- หน้าแรก
- ย้อนเวลากลับมาเป็นยอดคุณพ่อ
- บทที่ 2 คุณจะทำบ้าอะไรอีก
บทที่ 2 คุณจะทำบ้าอะไรอีก
บทที่ 2 คุณจะทำบ้าอะไรอีก
บทที่ 2 คุณจะทำบ้าอะไรอีก
ดวงตาคู่สวยของเหวินเสี่ยวฮุ่ยอัดแน่นไปด้วยความโทสะ ราวกับจะมีเปลวไฟพวยพุ่งออกมา
เครื่องหน้าของเธอจิ้มลิ้มงดงาม แม้ในยามเกรี้ยวกราดก็ไม่อาจบดบังความงามอันไร้ที่ตินั้นได้ กลับกันมันยิ่งทำให้เธอดูมีเสน่ห์ในแบบที่แตกต่างออกไป
“คุณจะทำบ้าอะไรอีก? เสียพนันจนหมดตัวเลยคิดจะขายลูกกินหรือไง?” เหวินเสี่ยวฮุ่ยกอดลูกสาวไว้แน่น จ้องมองหลี่อี้หยางด้วยแววตาเย็นยะเยือก ปราศจากความรู้สึกผูกพันใดๆ
ความรักที่เธอเคยมีให้หลี่อี้หยางมันมอดไหม้ไปจนหมดสิ้นแล้ว เหลือไว้เพียงความรังเกียจ ความผิดหวัง และความเกลียดชังที่ท่วมท้น
ตอนนั้นเธอคงตาบอดจริงๆ ที่เลือกแต่งงานกับผู้ชายคนนี้ หากเชื่อคำเตือนของครอบครัวตั้งแต่แรก ชีวิตคงไม่ตกต่ำถึงเพียงนี้
ยิ่งคิดถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น ความรู้สึกผิดต่อลูกสาวก็ยิ่งกัดกินหัวใจ ความโศกเศร้าเข้าครอบงำความคิด พร้อมกับความเกลียดชังที่มีต่อสามีที่เพิ่มทวีคูณ
ถ้าไม่ใช่เพราะเขา ชีวิตเธอคงไม่เดินมาถึงจุดจบเช่นนี้
แต่เธอไม่มีทางเลือกอื่น หลี่อี้หยางยืนกรานหัวชนฝาไม่ยอมหย่า ครอบครัวก็ยากจนข้นแค้นถึงขีดสุด ซ้ำร้ายลูกสาวยังต้องถูกให้ออกจากโรงพยาบาลเพราะไม่มีเงินรักษา
ไม่ว่าเธอจะอ้อนวอนแทบกราบกรานอย่างไร ทางโรงพยาบาลก็ไล่พวกเธอออกมาอย่างไม่ไยดี เธอไม่ได้โกรธหมอ แต่โกรธที่ตัวเองไม่มีปัญญา แม้แต่ลูกป่วยหนักขนาดนี้ คนเป็นแม่อย่างเธอกลับหาเงินมารักษาลูกไม่ได้
ในขณะที่คนเป็นพ่ออย่างหลี่อี้หยาง กลับลอยตัวไม่สนใจอะไร วันๆ เอาแต่ผลาญเงินไปกับการพนัน
แม่ลูกอย่างพวกเธอ มีชีวิตอยู่อย่างทนทุกข์ทรมานสู้ตายไปซะยังจะดีกว่า
สายตาของเหวินเสี่ยวฮุ่ยทิ่มแทงหัวใจของหลี่อี้หยางจนเจ็บแปลบ เขาอยากจะโผเข้าไปกอดสองแม่ลูกใจจะขาด อยากบอกพวกเธอเหลือเกินว่าเขาจะกลับตัวกลับใจ จะมอบชีวิตที่ดีที่สุดให้
แต่เขารู้ดีว่าเหวินเสี่ยวฮุ่ยไม่มีทางเชื่อ เพราะที่ผ่านมาเขาโกหกตลบตะแลงมานับครั้งไม่ถ้วน มากจนแม้แต่ตัวเขาเองยังแยกไม่ออกว่าคำไหนจริงคำไหนเท็จ
