- หน้าแรก
- เด็กหนุ่มวายร้ายหน้าบึ้งถึงกับตะลึงเมื่อได้รับจูบจากฉัน
- บทที่ 21 เธอโกหกเขา
บทที่ 21 เธอโกหกเขา
บทที่ 21 เธอโกหกเขา
บทที่ 21 เธอโกหกเขา
ยามเย็นในช่วงต้นฤดูใบไม้ร่วง ใบไม้แห้งขั้วหลุดร่วงปลิวไสวไปตามลม พร้อมกับไอเย็นที่เริ่มมาเยือน
ถังซูซูจอดจักรยานไว้ที่ใต้ตึกพักอาศัย ก่อนจะหอบหิ้วถุงพลาสติกหนักอึ้งพาร่างตัวเองขึ้นไปยังชั้นบน
เหอจือโม่ยังคงอยู่บ้านจริงๆ ด้วย
"ไม่ได้เจอกันสองวันเลย นายเป็นยังไงบ้าง? ขาดีขึ้นหรือยัง?" ถังซูซูยืนอยู่ที่หน้าประตู ดวงตาของเธอโค้งมนเป็นรอยยิ้ม ขณะที่กำลังทุลักทุเลกับการหอบหิ้วข้าวของในมือ
นิ้วเรียวยาวของเด็กหนุ่มยื่นมารับถุงพลาสติกเหล่านั้นไป
ถังซูซูรีบขืนไว้ "ฉันถือเองได้ ของพวกนี้หนักมากนะ"
ทว่ายังไม่ทันขาดคำ เธอได้แต่ยืนมองเหอจือโม่วางสิ่งของเหล่านั้นลงบนโต๊ะได้อย่างง่ายดายราวกับไม่ได้ออกแรงอะไรเลย
เธอหันมามองนิ้วขาวเรียวของตัวเองด้วยความกังขา
มันหนักมากเลยนะ
แต่เขากลับถือมันได้สบายๆ ขนาดนั้นเลย
ถึงเขาจะเป็นผู้ชาย แต่เขาก็ยังบาดเจ็บอยู่นะ!
บางทีผู้ชายอาจจะมีพละกำลังมากกว่าผู้หญิงเป็นธรรมดาอยู่แล้วละมั้ง
เธอยิ้มกว้างจนตาหยี "เหอจือโม่ นายนี่เก่งชะมัด!"
เธอเริ่มรื้อถุงพลาสติกออกราวกับกำลังอวดของล้ำค่า "นี่เป็นขนมที่ฉันซื้อมาทั้งหมด ฉันไม่รู้ว่านายชอบทานอะไร นอกจากลูกอมอัดเม็ดแล้ว ฉันเลยซื้ออย่างอื่นมาลองให้อย่างละนิดอย่างละหน่อย"
เด็กหนุ่มหลุบตาลงมองกองขนมที่วางเรียงรายหลากหลายชนิด ตั้งแต่เขาจำความได้ เขาไม่เคยแตะต้องของพวกนี้เลย "ฉันไม่กินขนม"
"กินบ้างนิดหน่อยก็ได้นะ มันอร่อยจริงๆ" ถังซูซูว่าพลางแกะซองเยลลี่แล้วส่งเข้าปากตัวเองหนึ่งเม็ด
รสชาติเปรี้ยวอมหวานแผ่ซ่านไปทั่วปาก ก่อนที่เธอจะหยิบอีกชิ้นหนึ่งยื่นให้เหอจือโม่
เด็กหนุ่มไม่ได้ยื่นมือมารับ
เธอจึงส่งมันเข้าปากตัวเองแทน รสชาติเปรี้ยวหวานนั้นทำให้เธอรู้สึกพึงพอใจอย่างที่สุด
"ความจริงเมื่อก่อนฉันก็ไม่ค่อยได้กินขนมเหมือนกัน แม่ไม่ยอมให้กิน บอกว่าเป็นอาหารขยะ แต่พอได้ลองกินดูถึงได้รู้ว่ามันอร่อยมากจริงๆ นะ!" เมื่อตอนนี้ไม่มีใครมาคอยคุมแล้ว ถังซูซูจึงหยิบขึ้นมาอีกชิ้น ดวงตาของเธอหยีลงจนเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวขณะยิ้มละไม "เหอจือโม่ มันอร่อยมากจริงๆ นะ"
เหอจือโม่หลุบตามอง
เด็กสาวเคี้ยวขนมอย่างเอร็ดอร่อย ทว่าท่วงท่าของเธอกลับดูสง่างามอย่างประหลาด
