สูงว่าท้ายที่สุดจะเหลือหวังไหลตงเพียงคนเดียว เมื่อเขาลงมาเห็นคนที่แขวนคอตายบนชั้น 12 จึงไปผูกคอตายอยู่ใกล้กับคนๆนั้น ก่อนจะผูกคอตายก็ได้ทิ้งคำพูดสุดท้ายเอาไว้ นี่เป็นการตายด้วยความสิ้นหวังอย่างสุดซึ้ง

ซูฉางซิงไม่อาจแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสิ่งนี้ มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ไม่อาจบอกได้ว่าถูกหรือผิด มันขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละบุคคล

ถ้าดูจากมุมมองของผู้ถูกวางยาพิษ หวังไหลตงไม่มีสิทธิ์ที่จะมาตัดสินความเป็นความตายของพวกเขา แม้ว่าพวกเขาจะถูกลิขิตให้กลายเป็นซอมบี้ก็ตาม

การอนุญาตให้ฆ่าตัวตายสามารถทำได้ แต่จะบังคับให้ตายไม่ได้

แต่จากมุมมองของหวังไหลตงแล้ว เขาเพิ่งฆ่าซอมบี้บางตัวที่อาจเป็นอันตรายต่อมนุษย์ล่วงหน้า แม้ว่าสำหรับมนุษยชาติจะไม่เหลือความหวังอีกแล้วก็ตาม

เขาเป็นผู้มีความเชื่ออย่างลึกซึ้งที่สุดในฐานะนักวิจัย แต่เมื่อความเชื่อนี้กลายเป็นความสิ้นหวังอย่างล้ำลึก เขาจึงได้นำพาความสิ้นหวังไปสู่ผู้อื่น

จบบทที่ บทที่ 11 ไม่มีผู้รอดชีวิต

คัดลอกลิงก์แล้ว