- หน้าแรก
- เกมบำเพ็ญเพียรขนานแท้
- บทที่ 12 น้องสาวพยัคฆ์กับพี่ชายแมวเหมียว
บทที่ 12 น้องสาวพยัคฆ์กับพี่ชายแมวเหมียว
บทที่ 12 น้องสาวพยัคฆ์กับพี่ชายแมวเหมียว
บทที่ 12 น้องสาวพยัคฆ์กับพี่ชายแมวเหมียว
พี่ชายขยะ
ดูเหมือนจะเป็นฉายาที่มีเพียงซูเสียนคนเดียวเท่านั้นที่ได้รับ...
ในตอนแรกที่ซูถาวเข้าเรียนที่โรงเรียนมัธยมเฉาหยางด้วยพรสวรรค์อันน่าทึ่ง จนกลายเป็นคนดังไปทั่วทั้งโรงเรียนนั้น จริงๆ แล้วเกิดขึ้นก่อนที่ซูเสียนจะเข้าเรียนเสียอีก
ต่อมา ผู้อำนวยการเหราแห่งโรงเรียนมัธยมเฉาหยางเกิดปิ๊งไอเดียขึ้นมาว่า ในเมื่อมียีนเดียวกัน พ่อแม่เดียวกัน ซูถาวเก่งกาจขนาดนี้ แล้วใครจะรังเกียจนักเรียนเก่งๆ กันล่ะ? ได้ข่าวว่าเธอมีพี่ชายอยู่คนหนึ่ง พี่ชายก็คงไม่น่าจะแย่ไปกว่าน้องสาวมากนักหรอกมั้ง?
ดังนั้น ซูเสียนจึงได้รับสิทธิพิเศษให้เข้าเรียนก่อนเกณฑ์ และได้รับเวลาฝึกฝนมากกว่าคนทั่วไปถึงหนึ่งปีเต็ม
จากนั้น ผู้อำนวยการเหราถึงได้รู้ซึ้งว่า การโดนตบหน้ามันเจ็บปวดรวดร้าวเพียงใด...
ไม่ใช่ทุกคนจะเป็นอัจฉริยะ และน้องสาวพยัคฆ์ก็ดันมีพี่ชายเป็นแมวเหมียวได้จริงๆ
ระดับความห่วยแตกของซูเสียนนั้นเกินกว่าจินตนาการของเขาไปไกลโข ตอนแรกเขาถึงขั้นจัดสรรทรัพยากรยาโอสถให้ตามมาตรฐานของนักเรียนระดับท็อป แต่ถึงกระนั้น ภายใต้การโดบยาขนานใหญ่ ซูเสียนกลับต้องใช้เวลามากกว่านักเรียนปกติถึงสามเท่า กว่าจะลากสังขารไปถึงระดับรวมจิตขั้นต้นได้สำเร็จ!
สุดท้าย ผู้อำนวยการเหราก็หมดหวัง ตัดใจโยนไอ้ตัวเกะกะสายตานี้ไปไว้ที่ห้อง G ปล่อยให้ไปตามยถากรรม
ดังนั้นจะว่าไปแล้ว การที่ซูเสียนได้เข้ามาเรียนในโรงเรียนมัธยมเฉาหยาง ครึ่งหนึ่งเป็นอานิสงส์จากน้องสาวอัจฉริยะ ส่วนอีกครึ่งหนึ่งมาจากความคิดชั่ววูบของผู้อำนวยการโรงเรียน
ผลก็คือ...
ฉายา "พี่ชายขยะ" แพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็ว ดังกระฉ่อนไปทั่วโรงเรียนเฉาหยางในช่วงเวลาหนึ่ง ยิ่งซูถาวโดดเด่นมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งขับเน้นความห่วยแตกของซูเสียนให้ชัดเจนมากขึ้นเท่านั้น
จำได้ว่าดูเหมือนจะเป็นช่วงนั้นแหละ ที่ความสัมพันธ์ของสองพี่น้องเริ่มร้าวฉาน แม้ก่อนหน้านี้จะไม่ได้ดีเลิศเลออะไร แต่ก็ยังอยู่ในเกณฑ์พี่น้องปกติ ไม่เหมือนตอนนี้ที่ซูถาวแทบจะไม่คุยดีๆ กับพี่ชายตัวเองเลย
แต่ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ พี่ชายขยะกำลังจะพลิกเกมงั้นเหรอ?
