เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 54 อย่างที่คิด ปรมาจารย์มันต้องแซ่หลู่ถึงจะถูก

บทที่ 54 อย่างที่คิด ปรมาจารย์มันต้องแซ่หลู่ถึงจะถูก

บทที่ 54 อย่างที่คิด ปรมาจารย์มันต้องแซ่หลู่ถึงจะถูก


บทที่ 54 อย่างที่คิด ปรมาจารย์มันต้องแซ่หลู่ถึงจะถูก

ในขณะเดียวกัน

ที่ร้านขายการ์ดเวทย์...

มีลูกค้าขาประจำแวะเวียนเข้ามา

"เถ้าแก่หยวน มีการ์ดเวทย์ของปรมาจารย์อี้ ที่เป็นเวทย์โจมตีระดับ 3 ล้วนๆ เหลือบ้างไหม?"

ผิวสีแทนดูสุขภาพดี เครื่องหน้าสวยคมที่แฝงความดุดันแบบสัตว์ป่า และรูปร่างที่ได้สัดส่วน...

เมิ่งถงเดินเข้ามาในร้านด้วยรอยยิ้มสดใส ทักทายอย่างเป็นกันเอง หยิบการ์ดเวทย์ใบหนึ่งขึ้นมาดูเล่น ลองส่งพลังปราณเข้าไปตรวจสอบ ก่อนจะโยนทิ้งไปข้างๆ อย่างไม่ไยดี พร้อมบ่นกระปอดกระแปด "แล้วก็เลิกเอาของหลอกเด็กพวกนี้มาวางขายสักทีเถอะ ถ้าไม่ใช่เพราะร้านนายยังพอมีการ์ดของปรมาจารย์อี้ให้พึ่งพาได้บ้างล่ะก็ บอกตรงๆ นะ ร้านนายคงเจ๊งไปนานแล้ว เหอะ... นี่นายไปถูกหวยมาหรือไง?"

เธอเดินไปรอบๆ เครื่องทดสอบการ์ดเวทย์ที่ตั้งอยู่กลางร้าน มองด้วยความประหลาดใจ "ของเล่นชิ้นนี้ ราคาเริ่มต้นอย่างน้อยก็หลักหมื่นเหรียญดาราขึ้นไปนี่นา? ไปเกาะป้าเศรษฐีที่ไหนมาล่ะเนี่ย?"

"ฮึ เธอจะไปรู้อะไร นี่เขาเรียกว่าการลงทุนเพื่อปูทางสู่ความรวยต่างหาก"

หยวนซู่เดินกะเผลกออกมาจากหลังร้าน ตอบว่า "การ์ดของปรมาจารย์อี้ก็ต้องมีอยู่แล้วสิ ระดับ 3 เหลือแค่ 'สายฟ้ากัมปนาท' (Thunder Shock) ใบเดียว แต่ฉันไม่แนะนำให้เธอซื้อหรอกนะ ราคามันแรงไป อย่างต่ำก็สามพันอัพ... ว่าไง ช่วงนี้หาเงินได้ไม่น้อยล่ะสิ?"

"ก็ได้มาเยอะอยู่ กะจะมาหาซื้อการ์ดแรงๆ ไว้ใช้เป็นไพ่ตายยามฉุกเฉินน่ะ"

เมิ่งถงเป็นลูกค้าประจำของที่นี่อยู่แล้ว จึงพูดคุยกันอย่างเป็นกันเอง เธอถอนหายใจ "นายก็รู้ พวกเราทำงานแขวนชีวิตไว้บนเส้นด้าย ไม่รู้จะตายวันตายพรุ่ง ถ้ามัวแต่งกไม่ยอมซื้อของดีๆ ไว้ป้องกันตัว ถึงเวลาคับขันขึ้นมาอาจจะได้ไปคุยกับรากมะม่วงเอาได้... นานๆ ทีจะได้เงินก้อนมา ก็เลยกะจะมาซื้อการ์ดเจ๋งๆ ไว้สักใบ เผื่อไว้ใช้พลิกสถานการณ์ตอนจวนตัว"

