- หน้าแรก
- เกมบำเพ็ญเพียรขนานแท้
- บทที่ 24 ฉันนี่มันทำขายขี้หน้าคนยุคบรรพกาลจริงๆ
บทที่ 24 ฉันนี่มันทำขายขี้หน้าคนยุคบรรพกาลจริงๆ
บทที่ 24 ฉันนี่มันทำขายขี้หน้าคนยุคบรรพกาลจริงๆ
บทที่ 24 ฉันนี่มันทำขายขี้หน้าคนยุคบรรพกาลจริงๆ
ซูเสียนจะไปรู้ได้ยังไง เขาแค่ตั้งใจจะกวนประสาทคนเล่นๆ แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นว่าเขาสร้างปัญหาใหญ่หลวงให้กับไอ้หมอนั่นที่เคยทำร้ายเขาซะได้!
แต่สภาพของเขาในตอนนี้ กำลังฟุบหน้าอยู่กับโต๊ะ หายใจเข้ามากกว่าหายใจออก (อาการร่อแร่)
เมื่อครู่นี้เอง หลังสอบเสร็จ เขาโดนสวี่เหวินเฉียงเทศนาชุดใหญ่ เดิมทีอาจารย์แกกะจะยกย่องเขาเป็นตัวอย่างของนักเรียนที่มีความเพียรพยายาม ถึงขั้นป่าวประกาศไปทั่วห้อง แต่ใครจะไปนึกว่าหมอนี่จะห่วยแตกขนาดนี้ สอบข้อเขียนได้คะแนนดิบๆ แค่ 17 คะแนน
17 คะแนนเนี่ยนะ? ต่อให้เป็นคนปัญญาอ่อน แค่มั่วข้อกากบาทกับข้อถูกผิดยังน่าจะได้คำตอบที่ถูกเยอะกว่านี้เลยมั้ง?
ผลก็คือ ซูเสียนตบหน้าอาจารย์ฉาดใหญ่ ใช้คะแนนบอกให้รู้ว่า 'อย่าคิดว่าฉันเก่ง เอารูปฉันไปแปะข้างฝาประจานความห่วยได้เลย'
แต่ในความเป็นจริง...
ซูเสียนเองก็สิ้นหวังเหมือนกัน
"ถึงได้บอกไง ว่ายุคสมัยของพวกฉัน โรงเรียนเขาสอนคณิต ฟิสิกส์ เคมี ไม่ใช่สอนลมปราณ เวทมนตร์ หรือพลังจิต... แล้วไอ้การข้ามมิติในยุคนั้นมันก็เป็นเรื่องเพ้อเจ้อ ฉันไม่เคยเห็นของจริง หรือเห็นก็แค่ในนิยาย แล้วปรมาจารย์ผู้ฝึกตนคนแรกไม่ใช่ 'หลี่เฉียง' สักหน่อย... 'เมืองแห่งการศึกษา' มันก็เป็นแค่อิทธิพลจากหนังสือการ์ตูน อย่าเอามาเหมาเป็นโลกความจริงของพวกฉันสิเฮ้ย ขืนเอาหนังสือมาปนกับความจริงแบบนี้ เดี๋ยวประวัติศาสตร์ก็วิบัติหมดหรอก..."
ซูเสียนทำหน้าตายด้าน รู้สึกเหมือนร่างกายจะไม่ไหวแล้ว
"นายเนี่ยโง่จังเลยนะ วิชาประวัติศาสตร์บรรพกาลทำไมสอบได้คะแนนต่ำเตี้ยเรี่ยดินขนาดนี้?!"
เซี่ยอวิ้นอวิ้นที่นั่งข้างๆ มองซูเสียนที่เพิ่งโดนเรียกชื่อประจานด้วยสายตาดูแคลน "ถ้าไม่ได้วิชาความเข้าใจใน เคล็ดวิชา ช่วยดึงมีนไว้จนได้คะแนนเต็มล่ะก็ เชื่อไหมว่าไอ้คะแนนศูนย์วิชาประวัติศาสตร์นี่ทำให้นายโดนเด้งออกจากห้องได้เลยนะ?"
"ฉันก็สิ้นหวังเหมือนกันแหละ ฉันเป็นคนยุคบรรพกาลแท้ๆ แต่ดันสอบตกวิชาประวัติศาสตร์ของตัวเอง ได้คะแนนศูนย์เฉยเลย บอกได้คำเดียวว่า ความเข้าใจที่พวกเธอมีต่อประวัติศาสตร์ยุคบรรพกาลเนี่ย มันมีปัญหาชัดๆ"
"นายว่าไงนะ?"