พวกอาจารย์ที่อยู่ด้านนอกต่างพากันกระซิบกระซาบ บางคนเสนอความเห็นว่า "นี่ๆ จะเชิญผอ.เหรามาดูดีไหม? โรงเรียนเฉาหยางไม่เคยมีประวัติไล่ศิษย์ออกมาก่อน ได้ยินว่าเพราะเจ้าซูเสียนคนนี้ ผอ.เหราถึงกับเส้นเลือดหัวใจตีบไปสามรอบแล้ว แค่ได้ยินชื่อก็เจ็บหน้าอก ถ้าหมอนี่ทะลวงระดับได้ในวัยนี้ จริงๆ ก็ถือว่าไม่เลวเลยนะ ผอ.น่าจะโล่งใจขึ้นบ้าง"
"ฉันว่าอย่าดีกว่า เรื่องอื่นไม่ว่ากัน แต่ไม่กลัวผอ.แกเส้นเลือดตีบอีกรอบเหรอ?"
"นั่นสินะ รอดูไปก่อนดีกว่า อย่าลืมสิว่าระดับรวมจิตขั้นกลางมันก็มีสูงมีต่ำนะ..."
คนข้างนอกต่างเฝ้ารอด้วยความคาดหวัง
ส่วนภายในห้อง
สือหมิงกระแอมไอเบาๆ สองสามที มองซูเสียนที่เตรียมพร้อมแล้วและกล่าวว่า "เราจะทำการประเมินอานุภาพเคล็ดวิชา ความสามารถในการต่อสู้ และความหนาแน่นของพลังปราณของเธอ แน่นอนว่าถ้าเธอมีทักษะพิเศษจำพวกค่ายกลหรือจิตวิญญาณ ก็จะได้รับคะแนนพิเศษ ถ้าไม่มี ก็เชื่อมต่ออุปกรณ์ปลายทางฉี่เตี่ยนของเธอเข้ากับเครื่องในห้องทดสอบซะ เราจะได้สังเกตค่าพลังของเธอ!"
"รับทราบครับ"
ซูเสียนลูบอุปกรณ์ของตัวเองเบาๆ แล้วกระซิบว่า "เตี่ยนเหนียง อย่าลืมปิดกั้นการแสดงผลก่อนหน้านี้นะ!"
【 รับทราบค่ะ 】
หน้าต่างโปรเจกชันใสๆ เด้งขึ้นมาพร้อมคำว่า "รับทราบ" ตรงหน้าซูเสียน
จากนั้น ซูเสียนก็ยกข้อมือขึ้น ลำแสงสายหนึ่งพุ่งออกไปเชื่อมต่อกับเครื่องมือขนาดมหึมาภายในห้องทดสอบ
บนหน้าจอเครื่องมือนั้น ข้อมูลส่วนตัวของซูเสียนก็ปรากฏขึ้น
「 ชื่อ: ซูเสียน 」 「 อายุ: 17 ปี 」 「 สถานะ: พลเมือง 」 「 อาชีพ: ผู้ฝึกตนสำรอง 」 「 ระดับพลัง: รวมจิตขั้นกลาง 」 「 พลังโจมตี: 1,892 ต้ง! 」
นี่คือข้อมูลของฉันเหรอ? เป็นอย่างที่คิดจริงๆ อัคคีสายฟ้าที่ฉันใช้เต็มกำลังก่อนหน้านี้ไม่ถูกบันทึกไว้ในระบบ... ดูท่าเตี่ยนเหนียงจะเจ๋งไม่เบา น่าเสียดายที่ฉันเป็นแค่ VIP ขั้นต้น สิทธิ์การใช้งานยังไม่พอ ไม่อย่างนั้นน่าจะได้สิทธิ์อะไรเจ๋งๆ กว่านี้อีกเยอะ!
