เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 น้องสาวพยัคฆ์กับพี่ชายแมวเหมียว

บทที่ 12 น้องสาวพยัคฆ์กับพี่ชายแมวเหมียว

บทที่ 12 น้องสาวพยัคฆ์กับพี่ชายแมวเหมียว


บทที่ 12 น้องสาวพยัคฆ์กับพี่ชายแมวเหมียว

พี่ชายขยะ

ดูเหมือนจะเป็นฉายาที่มีเพียงซูเสียนคนเดียวเท่านั้นที่ได้รับ...

ในตอนแรกที่ซูถาวเข้าเรียนที่โรงเรียนมัธยมเฉาหยางด้วยพรสวรรค์อันน่าทึ่ง จนกลายเป็นคนดังไปทั่วทั้งโรงเรียนนั้น จริงๆ แล้วเกิดขึ้นก่อนที่ซูเสียนจะเข้าเรียนเสียอีก

ต่อมา ผู้อำนวยการเหราแห่งโรงเรียนมัธยมเฉาหยางเกิดปิ๊งไอเดียขึ้นมาว่า ในเมื่อมียีนเดียวกัน พ่อแม่เดียวกัน ซูถาวเก่งกาจขนาดนี้ แล้วใครจะรังเกียจนักเรียนเก่งๆ กันล่ะ? ได้ข่าวว่าเธอมีพี่ชายอยู่คนหนึ่ง พี่ชายก็คงไม่น่าจะแย่ไปกว่าน้องสาวมากนักหรอกมั้ง?

ดังนั้น ซูเสียนจึงได้รับสิทธิพิเศษให้เข้าเรียนก่อนเกณฑ์ และได้รับเวลาฝึกฝนมากกว่าคนทั่วไปถึงหนึ่งปีเต็ม

จากนั้น ผู้อำนวยการเหราถึงได้รู้ซึ้งว่า การโดนตบหน้ามันเจ็บปวดรวดร้าวเพียงใด...

ไม่ใช่ทุกคนจะเป็นอัจฉริยะ และน้องสาวพยัคฆ์ก็ดันมีพี่ชายเป็นแมวเหมียวได้จริงๆ

ระดับความห่วยแตกของซูเสียนนั้นเกินกว่าจินตนาการของเขาไปไกลโข ตอนแรกเขาถึงขั้นจัดสรรทรัพยากรยาโอสถให้ตามมาตรฐานของนักเรียนระดับท็อป แต่ถึงกระนั้น ภายใต้การโดบยาขนานใหญ่ ซูเสียนกลับต้องใช้เวลามากกว่านักเรียนปกติถึงสามเท่า กว่าจะลากสังขารไปถึงระดับรวมจิตขั้นต้นได้สำเร็จ!

สุดท้าย ผู้อำนวยการเหราก็หมดหวัง ตัดใจโยนไอ้ตัวเกะกะสายตานี้ไปไว้ที่ห้อง G ปล่อยให้ไปตามยถากรรม

ดังนั้นจะว่าไปแล้ว การที่ซูเสียนได้เข้ามาเรียนในโรงเรียนมัธยมเฉาหยาง ครึ่งหนึ่งเป็นอานิสงส์จากน้องสาวอัจฉริยะ ส่วนอีกครึ่งหนึ่งมาจากความคิดชั่ววูบของผู้อำนวยการโรงเรียน

ผลก็คือ...

ฉายา "พี่ชายขยะ" แพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็ว ดังกระฉ่อนไปทั่วโรงเรียนเฉาหยางในช่วงเวลาหนึ่ง ยิ่งซูถาวโดดเด่นมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งขับเน้นความห่วยแตกของซูเสียนให้ชัดเจนมากขึ้นเท่านั้น

จำได้ว่าดูเหมือนจะเป็นช่วงนั้นแหละ ที่ความสัมพันธ์ของสองพี่น้องเริ่มร้าวฉาน แม้ก่อนหน้านี้จะไม่ได้ดีเลิศเลออะไร แต่ก็ยังอยู่ในเกณฑ์พี่น้องปกติ ไม่เหมือนตอนนี้ที่ซูถาวแทบจะไม่คุยดีๆ กับพี่ชายตัวเองเลย

แต่ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ พี่ชายขยะกำลังจะพลิกเกมงั้นเหรอ?