เขาต้องใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ คำพูดสวยหรูเป็นเพียงแค่ลมปาก มีเพียงการกระทำที่เหวินเสี่ยวฮุ่ยได้เห็นกับตาตัวเองเท่านั้น ที่จะทำให้เธอยอมเปิดใจรับเขาอีกครั้ง
แต่ตอนนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องพาลูกไปหาหมอ และล้มเลิกความคิดที่จะฆ่าตัวตายของภรรยาให้ได้
“เสี่ยว... เสี่ยวฮุ่ย คุณเข้าใจผมผิดแล้ว ผมแค่จะพาอันอันไปโรงพยาบาล ตัวลูกร้อนจี๋จนน่ากลัวแล้วนะ”
เมื่อเห็นท่าทางร้อนรนพยายามอธิบายของหลี่อี้หยาง เหวินเสี่ยวฮุ่ยกลับยิ้มเยาะด้วยความสมเพช “น้ำหน้าอย่างคุณน่ะเหรอที่ฉันควรจะเชื่อ? เมื่อคืนใครกันที่บอกว่ารอให้ลูกไข้ขึ้นจนตายห่าไปก่อนค่อยโทรมาบอก
ผ่านไปแค่คืนเดียว จู่ๆ เกิดจะกลับตัวเป็นคนดีขึ้นมาหรือไง?”
หลี่อี้หยางยิ้มขมขื่น เขาสำนึกผิดแล้วจริงๆ
แต่เขาก็เข้าใจว่าทำไมเธอถึงไม่เชื่อ ถ้าไม่ใช่เพราะเขาได้ย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่ เขาก็คงไม่เชื่อตัวเองเหมือนกันว่าจะพูดคำพูดที่เป็นผู้เป็นคนแบบนี้ออกมาได้
ทันใดนั้น อันอันก็รีบแก้ตัวแทนพ่อ “แม่จ๋า แม่เข้าใจพ่อผิดแล้วนะ เมื่อกี้พ่อจะพาหนูไปโรงพยาบาลจริงๆ แต่หนูไม่อยากไปเอง หนูไม่อยากให้พ่อกับแม่ทะเลาะกัน”
ต่อให้อันอันจะพูดความจริง แต่เหวินเสี่ยวฮุ่ยก็ยังปักใจเชื่อว่าหลี่อี้หยางมีเจตนาไม่ดีแอบแฝง
ทุกครั้งที่เธอทะเลาะกับเขา ต้นเหตุก็หนีไม่พ้นเรื่องเงิน แล้วจะให้เธอเชื่อได้ยังไงว่าเขาจะยอมควักเงินมารักษาลูก
คำสัญญาปากเปล่าของเขา เธอฟังมาจนหูชา และด้านชาจนไม่รู้สึกอะไรกับมันอีกแล้ว
แต่อันอันยังเด็ก พ่อพูดอะไรแกก็เชื่อไปหมด ต่อให้โดนพ่อหลอกกี่ครั้ง แกก็ยังเชื่อใจพ่อของแกเสมอ
เพราะแบบนี้ เธอถึงไม่กล้าทิ้งลูกไว้บนโลกนี้คนเดียว และยิ่งไม่กล้าฝากลูกไว้กับคนอย่างหลี่อี้หยาง
ในสายตาผู้ชายคนนี้ ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการพนัน
เหวินเสี่ยวฮุ่ยไม่อยากเสวนากับสามีอีก เธอหันไปพูดกับลูกสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “อันอันจ๊ะ หนูบอกว่าหิวไม่ใช่เหรอ? แม่ทำของอร่อยไว้เยอะแยะเลย มีไก่ทอดด้วยนะ เราไปกินข้าวกันเถอะ”
พูดถึงตรงนี้ ความรู้สึกผิดก็ตีตื้นขึ้นมาอีก ไก่ทอดราคาแค่ห้าสิบหยวน ลูกโตขนาดนี้แล้วเพิ่งจะได้กินเป็นครั้งแรก นี่เป็นความไร้น้ำยาของคนเป็นแม่อย่างเธอแท้ๆ
