- หน้าแรก
- การเป็นเซียนเริ่มต้นจากการขุดเหมือง
- ตอนที่ 28 พลังสวรรค์สร้าง
ตอนที่ 28 พลังสวรรค์สร้าง
ตอนที่ 28 พลังสวรรค์สร้าง
**อธิบายการบ่มเพาะของเรื่องนี้ พลังจะไม่ได้เว่อร์วังมาก ช่วงแรกจะเป็นการฝึกร่างกาย อย่างแรกที่ต้องฝึกเพื่อเป็นผู้ฝึกยุทธ์คือ
1. ระดับพื้นฐาน: การฝึกภายนอก
หลักการคือภายนอกฝึก เอ็น กระดูก ผิว สามอย่างนี้จะฝึกอะไรก่อนก็ได้ ไม่ลำดับตายตัว แต่ต้องฝึกให้ครบเพื่อก้าวไปขั้นต่อไป
ฝึกผิว : ทำให้ผิวหนังเหนียวทนทานดุจไม้หรือหนังวัว อาวุธธรรมดาฟันไม่เข้า
ฝึกเส้นเอ็น : เน้นความยืดหยุ่น ความเร็ว และแรงดีดตัว
ฝึกกระดูก : เสริมความแข็งแกร่งของโครงสร้างร่างกาย ทนแรงกระแทก
การเรียกขานผู้ฝึกยุทธ์ในระดับนี้:
ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นหนึ่ง : ผู้ที่ฝึกสำเร็จไปแล้ว 1 อย่าง (เช่น ฝึกผิวสำเร็จขั้นสูง)
สามผสานภายนอก : ผู้ที่ฝึกครบทั้ง ผิว + เอ็น + กระดูก จนสำเร็จ หลอมรวมพลังทั้งสามส่วนเข้าด้วยกัน (พวกแม่ทัพ เหลียนหยวนจาง และ จางซูหยาง อยู่ในระดับนี้)
2. ระดับสูง: การฝึกภายใน
เมื่อ "สามผสานภายนอก" สมบูรณ์ จะเริ่มฝึกจากภายนอกเข้าสู่ภายใน
ขั้นฝึกเนื้อ ขั้นต่อจากสามผสานภายนอก เป็นการฝึกให้เกิด "พลังภายในแทรกซึมเข้าสู่กล้ามเนื้อ สามารถควบคุมกล้ามเนื้อได้ดั่งใจ (เช่น บีบปากแผลห้ามเลือดเองได้)
ขั้นฝึกเลือด : เลือดลมแข็งแกร่ง พละกำลังมหาศาล
ขั้นฝึกไขกระดูก : เปลี่ยนไขกระดูก สร้างเลือดใหม่ ร่างกายผลัดเปลี่ยน
ขั้นฝึกอวัยวะภายใน: อวัยวะแข็งแกร่ง ลมหายใจยาวนาน
ขั้นก่อเกิดปราณ: ขั้นสูงสุดของการฝึกกายภาพ ก่อกำเนิด "ปราณแท้จริง"
ตอนที่ 28 พลังสวรรค์สร้าง
ผู้หญิงคนนี้ผิดปกติมาก อุณหภูมิติดลบหลายสิบองศา กลับใส่แค่เสื้อผ้าบางเบาชั้นเดียว เพราะฝึกยุทธ์สายตาดีขึ้น เขาถึงกับมองเห็นส่วนเว้าส่วนโค้งของหลี่เมี่ยวอวิ๋นได้
โลกนี้ดูท่าจะเปิดเผยดีแฮะ
สวีอวิ๋นฟานแอบเหล่ฟางมู่ซานกับหลี่ฮ่าวเหมี่ยว ทั้งสองนอกจากสีหน้าเคร่งเครียดแล้ว ไม่ได้แสดงท่าทีรังเกียจการแต่งกายผิดจารีตของหญิงสาวเลย
หลี่เมี่ยวอวิ๋นเอ่ยเรียบๆ “ท่านเยี่ยนอ๋อง ฝ่าบาทต้องการพบท่าน ตามข้ามาเถอะ”
หลี่ฮ่าวเหมี่ยวเผยรอยยิ้มเย็น “ตัดแขนขาข้า แล้วโยนลงเหมืองหนิงกู่ถ่า แล้วมาบอกว่าอยากเจอข้า นางแพศยานั่นเสียสติไปแล้วหรือไง”
