- หน้าแรก
- เกมบำเพ็ญเพียรขนานแท้
- บทที่ 53 แม่ก็คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าพี่เขาจะมีพรสวรรค์ด้านนี้
บทที่ 53 แม่ก็คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าพี่เขาจะมีพรสวรรค์ด้านนี้
บทที่ 53 แม่ก็คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าพี่เขาจะมีพรสวรรค์ด้านนี้
บทที่ 53 แม่ก็คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าพี่เขาจะมีพรสวรรค์ด้านนี้
"เสี่ยวเสียน... ลูก... ลูกว่าอะไรนะ?! ลูกสร้างการ์ดเวทย์เป็นแล้วเหรอ?!"
หลังจากได้ฟังซูเสียนอธิบายอย่างละเอียดว่าทำไมช่วงนี้เขาถึงออกจากบ้านแต่เช้ากลับดึกดื่น... แน่นอนว่าเขาไม่ได้เล่าแบบโอเวอร์เกินไป แค่บอกว่าตัวเองมีพรสวรรค์ด้านนี้ เลยมีปรมาจารย์สร้างการ์ดรับเป็นลูกศิษย์ ถึงเพิ่งเรียนมาไม่กี่วัน แต่ตอนนี้ก็สามารถสร้างการ์ดเวทย์ง่ายๆ ด้วยตัวเองได้แล้ว การ์ดใบหนึ่งขายได้กำไรหนึ่งถึงสองร้อยเหรียญ ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป ด้วยพัฒนาการของเขา ภายในครึ่งปีต้องเก็บเงินได้ครบแน่นอน
แม้เขาจะพยายามอธิบายให้ฟังดูเป็นเรื่องปกติที่สุดแล้ว แต่หยางหว่านฮุ่ยก็ยังฟังไปสะอื้นไป
ลูกสาวของเธอไม่ใช่คนโกหกเก่ง ตอนที่บอกว่ามีคนให้ยืมเงิน... หยางหว่านฮุ่ยก็ดูออกตั้งแต่แรกแล้วว่าเซี่ยอวิ้นอวิ้นอยากจะให้ยืม แต่ลูกสาวปฏิเสธไป เธอรู้ดีว่าลูกสาวไม่อยากให้เธอเป็นห่วง เธอจึงแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง เพื่อให้ลูกสบายใจ ส่วนตัวเองก็แอบไปรับงานเพิ่ม ทำงานหามรุ่งหามค่ำทั้งวันทั้งคืน เพื่อพยายามหาเงินมาช่วยลูกสาวให้ได้มากที่สุด
ถึงขนาดที่ว่า ถ้าสุดท้ายแล้วยังหาเงินได้ไม่พอจริงๆ เธออาจจะยอมขายอวัยวะของตัวเองด้วยซ้ำ
ตลอดเวลาที่ผ่านมา แม้เวลาอยู่ต่อหน้าลูกๆ เธอจะทำตัวสบายๆ แต่มีเพียงเธอคนเดียวที่รู้ว่าลึกๆ แล้วเธอแบกรับความกดดันไว้มากแค่ไหน
แต่ตอนนี้...
"เสี่ยวเสียน ลูก... ลูกอย่ามาหลอกแม่เหมือนน้องนะ... แม่... แม่จะคิดว่าเป็นเรื่องจริงนะ"
หยางหว่านฮุ่ยน้ำตารื้น
"ผมคิดเรื่องนี้มาตั้งนานแล้วครับ แต่ที่ผ่านมายังทำไม่ได้ ก็เลยยังไม่บอกแม่... ถ้าตอนนี้ผมไม่มั่นใจเต็มร้อย ผมจะกล้ามาบอกแม่ได้ยังไงล่ะครับ จะให้หลอกแม่ยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่"
ซูเสียนยิ้มและพูดปลอบใจ "แม่ลองคิดดูสิครับ การ์ดเวทย์ระดับ 7 ที่ใช้รักษาผมตอนนั้น ราคามันมหาศาลขนาดไหน... ถึงตอนนี้ผมจะสร้างได้แค่การ์ดระดับ 1 หรือ 2 แต่ถ้าเน้นปริมาณ ครึ่งปีหาเงินแสนก็ไม่ใช่เรื่องยากเลย แถมยังไม่กระทบการเรียนด้วย ผมเอาเวลาช่วงบ่ายหลังเลิกเรียนไปทำก็ได้"
"จริง... จริงเหรอลูก ถ้านี่เป็นเรื่องจริง ก็เป็นข่าวดีมากๆ เลย ต่อไปนี้ถาวถาวก็ไม่ต้องไปเสี่ยงอันตรายอีกแล้ว ดีจังเลย"
หยางหว่านฮุ่ยร้องไห้ไปหัวเราะไป
เมฆหมอกแห่งความกังวลที่ปกคลุมครอบครัวมานานนับเดือน ในที่สุดก็เริ่มมีแววจางหายไป
สีหน้าของเธอดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เธอยิ้มและพูดว่า "งั้นพวกเรารีบออกจากโรงพยาบาลกันเถอะ ไม่มีความจำเป็นต้องอยู่ที่นี่แล้ว ต่อไปนี้แม่ก็ไม่ต้องไปทำโอทีอีกแล้ว ร่างกายค่อยๆ พักผ่อนเดี๋ยวก็หาย ไม่ต้องมาเสียเงินเปล่าๆ อยู่ที่นี่หรอก"
พูดจบ เธอก็ทำท่าจะลงจากเตียง
"ครับ เดี๋ยวเราทำเรื่องออกกันเลย"
ซูเสียนยิ้มและช่วยพยุงเธอขึ้นมา...
