- หน้าแรก
- ย้อนเวลากลับมาเป็นยอดคุณพ่อ
- บทที่ 8 ถ้าบอกว่าจะไม่เล่นพนัน ก็คือไม่เล่น
บทที่ 8 ถ้าบอกว่าจะไม่เล่นพนัน ก็คือไม่เล่น
บทที่ 8 ถ้าบอกว่าจะไม่เล่นพนัน ก็คือไม่เล่น
บทที่ 8 ถ้าบอกว่าจะไม่เล่นพนัน ก็คือไม่เล่น
ชายคนนั้นเป็นคนทำธุรกิจ สิ่งที่เขาให้ความสำคัญที่สุดคือคำว่า 'สัจจะ' คำพูดของหลี่อี้หยางจึงถูกใจเขาเป็นอย่างมาก เขาหัวเราะร่าและเอ่ยขึ้น “พูดได้ดี! สัจจะประเมินค่าไม่ได้จริงๆ เอาอย่างนี้ ผมเพิ่มให้คุณอีกสักหมื่น ถือเป็นสินน้ำใจ จะได้ไม่รู้สึกว่าเสียเปรียบ”
“ตกลงกันที่สามแสน ก็คือสามแสนครับ!” หลี่อี้หยางปฏิเสธทันควัน
เมื่อเห็นหลี่อี้หยางยืนกรานหนักแน่น ชายคนนั้นก็ไม่คะยั้นคะยอ “งั้นก็ตามใจคุณ สามแสนก็สามแสน เดี๋ยวเราแอดวีแชทกันไว้หน่อยนะ มีโอกาสค่อยนัดดื่มกัน!”
ครั้งนี้หลี่อี้หยางไม่ปฏิเสธ เขาหยิบมือถือขึ้นมาแลกเปลี่ยนช่องทางติดต่อกับอีกฝ่ายทันที
อีกฝ่ายไม่รู้จักเขา แต่เขารู้จักอีกฝ่ายดี คนคนนี้คือลูกค้าคนสำคัญของบริษัทเฉินเจี้ยนหัว หรือก็คือเจ้านายของเหวินเสี่ยวฮุุ่ย การจะคว้าสัญญาจากคนคนนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย
ที่เขาทำแบบนี้ ก็เพื่อปูทางไว้ให้ภรรยาในอนาคต
หลังจากจัดการเอกสารเสร็จเรียบร้อย 'เฉิงไท่อัน' ก็โอนเงินเข้าบัญชีหลี่อี้หยาง “คุณหลี่ ผมชอบคบหากับคนรักษาคำพูด นี่นามบัตรผมครับ มีโอกาสก็ติดต่อมาได้!”
พูดจบ เขาก็ยื่นนามบัตรให้หลี่อี้หยาง
หลี่อี้หยางก้มมองนามบัตรในมือ แสร้งทำเป็นประหลาดใจเล็กน้อย “คุณเฉิง ที่แท้ก็เป็นถึงประธานกรรมการ 'ไท่อันกรุ๊ป' นี่เอง ได้ยินชื่อเสียงมานานแล้วครับ!”
