- หน้าแรก
- เกมบำเพ็ญเพียรขนานแท้
- บทที่ 47 ฉันรู้สึกเหมือนได้เป็นพ่อคนเลย
บทที่ 47 ฉันรู้สึกเหมือนได้เป็นพ่อคนเลย
บทที่ 47 ฉันรู้สึกเหมือนได้เป็นพ่อคนเลย
บทที่ 47 ฉันรู้สึกเหมือนได้เป็นพ่อคนเลย
หยวนซู่วิ่งออกไปเร็วแค่ไหน ก็กลับมาเร็วแค่นั้น
ถึงจะขาเป๋ แต่ก็วิ่งหน้าตั้งมาเลยทีเดียว
พอกลับมาถึง แกก็หอบแฮ่กๆ หน้าตาตื่นตระหนก "ไอ้หนุ่ม เอ็งแม่งโคตรมั่วเลยว่ะ ข้าไปถามพวกมืออาชีพมาแล้ว ไม่มีนักสร้างการ์ดเวทย์คนไหนรู้พลังโจมตีของการ์ดที่ตัวเองสร้างหรอก ตกลงเอ็งรู้ได้ยังไงวะ?"
ซูเสียนทำหน้าแปลกใจ "ลุงไปเทสต์การ์ดมาเหรอ?!"
"ก็แค่จ่ายเงิน ไปศูนย์ทดสอบการ์ดเวทย์แป๊บเดียว..."
หยวนซู่หอบหายใจ พูดตะกุกตะกัก "แถม... พลังโจมตีมันอยู่ที่ 3,420 ต้งจริงๆ ด้วย ไม่ขาดไม่เกินแม้แต่ต้งเดียว... เอ็งทำได้ยังไงวะ? นี่มันแค่เวทย์ระดับ 1 แท้ๆ แต่พลังทะลุไปถึงระดับ 3 เลยนะ!"
ซูเสียนแถสดหน้าตาย "อ๋อ... เรื่องนั้นน่ะเหรอ... ลุงก็รู้ว่าผมหมกมุ่นกับเวทย์อัคคีสายฟ้ามาก เพราะเมื่อก่อนผมเรียนไม่เก่ง เลยรู้จักเวทย์อยู่แค่บทเดียว ก็เลยศึกษาจนทะลุปรุโปร่ง แล้วก็ดัดแปลงให้มันเข้ากับตัวเอง ถึงมันจะเป็นเวทย์ระดับ 1 แต่ผมดัดแปลงจนพลังมันเทียบเท่าระดับ 3 ไปแล้ว ที่ผมรู้พลังโจมตีก็เพราะเหตุผลนี้แหละ"
"ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง... งั้น... เอ็งยังสร้างการ์ดแบบนี้ได้อีกมั้ย?"
"เอ่อ... คงจะยากหน่อยนะ"
หยวนซู่หน้าสลดลงทันที "งั้นเหรอ? ที่แท้ก็แค่ฟลุกสินะ?"
ซูเสียนทำหน้าลำบากใจ "ก็บอกแล้วไงว่าใบแรกยังขาดประสบการณ์ พอทำใบที่สองเสร็จ ผมก็รู้สึกว่าบรรลุอะไรบางอย่างขึ้นมาอีก ถ้าทำใบต่อไป จุดสะดุดน่าจะลดลงเหลือไม่เกิน 3 จุด... จะให้ผมกลับไปทำแบบมีจุดสะดุด 4 จุดเนี่ย... มันยากเกินไปสำหรับผมจริงๆ"
"ไอ้..."
หยวนซู่แทบจะกระอักเลือด
จู่ๆ ดวงตาของแกก็เปล่งประกายเจิดจ้า ร้องตะโกนว่า "ไอ้หนุ่ม สนใจมาทำธุรกิจร่วมกับข้ามั้ย? รับรองว่าสองสามเดือนเอ็งได้จับเงินแสนแน่... ไม่ต้องรอถึงครึ่งปี ไม่ต้องเสี่ยงตายเข้าป่าทมิฬ หาเงินชิลๆ เลย"
"ทำยังไง?!"
ซูเสียนถาม "ขายการ์ดเวทย์เหรอ?"
"เอ็งลองทายซิ การ์ดใบนี้จะขายได้เท่าไหร่?"
ซูเสียนครุ่นคิด "อืม... ของปรมาจารย์อี้ขายราคานั้นเพราะมีชื่อเสียงค้ำประกัน ของผมไม่มีชื่อเสียง แต่พลังโจมตีสูงกว่า ช่วงแรกๆ คงขายได้ราคาเท่ากันมั้ง?"
"เอ็งรู้จักคำว่า 'แบรนด์' ด้วย ถือว่าฉลาดไม่เบา แต่พวกเราไม่ต้องกลัวเรื่องนั้น... เดี๋ยวข้าจะไปซื้อเครื่องทดสอบการ์ดเวทย์มาตั้งไว้ในร้านเลย ถึงจะแพงหน่อย ปาเข้าไปสามหมื่น แต่ขอแค่เอ็งสร้างการ์ดพวกนี้ออกมาได้เรื่อยๆ ยังไงก็คุ้ม!"
