เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 ผลที่ตามมา ไม่ใช่สิ่งที่คุณจะรับไหว

บทที่ 12 ผลที่ตามมา ไม่ใช่สิ่งที่คุณจะรับไหว

บทที่ 12 ผลที่ตามมา ไม่ใช่สิ่งที่คุณจะรับไหว


บทที่ 12 ผลที่ตามมา ไม่ใช่สิ่งที่คุณจะรับไหว

กว่าหลี่อี้หยางจะกลับมาถึงเมืองชิงเฉิง ก็ปาเข้าไปบ่ายสามโมงครึ่งแล้ว ภายในบริษัทเจี้ยนเซิ่ง ผู้บริหารระดับสูงต่างวิ่งวุ่นกันจนหัวหมุน

ในห้องประชุมระดับสูง เฉินเจี้ยนหัวนั่งหน้าเครียดอยู่บนเก้าอี้ประธาน สาดคำด่าใส่บรรดาผู้บริหารระดับล่างอย่างไม่ไว้หน้า

“พวกคุณทำงานกันประสาอะไร! ผมสั่งให้ไปตามหาซื้อไม้จันทน์เขียวจากทุกที่ที่หาได้ แต่จนป่านนี้ยังหาไม่ได้สักท่อน!

ตอนนี้เหลือเวลาอีกแค่สองชั่วโมงก็จะถึงกำหนดส่งมอบของให้ไท่อันกรุ๊ป ถ้าหาของมาไม่ได้ นอกจากจะต้องจ่ายค่าปรับสามเท่าแล้ว ยังเสี่ยงจะเสียคู่ค้ารายใหญ่ไปอีก ความเสียหายมหาศาลขนาดนี้ พวกคุณมีปัญญาชดใช้กันไหม!”

ผู้บริหารคนหนึ่งรวบรวมความกล้าเอ่ยขึ้น “ท่านประธานครับ พวกเราพลิกแผ่นดินหาทั่วทั้งเมืองชิงเฉิงและจังหวัดใกล้เคียงแล้วครับ แต่ไม่มีไม้จันทน์เขียวเหลือเลย ถ้าลองเจรจากับประธานเฉิงขอเลื่อนกำหนดส่งไปอีกสักสองวัน เราน่าจะพอหาของจากต่างมณฑลมาทันนะครับ”

“คิดว่าผมไม่เคยลองหรือไง? ไม่รู้ใครคาบข่าวเรื่องไฟไหม้โกดังไปบอกประธานเฉิง ไม่ว่าผมจะขอร้องยังไง เขาก็ยื่นคำขาดว่าต้องส่งไม้จันทน์เขียวที่มีมูลค่าเท่ากันมาให้ได้ก่อนห้าโมงเย็นวันนี้ ไม่งั้นเขาจะยกเลิกสัญญาทั้งหมด” พูดถึงตรงนี้ เฉินเจี้ยนหัวก็รู้สึกเหนื่อยใจจนแทบหมดแรง

ห้องประชุมตกอยู่ในความเงียบงัน ทุกคนต่างหมดหนทาง ดูเหมือนว่างานนี้คงส่งของไม่ทันแน่แล้ว

ทันใดนั้น มีคนเปลี่ยนประเด็นขึ้นมา “ท่านประธานครับ เหตุไฟไหม้ครั้งใหญ่ขนาดนี้ ต้องเกิดจากการละเลยหน้าที่ของผู้ดูแลโกดังแน่ๆ เรื่องแบบนี้เราจะปล่อยผ่านไม่ได้นะครับ”

เฉินเจี้ยนหัวหรี่ตามอง “รวบรวมรายชื่อผู้รับผิดชอบดูแลโกดังสินค้าทั้งหมดมาให้ผม ค่าเสียหายทั้งหมดให้พวกนั้นรับผิดชอบ ถ้าไม่มีเงินจ่าย ก็ส่งตำรวจดำเนินคดี!”

เขาคือนักธุรกิจ ไม่ใช่นักบุญ ผลประโยชน์ต้องมาก่อนเสมอ

ตัดภาพมาที่โรงพยาบาล เหวินเสี่ยวฮุ่ยทำเรื่องออกจากโรงพยาบาลให้อันอันเสร็จเรียบร้อย แล้วพาลูกไปฝากไว้ที่บริษัทของน้องชาย

เธอตั้งใจจะไปขอพบผู้บริหารของไท่อันกรุ๊ปด้วยตัวเอง เพื่อขอความเมตตา

ขอแค่พวกเขายอมยืดเวลาให้อีกสักนิด ต่อให้ต้องคุกเข่าอ้อนวอนเธอก็ยอม

“เจ้ โกดังมันไฟไหม้ได้ยังไง แล้วอีกอย่างเจ้แค่ดูแลเรื่องเบิกจ่ายสินค้าไม่ใช่เหรอ ทำไมไฟไหม้แล้วกลายเป็นความรับผิดชอบของเจ้ล่ะ?” เหวินเฉิงเจี๋ยฟังเรื่องราวแล้วถามด้วยความไม่เข้าใจ

