เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 20 ทุกความฝันคู่ควรแก่การพยายามอย่างตั้งใจ

บทที่ 20 ทุกความฝันคู่ควรแก่การพยายามอย่างตั้งใจ

บทที่ 20 ทุกความฝันคู่ควรแก่การพยายามอย่างตั้งใจ


บทที่ 20 ทุกความฝันคู่ควรแก่การพยายามอย่างตั้งใจ

วันจันทร์คือวันสอบรายเดือนของทั้งโรงเรียน

ที่โรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่ง การจัดห้องสอบจะพิจารณาจากผลการเรียนเป็นหลัก

นักเรียนที่เก่งที่สุดจะอยู่ในห้องสอบแรก ส่วนนักเรียนที่ผลการเรียนแย่ที่สุดจะถูกจัดให้อยู่ห้องสุดท้าย

คะแนนสอบเข้าตอนเริ่มต้นของถังซูซูนั้นย่ำแย่มาก ห้องสอบของเธอจึงเป็นห้องสุดท้ายโดยปริยาย

ภายในห้องสอบสุดท้ายซึ่งเต็มไปด้วยนักเรียนที่ผลการเรียนรั้งท้าย พวกเขายังคงเล่นสนุกหยอกล้อกันแม้การสอบจะใกล้เริ่มขึ้นแล้วก็ตาม

แม้แต่อาจารย์ผู้คุมสอบเดินเข้ามาในห้องแล้ว พวกเขาก็ยังไม่เงียบลง

จนกระทั่งอาจารย์ต้องแผดเสียงตะโกนออกมา ความเงียบสงบถึงได้กลับคืนมาในที่สุด

วิชาแรกคือคณิตศาสตร์

เมื่อกระดาษคำถามถูกแจกจ่ายออกไป นักเรียนส่วนใหญ่เพียงแค่เดาคำตอบในข้อเขียนแล้วก็นอนหลับไป ส่วนที่เหลือก็ฝืนเขียนคำตอบลงไปได้เพียงไม่กี่ข้อก่อนจะหันไปวาดรูปเล่นบนกระดาษร่าง

มีเพียงถังซูซูเท่านั้นที่ตั้งใจทำข้อสอบอย่างขะมักเขม้น เธอไม่ได้หยุดพักเลยจนกระทั่งเสียงระฆังดังขึ้นเพื่อเรียกเก็บกระดาษคำตอบ

เธอถอนหายใจออกมาเบาๆ ด้วยความโล่งอก ในที่สุดก็ทำเสร็จเสียที แม้ว่าในข้อสุดท้ายเธอจะเขียนคำตอบได้เพียงแค่ข้อย่อยแรกก็ตาม

เด็กสาวที่นั่งแถวหน้าส่งกระดาษคำตอบเสร็จก็หันมามอง

แผ่นกระดาษคำตอบวิชาคณิตศาสตร์ของถังซูซูเต็มไปด้วยลายมือที่เขียนไว้อย่างเป็นระเบียบและหนาแน่น

เมื่อนึกถึงกระดาษคำตอบของตนเองที่ว่างเปล่าไปกว่าสองในสาม เธอจึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยเย้ยหยันออกมา "หึ พวกเราก็อยู่ก้นตารางเหมือนกันทั้งนั้น จะเขียนอะไรเยอะแยะขนาดนี้ ทำไปก็แค่สร้างภาพล่ะสิไม่ว่า!"

ถังซูซูเพิ่งส่งกระดาษคำตอบเสร็จตอนที่ได้ยินคำนั้นพอดี เธอจึงหันกลับไปมองเด็กสาวคนนั้นด้วยดวงตาใสกระจ่าง แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่มั่นคง "อยู่ก้นตารางแล้วมันทำไมหรือ การเป็นเด็กหลังห้องหมายความว่าฉันไม่มีสิทธิ์ตั้งใจทำข้อสอบอย่างนั้นเหรอ"

เด็กสาวหัวเราะเยาะ "ฉันก็แค่กลัวว่าเธอตั้งใจทำไปตั้งนาน สุดท้ายก็ได้ศูนย์คะแนนยังไงล่ะ!"