เธอเปรียบเสมือนภูตตัวน้อยที่บังเอิญหลงทางเข้ามาในโลกมนุษย์ มีความสอดรูสอดเห็นต่อทุกสรรพสิ่ง โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองนั้นมีเสน่ห์ดึงดูดใจเพียงใด
เพียงไม่นาน ถังซูซูก็กินเยลลี่ไปจนเกือบหมดซอง
วินาทีต่อมา
มือเรียวยาวคู่หนึ่งยื่นออกมา
ซองเยลลี่อีกรสชาติที่ถูกแกะรอไว้แล้วถูกส่งมาตรงหน้าเธอ
เธองเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาสีเข้มของเหอจือโม่ แววตาของเด็กหนุ่มดูจะทอดสะพานมาเล็กน้อยขณะที่เขามองเธออย่างแน่วแน่
จู่ๆ เธอก็รู้สึกกระดากอายขึ้นมา
ยัยคนตะกละเอ๊ย ถ้าอยากกินนักทำไมไม่ไปซื้อเองล่ะ? จะไปแย่งขนมของเหอจือโม่กินได้ยังไงกัน!
เธอยิ้มแห้งๆ "นายกินเถอะ"
นิ้วเรียวของเหอจือโม่ยื่นมันมาให้อีกครั้ง "เธอกินเถอะ!"
ถังซูซูรีบส่ายหน้า "ไม่ล่ะ ฉันไม่กินแล้ว อันนี้ซื้อมาให้นายนะ ถ้าฉันอยากกินเดี๋ยวฉันไปซื้อเอง"
"ฉันไม่กิน" เหอจือโม่ยังคงดึงดันและยัดเยียดซองขนมให้เธอ
ถังซูซูจึงจำใจต้องรับมา "งั้นฉันกินอันนี้ก็ได้"
เธอก้มตัวลงหยิบของออกจากถุง "งั้นขนมพวกนี้ฉันวางไว้ตรงนี้นะ เวลานายรู้สึกมีความสุขหรือรู้สึกไม่ดี ก็ลองหยิบมาทานดูบ้าง"
เธองเงยหน้ามองเด็กหนุ่มร่างบางที่ดูซูบซีดตรงหน้า
เครื่องหน้าของเขางดงามอย่างไร้ที่ติ ผิวพรรณที่ซีดขาวช่วยเสริมให้เขาดูหล่อเหลาและเปราะบางอย่างน่าทะนุถนอม
คนหล่อเหลาขนาดนี้ กลับชอบขลุกอยู่ตัวคนเดียวเสียได้
ถ้าเธอไม่แวะมาหา เขาคงต้องอยู่ที่นี่อย่างโดดเดี่ยวลำพัง
ไม่มีเพื่อน ไม่มีการพบปะสังสรรค์ และไม่มีแม้แต่ขนมติดบ้าน
เธอไม่อาจจินตนาการถึงวิถีชีวิตของเขาได้เลย แต่เธอก็เห็นชีวิตที่แสนราบเรียบไร้สีสันของเขาได้ด้วยตาตัวเอง
เธอก้มหน้าลง หยิบลูกอมอัดเม็ดขึ้นมาแกะเปลือกออกแล้วยื่นให้เขา "ยังไงก็เถอะ ทานของที่นายชอบหน่อยนะ"
เหอจือโม่ตั้งใจจะปฏิเสธ เขาไม่ชอบของหวานและเกลียดรสชาติเลี่ยนๆ ของมันที่สุด
ที่ผ่านมาเขาเอาแต่เก็บลูกอมที่เธอให้ไว้ในลิ้นชักเสมอ
แต่ครั้งนี้ เขากลับอยากจะลองชิมมันดู อยากรู้ว่าทำไมเธอถึงได้เพียรพยายามจะมอบลูกอมนี้ให้เขานัก
เขารับลูกอมไป ปลายนิ้วที่เห็นข้อนิ้วชัดเจนส่งลูกอมเข้าปากตัวเอง
รสหวานจางๆ แผ่ซ่านอยู่ที่มุมปาก เขาหลุบตามองต่ำ แววตาดูหม่นแสงลง
เห็นได้ชัดว่าเขาเกลียดลูกอม แล้วทำไมเขาถึงยอมรับความหวานนี้ไว้กันนะ?