"เปล่า ไม่มีอะไร แค่เป็นห่วงอนาคตของพวกเรานิดหน่อย"
ซูเสียนยืดตัวขึ้น มองเซี่ยอวิ้นอวิ้นด้วยความสงสัย คิดในใจว่า 'คิดไปเองรึเปล่า? เดิมทีฉันไม่อยากยุ่งกับเธอ แต่ทำไมเธอถึงมาชวนฉันคุยตลอดเลย'
เซี่ยอวิ้นอวิ้นทำเหมือนไม่ได้ยินที่เขาบ่น พูดต่อด้วยความประหลาดใจว่า "แถมที่น่าตกใจคือ คะแนนความเข้าใจในเคล็ดวิชาของนายดันเต็ม... เต็มร้อยเลยนะ ฉันไม่รู้มาก่อนเลยว่านายจะมีความเข้าใจเรื่องเคล็ดวิชาลึกซึ้งขนาดนี้?"
"ก็พอถูไถน่ะ ฉันก็หากินกับเรื่องนี้แหละ"
ซูเสียนถอนหายใจอย่างจนใจ คิดในใจว่า 'ขนาดประวัติศาสตร์ยุคตัวเองยังมั่วซั่ว ดีที่สมัครสมาชิกเคล็ดวิชาไว้เลยเข้าใจทะลุปรุโปร่ง ไม่งั้นเพิ่งเข้ามาเรียนวันแรกก็โดนไล่ออก คงขายขี้หน้าตาย'
"แต่คะแนนเต็มนี่มัน... เท่าที่ฉันรู้ ขนาดถาวถาวตอนอยู่ห้องระดับกลาง คะแนนความเข้าใจเคล็ดวิชาสูงสุดยังได้แค่ 98 คะแนนเองนะ! ขนาดนั้นยังทิ้งห่างที่สองตั้งสิบกว่าคะแนน โดยเฉพาะข้อที่วิเคราะห์สัดส่วนธาตุทั้งห้าในการเปลี่ยนพลังปราณของ เคล็ดวิถีคืนสู่ต้นกำเนิด ข้อนั่นมันนรกชัดๆ... เอ๊ะ... นายมองหน้าฉันทำไม?"
พูดไปครึ่งทาง พอมองเห็นสายตาแปลกๆ ของซูเสียน เซี่ยอวิ้นอวิ้นก็ถามขึ้น
"ไม่มีอะไร แค่เมื่อก่อนฉันเคยขู่เธอเรื่องนั้น..."
ซูเสียนเองก็รู้สึกละอายใจที่จะพูดถึงพฤติกรรมก่อนหน้านี้ การไปขู่บังคับเด็กสาวอายุสิบกว่าขวบเนี่ย มันโรคจิตชัดๆ
เขาพูดต่อ "เธอยังยอมคุยกับฉันอยู่อีกเหรอ? ไม่ใช่ว่าควรจะเขี่ยฉันไปให้พ้นๆ ทางหรอกเหรอ?"
เซี่ยอวิ้นอวิ้นแค่นเสียงฮึ "อย่าเข้าใจผิดนะ ฉันไม่ได้ให้อภัยนาย แต่เป็นเพราะถาวถาว... ยังไงเรื่องนี้ก็เกี่ยวกับฉัน แล้วถาวถาวก็ยังโกรธฉันเรื่องนี้อยู่ ฉันมีเพื่อนสนิทแค่คนเดียว ฉันไม่อยากเสียเธอไป ตอนนี้เธอบล็อกการติดต่อฉันทุกช่องทาง ฉันเลยต้องเข้าทางนายเพื่ออ้อมไปขอคืนดีกับเธอนี่แหละ"
"อ้อม... อ้อมไปหา? เธอยังไม่ตัดใจอีกเหรอ?"
ซูเสียนขมวดคิ้ว "พูดจริงๆ นะ ปฏิกิริยาของน้องสาวฉันถือว่าเกรงใจมากแล้วนะ ถ้าฉันรู้ว่าเพื่อนสนิทที่คบกันมานานคิดจะ... เอ่อ ถ้าเป็นคนละเพศก็ว่าไปอย่าง แต่ถ้าเป็นเพศเดียวกัน ปกติน่าจะตัดเพื่อนกันไปเลย นี่เธอแค่เลิกคบ ฉันก็แปลกใจจะแย่แล้ว"
"นะ... นายรู้ได้ยังไง?!"