"เรื่องนั้นเธอไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ฉันจะได้กี่คะแนนมันก็ไม่เกี่ยวกับเธอ ขอแค่ให้มันดีกว่าครั้งก่อน ความพยายามของฉันก็ถือว่าไม่สูญเปล่าแล้ว" ถังซูซูไม่ได้รู้สึกอับอายกับคำพูดของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย ต่อให้เธอจะไม่ได้คะแนนเลย เธอก็จะไม่นึกเสียใจภายหลัง

การเรียนรู้ก็เหมือนกับการฝึกดีดกู่เจิง ที่ต้องอาศัยการสะสมอย่างมหาศาลเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงคุณภาพ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าความพยายามในช่วงเวลานั้นจะไร้ความหมาย

ตราบใดที่เธอยังเพียรพยายาม ความก้าวหน้าย่อมเกิดขึ้นเสมอ

ยิ่งไปกว่านั้น เธอรู้สึกว่าตนเองได้เรียนรู้อะไรไปมากมายแล้ว

ท่าทีของถังซูซูนั้นดูสงบนิ่ง นิ้วมือเรียวงามของเธอเก็บรวบรวมกระดาษร่างบนโต๊ะอย่างเป็นระเบียบด้วยท่วงท่าที่ดูสง่างามและไม่แยแสต่อสิ่งใด จนทำให้เด็กสาวคนนั้นรู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นตัวตลกไปเสียเอง

เธอเริ่มรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา "เหอะ งั้นก็คอยดูเถอะว่าสอบครั้งนี้เธอจะได้กี่คะแนน คราวหน้าเธอก็ยังต้องมานั่งสอบห้องเดียวกับฉันเหมือนเดิมนั่นแหละ"

ถังซูซูยิ้มบางๆ โดยไม่มีเจตนาจะต่อความยาวสาวความยืดกับอีกฝ่าย

การสอบวิชาถัดไปกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว และเธอต้องการไปเข้าห้องน้ำ

หลี่ยางที่นั่งอยู่ตรงหัวมุมยังไม่ตื่นดีนัก เขาขยี้ตาตัวเองด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

นี่ใช่ถังซูซูจริงๆ หรือ

แต่ก่อนเวลาเธอมีเรื่องกับคนอื่น ถ้าไม่พุ่งเข้าหาเรื่องอย่างรุนแรง ก็คงด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคายไปแล้ว

แต่ตอนนี้ ทั้งคำพูด สายตา และการแสดงออก

ด้วยท่วงท่าอันสง่างามของเธอ เธอกลับขยี้ฝ่ายตรงข้ามได้อย่างราบคาบโดยไม่ต้องออกแรง

เขาอดไม่ได้ที่จะชูนิ้วหัวแม่มือให้ในใจ

สุดยอดไปเลย สุดยอดจริงๆ!

การสอบรายเดือนที่กินเวลาสองวันสิ้นสุดลงในที่สุด

บรรยากาศภายในห้องเรียนมีทั้งคนที่มีความสุขและคนที่เศร้าสร้อย

แน่นอนว่านักเรียนส่วนใหญ่ยังคงมีความกังวลอยู่

หลังจากเลิกเรียน ถังซูซูสะพายกระเป๋าเป้และเดินไปยังโรงจอดจักรยานพร้อมกับเชอจิ้งหาน

ตอนนี้ทั้งคู่ต่างก็ขี่จักรยานมาโรงเรียนด้วยกันทั้งสิ้น

"ซูซู เธอทำข้อสอบได้ไหม" เชอจิ้งหานถามเบาๆ

ทำได้ไหมอย่างนั้นหรือ ถังซูซูเอียงคอคิดอยู่ครู่หนึ่ง "ก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ มีบางข้อที่ฉันยังไม่ค่อยเข้าใจน่ะ"

"เหอะ!" ทันใดนั้น เสียงเยาะเย้ยดังมาจากทางด้านหลัง

เธอหันกลับไปมอง พบว่าเป็นเด็กสาวคนเดียวกับในห้องสอบที่เคยดูหมิ่นว่าเธอเป็นพวกเรียนแย่

เด็กสาวจ้องมองเธอ "ฉันบอกแล้วไงว่าพวกเราน่ะมันพวกเรียนไม่เอาถ่านเหมือนกัน จะแสร้งทำไปเพื่ออะไร ทำตัวยังกับว่าเป็นเด็กเรียนเก่ง พยายามไปก็เสียแรงเปล่า"

เดิมทีถังซูซูไม่ได้อยากจะใส่ใจด้วย แต่เด็กสาวคนนี้กลับหาเรื่องยั่วยุเธอครั้งแล้วครั้งเล่า

แววตาใสกระจ่างเริ่มปรากฏร่องรอยของความเย็นชา "แล้วถ้าความพยายามของฉันไม่สูญเปล่าล่ะ ถ้าฉันมีคะแนนที่ดีขึ้นมาจะว่ายังไง"

"มันจะเป็นไปได้ยังไงกัน" เด็กสาวเอ่ยด้วยความเหยียดหยาม

"ทำไมจะเปันไปไม่ได้ล่ะ ถ้าฉันพัฒนาขึ้นจริงๆ เธอต้องขอโทษฉันนะ!" สายตาของถังซูซูแน่วแน่และมั่นคง