หรือว่าลูกอมนี้จะมีอะไรพิเศษไปกว่าลูกอมทั่วไป?
ถังซูซูมองดูเหอจือโม่ยอมทานลูกอมอัดเม็ด ดวงตาของเธอก็โค้งเป็นรอยยิ้ม ในที่สุดเขาก็ยอมทานอะไรต่อหน้าเธอเสียที แม้จะเป็นสิ่งที่เขาชอบอยู่แล้วก็เถอะ
"เอาละ ฉันขอไปดูต้นไม้ของเราหน่อยนะ สองวันที่ผ่านมานายดูแลพวกมันดีหรือเปล่า?"
ถังซูซูวิ่งร่าไปที่ระเบียง
พระอาทิตย์ตกดินไปแล้ว และกระถางต้นไม้บนระเบียงก็ถูกย้ายเข้ามาไว้ข้างในเรียบร้อย
เหล่าพืชอวบน้ำดูเขียวชอุ่มอิ่มน้ำ เต็มไปด้วยชีวิตชีวา
ข้างๆ กันนั้น ดอกเม่ยติ่งผู้สง่างามมีกลีบดอกสีแดงสดใส ช่างงดงามยิ่งนัก
"อืม พวกมันโตขึ้นเยอะเลย!"
เธออยากจะอยู่เป็นเพื่อนเหอจือโม่ให้นานกว่านี้อีกสักหน่อย แต่ติดที่ว่าอีกเดี๋ยวเธอมีงานเล่นเปียโน
เธอลุกขึ้นยืน "ฉันต้องกลับบ้านแล้วนะ นายก็ดูแลตัวเองดีๆ ด้วยล่ะ พรุ่งนี้ฉันจะมาหาใหม่"
แววตาของเหอจือโม่ดูเข้มขึ้น
"อืม"
เด็กสาวปิดประตูลงอย่างแผ่วเบา
ดวงตาสีเข้มคู่นั้นช้อนขึ้น จ้องมองไปที่ประตูอย่างแน่วแน่
เห็นได้ชัดว่าเธอกำลังหมางเมินกับที่บ้าน แล้วทำไมเธอถึงต้องรีบกลับไปแต่หัวค่ำทุกวันแบบนี้ด้วยล่ะ?
ภัตตาคารอาหารตะวันตก
เด็กหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่หน้าร้านบริเวณกระจกจัดแสดง
ใบหน้าที่ซีดขาวและเครื่องหน้าที่งดงามราวกับสลักเสลามาอย่างดี ดึงดูดสายตาของผู้คนที่สัญจรผ่านไปมา
เหอจือโม่ยืนอยู่ที่หน้าบ้านสีแดง จ้องมองเข้าไปในห้องโถงผ่านกระจกใสอย่างเงียบเชียบ
ถังซูซูในชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ นั่งอยู่อย่างสง่างามตรงใจกลางเวที ปลายนิ้วของเธอสัมผัสลงบนคีย์เปียโน และท่วงทำนองดนตรีก็ไหลเวียนไปในอากาศ
สายลมพัดโชยมาเบาๆ
ลูกค้าสองคนบังเอิญเดินเข้าไปในร้านพอดี
"ฉันบอกแล้วไงว่านักเปียโนคนใหม่ของที่นี่เล่นเก่งมาก ฝีมือไม่ด้อยไปกว่าพวกที่เล่นในคอนเสิร์ตฮอลล์เลย คราวนี้เชื่อฉันหรือยัง?"
"จริงด้วย ฝีมือดีจริงๆ ไม่แพ้นักเปียโนในฮอลล์หรูๆ เลย แต่ทำไมเธอถึงมาเล่นอยู่ที่นี่ล่ะ?"
"ได้ยินมาว่าเธอร้อนเงินน่ะ"
ในหัวของเหอจือโม่เริ่มสับสนวุ่นวาย นิ้วมือเรียวยาวของเขากำหมัดเข้าหากันแน่น