หลี่เมี่ยวอวิ๋นกล่าวเรียบๆ “ท่านมีสายเลือดราชวงศ์ ย่อมปล่อยให้ระหกระเหินอยู่ข้างนอกไม่ได้ ฝ่าบาทตรัสว่าครั้งนี้เป็นแค่การลงโทษท่าน กลับไปเถอะ แค่ไปสำนึกผิดที่ตำหนักหยางซินกับฝ่าบาทดีๆ รอพระนางสวรรคต ท่านก็คือฮ่องเต้”
หลี่ฮ่าวเหมี่ยวทนการดูถูกเช่นนี้ได้ที่ไหน
เขาตวาด “บอกนางแพศยานั่น ข้าจะกลับไป แต่จะกลับไปอย่างสง่าผ่าเผย แล้วลากนางลงมาเหยียบใต้ฝ่าเท้า ไม่มีทางกลับไปอย่างน่าสมเพชแบบนี้เด็ดขาด”
หลี่เมี่ยวอวิ๋นกล่าว “ตอนนี้ท่านพิการไปแล้ว จะเอาอะไรไปต่อต้าน ท่านเยี่ยนอ๋อง ไปกันเถอะ”
พูดจบ หลี่เมี่ยวอวิ๋นก้าวเท้าช้าๆ เข้าหาหลี่ฮ่าวเหมี่ยว ทุกที่ที่นางเดินผ่าน สวีอวิ๋นฟานตาค้าง
ผู้หญิงคนนี้ เดินไม่มีเสียงเท้า
“เหยียบหิมะไร้รอย!”
ฟางมู่ซานสีหน้าเคร่งเครียดถึงขีดสุด “นางน่าจะ... สร้าง 'ปราณ' ได้แล้ว”
ฝึกภายนอก เอ็น กระดูก ผิว สามผสานภายนอก ก้าวสู่ขั้นฝึกเนื้อ เลือด ไขกระดูก และอวัยวะภายใน วิถียุทธ์เก้าขั้น ผู้หญิงคนนี้ดูเหมือนจะไปถึงจุดสูงสุดแล้ว
หลี่ฮ่าวเหมี่ยวหรี่ตา แสงเย็นวาบ เอ่ยเสียงทุ้ม “เหยียบหิมะไร้รอย? ดูท่าเจ้าจะเป็นธิดาเทพสำนักเทียนซู ไม่งั้นคงไม่ใส่ชุดบางเบาแบบนี้ออกมาเดินทาง ข้านึกว่าเจ้าก้าวเข้าสู่ขั้นยอดยุทธ์แล้วจริงๆ เพื่อฟูมฟักปราณเพียงริ้วเดียวนี้ ร่างกายเจ้าคงพรุนไปหมดแล้วสินะ?”
หลี่เมี่ยวอวิ๋นสีหน้าเรียบเฉย กลมกลืนไปกับฟ้าดินและหิมะ นางเอ่ยเสียงเบา “ปราณเพียงริ้วเดียว พลิกฟ้าคว่ำดินได้ ฆ่าคนดั่งตัดหญ้า สำนักเทียนซูเรามีเคล็ดวิชาเฉพาะ”
ฟางมู่ซานได้ยินดังนั้น สีหน้าผ่อนคลายลงหน่อย ถ้าเป็นยอดฝีมือระดับยอดยุทธ์มาดักทางจริงๆ พวกเขาคงหมดทางสู้ ได้แต่นอนรอความตาย
เห็นสวีอวิ๋นฟานทำหน้างง ฟางมู่ซานกระซิบอธิบาย “สำนักเทียนซูสืบทอดมาหลายพันปี มีวิชาพิสดาร สามารถสร้างปราณหนึ่งริ้วได้ตั้งแต่ขั้นสามผสานภายนอก แต่วิชานี้มีทั้งดีและเสีย แม้จะทำเรื่องเหนือมนุษย์ได้ แต่เพื่อหล่อเลี้ยงปราณริ้วนี้ ร่างกายผู้ฝึกจะอ่อนแอมาก หากเสียปราณริ้วนี้ไป ก็ไม่ต่างจากหญิงสาวอ่อนแอธรรมดา”
หลี่ฮ่าวเหมี่ยวหันกลับมามองฟางมู่ซานและสวีอวิ๋นฟาน เอ่ยเสียงขรึม “นี่เป็นความแค้นระหว่างข้ากับนางแพศยานั่น พวกเจ้าสองคนข้ามยอดเขาไป ลงเขาแล้วเดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ”
สวีอวิ๋นฟานและฟางมู่ซานได้ยินดังนั้น สวีอวิ๋นฟานพยักหน้าทันที พูดอย่างเด็ดขาด “ท่านเยี่ยนอ๋องไปดีเถอะ ทุกปีวันนี้ข้าจะรำลึกถึงท่าน!”