ขณะนั้นเป็นช่วงเวลาเลิกเรียนที่มีคนพลุกพล่านพอดี การโต้เถียงของทั้งสองจึงดึงดูดความสนใจจากผู้คนรอบข้างได้ในทันที

เมื่อมีคนมามุงดูมากขึ้น เด็กสาวคนนั้นก็ยิ่งได้ใจ "ทุกคนมาดูนี่สิ! ถังซูซูบอกว่าเธอจะกลายเป็นเด็กเรียนเก่ง แถมยังบอกว่าที่ผ่านมาเธอตั้งใจเรียนมากด้วยนะ! แล้วยังบอกอีกว่าถ้าเธอเรียนดีขึ้น ฉันต้องขอโทษเธอด้วย!

พวกเธอคิดว่าคนอย่างยัยนี่จะพัฒนาขึ้นได้จริงๆ เหรอ

อ้อ จริงสิ ถ้าคราวก่อนเธอได้ศูนย์คะแนน แล้วคราวนี้บังเอิญดวงดีเดาข้อสอบถูกสักสิบสิบห้าคะแนน ฉันไม่ต้องขอโทษเธอแย่เลยเหรอ

ฮ่าๆๆๆ!"

ถังซูซูเคยทำเรื่องเด่นดังและไร้สติมามากมายสมัยที่เธอยังตามตื้อจินอวี่ฮ่าว ทุกคนจึงรู้จักเธอเป็นอย่างดี

เมื่อมาถึงจุดนี้ ทุกคนต่างก็เริ่มส่งเสียงหัวเราะเยาะเธอ

"ฮ่าๆ!"

"ฮ่าๆ!"

"ถ้าเธอเอาความพยายามสักครึ่งหนึ่งที่ใช้ตามจีบจินอวี่ฮ่าวมาใช้กับการเรียน ฉันถึงจะเชื่อว่าเธอพัฒนาขึ้นได้จริงๆ"

เชอจิ้งหานเห็นดังนั้นก็เริ่มรู้สึกร้อนใจ

เธอเป็นนักเรียนที่เก็บตัวและขี้อาย แต่เธอก็เห็นความพยายามของถังซูซูมาโดยตลอด แม้จะรู้สึกหวาดกลัวอยู่บ้าง แต่เธอก็ยังกล้าก้าวออกมาปกป้องเพื่อน

"ไม่ใช่นะคะ ช่วงนี้ซูซูตั้งใจเรียนมากจริงๆ ความก้าวหน้าของเธอก็เห็นชัดมากด้วย"

เพื่อนร่วมห้องของถังซูซูอีกคนหนึ่งก็ก้าวออกมาเช่นกัน "ใช่แล้ว ช่วงนี้ถังซูซูขยันมากจริงๆ พวกเราเป็นพยานได้ เธอไม่ควรจะมาดูถูกคนอื่นแบบนี้เลยนะ"

ถังซูซูมองดูเพื่อนร่วมชั้นที่ออกมาพูดแทนเธอ หัวใจของเธอพลันรู้สึกอบอุ่นขึ้นมา

ที่แท้เพื่อนๆ ในห้องของเธอก็น่ารักถึงเพียงนี้

เธอก้าวไปข้างหน้า เดินไปหยุดอยู่ที่กึ่งกลางฝูงชนแล้วมองไปรอบๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า "ความพยายามไม่ใช่เรื่องน่าอาย สิ่งที่น่าอายคือการที่ตัวเองไม่ยอมพยายามแล้วยังไปหัวเราะเยาะคนที่เขาตั้งใจเรียนต่างหาก

ช่วงนี้ฉันตั้งใจเรียนมากจริงๆ บางทีฉันอาจจะไม่สามารถสอบได้ลำดับต้นๆ ของห้องเหมือนกับเพื่อนร่วมโต๊ะของฉันได้ แต่ขอเพียงแค่ฉันมีการพัฒนาที่ดียิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับตัวเองในอดีต ความพยายามของฉันก็ถือว่าประสบผลสำเร็จแล้ว

ทุกคนต่างก็มีสิทธิ์ที่จะวิ่งไล่ตามความฝันของตัวเองกันทั้งนั้น!"

แสงอาทิตย์ยามอัสดงอาบทอลงบนตัวของเด็กสาว ราวกับห่อหุ้มเธอไว้ด้วยรัศมีสีทองบางๆ

เธอยืนหยัดอยู่อย่างเปิดเผยและสง่างาม แม้หน้าตาของเธอจะไม่ได้งดงามหยาดเยิ้มที่สุด แต่ดวงตาที่ใสกระจ่างและดูสูงส่งกลับทำให้ผู้คนรู้สึกดึงดูดเข้าหาโดยไม่รู้ตัว

"ถังซูซูพูดถูก ไม่มีใครกำหนดไว้เสียหน่อยว่าเด็กหลังห้องจะตั้งใจเรียนไม่ได้"

"นั่นน่ะสิ! การตั้งใจเรียนแล้วถูกหัวเราะเยาะมันเป็นเรื่องที่น่าตลกสิ้นดี!"