เหวินเสี่ยวฮุ่ยตอบเสียงเพลีย “เจ้ก็แค่แพะรับบาปของพวกผู้บริหารนั่นแหละ ใครใช้ให้เจ้จน ไม่มีเส้นมีสายล่ะ แต่ทำไงได้ เรื่องมันเกิดแล้ว เจ้ก็ต้องหาทางแก้ ไม่งั้นคงต้องติดคุก

ฝากดูแลอันอันหน่อยนะ เจ้ต้องไปไท่อันกรุ๊ปก่อน”

เหวินเฉิงเจี๋ยของขึ้นทันที “บ้าไปแล้ว! มีสิทธิ์อะไรมาโยนความผิดให้เจ้ บอกมาซิว่าใครมันใส่ร้ายเจ้ ผมจะไปหักขามันเดี๋ยวนี้แหละ!”

“อย่าหาเรื่องใส่ตัวเลย แค่ดูแลอันอันให้ดีก็พอ เรื่องที่บริษัทเดี๋ยวเจ้จัดการเอง” เหวินเสี่ยวฮุ่ยรีบห้ามปราม กลัวน้องชายจะเดือดร้อนเพราะเธอ

เหวินเฉิงเจี๋ยรู้ดีว่าใช้กำลังไปก็แก้ปัญหาไม่ได้ แต่เขากลืนความแค้นนี้ไม่ลงจริงๆ คนไม่มีเส้นสายสมควรโดนรังแกหรือไง?

ตอนนั้นเองเขาสังเกตเห็นว่าหลี่อี้หยางไม่อยู่ “แล้วหลี่อี้หยางไปไหน? ตัวคนหายไปไหนแล้ว?”

ตั้งแต่หลี่อี้หยางออกไปเมื่อคืน ก็ยังไม่กลับมาเลย

แม้เหวินเสี่ยวฮุ่ยจะไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะแก้ปัญหาได้จริงๆ

แต่การที่เขาหายหัวไปโดยทิ้งข้ออ้างสวยหรูไว้แบบนั้น จะไม่ให้เธอรู้สึกผิดหวังและเสียใจเลยก็คงเป็นการโกหก

เห็นพี่สาวหน้าเศร้า เหวินเฉิงเจี๋ยก็เดาเรื่องได้ทันที เขาถบถด่า “แม่งโคตรหน้าตัวเมีย เมียมีเรื่องเดือดร้อน ตัวเองกลับทิ้งลูกเมียหนีเอาตัวรอด เจอหน้าครั้งหน้าพ่อจะหวดให้ขาหักเลยคอยดู”

“เขา... เขาบอกว่าจะไปหาทางช่วย ก็เลยออกไป” เหวินเสี่ยวฮุ่ยแก้ต่างให้สามี ไม่รู้ทำไมเธอถึงพูดแบบนั้น อาจจะแค่เพื่อปลอบใจตัวเองก็ได้

เหวินเฉิงเจี๋ยสงสารความซื่อของพี่สาวจับใจ “เจ้ เจ้คงไม่ได้เชื่อคำโกหกพรรค์นั้นหรอกนะ? ผมว่าป่านนี้มันหนีเตลิดไปไกลแล้ว คนงานการไม่ทำอย่างมันจะเอาปัญญาที่ไหนมาช่วย?”

“ช่างเขาเถอะ เจ้ต้องรีบไปไท่อันกรุ๊ปแล้ว ฝากอันอันด้วยนะ” พูดจบเธอก็รีบออกจากบริษัทของน้องชายไป

เธอรู้ว่าพาลูกมาที่ทำงานน้องชายมันไม่เหมาะสม แต่เธอไม่มีทางเลือกอื่นแล้วจริงๆ

ในขณะที่เหวินเสี่ยวฮุ่ยกำลังเดินทางไปไท่อันกรุ๊ป หลี่อี้หยางก็เดินทางมาถึงบริษัทเจี้ยนเซิ่งพอดี

ทันทีที่เดินเข้าประตู พนักงานต้อนรับก็เรียกไว้ “สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่ามาติดต่อใครคะ?”

“ผมมาขอพบท่านประธานครับ” หลี่อี้หยางยิ้มตอบ บุคลิกดูภูมิฐานน่าเชื่อถือ

พนักงานสาวถึงกับเขินอายเมื่อเห็นรอยยิ้มนั้น เธอถามกลับเสียงอ่อนหวาน “ไม่ทราบว่าได้นัดไว้หรือเปล่าคะ?”

