- หน้าแรก
- เสน่ห์ร้ายอสุรกายคลั่ง
- บทที่ 3: ผู้นำทาง 03
บทที่ 3: ผู้นำทาง 03
บทที่ 3: ผู้นำทาง 03
เหวินชิงถูกเขาจ้องมองจนต้องถอยหลังไปสองก้าว หลังจากรักษาระยะห่างได้แล้ว เขาถึงได้รวบรวมความกล้าพูดออกไปว่า "ม-ไม่ต้องลำบากหรอกครับ"
"เอ่อ คุณทักคนผิดแล้วล่ะ ผมไม่มีเงินหรอกนะ"
"ผมจนมากเลยล่ะ"
อวี้ซิงเลิกคิ้วขึ้นและแค่นหัวเราะ "ฉันดูเหมือนคนขัดสนเงินทองหรือไง?"
เหวินชิงกะพริบตาตาปริบๆ ลอบสังเกตการแต่งกายของอวี้ซิงอย่างระมัดระวัง
ชุดคลุมอาบน้ำสีขาวเนื้อนุ่มหลวมโพรก รองเท้าเกี๊ยะไม้บนเท้า และไม่มีเครื่องประดับใดๆ บนร่างกายเลย
เหวินชิงก็แค่นักศึกษาผู้ยากจนธรรมดาคนหนึ่ง เขาดูออกแค่ว่าอวี้ซิงนั้นดูหรูหราฟู่ฟ่า แต่ก็ดูไม่ออกถึงอย่างอื่นเลย
ถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องเงิน... หรือว่าจะมาหาคู่นอน?
ที่มหาวิทยาลัย เหวินชิงเองก็เคยถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเกย์เหมือนกัน นานๆ ทีก็จะมีผู้ชายเข้ามาหาและพูดจาสื่อไปในทำนองนั้น แต่พวกเขาก็เข้าหาอย่างเป็นมิตรเสมอ ไม่เหมือนอวี้ซิงที่ทั้งข่มขู่และหยอกล้อจนเขาตื่นกลัว
เหวินชิงรู้สึกเหมือนตัวเองค้นพบความจริงแล้ว
เขาพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา "คุณเข้าใจผิดแล้วล่ะครับ"
"ผ-ผมชอบผู้หญิงครับ"
"ผมเป็นนักศึกษาที่รักดีนะ"
ผมไม่ไปนอนกับใครง่ายๆ หรอกนะ
อวี้ซิงราวกับได้ยินเรื่องประหลาด รอยยิ้มบนใบหน้าของเขากว้างขึ้น และน้ำเสียงก็แฝงความนัย "ชอบอะไรน่ะ ต้องลองดูก่อนถึงจะรู้นะ"
เหวินชิงขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางคิดในใจว่า มีอะไรให้ลองกันล่ะ? คุณมีอะไร ผมก็มีเหมือนกันนั่นแหละ
เสียงฝีเท้าเบาๆ ดังขึ้นไม่ไกลนัก หางตาของเหวินชิงเหลือบไปเห็นโจวโจวกำลังเดินไปเดินมาอยู่ในห้องหนังสือ
เพื่อนร่วมทีมคนหนึ่งเริ่มสำรวจหาเบาะแสแล้ว เขาจึงรู้สึกผิดที่จะมัวเสียเวลากับอวี้ซิงไปมากกว่านี้ เลยพูดเสียงเบาว่า "ได้โปรดอย่าทำแบบนี้อีกเลยครับ"