หนี้ที่ติดค้างลูกในชาตินี้ เธอคงได้แต่ไปชดใช้ให้ในชาติหน้า
พอได้ยินว่ามีของอร่อย แววตาของอันอันก็เป็นประกายขึ้นมาทันที “เย้! หนูอยากกินไก่ทอด ขอบคุณจ้ะแม่!” พูดจบเธอก็หอมแก้มแม่ฟอดใหญ่
คำพูดของเหวินเสี่ยวฮุ่ยกระตุ้นความทรงจำของหลี่อี้หยาง เขาจำได้แม่นว่าอาหารมื้อเที่ยงแสนอร่อยที่เธอทำให้ลูกกิน แท้จริงแล้วเธอผสมยาเบื่อหนูลงไปในปริมาณมาก เมื่อเขากลับมาถึงบ้าน ก็พบร่างของทั้งสองนอนน้ำลายฟูมปากเสียชีวิตไปแล้ว
เขาว่ากันว่าฟางเส้นสุดท้ายมักเป็นตัวการที่ทำให้หลังอูฐหัก ความเย็นชาและความเห็นแก่ตัวของเขานั่นแหละ ที่ผลักให้เหวินเสี่ยวฮุ่ยมองไม่เห็นความหวังในการมีชีวิตอยู่ และเลือกที่จะจบชีวิตพร้อมลูก
เพราะเธอไม่อยากทิ้งลูกไว้ให้ต้องทนทุกข์ทรมานเพียงลำพัง
ในชาติที่แล้ว วินาทีที่เห็นร่างไร้วิญญาณอันเย็นเฉียบของทั้งสอง เขาร้องไห้ปานจะขาดใจ
รักที่มาในวันที่สายไปนั้นไร้ค่ายิ่งกว่าเศษหญ้า เขาสำนึกผิดแล้ว... แต่ราคาที่ต้องจ่ายคือชีวิตของลูกและเมีย
เขาไม่เคยโกรธความใจเด็ดของเสี่ยวฮุ่ย เขาเกลียดแต่ตัวเอง เป็นเขาเองที่ผลักสองแม่ลูกลงสู่หุบเหวแห่งความตาย เขาคือฆาตกรตัวจริง
ภาพเหวินเสี่ยวฮุ่ยที่กอดลูกสาวแน่น แม้จะสิ้นลมไปแล้วแต่ใบหน้ายังฉายแววรู้สึกผิดและสิ้นหวังอย่างสุดซึ้ง
ภาพนั้นกลายเป็นตราบาปและความเจ็บปวดที่ตามหลอกหลอนเขาไปตลอดชีวิต
แม้ในภายหลังเขาจะกลายเป็นเจ้าพ่อวงการธุรกิจผู้ยิ่งใหญ่ มีสาวงามดาหน้าเข้ามาหาไม่ขาดสาย แต่เขากลับไม่เคยชายตามองใคร
ในใจของเขา เหวินเสี่ยวฮุ่ยคือภรรยาเพียงคนเดียว และอันอันคือลูกสาวเพียงคนเดียว ไม่มีใครมาแทนที่ได้
ทุกครั้งที่ค่ำคืนมาเยือน เขามักจะเฝ้าถามตัวเองว่า ความเกลียดชังที่เสี่ยวฮุ่ยมีต่อเขามันมากล้นขนาดไหน เธอถึงเลือกทางออกที่เจ็บปวดที่สุดเพื่อจบชีวิตตัวเองและลูก
เธอใช้ความตายเพื่อลงทัณฑ์เขา ให้เขาต้องจมอยู่กับความรู้สึกผิดไปชั่วชีวิต
และเขาก็รู้สึกผิดไปชั่วชีวิตจริงๆ จวบจนวาระสุดท้ายเขาก็ไม่เคยให้อภัยตัวเอง
ยังดีที่สวรรค์ยังเมตตา มอบโอกาสให้เขาได้กลับมาแก้ไข ทุกอย่างยังพอมีทางเปลี่ยนผัน