พวกอาจารย์ที่อยู่ด้านนอกต่างพากันกระซิบกระซาบ บางคนเสนอความเห็นว่า "นี่ๆ จะเชิญผอ.เหรามาดูดีไหม? โรงเรียนเฉาหยางไม่เคยมีประวัติไล่ศิษย์ออกมาก่อน ได้ยินว่าเพราะเจ้าซูเสียนคนนี้ ผอ.เหราถึงกับเส้นเลือดหัวใจตีบไปสามรอบแล้ว แค่ได้ยินชื่อก็เจ็บหน้าอก ถ้าหมอนี่ทะลวงระดับได้ในวัยนี้ จริงๆ ก็ถือว่าไม่เลวเลยนะ ผอ.น่าจะโล่งใจขึ้นบ้าง"

"ฉันว่าอย่าดีกว่า เรื่องอื่นไม่ว่ากัน แต่ไม่กลัวผอ.แกเส้นเลือดตีบอีกรอบเหรอ?"

"นั่นสินะ รอดูไปก่อนดีกว่า อย่าลืมสิว่าระดับรวมจิตขั้นกลางมันก็มีสูงมีต่ำนะ..."

คนข้างนอกต่างเฝ้ารอด้วยความคาดหวัง

ส่วนภายในห้อง

สือหมิงกระแอมไอเบาๆ สองสามที มองซูเสียนที่เตรียมพร้อมแล้วและกล่าวว่า "เราจะทำการประเมินอานุภาพเคล็ดวิชา ความสามารถในการต่อสู้ และความหนาแน่นของพลังปราณของเธอ แน่นอนว่าถ้าเธอมีทักษะพิเศษจำพวกค่ายกลหรือจิตวิญญาณ ก็จะได้รับคะแนนพิเศษ ถ้าไม่มี ก็เชื่อมต่ออุปกรณ์ปลายทางฉี่เตี่ยนของเธอเข้ากับเครื่องในห้องทดสอบซะ เราจะได้สังเกตค่าพลังของเธอ!"

"รับทราบครับ"

ซูเสียนลูบอุปกรณ์ของตัวเองเบาๆ แล้วกระซิบว่า "เตี่ยนเหนียง อย่าลืมปิดกั้นการแสดงผลก่อนหน้านี้นะ!"

【 รับทราบค่ะ 】

หน้าต่างโปรเจกชันใสๆ เด้งขึ้นมาพร้อมคำว่า "รับทราบ" ตรงหน้าซูเสียน

จากนั้น ซูเสียนก็ยกข้อมือขึ้น ลำแสงสายหนึ่งพุ่งออกไปเชื่อมต่อกับเครื่องมือขนาดมหึมาภายในห้องทดสอบ

บนหน้าจอเครื่องมือนั้น ข้อมูลส่วนตัวของซูเสียนก็ปรากฏขึ้น

「 ชื่อ: ซูเสียน 」 「 อายุ: 17 ปี 」 「 สถานะ: พลเมือง 」 「 อาชีพ: ผู้ฝึกตนสำรอง 」 「 ระดับพลัง: รวมจิตขั้นกลาง 」 「 พลังโจมตี: 1,892 ต้ง! 」

นี่คือข้อมูลของฉันเหรอ? เป็นอย่างที่คิดจริงๆ อัคคีสายฟ้าที่ฉันใช้เต็มกำลังก่อนหน้านี้ไม่ถูกบันทึกไว้ในระบบ... ดูท่าเตี่ยนเหนียงจะเจ๋งไม่เบา น่าเสียดายที่ฉันเป็นแค่ VIP ขั้นต้น สิทธิ์การใช้งานยังไม่พอ ไม่อย่างนั้นน่าจะได้สิทธิ์อะไรเจ๋งๆ กว่านี้อีกเยอะ!

