- หน้าแรก
- ย้อนเวลากลับมา ฉันคือราชันย์แห่งเทคโนโลยี
- บทที่ 30 นี่คือวิทยานิพนธ์จบปริญญาตรี
บทที่ 30 นี่คือวิทยานิพนธ์จบปริญญาตรี
บทที่ 30 นี่คือวิทยานิพนธ์จบปริญญาตรี
บทที่ 30 นี่คือวิทยานิพนธ์จบปริญญาตรี
ประเทศ U กองบรรณาธิการวารสาร 《Science》
อดัมนั่งอยู่บนเก้าอี้ในกองบรรณาธิการ หาวหวอดๆ พลางมองนาฬิกาแขวนผนัง
ห้าโมงเย็นแล้ว
ได้เวลาเลิกงาน!
เขาบิดขี้เกียจ ลากเมาส์ปิดไฟล์บนหน้าจอคอมพิวเตอร์
ในฐานะบรรณาธิการวารสาร Science เขาต้องตรวจสอบต้นฉบับจำนวนมหาศาลจากทั่วโลกทุกวัน
และจากต้นฉบับทั่วโลกเหล่านี้ ประเมินอย่างต่ำ มีเพียง 10% เท่านั้นที่มีคุณค่าพอ!
ส่วนสาเหตุน่ะเหรอ... ง่ายมาก
《Science》 คือวารสารชั้นนำระดับโลก
นักวิจัยนับไม่ถ้วนต่างปรารถนาให้ผลงานของตนได้รับการตีพิมพ์ลงในวารสารนี้
มันไม่ใช่แค่การยอมรับ แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของสถานะทางสังคม!
ซึ่งนำไปสู่สถานการณ์ที่น่าปวดหัว
นอกจากนักวิจัยมืออาชีพแล้ว ยังมีนักวิจัย "อิสระ" อีกมากมายที่ส่งผลงานมายังวารสาร 《Science》
นักวิจัย "อิสระ" เหล่านี้ มีชื่อเรียกเฉพาะว่า
นักวิทยาศาสตร์ภาคประชาชน
เรียกสั้นๆ ว่า "นักวิชาการมโน" (Minka - 民科)
พูดได้ไม่เกินจริงเลยว่า อีเมลที่อดัมได้รับในแต่ละวัน เกินครึ่งมาจากนักวิทยาศาสตร์ภาคประชาชนเหล่านี้
ข้อสรุปในงานวิจัยแต่ละชิ้น ก็ยิ่งชวนอึ้งกิมกี่ไปกันใหญ่
เทคโนโลยีตัดอะตอมด้วยมีดน้ำ อุปกรณ์ต้านแรงโน้มถ่วง จักรกลนิรันดร์...
เรียกได้ว่า ในกล่องจดหมายของอดัม มีแต่สิ่งที่คุณคาดไม่ถึง ไม่มีอะไรที่คุณหาไม่เจอ
อดัมลากไฟล์หนึ่งลงถังขยะพลางถอนหายใจยาว
บทความนี้เป็นตัวอย่างวิทยานิพนธ์แบบ "นักวิชาการมโน" ขนานแท้
ผู้เขียนอ้างว่าตนเองแก้ปัญหา "ข้อคาดการณ์ของโกลด์บัค" (Goldbach's Conjecture) ได้แล้ว
แต่พอคลิกเข้าไปดูเนื้อหาละเอียด เขาต้องตกใจเมื่อพบว่า ผู้เขียนคนนี้ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าข้อคาดการณ์ของโกลด์บัคคืออะไร!
**(ข้อคาดการณ์ของโกลด์บัค อธิบายแบบง่ายที่สุด คือ: "เลขคู่ทุกตัว ที่มากกว่า 2 เกิดจาก 'จำนวนเฉพาะ' 2 ตัว บวกกันได้เสมอ"
จำนวนเฉพาะ คือ เลขที่ไม่มีอะไรหารมันลงตัวนอกจาก 1 และตัวมันเอง เช่น 2, 3, 5, 7, 11, 13, 17...