หลี่อี้หยางข่มความขมขื่นในใจ ปล่อยให้ภรรยาวางลูกลง เหวินเสี่ยวฮุ่ยเดินเข้าครัวเพื่อยกกับข้าว ตอนที่เดินผ่านหน้าเขา เธอพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “ฉันไม่ได้ทำเผื่อคุณ ไปหากินข้างนอกเอง”
เดิมทีเธอนึกว่าเขาจะเดินหนีออกไป แต่ใครจะรู้ว่าหลี่อี้หยางกลับเดินตามเธอเข้ามาในครัว ทันใดนั้นเสียง โครมคราม ก็ดังขึ้น
เมื่อเหวินเสี่ยวฮุ่ยหันไปดู ก็ต้องตกตะลึงเมื่อเห็นอาหารที่เธอตั้งใจทำ ถูกหลี่อี้หยางเททิ้งลงถังขยะจนเกลี้ยง รวมไปถึงไก่ทอดราคาห้าสิบหยวนถุงนั้นด้วย
เห็นดังนั้น เธอก็กรีดร้องออกมาด้วยความเดือดดาล “คุณบ้าไปแล้วเหรอ! รู้ไหมว่ากับข้าวพวกนี้ฉันต้องจ่ายไปตั้งร้อยกว่าหยวน จู่ๆ คุณมาทำลายมันแบบนี้ได้ยังไง!”
พูดจบเธอก็ทำท่าจะก้มลงไปเก็บอาหารในถังขยะขึ้นมา
หลี่อี้หยางรีบคว้ามือเธอไว้ “ไม่ต้องเก็บแล้ว เดี๋ยวเราออกไปกินข้างนอกกัน”
จากนั้นเขาก็ยัดเงินห้าร้อยหยวนสุดท้ายที่มีใส่มือเธอ
แต่เหวินเสี่ยวฮุ่ยไม่แม้แต่จะปรายตามอง เธอสะบัดมือเขาออกอย่างแรง แววตาเต็มไปด้วยความเกลียดชัง “คุณมีสิทธิ์อะไรมาเทข้าวของฉันทิ้ง มีสิทธิ์อะไร!”
เธอแค่อยากให้ลูกได้กินของดีๆ สักมื้อก่อนจะจากโลกนี้ไป
แต่แม้แต่ความปรารถนาสุดท้ายเล็กๆ แค่นี้ หลี่อี้หยางก็ยังทำลายมันลง เธอทำผิดอะไรนักหนา สวรรค์ถึงต้องลงโทษพวกเธอแม่ลูกขนาดนี้
เมื่อเห็นภรรยาสติแตก หลี่อี้หยางยื่นมือหวังจะดึงเธอเข้ามากอดปลอบโยน แต่กลับถูกเหวินเสี่ยวฮุ่ยปัดมือทิ้งอย่างแรง เพียะ!
“อย่ามาแตะตัวฉัน ฉันขยะแขยง!”
“พ่อจ๋า แม่จ๋า อย่าทะเลาะกันเลยนะ อันอันไม่กินไก่ทอดแล้วก็ได้ อันอันไม่หิว...”
ไม่รู้ว่าอันอันมายืนเกาะประตูห้องครัวตั้งแต่เมื่อไหร่
เมื่อเห็นกับข้าวในจานถูกเทรวมอยู่ในถังขยะ แม้จะเป็นเด็กแค่สี่ขวบ แต่เธอก็รู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้น
คำพูดที่แสนจะรู้ความของลูกสาวเปรียบเสมือนมีดที่กรีดลงกลางใจ เหวินเสี่ยวฮุ่ยโผเข้าไปกอดอันอันแล้วปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อาจกลั้นได้อีกต่อไป
“หลี่อี้หยาง จิตใจคุณยังทำด้วยคนอยู่หรือเปล่า! ลูกแค่อยากกินไก่ทอด ทำไมคุณถึงยอมเททิ้งแต่ไม่ยอมให้ลูกกิน?
ฉันเหวินเสี่ยวฮุ่ยไม่เคยติดค้างอะไรคุณ ทำไมคุณต้องทรมานพวกเราแม่ลูกขนาดนี้ ทำไม!”