คิดพลาง ซูเสียนก็ถามว่า "ผมต้องทดสอบยังไงครับ?"

"โจมตีใส่เป้าหุ่นยนต์ข้างหน้าเธออย่างสุดกำลัง ไม่จำกัดวิธีการ!"

สือหมิงพูดพลางแตะที่อุปกรณ์ของตัวเองเบาๆ

ห่างออกไปไม่กี่เมตร เป้าหุ่นยนต์ตัวหนึ่งก็เด้งขึ้นมา

ซูเสียนพยักหน้า...

หูแว่วเสียงตะโกนของจางจื้อเฉียงที่บอกว่า "ไม่ต้องตื่นเต้นนะ ทำตัวตามสบาย"

ซูเสียนคิดในใจว่า 'คงทำเกินหน้าเกินตาไม่ได้สินะ ตอนนี้แม้ฉันจะมีแค่เคล็ดวิชาอัคคีสายฟ้าอย่างเดียว แต่ฉันรู้วิธีใช้มันตั้งแต่ระดับสูงสุดคือระดับ 4 ไปจนถึงระดับต่ำสุดคือระดับ 1 ตามประวัติศาสตร์นับหมื่นปี...'

งั้นก็เอาเป็น... ระดับ 2 แล้วกัน!

ข้อมูลมากมายไหลผ่านเข้ามาในหัว ซูเสียนทำสีหน้าจริงจัง!

พลอยทำให้ผู้ชมด้านนอกต่างพากันเคร่งเครียดตามไปด้วย... ในใจคิดว่า 'มาแล้วๆ...'

เห็นเพียงซูเสียนตะโกนลั่น "อัคคีสายฟ้า!"

สิ้นเสียง อาจารย์ที่มุงดูอยู่แทบจะเข่าอ่อนร่วงลงไปกองกับพื้น

ไม้ตายก้นหีบ ดันเป็นแค่เคล็ดวิชาระดับ 1 เนี่ยนะ?!

ถึงจะรู้ว่าห้อง G มีแต่พวกหางแถว และหมอนี่คือพี่ชายขยะในตำนาน แต่นี่มันก็... เกินไปหน่อยไหม เขาคงไม่ได้คิดจริงๆ หรอกนะว่าเคล็ดวิชาระดับ 1 จะทำดาเมจได้ตามเกณฑ์น่ะ?

"เดี๋ยวนะ! นั่นไม่ใช่อัคคีสายฟ้าธรรมดา เป็นเคล็ดวิชาอื่น!"

อาจารย์หญิงตาดีคนหนึ่งอุทานขึ้นมา "ดูสิ อัคคีสายฟ้ามีหน้าตาแบบนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่?!"

เห็นเพียงซูเสียนชูมือขวาขึ้น เปลวเพลิงลุกโชนกลางฝ่ามือ วินาทีต่อมา เขาควรจะขว้างลูกไฟออกไป... เพื่อจบกระบวนท่า

แต่เขากลับทำสิ่งที่เหนือความคาดหมาย โดยการยื่นมือขวาออกไปเล็งตรงไปยังเป้าหมาย

กลางฝ่ามือที่มีไฟลุกโชน พลันเกิดเสียงฟ้าผ่าดังกึกก้อง

พร้อมกับเสียงตะโกนของซูเสียน "อัคคีสายฟ้า —— พันอัสนีทลายพสุธา!"

ลำแสงสายฟ้าหลายสายที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าพุ่งออกจากฝ่ามือของเขา ราวกับฝูงงูพิษที่เลื้อยฉกเข้าใส่เป้าหมายอย่างแม่นยำ

ท่ามกลางควันไฟที่คละคลุ้ง เป้าหุ่นยนต์ก็ล้มลงไปกองกับพื้น!