"งั้นฉันขอแนะนำใบนี้เลย"

หยวนซู่หัวเราะร่วน "แต่เงินก็สำคัญเหมือนกันใช่มั้ยล่ะ เพราะงั้นความคุ้มค่าจึงเป็นเรื่องสำคัญ... มา ขอแนะนำการ์ด 'อัคคีสายฟ้า' ใบนี้ อานุภาพร้ายกาจไม่เบาเลยนะ"

เมิ่งถงยิ้มเยาะ "นี่เถ้าแก่หยวน นายกวนโอ๊ยฉันเหรอ... เวทย์ระดับ 1 เนียนนะ เอาไว้ใช้เป็นไพ่ตายเนี่ยนะ? หรือจะบอกว่า พอใกล้ตาย ให้ฉันชักการ์ดใบนี้ออกมา จุดบุหรี่ให้ลูกพี่สัตว์อสูรสูบ แล้วมันจะยอมปล่อยฉันไป?!"

"กะแล้วเชียวว่าเธอต้องไม่เชื่อ แล้วเธอคิดว่าฉันซื้อเครื่องทดสอบการ์ดเวทย์ราคาแพงหูฉี่มาตั้งไว้ทำแป๊ะอะไรล่ะ? มาดูนี่..."

จู่ๆ หยวนซู่ก็รู้สึกตื่นเต้นและคาดหวังขึ้นมาอย่างประหลาด นึกย้อนไปตอนที่เขาอยู่ที่ศูนย์ทดสอบการ์ดเวทย์ เขาตกใจจนแทบจะลงไปกองกับพื้น ตอนนี้ เขาอยากเห็นคนอื่นทำหน้าเหวอแบบนั้นบ้างเหลือเกิน

เขายิ้มกริ่ม ยื่นการ์ดระดับ 1 ใบนั้นให้เมิ่งถง

ในใจลึกๆ ก็แอบทอดถอนใจ... เฮ้อ... ฉันเองก็ชักจะนิสัยเสียตามไอ้เด็กนั่นไปซะแล้ว อุตส่าห์รักษาจรรยาบรรณมาตั้งสี่สิบกว่าปี ดันมาเสียคนเพราะไอ้เด็กเปรตนั่นแท้ๆ

เมิ่งถงรับการ์ดมาแบบกึ่งเชื่อกึ่งสงสัย มองสีหน้าพิลึกพิลั่นของหยวนซู่...

จะว่ายังไงดีล่ะ รู้สึกเหมือนกำลังตกหลุมพรางยังไงก็ไม่รู้ แต่ที่นี่คือเขตเมืองเฉาหยาง เขาคงไม่กล้าเล่นตุกติกอะไรหรอกมั้ง?

เธอพินิจพิจารณาการ์ดระดับ 1 ในมืออย่างละเอียด ถึงจะไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงแนะนำการ์ดกากๆ แบบนี้ให้ แต่ที่ผ่านมา การ์ดที่เขาแนะนำก็ใช้งานได้ดีมาตลอด... หรือว่าใบนี้มันจะมีอะไรพิเศษซ่อนอยู่จริงๆ?

เช่นว่า จู่ๆ ก็มีศรน้ำพุ่งออกมาจากอัคคีสายฟ้าอะไรทำนองนั้น...

คิดไปเองก็ขำตัวเองไป เธอเสียบการ์ดเข้าไปในเครื่องทดสอบทันที

เครื่องทดสอบเปล่งแสงสว่างวาบ...

จากนั้น ตัวเลขบนหน้าจอก็เด้งขึ้นมาโชว์หรา... 4,100 ต้ง!

เมิ่งถง: ".................................................................."

หยวนซู่ยิ้มเจ้าเล่ห์ "เป็นไง?! อานุภาพระดับนี้ พอใจมั้ยล่ะ?"

"นี่... นี่มันใช่การ์ดระดับ 1 แน่เหรอ?"