ท่าทีของเขายังคงนอบน้อมแต่ไม่ต่ำต้อย ไม่มีท่าทีประจบสอพลอแม้แต่น้อย
สิ่งนี้ทำให้เฉิงไท่อันแปลกใจ ปกติคนทั่วไปพอรู้ฐานะของเขา อย่างแรกต้องตื่นเต้นตกใจ จากนั้นก็จะรีบประจบเอาใจ
แต่หลี่อี้หยางกลับไม่มีปฏิกิริยาเหล่านั้นเลย และดูออกด้วยว่าไม่ได้แกล้งทำเป็นนิ่ง แต่ในสายตาของชายหนุ่มคนนี้ มองเขาเหมือนคนธรรมดาคนหนึ่งที่มีหัวโขนเป็นประธานบริษัทเพิ่มมาเท่านั้น
ปฏิกิริยานี้ ยิ่งทำให้เฉิงไท่อันรู้สึกถูกชะตากับเขามากขึ้น “ฮ่าๆๆ ก็แค่ประธานบริษัทน่ะครับ งั้นผมขอตัวก่อนนะ พอดีมีธุระต่อ”
หลี่อี้หยางยิ้มโบกมือลา “เดินทางปลอดภัยครับ”
หลังจากส่งเฉิงไท่อันขึ้นรถไปแล้ว หลี่อี้หยางก็ออกจากสำนักงานที่ดิน
ท้องฟ้ามืดสนิทแล้ว เขาไม่ได้รีบไปโรงพยาบาล เพราะรู้ว่ามีเหวินเสี่ยวฮุ่ยดูแลลูกอยู่ เขาจึงวางใจ ตอนนี้เขาต้องรีบนำเงินก้อนนี้ไปต่อยอดให้งอกเงย
เช้าวันรุ่งขึ้น หลี่อี้หยางส่งข้อความหาเหวินเสี่ยวฮุ่ย บอกว่าเขาจะเอาอาหารเช้าไปส่ง ไม่ต้องลงไปซื้อเอง
ส่งข้อความเสร็จ เขาก็ลงมือต้มโจ๊กหมูใส่ไข่เยี่ยวม้า และห่อเกี๊ยวเตรียมไว้ พร้อมหยิบนมจืดอีกสองกล่อง แล้วมุ่งหน้าไปโรงพยาบาล
เมื่อมาถึงหน้าห้องผู้ป่วย สิ่งที่ทำให้เขาแปลกใจคือ เหวินเฉิงเจี๋ยมาถึงก่อนเขาเสียอีก
“เจ้ เอาเงินสองหมื่นนี่ไปจ่ายค่ารักษาเถอะ อย่าไปหวังพึ่งไอ้ขยะหลี่อี้หยางเลยว่ามันจะหาเงินมาได้จริงๆ วันนี้ผมลางานมาแล้ว เดี๋ยวพอมันมา เจ้พามันไปหย่าที่อำเภอเลยนะ” ภายในห้อง เหวินเฉิงเจี๋ยยื่นเงินสดปึกหนึ่งให้พี่สาว
เหวินเสี่ยวฮุ่ยรับเงินมาด้วยดวงตาแดงช้ำ “อาเจี๋ย เงินก้อนนี้พี่คงยังหามาคืนแกไม่ได้เร็วๆ นี้นะ”
“เจ้ พูดอะไรแบบนั้น เงินผมก็เหมือนเงินเจ้นั่นแหละ จะคืนไม่คืนอะไรกัน สุขภาพอันอันสำคัญที่สุด หมอบอกว่าร่างกายแกอ่อนแอ ต้องใช้ยานอก ถ้าเงินไม่พอเจ้บอกผมนะ!” ต้องยอมรับว่าเหวินเฉิงเจี๋ยดีกับพี่สาวและหลานสาวจริงๆ
ข้อนี้หลี่อี้หยางไม่เถียง แต่การที่น้องเขยคนนี้คอยยุแยงให้ภรรยาหย่ากับเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เป็นเรื่องที่เขาให้อภัยไม่ได้
เมื่อเห็นเหวินเสี่ยวฮุ่ยถือเงินเตรียมจะไปจ่ายค่ารักษา หลี่อี้หยางก็หิ้วปิ่นโตเดินเข้าไป
“ผมซื้ออาหารเช้ามาฝาก เดี๋ยวเรื่องเงินผมไปจ่ายเอง!”