เสียงเตี่ยนเหนียงดังขึ้นข้างหู 【 ต้องการซ่อนการแสดงผลพลังครั้งนี้หรือไม่คะ? 】

ซูเสียนส่ายหน้า

จากนั้น บนเครื่องมือ...

ค่าพลังโจมตีของซูเสียนก็พุ่งพรวดพราด จาก 1,892 ต้ง กระโดดไปหยุดที่ 3,580 ต้ง!

จางจื้อเฉียงหน้าถอดสี อุทานว่า "นี่... นี่มันยังเรียกว่า... อัคคีสายฟ้าอยู่อีกเหรอ? เคล็ดวิชาระดับ 1 มีอานุภาพขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?"

สือหมิงเองก็อ้าปากค้าง "ฉะ... ฉันไม่เคยเห็นอัคคีสายฟ้าแบบนี้มาก่อนเลย?! อัคคีสายฟ้าไม่ได้ตั้งชื่อตามเปลวไฟที่รุนแรงดุจสายฟ้าหรอกเหรอ? ทำไมจู่ๆ ถึงกลายเป็นสายฟ้าจริงๆ ไปได้ล่ะ?"

ซูเสียนคิดในใจ 'ฉันแค่เลื่อนขั้นมาขั้นเดียว แต่พลังโจมตีเพิ่มขึ้นเท่าตัว... ผลงานแค่นี้น่าจะพอถูไถไปได้แล้วมั้ง?'

เขาถามขึ้นว่า "อาจารย์สือครับ ผลการทดสอบของผมเป็นยังไงบ้าง?!"

"เอ่อ... คือว่า..."

สือหมิงเหมือนเพิ่งได้สติ "เอ้อ... รอเดี๋ยว ขอฉันเช็กแป๊บ"

พูดจบเขาก็กดดูที่อุปกรณ์ของตัวเอง

หลังจากวุ่นวายอยู่กับเครื่องมือใหญ่อยู่พักหนึ่ง เขาก็ร้องเสียงหลง "ระบบยืนยันว่าเป็นเคล็ดวิชาระดับ 1 อัคคีสายฟ้าจริงๆ ด้วย?! นี่มัน... ผ่านการทดสอบ ตามมาตรฐานแล้วเข้าห้อง C ได้! แต่มาตรฐานเคล็ดวิชาของระดับรวมจิตคือระดับ 3 การที่ใช้เคล็ดวิชาระดับ 1 ผ่านการทดสอบได้ จะมีโบนัสพิเศษเพิ่มให้ โดยบวกเพิ่มจากค่าพื้นฐานอีก 1,000 ต้ง ดังนั้นพลังโจมตีของเธอคือ 4,580 ต้ง! นี่... นี่มันเกือบจะทะลุขีดจำกัดของระดับรวมจิตไปแล้ว! ต่อให้เป็นระดับรวมจิตขั้นปลายก็ยังทำดาเมจขนาดนี้ไม่ได้เลย... แถมความหนาแน่นของพลังปราณ... ยังเป็นระดับ A อีก?"

ท้ายประโยค เขาแทบจะตะโกนออกมาสุดเสียง

จางจื้อเฉียงเองก็ตกตะลึงจนพูดไม่ออก "ถ้าอย่างนั้น ห้อง C บวกโบนัสอีก 1,000 ต้ง รวมกับความหนาแน่นพลังปราณระดับ A งั้นก็หมายความว่า... คือ..."

ทั้งสองมองหน้ากัน ต่างเห็นแววตาเหลือเชื่อของอีกฝ่าย แล้วพูดออกมาพร้อมกันว่า "ห้อง A!"

สิ้นคำพูด ฝูงชนด้านนอกก็ฮือฮาขึ้นมาทันที

ซูเสียนเองก็ชะงักไป สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นพิลึกพิลั่น

จบบทที่ บทที่ 12 น้องสาวพยัคฆ์กับพี่ชายแมวเหมียว

คัดลอกลิงก์แล้ว