พูดจบ หันหลังวิ่งแน่บ ฝีเท้าถี่รัว หายวับไปในพายุหิมะในพริบตา
ฟางมู่ซานหน้าแดงก่ำ สุดท้ายประสานมือ “ข้าก็เหมือนกัน!”
พูดจบ ก็หนีไปอย่างรวดเร็วราวกับนกแตกรัง
เห็นฉากนี้ หลี่ฮ่าวเหมี่ยวหางตากระตุก
แม้จะเตรียมใจไว้แล้ว แต่พอเห็นสวีอวิ๋นฟานและฟางมู่ซานทิ้งกันไปหน้าตาเฉย ในใจก็อดเศร้าไม่ได้
เขาลอบถอนใจ โลกนี้หามิตรแท้ยากนัก ก็แค่ตกอับมาเจอกันเท่านั้นเอง
หลี่เมี่ยวอวิ๋นละสายตาจากทิศที่สวีอวิ๋นฟานหนีไป สบสายตาคมกริบของหลี่ฮ่าวเหมี่ยว เอ่ยเสียงเย็น “วางใจเถอะ ข้าจะให้พวกเขาหลับใหลตลอดกาลในเขาจีอวิ๋นนี้”
หลี่เมี่ยวอวิ๋นเดินนวยนาดมาตรงหน้าหลี่ฮ่าวเหมี่ยว ยื่นมือขาวผ่องดุจต้นหอม จะคว้าคอเสื้อหิ้วเขาขึ้นมา
ทันใดนั้น มือซ้ายที่เหลืออยู่ของหลี่ฮ่าวเหมี่ยวก็พุ่งออกไปดุจสายฟ้า คว้าข้อมือหลี่เมี่ยวอวิ๋นไว้หมับ
หลี่เมี่ยวอวิ๋นขมวดคิ้ว แววตาฉายแววไม่พอใจ
ฉับพลัน ข้อมือนางปรากฏสีเขียวคล้ำดุจเส้นเลือดฝอย พลังมหาศาลที่อธิบายไม่ได้พุ่งออกจากข้อมือ พยายามสะบัดนิ้วหลี่ฮ่าวเหมี่ยวออก
ผิดคาด แขนที่ดูอ่อนปวกเปียกของหลี่ฮ่าวเหมี่ยว กลับแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า
พลังที่นางส่งออกไป ปกติทุบหินยักษ์แตกได้สบายๆ กลับสะบัดข้อมือหลี่ฮ่าวเหมี่ยวไม่หลุด หลี่ฮ่าวเหมี่ยวค่อยๆ เงยหน้าขึ้น แววตาคมกริบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ราวกับมองทะลุจิตใจคน
“ธิดาเทพสำนักเทียนซู เจ้าต้องรู้ไว้ ราชวงศ์ต้าโจวตระกูลหลี่ คือตระกูลสายเลือดแท้จริง”
พูดจบ ท้องของเขาก็ขยับรุนแรง ลำคอกระเพื่อม
จากนั้น ยาลูกกลอนสีทองอร่าม ขนาดเท่าหัวแม่มือ เปล่งแสงจางๆ ก็ปรากฏขึ้นในปาก
กลิ่นหอมประหลาดพุ่งออกมาจากปากเขา ทำให้หลี่เมี่ยวอวิ๋นผู้รักสะอาดต้องขมวดคิ้วแน่น
แม้จะรู้ว่าในปากอีกฝ่ายคือยาวิเศษหายากยิ่ง แต่ลึกๆ ในใจ นางไม่อยากแตะต้องเลยสักนิด ยิ่งเป็นกลิ่นที่พ่นออกมาจากปากหลี่ฮ่าวเหมี่ยวด้วยแล้ว
แต่นางก็จำยาในปากหลี่ฮ่าวเหมี่ยวได้ทันที
“ยามังกรพยัคฆ์สำนักเต๋า!?”