ตัวอย่าง:
4 = 2 + 2
6 = 3 + 3
8 = 3 + 5
10 = 3 + 7 (หรือ 5 + 5)
12 = 5 + 7
100 = 3 + 97
ความยากของมันคือ:
เราลองกดเครื่องคิดเลขดูก็เห็นว่ามันจริงเสมอ แต่ในทางคณิตศาสตร์ "ยังไม่มีใครพิสูจน์ได้ 100%" ว่ามันจะเป็นจริงไปตลอดจนถึงตัวเลขที่ไม่มีที่สิ้นสุด
มันเลยเป็นโจทย์ระดับตำนานที่ "เด็กประถมก็อ่านโจทย์เข้าใจ แต่นักคณิตศาสตร์อัจฉริยะทั่วโลกก็ยังหาคำตอบไม่ได้" มาหลายร้อยปี)
"พระเจ้าช่วย... มิเชล เธอน่าจะมาดูบทความนี้หน่อยนะ" ขณะลบบทความ อดัมก็บ่นพึมพำกับตัวเอง
สิ้นเสียงบ่นของอดัม บรรณาธิการสาวผมบลอนด์ตาสีฟ้าที่นั่งข้างๆ ก็ยิ้มมุมปาก หันมามองเขา: "ทำไม? เจอวิทยานิพนธ์ประหลาดๆ อีกแล้วเหรอ?"
อดัมหยุดมือ หมุนเก้าอี้หันไปหาทามิเชล แล้วบ่นอุบ: "คนเขียนคนนี้เข้าใจว่าข้อคาดการณ์ของโกลด์บัคคือการพิสูจน์ว่า 1+1=2 น่ะสิ"
มิเชลอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะ
"ฮ่าๆๆ... อดัม ฉันไม่เข้าใจจริงๆ ทำไมนายถึงเจอแต่งานวิจัยแปลกประหลาดพวกนี้ตลอดเลย!"
อดัมยักไหล่อย่างจนใจ: "ใครจะไปรู้ล่ะ?"
"ติ๊ง!"
ขณะที่อดัมเตรียมจะลุกจากที่นั่ง คอมพิวเตอร์ตรงหน้าก็ส่งเสียงแจ้งเตือนใสๆ ดังขึ้น
"Fxxk... มีคนส่งมาอีกแล้ว!" อดัมมองมิเชลที่ว่างงานอยู่ข้างๆ ด้วยความน้อยใจ "ไม่ยุติธรรมเลย!"
"วันนี้ทั้งวัน ฉันตรวจไปสิบห้าฉบับแล้วนะ!"
"ในนั้นมีสิบสี่ฉบับที่เป็นขยะ!"
มิเชลยิ้มปิดคอมพิวเตอร์ของตัวเอง ยักไหล่: "งั้นเหรอ? ทุกครั้งที่เงินเดือนออก ฉันก็รู้สึกไม่ยุติธรรมเหมือนกัน งั้นเราลองแลกงานกันทำไหมล่ะ?"
อดัม: "......"
"งั้นช่างมันเถอะ..."
เขายิ้มแห้งๆ กลับไปนั่งที่เดิม
ทันทีที่เห็นหัวข้อวิทยานิพนธ์ คิ้วของเขาก็กระตุกวูบ
"โห! เกี่ยวกับนิวเคลียร์ฟิวชันที่ควบคุมได้ซะด้วย!"
"มิเชล มาพนันกันไหม ฉันพนันว่านี่เป็นขยะ!"
ได้ยินคำท้าของอดัม มิเชลเลิกคิ้วเรียว ลากเก้าอี้มานั่งข้างอดัม: "เดิมพันคืออะไร?"
"มื้อเย็นสักมื้อ?"
อดัมพูดพลางคลิกเมาส์เปิดไฟล์
"ถ้าเป็นร้านมิชลิน ฉันรับคำท้า!" มิเชลกวาดตามองหัวข้ออีเมล ครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วตอบ
มือที่จับเมาส์ของอดัมชะงักไปนิดหนึ่ง
มิชลิน... แพงเอาเรื่องอยู่นะ!
แต่พอนึกถึงประสบการณ์เจอขยะสิบสี่ฉบับรวดในวันนี้ อดัมก็เกิดความมั่นใจแปลกๆ ขึ้นมา
"ได้! ร้านมิชลินก็มิชลิน!"