อย่างที่คิด พอความกังวลในใจหมดไป ร่างกายก็พลอยดีขึ้นตามไปด้วย ตอนนี้เธอสามารถขยับตัวได้เองแล้ว
จากนั้น ซูเสียนก็ไปทำเรื่องออกจากโรงพยาบาล ส่วนหยางหว่านฮุ่ยก็ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าและเก็บของ...
สองชั่วโมงต่อมา
สองแม่ลูกก็นั่งเรือเหาะโดยสารกลับมาถึงบ้านพร้อมกัน
ในตอนนั้น ซูถาวขลุกอยู่บ้านแล้ว เธอนอนคว่ำเล่นเทอร์มินอลอยู่บนโซฟาอย่างเบื่อหน่าย...
เมื่อสังเกตเห็นซูเสียนและหยางหว่านฮุ่ยกลับมา เธอก็แค่นเสียงฮึเบาๆ หันหน้าหนี แกล้งทำเป็นมองไม่เห็น
ดูท่า เธอยังโกรธอยู่...
หยางหว่านฮุ่ยและซูเสียนมองหน้ากัน ต่างก็เห็นแววตาจนใจของอีกฝ่าย
จะว่ายังไงดี... สำหรับซูถาวแล้ว แม่สำคัญกว่าสิ่งใด ดังนั้นเธอจึงโกรธที่ซูเสียนทำให้แม่ต้องลำบากจนล้มป่วย ไม่อย่างนั้น ด้วยนิสัยของเธอ อย่างน้อยก็คงต้องพูดขอบคุณที่เขาพยายามเพื่อเธอบ้างล่ะน่า
แต่น่าเสียดายที่ซูเสียนไม่รู้เลยว่า...
สิ่งที่ทำให้ซูถาวโกรธเกลี้ยวยิ่งกว่า คือการที่พี่ชายของเธอยอมทิ้งศักดิ์ศรี ไปเป็นแมงดาเกาะผู้หญิงกิน...
โดยเฉพาะพอเห็นเขาทำหน้าตาไม่รู้ร้อนรู้หนาว แถมยังมีหน้ามาระรื่น เธอก็ยิ่งโมโหหนักขึ้นไปอีก "นายคิดว่าถ้านายหาวิธีหาเงินได้ ฉันจะซาบซึ้งใจงั้นเหรอ?"
ซูเสียนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบว่า "ฉันก็ไม่ได้กะจะให้เธอมาซาบซึ้งใจซะหน่อย เรื่องนี้ฉันเป็นคนก่อ ฉันก็ต้องเป็นคนแก้สิ..."
"นายแก้ นายแก้อะไร?! เอาเป็นว่า ฉันไม่มียอมใช้เงินของนายเด็ดขาด เลิกคิดไปได้เลย!"
ซูถาวโกรธจัด "พรุ่งนี้ฉันจะกลับไปป่าทมิฬอีก คราวนี้ฉันได้เงินมาตั้งเยอะ ไปอีกแค่ไม่กี่รอบ เผลอๆ ก็เก็บเงินค่าเทอมครบแล้ว ฉันมีความสามารถหาเงินเองได้ ไม่ต้องให้นายมาแส่หรอก"
"ฉันไปทำงาน เธอเข้าป่า... แล้วแม่ล่ะ ใครจะดูแล?"
"ฉัน..."