หลี่เมี่ยวอวิ๋นรู้สึกลางสังหรณ์ไม่ดี มือของนางลื่นไหลราวกับปลาไหล บิดหมุนในองศาที่ผิดมนุษย์ พลิกกลับมาจับข้อมือหลี่ฮ่าวเหมี่ยว
พร้อมกันนั้น มืออีกข้างรีบยกนิ้วขึ้น ดุจกริชแหลมคม จิ้มไปที่หน้าผากหลี่ฮ่าวเหมี่ยว
นิ้วของนางแหลมคมยิ่งนัก แหวกอากาศจนเกิดเสียงหวีดหวิว
นิ้วนี้แฝงพลังมหาศาล เจาะทองทะลุหินได้
หลี่ฮ่าวเหมี่ยวเหมือนจะรู้ทัน เอียงหัวหลบ ปลายนิ้วหลี่เมี่ยวอวิ๋นเฉียดหน้าผากเขาไป เลือดสดๆ ไหลริน หลี่ฮ่าวเหมี่ยวเผยสีหน้าเหี้ยมเกรียมแปลกประหลาด
จากนั้น ฉากน่าตื่นตะลึงก็เกิดขึ้น
เห็นเพียงไหล่และขาที่ขาดหายไปของเขา เนื้อหนังแตกออก ราวกับเซลล์แบ่งตัวอย่างบ้าคลั่ง เลือดเนื้อและของเหลวจำนวนมากพุ่งออกมาจากปากแผลราวกับหนวดนับไม่ถ้วน
ภายใต้สายตาตกตะลึงของหลี่เมี่ยวอวิ๋น ตรงที่เคยเป็นแขนขาขาด บัดนี้ถูกเลือดเนื้อถมเต็ม ขยับขยาย พองตัว แล้วหดตัวอย่างรวดเร็ว
พริบตาเดียว หลี่ฮ่าวเหมี่ยวก็มายืนอยู่ตรงหน้าหลี่เมี่ยวอวิ๋นด้วยร่างกายครบสามสิบสอง
สบตากับแววตาเหม่อลอยของหลี่เมี่ยวอวิ๋น หลี่ฮ่าวเหมี่ยวขยับแขนขา ใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติเผยรอยยิ้ม เห็นฟันขาวสะอาด
“พลังสวรรค์สร้างสำหรับผู้มีสายเลือดแท้จริง เรื่องแค่นี้จิ๊บจ๊อย”
สิ้นเสียง หลี่ฮ่าวเหมี่ยวพุ่งเข้าชนหลี่เมี่ยวอวิ๋นราวกับกระทิงคลั่ง มือเท้าแฝงพลังลมฝน
หลี่เมี่ยวอวิ๋นสีหน้าเรียบเฉย รีบเบี่ยงตัวหลบ พร้อมกับสองมือร่ายรำว่องไว เงาฝ่ามือวูบวาบ ทุกกระบวนท่าแฝงลมปราณดุดัน มุ่งโจมตีจุดตายของหลี่ฮ่าวเหมี่ยว
หลี่ฮ่าวเหมี่ยวเคลื่อนไหวรวดเร็ว หลบซ้ายป่ายขวา พร้อมกับหาช่องโหว่ของหลี่เมี่ยวอวิ๋นไปด้วย