คิดพลาง ซูเสียนก็ถามว่า "ผมต้องทดสอบยังไงครับ?"
"โจมตีใส่เป้าหุ่นยนต์ข้างหน้าเธออย่างสุดกำลัง ไม่จำกัดวิธีการ!"
สือหมิงพูดพลางแตะที่อุปกรณ์ของตัวเองเบาๆ
ห่างออกไปไม่กี่เมตร เป้าหุ่นยนต์ตัวหนึ่งก็เด้งขึ้นมา
ซูเสียนพยักหน้า...
หูแว่วเสียงตะโกนของจางจื้อเฉียงที่บอกว่า "ไม่ต้องตื่นเต้นนะ ทำตัวตามสบาย"
ซูเสียนคิดในใจว่า 'คงทำเกินหน้าเกินตาไม่ได้สินะ ตอนนี้แม้ฉันจะมีแค่เคล็ดวิชาอัคคีสายฟ้าอย่างเดียว แต่ฉันรู้วิธีใช้มันตั้งแต่ระดับสูงสุดคือระดับ 4 ไปจนถึงระดับต่ำสุดคือระดับ 1 ตามประวัติศาสตร์นับหมื่นปี...'
งั้นก็เอาเป็น... ระดับ 2 แล้วกัน!
ข้อมูลมากมายไหลผ่านเข้ามาในหัว ซูเสียนทำสีหน้าจริงจัง!
พลอยทำให้ผู้ชมด้านนอกต่างพากันเคร่งเครียดตามไปด้วย... ในใจคิดว่า 'มาแล้วๆ...'
เห็นเพียงซูเสียนตะโกนลั่น "อัคคีสายฟ้า!"
สิ้นเสียง อาจารย์ที่มุงดูอยู่แทบจะเข่าอ่อนร่วงลงไปกองกับพื้น
ไม้ตายก้นหีบ ดันเป็นแค่เคล็ดวิชาระดับ 1 เนี่ยนะ?!
ถึงจะรู้ว่าห้อง G มีแต่พวกหางแถว และหมอนี่คือพี่ชายขยะในตำนาน แต่นี่มันก็... เกินไปหน่อยไหม เขาคงไม่ได้คิดจริงๆ หรอกนะว่าเคล็ดวิชาระดับ 1 จะทำดาเมจได้ตามเกณฑ์น่ะ?
"เดี๋ยวนะ! นั่นไม่ใช่อัคคีสายฟ้าธรรมดา เป็นเคล็ดวิชาอื่น!"
อาจารย์หญิงตาดีคนหนึ่งอุทานขึ้นมา "ดูสิ อัคคีสายฟ้ามีหน้าตาแบบนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่?!"
เห็นเพียงซูเสียนชูมือขวาขึ้น เปลวเพลิงลุกโชนกลางฝ่ามือ วินาทีต่อมา เขาควรจะขว้างลูกไฟออกไป... เพื่อจบกระบวนท่า
แต่เขากลับทำสิ่งที่เหนือความคาดหมาย โดยการยื่นมือขวาออกไปเล็งตรงไปยังเป้าหมาย
กลางฝ่ามือที่มีไฟลุกโชน พลันเกิดเสียงฟ้าผ่าดังกึกก้อง
พร้อมกับเสียงตะโกนของซูเสียน "อัคคีสายฟ้า —— พันอัสนีทลายพสุธา!"
ลำแสงสายฟ้าหลายสายที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าพุ่งออกจากฝ่ามือของเขา ราวกับฝูงงูพิษที่เลื้อยฉกเข้าใส่เป้าหมายอย่างแม่นยำ
ท่ามกลางควันไฟที่คละคลุ้ง เป้าหุ่นยนต์ก็ล้มลงไปกองกับพื้น!