"คุณก็ทนๆ เอาหน่อยเถอะ อีกเดี๋ยวพวกเราก็ผ่านด่านนี้ไปได้แล้ว"
ถึงตอนนั้นคุณค่อยไปหาคนอื่นเอาเถอะ
พูดจบ เหวินชิงก็หันหลังแล้วรีบเดินจ้ำอ้าวเข้าไปในห้องนอนทางขวามือทันที
ห้องนอนมีขนาดประมาณยี่สิบตารางเมตร นอกจากเตียงและตู้เสื้อผ้าที่มองเห็นได้จากนอกประตูแล้ว ยังมีห้องน้ำที่มีของใช้พื้นฐานครบครัน และยังมีเครื่องสำอางที่ยังไม่ได้แกะกล่องอีกด้วย
ตู้เสื้อผ้าอัดแน่นไปด้วยเสื้อผ้า ครึ่งหนึ่งเป็นของผู้ชายและอีกครึ่งหนึ่งเป็นของผู้หญิง มีทั้งชุดชั้นใน ชุดคลุมอาบน้ำ ผ้าเช็ดตัว และทุกสิ่งทุกอย่างที่พอจะนึกออก ทว่าบนโต๊ะข้างเตียงกลับว่างเปล่า
เหวินชิงเดินไปที่หน้าต่างแล้วมองออกไป
เหมือนกับตอนอยู่บนดาดฟ้า ด้านนอกมีเพียงหมอกสีขาวหนาทึบ
หลังจากตรวจสอบห้องแรกเสร็จก็ยังมีเวลาเหลืออีกมาก เหวินชิงจึงไปตรวจดูห้องอื่นๆ ก่อนจะถึงเวลารวมตัว ทั้งสามคนได้สำรวจชั้นสองจนทั่วแล้ว
ระหว่างนั้น เหวินชิงเอาแต่เมินเฉยอวี้ซิงที่คอยเจื้อยแจ้วอยู่ข้างหลังเขาตลอดเวลา
"บนโต๊ะข้างเตียงมีอะไรหายไปหรือเปล่านะ?"
"ฉันชอบชุดเดรสตัวนี้จัง"
"ว้าว ชุดชั้นในลูกไม้ซะด้วย"
...พอกลับลงมาที่ชั้นหนึ่ง อวี้ซิงก็เหมือนจะพูดจนพอใจแล้วจึงเลิกจ้อไปเอง
คนที่รับผิดชอบสำรวจชั้นสามยังไม่ลงมา มีเพียงจี้อวี่กับชายในชุดบาสเก็ตบอลที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตรงที่นั่งเดิมของพวกเขา
เหวินชิงก็นั่งลงที่เดิมของตัวเองเช่นกัน เขาเผลอมองไปทางประตูอย่างลืมตัว
กองเลือดก่อนหน้านี้หายไปแล้ว กระเบื้องปูพื้นลายเรขาคณิตสะอาดสะอ้าน ไร้รอยเลือดแม้แต่หยดเดียว
ไม่นานนัก เด็กสาวผมหางม้าก็เดินถือไม้ถูพื้นเข้ามา
"กงอวิ๋นอวิ๋น เธอเอาไม้ถูพื้นมาทำไมน่ะ?" โจวโจวเอ่ยถาม
กงอวิ๋นอวิ๋นเดินต่อไป "ฉันเป็นพวกรักความสะอาดน่ะ ฉันต้องทำความสะอาดสถานที่ที่ฉันต้องพักอยู่สักหน่อย"
เธอเดินตรงไปที่ประตู ชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วหันมาถามโจวโจวว่า "เลือดตรงนี้... มันหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่?"