เมิ่งถงยืนอึ้งอยู่นาน กว่าจะหาเสียงตัวเองเจอ เธอตะโกนลั่น "การ์ดระดับ 1... ดาเมจสี่พันกว่าต้ง... เป็นไปได้ยังไง? เป็นไปได้ยังไง... ต้องเป็นเวทย์ระดับ 3 นู่นถึงจะทำได้ขนาดนี้ แถมยังต้องให้ผู้ฝึกตนระดับรวมจิตขั้นกลางขึ้นไปเป็นคนร่ายด้วย! เถ้าแก่หยวน นายไปขุดของประหลาดแบบนี้มาจากไหนเนี่ย?"

"แต่นี่คือการ์ด 'อัคคีสายฟ้า' ระดับ 1 ของแท้แน่นอนนะ อย่างอื่นไม่รู้ แต่เครื่องทดสอบการ์ดเวทย์ไม่เคยโกหกใช่มั้ยล่ะ?"

หยวนซู่ตบเครื่องทดสอบเบาๆ อย่างภาคภูมิใจ ยิ้มถาม "การ์ดระดับ 1 ดาเมจระดับ 3... เธอทายซิว่าจะขายราคาเท่าไหร่?"

"ระ... ราคาเท่าไหร่?"

"ราคาระดับ 2! การ์ดใบนี้สนนราคาที่ 1,500 เหรียญดารา! เป็นไงล่ะ คุ้มกว่าซื้อการ์ดของปรมาจารย์อี้ตั้งเยอะ การ์ดของเขาอย่างต่ำก็ปาเข้าไปสามพันแล้ว... ที่สำคัญนะ ฉันเห็นว่าเธอเป็นลูกค้าประจำถึงได้แนะนำให้ ถือว่าฉันใจกว้างมากแล้วนะ"

"นี่... นี่มัน..."

ลมหายใจของเมิ่งถงเริ่มถี่กระชั้นขึ้นโดยไม่รู้ตัว เธอรีบถาม "นายยังมีการ์ดระดับ 1 แบบนี้อีกมั้ย?"

"มีอีกสามใบ แต่สามใบนั้นดาเมจไม่ถึงสี่พันต้งหรอก อยู่ที่ประมาณสามพันห้าถึงสามพันแปด ราคาเลยถูกลงมาหน่อย... 1,000 ถึง 1,200 เหรียญดาราก็พอ"

หยวนซู่ตอบด้วยน้ำเสียงเสียดาย

"แค่... สามพันกว่า... การ์ดระดับ 1 ดาเมจสามพันกว่าต้ง จะเอาอะไรอีก? ว่าแต่... ทั้งสามใบ... เป็น 'อัคคีสายฟ้า' หมดเลยเหรอ?!"

เมิ่งถงถาม "ไม่มีเวทย์อื่นเลยเหรอ? นายก็รู้นี่ เวทย์แต่ละอย่างก็มีประโยชน์ต่างกัน ทางที่ดีน่าจะมีการ์ดเวทย์หลายๆ แบบไว้ใช้คอมโบกัน..."

หยวนซู่ถอนหายใจ "เฮ้อ ปรมาจารย์ท่านนี้แกนิสัยแปลกๆ น่ะ สร้างแต่ 'อัคคีสายฟ้า' ฉันจะไปทำอะไรได้?"

"แค่ 'อัคคีสายฟ้า' ก็เหลือเฟือแล้ว ฉันจะโทรเรียกพวกพี่จินเดี๋ยวนี้แหละ!"

เมิ่งถงตื่นเต้นจนเก็บอาการไม่อยู่ รีบต่อสายหาพวกพี่จินทันที แน่นอนสิ ดาเมจระดับ 3 แต่ขายในราคาระดับ 2 ของดีแบบนี้ ใครซื้อทันก็กำไรเห็นๆ แต่ในเมื่อเป็น 'อัคคีสายฟ้า' เหมือนกันหมด เธอคนเดียวคงไม่ต้องซื้อเยอะขนาดนั้น พอดีเลย ในทีมมีสมาชิกหลักอีกสามคน ซื้อแจกคนละใบไว้ใช้ยามฉุกเฉิน... เพอร์เฟกต์!