“พ่อจ๋า! พ่อมาแล้ว... น้าเจี๋ยนิสัยไม่ดี น้าเจี๋ยจะให้พ่อกับแม่หย่ากัน” อันอันที่นอนอยู่บนเตียง พอเห็นพ่อก็รีบฟ้องทันที
เหวินเฉิงเจี๋ยได้ยินหลานสาวพูดแบบนั้นก็น้อยใจน่าดู แต่ก็เข้าใจว่าหลานยังเด็ก แยกแยะถูกผิดไม่เป็น เลยไม่ได้ถือสาหาความ
เขาหันขวับมามองหลี่อี้หยางหน้าถมึงทึง “แกยังมีหน้าโผล่หัวมาอีกเหรอ? อย่าคิดนะว่าแค่ซื้อข้าวเช้ามาให้ แล้วพี่สาวฉันจะยอมเปลี่ยนใจไม่หย่า ส่วนเงินนี่มันเงินฉัน ไม่ต้องสะเออะไปจ่าย”
หลี่อี้หยางเปิดปิ่นโต ตักโจ๊กใส่ถ้วยมาสองใบวางผึ่งไว้ให้เย็น
จากนั้นค่อยหันไปมองเหวินเฉิงเจี๋ยแล้วพูดเรียบๆ “ฉันบอกเมื่อไหร่ว่าจะใช้เงินนาย?”
เหวินเฉิงเจี๋ยหัวเราะลั่น “อย่าบอกนะว่าแกหาเงินสองหมื่นได้แล้ว? จะให้ฉันขำจนฟันร่วงเลยหรือไง?”
หลี่อี้หยางไม่สนใจเสียงนกเสียงกา หันไปสบตาเหวินเสี่ยวฮุ่ย “คำพูดก่อนหน้านี้ ยังนับเป็นคำไหนคำนั้นอยู่ไหม?”
มองดูสีหน้าจริงจังของหลี่อี้หยาง เหวินเสี่ยวฮุ่ยยิ้มเยาะ “เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว คุณยังจะเล่นละครตบตาฉันอีกเหรอ?”
เหวินเฉิงเจี๋ยรีบเสริมขึ้นมา “ถ้าแกเอาเงินสองหมื่นมาวางตรงหน้าได้ ฉันจะไม่บังคับให้พี่สาวหย่ากับแกเลยเอ้า! แต่ฉันไม่เชื่อน้ำหน้าอย่างแกหรอกว่าจะหามาได้!”
ยังไม่ทันสิ้นเสียงเย้ยหยัน หลี่อี้หยางก็ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อด้านใน หยิบเงินสดปึกหนึ่งออกมา แล้วยัดใส่มือเหวินเสี่ยวฮุ่ย “นี่เงินที่ผมหามาได้ คุณเอาไปรักษาลูกซะ”
มองดูเงินสองหมื่นหยวนที่เพิ่มเข้ามาในมือ เหวินเสี่ยวฮุ่ยตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก แม้แต่เหวินเฉิงเจี๋ยเองก็นึกว่าตาฝาด
เขาขยี้ตาแรงๆ พี่สาวเขามีเงินอยู่แล้วสองหมื่น (จากเขาและเงินเก็บ) รวมกับที่หลี่อี้หยางให้มาอีกสองหมื่น...
แต่นี่เพิ่งผ่านไปแค่วันครึ่ง เขาไปเสกเงินสองหมื่นมาจากไหน?
เดิมทีทั้งสองคนปักใจเชื่อไปแล้วว่าหลี่อี้หยางแค่มาโม้โอ้อวด แต่ตอนนี้เงินวางอยู่ตรงหน้า เขาทำได้อย่างที่พูดจริงๆ ไม่ได้ดีแต่ปาก
พอตั้งสติจากความตกใจได้ เหวินเสี่ยวฮุ่ยก็ถามเสียงเครียด “เงินนี่คุณไปเอามาจากไหน?”