"ก่อนที่ฉันจะไปเอาไม้ถูพื้น มันยังอยู่ตรงนี้เลยนะ"
โจวโจวนึกย้อน "มันหายไปตั้งแต่ตอนที่พวกเราลงมาแล้วล่ะ"
กงอวิ๋นอวิ๋นก้มมองกระเบื้องปูพื้นอยู่พักหนึ่งโดยไม่พูดอะไร จากนั้นก็ถือไม้ถูพื้นเดินจากไปอีกครั้ง
คนเป็นๆ ยังกลายเป็นกองเลือดได้ในพริบตา ดังนั้นการที่เลือดจู่ๆ ก็หายไปจึงไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไรนัก
เมื่อเลือดหายไปแล้ว เหวินชิงก็หันข้างแล้วจ้องสำรวจบานประตูอย่างเปิดเผย
ประตูมีสองบาน เป็นสีน้ำตาลอมแดงและสูงตระหง่านพอๆ กับกำแพง บานซ้ายถูกแกะสลักเป็นรูปสัตว์ประหลาดหลากหลายชนิด—ตัวที่มีสามหัว ตัวที่มีสองหาง... ส่วนอีกบานนั้นเรียบสนิท ไม่มีลวดลายแกะสลักใดๆ มีเพียงห่วงเคาะประตูทรงกลมที่อีกบานไม่มี
ห่วงเคาะประตูทรงกลมที่แค่แตะก็ถึงฆาต
เหวินชิงจิกเล็บลงบนฝ่ามือแล้วเบือนหน้าหนี
ตอนสองทุ่มตรง กลุ่มคนที่ขึ้นไปสำรวจชั้นสามก็ลงมา
กงอวิ๋นอวิ๋นเป็นคนแรกที่พูดขึ้น "ชั้นหนึ่งมีห้องไม่เยอะนัก นอกจากห้องนั่งเล่นนี้แล้วก็มีแค่ห้องครัวกับห้องน้ำ ในครัวมีทั้งผัก เนื้อสัตว์ ไข่ ขนมปัง นม แล้วก็อื่นๆ ส่วนของใช้ในห้องน้ำก็ปกติทั่วๆ ไป ไม่มีอะไรผิดสังเกต"
โจวโจวพูดต่อ "ชั้นสองมีห้องนอนสองห้องกับห้องหนังสือหนึ่งห้อง ห้องนอนทั้งสองห้องเหมือนกันทุกประการ มีของใช้ในชีวิตประจำวันครบครัน ส่วนห้องหนังสือก็มีหนังสือเยอะมาก หลากหลายภาษาเลย ผมอ่านออกแค่ชื่อเรื่องภาษาจีนกับภาษาอังกฤษ ซึ่งล้วนแต่เกี่ยวกับเทววิทยาและศาสนา"
กลุ่มคนที่รับผิดชอบสำรวจชั้นสามมองหน้ากัน ก่อนที่เด็กสาวผมสั้นจะเอ่ยขึ้นเป็นคนสุดท้าย "ชั้นสามมีห้องนอนสี่ห้อง เฟอร์นิเจอร์ การตกแต่ง และการจัดวางเหมือนกันหมดเลยค่ะ ของทุกอย่างข้างในเป็นของใหม่เอี่ยม ป้ายราคายังติดอยู่ที่เสื้อผ้าอยู่เลย ส่วนผลิตภัณฑ์ดูแลผิวในห้องน้ำก็มีทั้งของผู้ชายและผู้หญิง"
เด็กสาวผมสั้นบอกชื่อแบรนด์มาสองสามชื่อแล้วถามว่า "นี่เป็นแบรนด์เดียวกับของชั้นสองหรือเปล่าคะ?"
เหวินชิงลังเลเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าแล้วตอบเสียงเบา "ผมคิดว่าใช่นะครับ แบรนด์พวกนั้นแหละ"
"ขอโทษด้วยนะครับ ผมไม่ได้ตรวจดูให้ละเอียด"
เด็กสาวผมสั้นพูดปลอบใจเขาอย่างอ่อนโยน "คนเราก็มีจุดโฟกัสที่ต่างกันไปนั่นแหละค่ะ"
โจวโจวจดบันทึกอย่างรวดเร็วและหันไปพูดกับทุกคน "จากสถานการณ์ตอนนี้ ผมยังไม่มีเบาะแสเกี่ยวกับผู้นำทางเลย มีใครมีความคิดเห็นอะไรไหมครับ?"