หยวนซู่หน้าตาตื่นเต้นสุดขีด ตะโกนลั่น "หนึ่งพันเหรียญ! การ์ดใบนี้ขายได้อย่างน้อยหนึ่งพัน... แถมเราทดสอบให้ดูสดๆ เลยด้วย ตอนที่ศูนย์ทดสอบวัดพลังออกมานะ มีคนเสนอขอซื้อต่อทันทีตั้งพันห้า บอกว่าจะเอาไปเก็บสะสม เวทย์ระดับ 1 พลังพุ่งปรี๊ดขนาดนี้ ต่อให้ไม่ใช่ครั้งแรกในโลก แต่เมืองบ้านนอกอย่างเราไม่เคยมีมาก่อนแน่ๆ... แต่ข้าไม่ขายโว้ย"
ซูเสียนตาโต "ทำไมลุงไม่ขายวะ?!"
กำไรบานเบอะเป็นสิบเท่าขนาดนั้น ตาลุงนี่ดันไม่ขายเนี่ยนะ?
หยวนซู่: ".................................................................."
"เอ่อ... ข้าก็เพื่อแสดงความเคารพต่อเอ็งไงล่ะ ในฐานะที่เอ็งเป็นคนสร้างมันขึ้นมา แต่ถ้าเอ็งอยากขาย ข้าติดต่อเขาให้เดี๋ยวนี้เลย แลกเบอร์กันไว้แล้ว"
"ขายสิ ลุงต้องขายสิโว้ย!"
ซูเสียนร้องด้วยความดีใจ "ถ้างั้น... ผมก็หาเงินได้พันกว่าเหรียญเหนาะๆ เลยสิ?!"
"ข้าต่างหากที่ได้พันกว่าเหรียญ..."
หยวนซู่ชักสีหน้า "อะไรกัน พอสำเร็จก็จะเฉดหัวข้าทิ้งรึไง? อย่าลืมนะว่าเอ็งยังเป็นหนี้ข้าอยู่... แล้วอีกอย่าง คนธรรมดาไม่มีสิทธิ์ขายการ์ดเวทย์นะโว้ย เอ็งมีใบอนุญาตรึเปล่า?"
"ผมก็แค่พูดไปงั้นแหละ ลุงจะแบ่งสรรปันส่วนยังไงล่ะ?!"
"ง่ายๆ... เอ็งทำ ข้าขาย หนงหนี้อะไรข้ายกให้หมด ค่าเครื่องทดสอบข้าก็ออกเอง เงินเดือนเอ็งก็จ่ายเท่าเดิม ส่วนกำไรสุทธิ... แบ่ง 4:6! ข้า 6 เอ็ง 4!"
ซูเสียนตอบเสียงแข็ง "ผม 6 ลุง 4!"
หยวนซู่โวยวาย "ไอ้หนุ่ม ข้าลงทุนไปตั้งเยอะนะเว้ย... อ๊ากกก ไม่ต้องพูดแล้ว! 5:5 คนละครึ่ง! ตกลงมั้ย ไม่ตกลงก็เลิก... ขืนต่อรองอีก ข้าเหลือ 1 เอ็งเอาไป 9 แน่ๆ"
"ก็ได้ 5:5 ก็ได้!"
"ฮ่าฮ่าฮ่า... ไอ้หนุ่ม เอ็งลองทำมาให้ข้าดูอีกสักใบซิ ถ้าไม่มีปัญหา ข้าจะรีบไปซื้อเครื่องทดสอบทันที! ลงทุนเยอะกำไรก็เยอะฮ่าฮ่าฮ่า นึกไม่ถึงเลยว่าเอ็งจะเป็นอัจฉริยะ เอาเวทย์ระดับ 1 มาปั่นจนได้พลังระดับ 3 ได้!"
ซูเสียนนั่งลง ยิ้มอย่างอารมณ์ดี "จัดไป เดี๋ยวรอบนี้จะจัดดาเมจสัก 3,500 ต้งขึ้นไปให้ดู!"
จากนั้น เขาก็บรรจงสร้างการ์ดเวทย์ขึ้นมาอีกใบอย่างตั้งใจ
แต่ครั้งนี้ ด้วยประสบการณ์ที่เพิ่มขึ้น และความเข้าใจที่หลอมรวมกับการปฏิบัติจริง ทำให้การ์ดใบนี้มีจุดสะดุดเพียงแค่ 3 จุดเท่านั้น
"พลังทำลาย 3,624 ต้ง!"
ซูเสียนพูดด้วยสีหน้าจริงจัง "ลุงเอาไปเทสต์ดูได้เลย..."
"ข้าจะเอาไปเทสต์ แล้วก็เอาไปขายด้วยเลย!!!"