น้ำเสียงของเธอเหมือนปักธงไปแล้วว่าเงินนี้ต้องไม่บริสุทธิ์แน่ๆ
เหวินเฉิงเจี๋ยแค่นเสียงฮึดฮัด “จะไปเอามาจากไหนได้ล่ะ ถ้าไม่ไปเล่นพนันมา ก็ต้องไปกู้หนี้นอกระบบมานั่นแหละ จะหวังให้คนอย่างมันทำงานหาเงินเหรอ ให้หมูปีนต้นไม้ยังง่ายกว่าเลย”
พอได้ยินน้องชายพูดแบบนั้น หน้าของเหวินเสี่ยวฮุ่ยก็ซีดเผือด เธอเกลียดที่สุดคือการที่หลี่อี้หยางเล่นการพนัน ต่อให้เล่นได้เงินมา เธอก็ยังเกลียดอยู่ดี
เห็นภรรยาเริ่มคล้อยตามคำพูดน้องชาย หลี่อี้หยางรีบอธิบายทันที
“เงินนี้ผมหามาด้วยน้ำพักน้ำแรงจริงๆ ผมสัญญาแล้วว่าชาตินี้จะไม่เล่นการพนันอีก ถ้าบอกว่าจะไม่เล่น ก็คือไม่เล่น!”
“น้ำหน้าอย่างแกเนี่ยนะ? อย่าบอกนะว่าจะอ้างว่าไปขายบะหมี่ส่านซีได้เงินมาอีก?” เหวินเฉิงเจี๋ยถามด้วยความดูแคลน
หลี่อี้หยางขมวดคิ้ว เริ่มไม่พอใจ “นายไม่ใช่ฉัน นายจะมารู้ได้ยังไงว่าฉันหาเงินไม่ได้?”
“ฉันเชื่อแกก็โง่แล้ว บอกความจริงมาเดี๋ยวนี้ว่าไปเอาเงินมาจากไหน!” เหวินเฉิงเจี๋ยคาดคั้นราวกับสอบสวนนักโทษ
เหวินเสี่ยวฮุ่ยหลับตาลงด้วยความเหนื่อยล้า “คุณ... แอบขายบ้านเราไปแล้วใช่ไหม?”
นอกจากเหตุผลนี้ เธอคิดไม่ออกจริงๆ ว่าเขาจะไปหาเงินสองหมื่นมาจากไหน
ในขณะที่หลี่อี้หยางกำลังจะอธิบายที่มาของเงิน เสียงคุ้นหูก็ดังมาจากหน้าประตูห้องพัก “คุณหลี่?”
หลี่อี้หยางหันไปมอง ผู้มาเยือนคือคนที่ซื้อร้านของเขาเมื่อวานนั่นเอง เขายิ้มทักทาย “สวัสดีครับเถ้าแก่เฉิง!”
เฉิงไท่อันเห็นว่าเป็นหลี่อี้หยางจริงๆ ด้วยความมารยาทและความประทับใจส่วนตัว จึงเดินเข้ามาทักทาย “เมื่อกี้ผมมาเยี่ยมหลานที่ห้องข้างๆ นึกไม่ถึงว่าจะเจอคุณที่นี่ คุณมาทำอะไรที่โรงพยาบาลครับ?”
“ลูกสาวผมไม่สบายน่ะครับ แอดมิดอยู่ที่นี่” หลี่อี้หยางตอบ
“อ๋อ... แล้วตอนนี้อาการดีขึ้นหรือยังครับ?”
“ดีขึ้นบ้างแล้วครับ”
ตอนนั้นเอง เฉิงไท่อันหันไปมองเหวินเสี่ยวฮุ่ยกับเหวินเฉิงเจี๋ย “แล้วสองท่านนี้คือ?”
“นี่ภรรยาผม แล้วก็น้องชายภรรยาครับ ส่วนที่นอนบนเตียงคือลูกสาวผมเอง” หลี่อี้หยางแนะนำ
พูดจบ เขาก็หันมาแนะนำแขกให้ภรรยารู้จัก “ที่รัก นี่คือประธานกรรมการบริษัทไท่อันกรุ๊ปครับ!”