ทุกคนนั่งเงียบกริบ สิ่งเดียวที่พวกเขาทำคือการส่ายหน้า
เวลาเดินไปข้างหน้าทีละนาทีๆ
ในที่สุดเข็มสั้นของนาฬิกาก็เลื่อนไปชี้ที่เลขเก้า
"ติ๊กต่อก—"
วินาทีต่อมา กระดาษสีขาวและปากกาก็ปรากฏขึ้นข้างมือของทุกคน
"ดูเหมือนว่าตอนนี้จะสามทุ่มแล้วล่ะ"
โจวโจวเม้มริมฝีปาก "รอบนี้ พวกเราเขียนคำว่า 'งดออกเสียง' กันทุกคนเถอะ"
เหวินชิงหลุบตาลง หยิบปากกาขึ้นมา และบรรจงเขียนคำว่า 'งดออกเสียง' ลงไปอย่างระมัดระวัง
ทันทีที่ตวัดปากกาขีดสุดท้ายเสร็จ กระดาษสีขาวและปากกาก็สลายหายไปในอากาศ
เหวินชิงวางปากกาลง คนอื่นๆ ก็เขียนเสร็จแล้วเช่นกัน บนโต๊ะยาวจึงกลับมาว่างเปล่าอีกครั้ง
เขากลั้นหายใจด้วยความประหม่า รอคอยเสียงแจ้งเตือนจากระบบ
【ผู้เล่นทุกคนงดออกเสียงในรอบนี้ ผู้เล่นทุกคนงดออกเสียงในรอบนี้】
【ระบบจะมอบเบาะแสให้ในอีกสามชั่วโมง】
เส้นประสาทของเหวินชิงตึงเครียดยิ่งกว่าเดิม การรอคอยคือสิ่งที่ทรมานที่สุด
ระบบนี่ใจร้ายจังเลยที่ไม่ยอมให้เบาะแสมาตรงๆ
"พวกเรายังมีเวลาอีกสามชั่วโมง แบ่งห้องพักผ่อนกันสักหน่อยดีไหมครับ? แล้วอีกสามชั่วโมงค่อยมาเจอกันที่โถงนี่" โจวโจวเสนอ
"ตกลง"
"ฉันเห็นด้วย"
ผู้หญิงทั้งสี่คนจับคู่กันพักในห้องสองห้องบนชั้นสาม
หลังจากพวกผู้หญิงเลือกห้องเสร็จแล้ว เหวินชิงก็หันไปมองโจวโจว "พวกเราพักห้องเดียวกันเถอะครับ"
โจวโจวพยักหน้าตกลง
อวี้ซิงพูดขึ้นมาอย่างเนิบนาบ "งั้นฉันจะอยู่ห้องข้างๆ เหวินชิงก็แล้วกัน"
"ยินดีต้อนรับให้มาหาฉันได้ตลอดเวลาเลยนะ"
เขาพูดประโยคนี้กับทุกคน แต่สายตากลับจับจ้องไปที่เหวินชิงอย่างมีความนัย
เหวินชิงเม้มริมฝีปาก เขารู้สึกว่าอวี้ซิงน่ารำคาญมากๆ
เมื่อกี้เขาก็พูดไปอย่างชัดเจนแล้วแท้ๆ
เมื่อสังเกตเห็นว่าสายตาของทุกคนแอบมองมาที่ใบหน้าของเขา เหวินชิงก็จิกเล็บลงบนฝ่ามือ ในใจคิดคำพูดมากมายที่อยากจะต่อว่าอวี้ซิง
ได้โปรดเลิกแกล้งผมสักทีเถอะ
ผมไม่ชอบแบบนี้นะ
คุณนี่น่ารำคาญจัง... เหวินชิงเป็นคนนิสัยอ่อนโยนและแทบจะไม่เคยด่าทอหรือเถียงใครเลย คิดอยู่ตั้งนาน เขาก็ยังคิดหาคำพูดที่เด็ดขาดและเหมาะสมไม่ออก
เขาอัดอั้นตันใจอยู่นานจนขอบตาเริ่มแดงเรื่อ
เมื่อเห็นดังนั้น โจวโจวก็ขมวดคิ้วแล้วพูดขึ้น "เหวินชิง พวกเราขึ้นไปพักผ่อนข้างบนกันก่อนเถอะ"
เหวินชิงครางรับในลำคอ
เมื่อขึ้นไปชั้นบน โจวโจวก็เลือกห้องนอนที่อยู่ใกล้บันไดที่สุด
เขาปิดประตู มองเหวินชิงแล้วพูดด้วยสีหน้าจริงจังว่า "เหวินชิง อยู่ที่นี่ การร้องไห้แก้ปัญหาอะไรไม่ได้หรอกนะ"
เหวินชิงสูดน้ำมูก น้ำเสียงเจือเสียงสะอื้น "ผมรู้ ผมก็ไม่ได้อยากร้องไห้สักหน่อย"
"เวลาที่อารมณ์ของผมแปรปรวนมากๆ น้ำตามันก็ไหลออกมาเอง..."