เสียงเตี่ยนเหนียงดังขึ้นข้างหู 【 ต้องการซ่อนการแสดงผลพลังครั้งนี้หรือไม่คะ? 】
ซูเสียนส่ายหน้า
จากนั้น บนเครื่องมือ...
ค่าพลังโจมตีของซูเสียนก็พุ่งพรวดพราด จาก 1,892 ต้ง กระโดดไปหยุดที่ 3,580 ต้ง!
จางจื้อเฉียงหน้าถอดสี อุทานว่า "นี่... นี่มันยังเรียกว่า... อัคคีสายฟ้าอยู่อีกเหรอ? เคล็ดวิชาระดับ 1 มีอานุภาพขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?"
สือหมิงเองก็อ้าปากค้าง "ฉะ... ฉันไม่เคยเห็นอัคคีสายฟ้าแบบนี้มาก่อนเลย?! อัคคีสายฟ้าไม่ได้ตั้งชื่อตามเปลวไฟที่รุนแรงดุจสายฟ้าหรอกเหรอ? ทำไมจู่ๆ ถึงกลายเป็นสายฟ้าจริงๆ ไปได้ล่ะ?"
ซูเสียนคิดในใจ 'ฉันแค่เลื่อนขั้นมาขั้นเดียว แต่พลังโจมตีเพิ่มขึ้นเท่าตัว... ผลงานแค่นี้น่าจะพอถูไถไปได้แล้วมั้ง?'
เขาถามขึ้นว่า "อาจารย์สือครับ ผลการทดสอบของผมเป็นยังไงบ้าง?!"
"เอ่อ... คือว่า..."
สือหมิงเหมือนเพิ่งได้สติ "เอ้อ... รอเดี๋ยว ขอฉันเช็กแป๊บ"
พูดจบเขาก็กดดูที่อุปกรณ์ของตัวเอง
หลังจากวุ่นวายอยู่กับเครื่องมือใหญ่อยู่พักหนึ่ง เขาก็ร้องเสียงหลง "ระบบยืนยันว่าเป็นเคล็ดวิชาระดับ 1 อัคคีสายฟ้าจริงๆ ด้วย?! นี่มัน... ผ่านการทดสอบ ตามมาตรฐานแล้วเข้าห้อง C ได้! แต่มาตรฐานเคล็ดวิชาของระดับรวมจิตคือระดับ 3 การที่ใช้เคล็ดวิชาระดับ 1 ผ่านการทดสอบได้ จะมีโบนัสพิเศษเพิ่มให้ โดยบวกเพิ่มจากค่าพื้นฐานอีก 1,000 ต้ง ดังนั้นพลังโจมตีของเธอคือ 4,580 ต้ง! นี่... นี่มันเกือบจะทะลุขีดจำกัดของระดับรวมจิตไปแล้ว! ต่อให้เป็นระดับรวมจิตขั้นปลายก็ยังทำดาเมจขนาดนี้ไม่ได้เลย... แถมความหนาแน่นของพลังปราณ... ยังเป็นระดับ A อีก?"
ท้ายประโยค เขาแทบจะตะโกนออกมาสุดเสียง
จางจื้อเฉียงเองก็ตกตะลึงจนพูดไม่ออก "ถ้าอย่างนั้น ห้อง C บวกโบนัสอีก 1,000 ต้ง รวมกับความหนาแน่นพลังปราณระดับ A งั้นก็หมายความว่า... คือ..."
ทั้งสองมองหน้ากัน ต่างเห็นแววตาเหลือเชื่อของอีกฝ่าย แล้วพูดออกมาพร้อมกันว่า "ห้อง A!"
สิ้นคำพูด ฝูงชนด้านนอกก็ฮือฮาขึ้นมาทันที
ซูเสียนเองก็ชะงักไป สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นพิลึกพิลั่น