"ฉันไม่เชื่อหรอกว่าใกล้เลิกงานแล้ว จะมาเจอวิทยานิพนธ์ดีๆ สักฉบับ!"
ระหว่างพูดคุย ไฟล์ในอีเมลก็ถูกเปิดออก
อดัมรีบลากเมาส์ เลื่อนไปดูรายชื่อผู้เขียน
"......ซี๊ด!"
วินาทีที่เห็นรายชื่อผู้เขียน อดัมสูดหายใจเฮือกใหญ่!
"ผู้เขียนลำดับที่สองของวิทยานิพนธ์นี้ คือห้องปฏิบัติการนิวเคลียร์ฟิสิกส์ มหาวิทยาลัยซานเต๋าโข่ว ประเทศเซี่ย?!"
มุมปากของอดัมกระตุกสองสามที
"นายติดฉันมื้อใหญ่ร้านมิชลินนะ อย่าลืมล่ะ!" ความขบขันในแววตาของมิเชลแทบจะล้นทะลักออกมา
อดัมส่ายหน้าอย่างจำยอม: "มิชลินก็มิชลินเถอะ! ที่ฉันสนใจคือผู้เขียนลำดับที่หนึ่งต่างหาก"
"Lv Yongchang คนนี้... ในวงการนิวเคลียร์ฟิสิกส์ ฉันไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนเลย"
มิเชลสีหน้าจริงจังขึ้น
เธอขมวดคิ้วครุ่นคิดอยู่นาน แล้วส่ายหน้าช้าๆ
"ฉันก็ไม่เคยได้ยินชื่อนี้เหมือนกัน"
"หรือจะเป็นหน้าใหม่?"
อดัมส่ายหน้าด้วยสีหน้าเคร่งขรึม จดตัวอักษรภาษาอังกฤษชุดนั้นลงสมุดบันทึกข้างๆ: "ไม่น่าจะใช่ นายคิดว่าหน้าใหม่จะมีชื่อเป็นผู้เขียนลำดับที่หนึ่งในวิทยานิพนธ์ระดับนี้เหรอ?"
"ผู้เขียนลำดับที่สองคือห้องปฏิบัติการนิวเคลียร์ฟิสิกส์ มหาวิทยาลัยซานเต๋าโข่วเชียวนะ!"
มิเชลส่ายหน้าช้าๆ: "ฉันก็ไม่รู้สิ... ดูเนื้อหาวิทยานิพนธ์ก่อนเถอะ!"
อดัมพยักหน้าด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
พอรู้ว่าวิทยานิพนธ์ฉบับนี้มาจากมหาวิทยาลัยซานเต๋าโข่ว ประเทศเซี่ย สีหน้าของเขาก็ดูจริงจังขึ้นมาก
"......จากการทดลอง อุปกรณ์สเตลลาเรเตอร์สามารถยืดระยะเวลาคงสภาพนิวเคลียร์ฟิวชันที่ควบคุมได้จริง?"
"สามสิบห้านาที?!"
"WTF??!"
อดัมรีบลากเมาส์ ดึงเนื้อหาลงไปที่ส่วนข้อมูลการทดลองทันที
มองดูข้อมูลการทดลองยั้วเยี้ยในวิทยานิพนธ์ รูม่านตาของอดัมขยายกว้างขึ้น
เขาพึมพำกับตัวเอง: "พระเจ้าช่วย... ประเทศเซี่ยเพิ่งถูกเขี่ยออกจาก ITER ไม่ใช่เหรอ?"
เขาจินตนาการออกเลยว่า ทันทีที่วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ตีพิมพ์ลงในวารสาร 《Science》 สีหน้าของคนใน ITER จะดูไม่จืดขนาดไหน!
"เดี๋ยวก่อนนะ!"
มิเชลที่อยู่ข้างๆ อุทานเสียงเบา: "อดัม คุณสังเกตเห็นอะไรไหม?!"
อดัมมองมิเชลด้วยความสงสัย: "ทำไมเหรอ?"