ไม่ว่าจะโกรธ ดีใจ เสียใจ หรือหวาดกลัว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ไม่สมควรจะต้องเสียน้ำตาให้เลยก็ตาม ตราบใดที่อารมณ์ของเขาแกว่งมากเกินไป น้ำตาก็จะไหลออกมาอย่างควบคุมไม่ได้
โจวโจวจ้องมองเขาอยู่พักหนึ่ง ผิวของเหวินชิงขาวมาก ขอบตาที่แดงก่ำเห็นได้ชัดเจน ปลายจมูกก็ยังเป็นสีชมพูระเรื่อ ดูน่าทะนุถนอม ซึ่งมันกระตุ้นทั้งความรู้สึกอยากปกป้องและพานให้อยากรังแกให้หนักกว่าเดิม
"คุณดูเหมือนจะเป็นโรคต่อมน้ำตาตื้นนะ" โจวโจวกระแอมไอและบอกเขา "คุณไม่ต้องคิดมากไปหรอก"
เหวินชิงตอบเสียงเบา "ผมรู้ครับ"
เขายอมรับอาการของตัวเองได้ตั้งนานแล้ว ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่เติบโตมาอย่างมีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรงแบบนี้หรอก
โจวโจวพยักหน้า ก่อนจะจู่ๆ ก็ถามขึ้นมาว่า "ความสามารถพิเศษของคุณ คงไม่ใช่การร้องไห้หรอกใช่ไหม?"
เหวินชิงส่ายหน้า "ไม่ใช่หรอกครับ"
เขารู้สึกงุนงงเล็กน้อยว่าทำไมจู่ๆ อีกฝ่ายถึงถามเรื่องความสามารถพิเศษของเขา
หรือเขาจะสงสัยว่าตัวเองเป็นผู้นำทาง?
บางทีสีหน้าของเขาอาจจะดูออกง่ายเกินไป โจวโจวจึงถูจมูกตัวเองแล้วอธิบาย "ผมไม่ได้สงสัยคุณนะ แค่อยากรู้เฉยๆ"
"เมื่อกี้คุณดูเขินๆ ผมก็เลยคิดว่าคุณอาจจะอายที่จะพูดเรื่องความสามารถพิเศษของตัวเองต่อหน้าทุกคนน่ะ"
เขาเดาถูกเผงเลย
เหวินชิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกระซิบตอบ "ความสามารถพิเศษของผมไม่ใช่การร้องไห้หรอกครับ แต่เป็น... เป็นความขี้ขลาด..."
เสียงของเขาแผ่วเบาลงเรื่อยๆ และใบหน้าก็แดงซ่านขึ้นเรื่อยๆ
ความสามารถพิเศษนี้มันน่าอายเกินไปแล้ว!