เซี่ยอวิ้นอวิ้นตกใจหน้าตื่น "ฉะ... ฉันแค่บอกว่าเป็นเพื่อนถาวถาว อะไรคือคิดจะ... ฉันไม่ได้คิดจะ... จะ... จะนอน..."
พูดไปหน้าก็แดงก่ำอย่างประหลาด แววตาเริ่มฉ่ำเยิ้ม
เด็กสาวที่ดูสูงส่งและงดงาม ยามนี้กลับดูยั่วยวนด้วยสีแดงระเรื่อบนใบหน้า
ซูเสียนตอบ "วันนั้นที่บ้านฉัน เธอคุยกับน้องสาวฉันเสียงดังจะตาย ฉันได้ยินหมดแหละ ไม่ต้องมาปิดบังฉันหรอก"
เซี่ยอวิ้นอวิ้นตัวสั่นสะท้าน อุทานว่า "นะ... นายได้ยินหมดเลยเหรอ?!"
"ถูกต้อง"
"นาย... นายมีรสนิยมชอบแอบฟังชาวบ้านเหรอ?!"
เซี่ยอวิ้นอวิ้นมองซูเสียนด้วยสายตาเหมือนมองคนสวะ "ทำไมนายไม่โดนฉินเหลียงอวี้ซ้อมให้ตายๆ ไปซะ?"
ซูเสียนพูดไม่ออก "ประเด็นที่เธอควรสนใจไม่ใช่ตรงนั้นมั้ง?"
"ก็จริง ในเมื่อนายรู้แล้ว ฉันก็จะไม่ปิดบัง!"
สีหน้าของเซี่ยอวิ้นอวิ้นเปลี่ยนเป็นเย็นชาทันที สายตาที่มองซูเสียนไม่ใช่สายตามองเพื่อนร่วมห้องอีกต่อไป แต่เหมือนมองแมลงสกปรก "ความจริงแล้ว จนถึงตอนนี้ ฉันก็ยังเกลียดนายมาก เกลียดสุดๆ... แต่เพราะนายเป็นพี่ชายของถาวถาว ฉันถึงยอมทำดีด้วยเพื่อเห็นแก่หน้าถาวถาว"
"ไม่ล่ะ... ฉันไม่ต้องการ"
ซูเสียนโบกมือปัด (คิดในใจ: ใครอยากให้เธอมาทำดีด้วยมิทราบ?)
"นายลองฟังฉันก่อนสิ ความจริงแล้ว ซูเสียน ฉันอยากทำข้อตกลงกับนาย"
"หือ? ข้อตกลง? น้องสาวฉันปฏิเสธเงินแสนของเธอไปแล้วนี่... ยังมีอะไรให้ตกลงกันอีก?"
"ฉันไม่ได้หมายถึงเรื่องเงิน"
เซี่ยอวิ้นอวิ้นกล่าว "ในเมื่อนายรู้แล้ว นายก็น่าจะเข้าใจ ใช่ ฉันอยากอยู่กับเธอไปชั่วชีวิต แต่น่าเสียดาย ทั้งครอบครัวฉัน แล้วก็สายตาคนในสังคม คงไม่ยอมรับให้เราสองคนคบกัน"
ซูเสียนเสริม "ใช่ เปลืองทรัพยากรแย่"
"ไม่ใช่... หมายถึงความรักรูปแบบนี้ในสังคมมันยังไม่เป็นที่ยอมรับ และ... และฉันเป็นลูกสาวคนเดียวของบ้าน จำเป็นต้องรับเขยแต่งเข้าบ้านเพื่อสืบทอดทายาทตระกูลเซี่ย เหตุผลหลักที่พ่อแม่ฉันจะคัดค้าน ก็คงเป็นเพราะผู้หญิงสองคนมีลูกด้วยกันไม่ได้นั่นแหละ"
ซูเสียน: "แล้วยังไงต่อ?"
เซี่ยอวิ้นอวิ้นยื่นข้อเสนอ "ดังนั้น ถ้านายช่วยฉันจีบน้องสาวนาย ฉันสัญญาว่าในอนาคต... ถ้าฉันต้องท้องลูกสักคน พ่อของเด็กคนนั้น ให้เป็นนายก็ได้..."
"หา?!!"
ซูเสียนหน้าถอดสี ตะโกนลั่นด้วยความช็อก "นี่... นี่เธอ... เธอกะจะรวบหัวรวบหางกินทั้งพี่ทั้งน้องเลยเรอะ?!!"