ซูถาวเถียงไม่ออก พูดเสียงสั่นเครือคล้ายจะร้องไห้ "แม่ดูเขาสิ... เขาเอาแม่มาขู่หนู"
"พอเถอะ ถาวถาว เลิกโกรธได้แล้ว พี่เขาเล่าให้แม่ฟังหมดแล้ว ในเมื่อเขามีช่องทางหาเงิน แล้วลูกจะไปเสี่ยงตายทำไมอีกล่ะ? แถมตอนนี้... ร่างกายแม่ก็ไม่ค่อยดีจริงๆ แค่เดินยังหน้ามืดเลย พี่เขาต้องไปเรียน ถ้าลูกไม่ดูแลแม่ แล้วใครจะดูแลล่ะจ๊ะ?"
"นี่... นี่นายกล้าเล่าให้แม่ฟังด้วยเหรอ?!"
ซูถาวอ้าปากค้าง มองซูเสียนด้วยความตกตะลึง...
แต่ซูเสียนกลับก้มดูเทอร์มินอล แล้วพูดว่า "อืม เล่าแล้ว... เอาล่ะ ทางนั้นฉันยังมีงานยุ่งอยู่ ถาวถาว ฝากดูแลแม่ด้วยนะ... เดี๋ยวตอนเย็นฉันกลับมา"
พูดจบ เขาก็เปลี่ยนรองเท้า แล้วเดินออกจากบ้านไป
เพิ่งจะสร้างการ์ดเสร็จ ไม่รู้ว่าขายออกหรือยัง... ถ้าขายได้ แล้วเอาส่วนแบ่งของวันนี้กลับมาให้ดู นั่นแหละคือหลักฐานที่ชัดเจนที่สุด
ซูถาวมองตามแผ่นหลังของซูเสียนที่ทิ้งแม่ไว้ให้เธอดูแลหน้าตาเฉย ด้วยความโกรธจัด "แม่ดูเขาสิ... เกินไปแล้วนะ"
หยางหว่านฮุ่ยหัวเราะ "เขายุ่งเรื่องหาเงินน่ะ ถาวถาวก็อย่าไปคิดมากเลย... พูดจริงๆ นะ แม่ก็ไม่อยากให้ลูกไปเสี่ยงอันตรายเหมือนกัน"
"แม่รู้ไหมคะว่าเขาได้เงินพวกนั้นมายังไง?"
"แม่ก็ต้องรู้อยู่แล้วสิ แม่เองก็คิดไม่ถึงเหมือนกัน... ว่าพี่เขาจะมีพรสวรรค์ด้านนี้ เสี่ยวเสียนโตเป็นผู้ใหญ่แล้วจริงๆ"
หยางหว่านฮุ่ยพูดอย่างปลาบปลื้ม พลางค่อยๆ นั่งลงบนโซฟา แล้วถอนหายใจ "ร่างกายแม่แย่ลงจริงๆ นั่นแหละ ถาวถาว ช่วงนี้ลูกก็อยู่บ้านดูแลแม่ไปก่อนนะ..."
"เดี๋ยวก่อนนะคะ... พรสวรรค์... ด้านนี้?"
ซูถาวมองใบหน้าปลาบปลื้มของหยางหว่านฮุ่ย เริ่มรู้สึกตงิดๆ ว่ามีอะไรผิดปกติ เธอรีบถาม "แม่คะ พี่เขาบอกแม่ว่ายังไงเหรอคะ? แม่เล่าให้หนูฟังแบบละเอียดๆ เลยนะ ห้ามตกหล่นแม้แต่คำเดียว"
"ก็ได้จ้ะ..."
หยางหว่านฮุ่ยยิ้ม "พี่เขาก็พยายามอย่างหนักเหมือนกันนะ ใช้ในวิธีของเขาเพื่อช่วยลูก... ตอนนี้พวกลูกสองคนโตกันหมดแล้ว คนเป็นแม่อย่างฉันก็เบาใจไปได้เยอะเลยล่ะ"
จากนั้น เธอก็เล่าเรื่องที่ซูเสียนอธิบายให้ฟังก่อนหน้านี้ให้ซูถาวฟังอย่างละเอียด
ยิ่งฟัง สีหน้าของซูถาวก็ยิ่งดูไม่ได้
เธอพึมพำกับตัวเอง "ไอ้คนลวงโลก กล้าหลอกแม้กระทั่งแม่เชียวเหรอ? นักสร้างการ์ดเวทย์เนี่ยนะ... ขนาดฉันยังไม่เคยคิดจะเอาดีด้านนี้เลย เขาใช้เวลาแค่ไม่กี่วันก็... เป็นไปได้ยังไง..."
เขากล้าหลอกแม่เลยเหรอเนี่ย.
แต่ถ้าเป็นแบบนั้น ก็แสดงว่าไม่ได้ถูกคนเลี้ยงดูอยู่จริงๆ สินะ?
ดูท่า คงต้องสืบดูหน่อยแล้ว ว่าหมอนี่ไปทำบ้าอะไรที่โรงเรียนบ้าง