หลี่อี้หยางส่ายหน้า “ไม่ได้นัดครับ แต่ผมมาเพื่อช่วยท่านประธานแก้ปัญหาใหญ่ รบกวนโทรแจ้งท่านหน่อยนะครับ บอกว่าผมมีไม้ที่ท่านกำลังต้องการ”

พนักงานต้อนรับไม่กล้าโทรสุ่มสี่สุ่มห้า เพราะกลัวโดนไล่ออก

แต่คำพูดและท่าทางของหลี่อี้หยางกลับทำให้เธอรู้สึกวางใจอย่างประหลาด เธอจึงตัดสินใจต่อสายถึงเลขาท่านประธาน

เลขาฯ ฟังแล้วก็ทำท่าจะวางสายด้วยความรำคาญ แต่จู่ๆ เสียงผู้ชายก็ดังแทรกเข้ามาในสาย “สวัสดีครับ ผมมีสินค้าที่ไท่อันกรุ๊ปต้องการ ถ้าพวกคุณไม่เอา ผมจะเอาไปขายให้ไท่อันกรุ๊ปโดยตรงนะครับ”

เลขาฯ ลังเล แม้จะไม่ค่อยเชื่อ แต่ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ อะไรที่พอจะเป็นความหวังก็ต้องคว้าไว้ก่อน “งั้นให้พนักงานพาคุณมาที่ห้องท่านประธานได้เลยครับ”

วางสายเสร็จ เลขาฯ ก็เดินเข้าไปกระซิบรายงานข้างหูท่านประธานในห้องประชุม

เฉินเจี้ยนหัวหันมองเลขาฯ แวบหนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นประกาศ “จบการประชุมเพียงเท่านี้ เรื่องไฟไหม้โกดังต้องตรวจสอบให้ถึงที่สุด!”

ทิ้งท้ายไว้แค่นั้น เขาก็เดินกลับไปที่ห้องทำงาน แม้เขาจะไม่ค่อยเชื่อเรื่องที่มีคนมาเสนอขายไม้จันทน์เขียว แต่ตอนนี้เขาจนตรอกแล้ว คงต้องลองเสี่ยงดู

ไม่นานนัก เสียงเคาะประตูห้องทำงานก็ดังขึ้น เฉินเจี้ยนหัวอนุญาตให้เข้ามา หลี่อี้หยางจึงเปิดประตูเดินเข้าไป

“สวัสดีครับท่านประธานเฉิน ผมชื่อหลี่อี้หยางครับ” หลี่อี้หยางแนะนำตัวอย่างฉะฉาน

เฉินเจี้ยนหัวมองหน้าหลี่อี้หยางแล้วรู้สึกคุ้นๆ แต่นึกไม่ออกว่าเคยเจอที่ไหน

ทันใดนั้น เขาก็จำได้ พ่อหนุ่มนี่คือเชฟที่ทำบะหมี่ส่านซีในงานวันเกิดพ่อนี่นา!

ใบหน้าของเขามืดครึ้มลงทันที รู้สึกเหมือนโดนหลอก “อ้าว ไม่ทำบะหมี่แล้ว เปลี่ยนมาขายไม้ตั้งแต่เมื่อไหร่?”

หลี่อี้หยางยิ้มตอบ “แล้วท่านประธานสนใจจะรับซื้อไม้จันทน์เขียวในมือผมไหมล่ะครับ?”

เฉินเจี้ยนหัวขมวดคิ้ว “ผมไม่ชอบคนเล่นตลกนะ”

ตอนแรกเขานึกว่าคนที่จะมาเสนอขายไม้คงเป็นเถ้าแก่ค้าไม้ที่ไหนสักแห่ง

ที่ไหนได้ กลับเป็นเชฟทำบะหมี่ สองอาชีพนี้มันคนละเรื่องกันเลย เขาไม่เชื่อเด็ดขาดว่าหลี่อี้หยางจะมีไม้จริงๆ

ที่พยายามเข้าหาเขาขนาดนี้ คงเพราะเสียดายที่คราวก่อนปฏิเสธสินน้ำใจไป เลยกลับมาเรียกร้องทีหลังสินะ

หลี่อี้หยางยังคงยิ้ม “ผมก็ไม่ชอบล้อเล่นเหมือนกันครับ ผมถามคำเดียว ไม้จันทน์เขียวในมือผม ท่านประธานจะซื้อหรือไม่ซื้อ?”

“ถ้ามีจริงผมก็ซื้อ แต่ถ้ามารู้ทีหลังว่าคุณปั่นหัวผมเล่น ผลที่ตามมา ไม่ใช่สิ่งที่คุณจะรับไหวแน่” เฉินเจี้ยนหัวขู่เสียงเข้ม

จบบทที่ บทที่ 12 ผลที่ตามมา ไม่ใช่สิ่งที่คุณจะรับไหว

คัดลอกลิงก์แล้ว