เขาค่อนข้างจะขี้ขลาดจริงๆ นั่นแหละ
ริมฝีปากของโจวโจวโค้งขึ้นเล็กน้อย แต่พอตระหนักได้ว่าการหัวเราะต่อหน้าเหวินชิงนั้นไม่ค่อยจะดีนัก เขาจึงพยายามกลั้นเอาไว้ จนกลายเป็นสีหน้าพิลึกพิลั่น
เหวินชิงพูดเสียงแผ่ว "คุณอยากขำก็ขำเถอะครับ ผ-ผมขอไปอาบน้ำก่อนนะ"
หลังจากอาบน้ำเสร็จ เหวินชิงก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตัวเองไม่ได้หยิบเสื้อผ้ามาเปลี่ยน
เขาเรียกโจวโจวอยู่สองครั้ง แต่ไม่มีเสียงตอบรับ จึงแง้มประตูออกนิดหน่อยแล้วชะโงกหน้าออกไปดู
ข้างนอกไม่มีใครอยู่ โจวโจวไม่อยู่แล้ว
เหวินชิงสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วรีบวิ่งไปที่ตู้เสื้อผ้า รื้อค้นหาชุดชั้นในอย่างร้อนรนเพราะกลัวว่าจู่ๆ จะมีใครเดินเข้ามา
ยิ่งร้อนรนก็ยิ่งหาของยาก เขาค้นอยู่นานสองนานแต่ก็หาชุดชั้นในไม่เจอเลยสักตัว
"ก๊อก ก๊อก ก๊อก มีใครอยู่ไหมครับ?" เสียงผู้ชายดังขึ้นจากนอกประตู
เสียงนั้นคุ้นหูมาก แต่เหวินชิงนึกไม่ออกในทันทีว่าเป็นเสียงของใคร
"ไม่มีใครอยู่เหรอ? งั้นคืนนี้ผมจะนอนที่ห้องนี้นะ"
เหวินชิงรีบตะโกนบอก "เดี๋ยวก่อน! มีคนอยู่ครับ! มีคนอยู่!"
ด้วยความกังวลว่าคนข้างนอกจะเปิดประตูเข้ามา เหวินชิงจึงรีบคว้าชุดคลุมอาบน้ำมาสวม ผูกปมอย่างแน่นหนา แล้วเดินไปที่ประตู
เขาเปิดประตูออก และด้านนอกก็คืออาจารย์มหาวิทยาลัยในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาว
เหวินชิงนึกชื่อของอีกฝ่ายไม่ออกในทันที จึงเอ่ยทักทายอย่างสุภาพและเรียบง่ายไปว่า "สวัสดีครับอาจารย์"
จี้อวี่มีรอยยิ้มบางๆ ในดวงตา ท่าทางดูสุภาพเรียบร้อยมาก
"ผมชื่อจี้อวี่ครับ"
เหวินชิงตอบกลับ "ครับ อาจารย์"
จี้อวี่ยิ้มอีกครั้งและยื่นถุงขนมปังกับนมสองขวดให้เหวินชิง "คุณยังไม่ได้กินอะไรเลยใช่ไหม? ทานอะไรรองท้องก่อนสิครับ"
เหวินชิงมัวแต่พะวงอยากจะรีบปิดประตูแล้วไปหาชุดชั้นใน จึงไม่ได้ปฏิเสธ เขารีบรับนมและขนมปังมาพลางกล่าวขอบคุณอย่างสุภาพ "ขอบคุณมากครับอาจารย์"
จี้อวี่มองชุดคลุมอาบน้ำของเขาอย่างครุ่นคิดแล้วยิ้ม "สุภาพจังเลยนะครับ"
"แบบนี้ต้องให้รางวัลซะแล้ว"
เหวินชิงชะงักไปเล็กน้อย รางวัลอะไรกัน?
จี้อวี่ดูเหมือนจะแค่พูดลอยๆ ขึ้นมาโดยไม่ได้อธิบายอะไรให้เหวินชิงฟัง เขาเพียงแค่บอกว่า 'พักผ่อนให้สบายนะครับ' ก่อนจะหันหลังเดินขึ้นบันไดไป
ทันทีที่อีกฝ่ายเดินพ้นไป เหวินชิงก็รีบปิดประตูลงกลอนทันที และเริ่มค้นหาชุดชั้นในต่อ
เขาค้นดูทุกซอกทุกมุมของตู้เสื้อผ้าทั้งตู้ ไม่ปล่อยให้เล็ดลอดไปแม้แต่มุมเดียว เขาถึงขั้นไปค้นดูที่โต๊ะข้างเตียงและในห้องน้ำ แต่ก็ยังไม่เจอชุดชั้นในเลยสักตัว
เหวินชิงถึงกับช็อก เขาจำได้แม่นเลยนะว่าตอนที่เข้ามาสำรวจห้องนี้ครั้งแรก เขาเห็นชุดชั้นในอยู่นี่นา!
กางเกงในตัวตั้งใหญ่ของเขาหายไปไหนแล้วล่ะเนี่ย?!