หยวนซู่วิ่งหอบการ์ดออกไปอย่างรวดเร็ว
ซูเสียนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ใบหน้าฉายแววผ่อนคลาย การสร้างการ์ดที่ชื่อระดับ 1 แต่พลังระดับ 2 ติดต่อกันสองใบ ด้วยความที่ยังไม่ชำนาญนัก ทำให้สิ้นเปลืองพลังปราณไปมาก ดีที่ได้พักช่วงสั้นๆ ไม่อย่างนั้น ซูเสียนคงหมดแรงข้าวต้มไปแล้ว
แต่ถึงอย่างนั้น ตอนนี้เขาก็ยังรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัว แขนขาอ่อนแรง เหมือนเพิ่งวิ่งมาราธอนสิบกิโลเมตรยังไงยังงั้น
เขาทิ้งตัวลงนอนแผ่หราบนเก้าอี้... ชั่วขณะหนึ่ง แม้อายุจิตใจจะปาเข้าไปสามสี่สิบแล้ว แต่ซูเสียนก็ยังรู้สึกอยากจะร้องไห้ออกมา
เขานึกถึงเรื่องราวที่เคยได้ยินมา เวลาลูกต้องใช้เงินค่าเทอม พ่อแม่มักจะยอมทำงานหนักสายตัวแทบขาด ต่อให้ต้องก้มหน้าไปหยิบยืมใคร ก็ไม่อยากให้ลูกต้องลำบาก...
ตอนนี้ เขารู้สึกเหมือนเข้าใจหัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่ขึ้นมาเลย
ถึงจะเป็นแค่น้องสาวก็เถอะ...
แต่เธอก็คือครอบครัว คือคนที่เขารักและทะนุถนอมที่สุดในชีวิต
"ถาวถาว ต่อไปนี้... เธอไม่ต้องไปเสี่ยงอันตรายอีกแล้ว ไม่ต้องเจ็บตัวอีกแล้วนะ"
ซูเสียนสูดหายใจลึก ยกแขนขึ้นก่ายหน้าผาก พึมพำกับตัวเองเบาๆ...
อดนอนมาทั้งคืน บวกกับความเหนื่อยล้าสะสม ตอนนี้เขาง่วงจนลืมตาแทบไม่ขึ้น ผ่านไปไม่กี่นาที เสียงกรนเบาๆ ก็ดังขึ้น
เมื่อหยวนซู่กลับมา ก็พบว่าซูเสียนหลับสนิทไปแล้ว...
"เฮ้อ... ไอ้หนุ่มนี่ คงต้องแบกรับภาระที่หนักเกินวัยมาเยอะสินะ"
เขาถอนหายใจ ไม่ได้ปลุกซูเสียน แต่หยิบการ์ดเวทย์ที่หน้าตาเหมือนกันเปี๊ยบสองใบไปวางไว้ในตู้โชว์ที่เด่นที่สุด พร้อมแปะป้ายราคา 1,000 เหรียญดารา!
แม้จะเป็นแค่การ์ดระดับ 1 แต่อานุภาพเทียบชั้นการ์ดระดับ 3 ของปรมาจารย์อี้ได้สบายๆ การ์ดระดับ 3 ของปรมาจารย์อี้ราคาตั้ง 2,000 เหรียญขึ้นไป การ์ดใบนี้ถึงจะไม่มีชื่อเสียงค้ำประกัน แต่ขายแค่พันเดียว ก็น่าจะขายออกง่ายอยู่หรอกมั้ง?
"ไว้สร้างแบรนด์ติดตลาดเมื่อไหร่ ค่อยๆ ขึ้นราคาก็ยังไม่สาย"
หยวนซู่ยืนพิงประตู พ่นควันบุหรี่ปุ๋ยๆ มองดูซูเสียนที่หลับสนิทอยู่ในร้าน...
แววตาของเขาฉายแววประหลาดใจ นึกไม่ถึงเลยว่าเพื่อนต่างวัยที่เพิ่งรู้จักกันคนนี้ จะมีความสามารถขนาดนี้... ไอ้หนุ่มนี่บอกแค่ว่าตัวเองดัดแปลงเวทย์ ทำให้การ์ดมีพลังโจมตีสูงปรี๊ด แต่ดันลืมคิดไปว่า...
พลังโจมตีของการ์ดเวทย์ ขึ้นอยู่กับพลังปราณของนักสร้างการ์ดด้วย
นั่นหมายความว่า ถ้าไอ้หนุ่มนี่ร่ายเวทย์บทนี้ด้วยตัวเอง พลังทำลายต้องทะลุ 4,000 ต้งแน่นอน!
แค่เวทย์ระดับ 2 ยังทำได้ขนาดนี้...
แล้วถ้าเป็นระดับ 3 ล่ะ?
ระดับ 4 ล่ะ?
"ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ... ไอ้หนุ่มคนนี้..."
หยวนซู่ถอนหายใจเบาๆ ใบหน้าฉายแววเหงาหงอยอย่างบอกไม่ถูก