หยวนซู่มองท่าทางตื่นเต้นของเมิ่งถงด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มอย่างพึงพอใจ

คราวนี้...

ฉันคงได้เจอขุมทรัพย์เข้าให้แล้วล่ะสิ

การ์ดสี่ใบ ขายออกรวดเดียวหมด รับทรัพย์เหนาะๆ ห้าหกพันเหรียญ... แถมพวกเขาสี่คน น่าจะช่วยเป็นกระบอกเสียงโฆษณาให้อีกแน่ๆ ทีมพายุคลั่ง (Raging Wind Squad) ถือว่าเป็นทีมล่าสมบัติที่มีฝีมือพอตัว โดยเฉพาะเมิ่งถงคนนี้ มีระดับพลังถึงขั้นหวั่นไหว (Heartbeat Stage) ถ้าตอนนั้นเธอไม่ขาดแคลนทุนทรัพย์จนเรียนต่อมหาวิทยาลัยไม่ได้ ป่านนี้คงได้เป็นผู้ฝึกตนเต็มตัวไปแล้ว

ดังนั้น

ตอนที่ซูเสียนกลับมาถึง สิ่งแรกที่เขาเห็นคือ หยวนซู่กำลังนั่งสูบบุหรี่อย่างสบายอารมณ์อยู่หน้าร้าน พอเห็นซูเสียน เขาก็ยื่นบุหรี่ให้มวนหนึ่ง

ซูเสียนโบกมือปฏิเสธ "ผมบอกแล้วไงว่ากำลังพยายามเลิกสูบ ว่าแต่... การ์ดเวทย์ขายออกบ้างหรือยังครับ?"

"เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเถอะ ไอ้หนุ่ม... ข้าว่านะ ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเอ็ง คือการคิดฉายาเท่ๆ ให้ตัวเองได้แล้วล่ะ 'ปรมาจารย์ซู' ดีมั้ย?!"

"หา? ปรมาจารย์เนี่ยนะ?"

ซูเสียนมองหยวนซู่ด้วยความงุนงง

หยวนซู่หัวเราะร่วน "ฮ่าฮ่าฮ่า จะใช่หรือไม่ใช่ก็ช่างเถอะ แต่การ์ดของเอ็งมันอยู่ในระดับ 'ปรมาจารย์' แน่นอน อีกสามเดือนจะมีการสอบวัดระดับนักสร้างการ์ดเวทย์ ถ้าเอ็งสอบผ่าน ถึงจะถือว่าเป็นปรมาจารย์ตัวจริงเสียงจริง แต่สำหรับตอนนี้ ไอ้หนุ่มเอ๊ย... พวกเรามาสถาปนาให้เอ็งเป็นปรมาจารย์ล่วงหน้าไปก่อนก็คงไม่เสียหายอะไรหรอกมั้ง อย่างน้อย ถ้าสร้างชื่อเสียงได้ การ์ดของเอ็งก็จะขายง่ายขึ้นด้วยไงล่ะ!"

"ก็... จริงนะ... คงต้องคิดฉายาดีๆ สักชื่อแล้วล่ะ"

ซูเสียนคิดในใจว่าที่หยวนซู่พูดมาก็มีเหตุผล

"งั้นก็เอาเป็น 'ปรมาจารย์หลู่ (Lu Master)' ก็แล้วกัน!"

(หมายเหตุ: ปรมาจารย์หลู่ หรือ Master Lu เป็นชื่อโปรแกรม Benchmark เช็กสเปกและประสิทธิภาพฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ที่ฮิตมากในจีน ซูเสียนคงตั้งใจเอาชื่อนี้มาล้อเลียนเรื่องการ "ทดสอบประสิทธิภาพ" การ์ดเวทย์ครับ)

เขาตอบออกไปทันทีโดยไม่ต้องคิด

จบบทที่ บทที่ 54 อย่างที่คิด ปรมาจารย์มันต้องแซ่หลู่ถึงจะถูก

คัดลอกลิงก์แล้ว