มิเชลชี้ไปที่หน้าสุดท้ายของวิทยานิพนธ์ด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ: "อดัม... รูปแบบของวิทยานิพนธ์ฉบับนี้ คุณไม่รู้สึกคุ้นๆ บ้างเหรอ?"
อดัมขมวดคิ้วแน่น เพ่งมองหน้าสุดท้ายอย่างละเอียด
"ในโอกาสที่วิทยานิพนธ์จบการศึกษานี้เสร็จสมบูรณ์ ข้าพเจ้าขอขอบพระคุณ..."
รูม่านตาของอดัมหดเกร็งอย่างรุนแรง!
"นะ นี่มัน... วิทยานิพนธ์จบปริญญาตรี?!"
……
วันรุ่งขึ้น
ประเทศ U มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด
ศาสตราจารย์คอลลินส์มาถึงห้องทำงานแต่เช้าตรู่เหมือนทุกวัน
"ก๊อก ก๊อก ก๊อก!"
เสียงเคาะประตูรัวเร็วดังขึ้น
ศาสตราจารย์คอลลินส์ที่ก้นเพิ่งแตะเก้าอี้ขมวดคิ้วเล็กน้อย
"ใครกัน?!"
ศาสตราจารย์คอลลินส์ตะโกนถามด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยพอใจ
"ศาสตราจารย์ครับ! ผมเอง!"
เสียงผู้ชายที่ดูตื่นตระหนกดังมาจากหน้าประตู
นั่นคือเสียงของ 'อีเดน' ลูกศิษย์ของเขา
ศาสตราจารย์คอลลินส์ขมวดคิ้วแน่น ตอบเสียงต่ำ: "เข้ามา!"
วินาทีต่อมา ประตูห้องทำงานถูกผลักออกอย่างแรง ชายหนุ่มวัยประมาณสามสิบปีพุ่งเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
"เกิดอะไรขึ้น?!"
ศาสตราจารย์คอลลินส์พูดอย่างหงุดหงิด: "อีเดน ฉันต้องการคำอธิบาย!"
อีเดนเดินเข้าไปหาคอลลินส์ด้วยท่าทางกังวล วางเอกสารฉบับหนึ่งลงบนโต๊ะทำงานตรงหน้าเขา
"ศาสตราจารย์ครับ นี่คือวิทยานิพนธ์ใหม่ที่ตีพิมพ์ลงใน 《Science》 ครับ"
"ผมคิดว่า... ท่านควรจะต้องดูหน่อยครับ"
คิ้วของคอลลินส์ขมวดแน่นกว่าเดิม
เขาปรายตามองอีเดนอย่างไม่พอใจ: "ฉันไม่เคยบอกเหรอ ว่าก่อนเก้าโมงเช้าอย่ามารบกวน?"
ได้ยินดังนั้น อีเดนก็แสดงสีหน้าร้อนรน: "ศาสตราจารย์ครับ! ครั้งนี้ไม่เหมือนกัน! ทางฝั่งประเทศเซี่ย อาจจะใกล้ควบคุมนิวเคลียร์ฟิวชันได้แล้วครับ!"
สีหน้าของคอลลินส์เปลี่ยนไปทันที!
"เธอว่าอะไรนะ?!"
เขารีบคว้าวิทยานิพนธ์บนโต๊ะขึ้นมาเปิดอ่านอย่างละเอียด
"ศาสตราจารย์ครับ... เรื่องจริงเหรอครับ?" อีเดนถามอย่างหวาดหวั่น
สีหน้าของคอลลินส์ดูแย่มาก ไม่ได้ตอบคำถามลูกศิษย์ทันที
"เป็นไปได้ยังไง... สเตลลาเรเตอร์ทำให้เกิดนิวเคลียร์ฟิวชันที่ควบคุมได้นานสามสิบห้านาทีเนี่ยนะ?!"
"มะ… มันเป็นไปไม่ได้!"
ต้องรู้ไว้ว่า ข้อเสนอให้ประเทศ U เลิกใช้สเตลลาเรเตอร์ ก็คือเขาที่เป็นคนต้นคิด!
แม้ใจไม่อยากยอมรับ แต่ข้อมูลละเอียดในวิทยานิพนธ์ กลับตบหน้าเขาฉาดแล้วฉาดเล่า