อย่างไรก็ตาม ยังคงมีบางคนที่ยังนิ่งเฉยและไม่ชอบหน้าถังซูซูอยู่

"อย่าเพิ่งมาซึ้งกันตอนนี้เลย คำพูดของถังซูซูฟังสวยหรูนะ แต่เราก็ต้องรอดูผลลัพธ์กันก่อน มาดูกันว่าครั้งนี้เธอจะทำได้สักกี่คะแนน!"

ในตอนนั้นเอง จินอวี่ฮ่าวก็เดินเข้ามา

ทุกคนต่างพากันหันไปมองเขาเป็นตาเดียว

เพราะใครๆ ต่างก็ลือกันว่า ที่ถังซูซูหันมาตั้งใจเรียนก็เพื่อที่จะทำเพื่อเขา

'ความฝัน' ของเธอที่ว่านั้น คงหมายถึงการได้ก้าวตามจินอวี่ฮ่าวให้ทัน

แต่จินอวี่ฮ่าวกลับรังเกียจถังซูซูเสียเหลือเกิน

บางทีเขาอาจจะเยาะเย้ยเธอว่าประเมินตัวเองสูงเกินไป

และเขาก็มีสิทธิ์เต็มที่ที่จะเยาะเย้ยเธอเช่นนั้น

จินอวี่ฮ่าวค่อยๆ เดินตรงมายังฝูงชน เขาตัวสูงกว่านักเรียนทั่วไป และมีดวงตาที่เย็นชาเฉยเมยคู่นั้น

เขาปรายตาไปที่ถังซูซู เด็กสาวยืนตัวตรงและจ้องมองเขาด้วยสายตาที่ไม่ได้ดูต่ำต้อยหรืออวดดีแต่อย่างใด

จากนั้นเขาก็หันไปมองเด็กสาวที่เคยดูถูกถังซูซู "คนที่ตัวเองไม่มีความทะเยอทะยานแล้วยังไปเยาะเย้ยคนอื่นที่เขากำลังพยายาม ถ้าไม่โง่เขลาก็คงมีจิตใจที่มุ่งร้าย!"

ใบหน้าของเด็กสาวคนนั้นพลันซีดเผือดลงในทันที

เธอยังคงขยับริมฝีปาก พยายามจะอธิบาย "ฉัน... ฉันแค่..."

แต่อึกอักอยู่นานก็ไม่สามารถยกเหตุผลใดๆ มาอ้างได้

สุดท้ายเธอก็วิ่งหนีไป

เหล่านักเรียนต่างมองจินอวี่ฮ่าวด้วยสายตาชื่นชม

เทพบุตรก็ยังคงเป็นเทพบุตรอยู่วันยันค่ำ ช่างมีจิตใจที่กว้างขวางเหลือเกิน

แม้ว่าถังซูซูจะตามตื้อเขาจนน่ารำคาญและเขาก็ไม่ได้ชอบเธอ แต่เขาก็ยังยอมออกมาพูดให้ความเป็นธรรมแก่เธอ

เมื่อเรื่องซุบซิบจบลง เหล่านักเรียนก็พากันแยกย้าย

ถังซูซูจูงจักรยานออกมาที่หน้าประตูโรงเรียนพร้อมกับเชอจิ้งหาน

เส้นทางกลับบ้านของทั้งคู่ไปกันคนละทาง จึงโบกมือลาและแยกย้ายกันไป

"ถังซูซู!"

จู่ๆ ก็มีใครบางคนเรียกชื่อเธอจากทางด้านหลัง

เธอหันกลับไป พบว่าเป็นจินอวี่ฮ่าวนั่นเอง

ถังซูซูเอียงคอพลางชี้ไปที่ตัวเอง "เรียกฉันเหรอคะ"

"อืม" จินอวี่ฮ่าวพยักหน้าพลางก้าวเดินเข้ามาด้วยเรียวขายาวของเขา

"มีอะไรหรือเปล่าคะ" ถังซูซูขยับตัวหลบเข้าข้างทาง เพราะเกรงว่าจะไปขวางทางนักเรียนคนอื่นๆ

ในเย็นช่วงต้นฤดูใบไม้ร่วง ใบไม้สีเขียวเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทีละน้อย และยังมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกหมื่นลี้ลอยมาตามลม

จินอวี่ฮ่าวก้มหน้าลงมอง เด็กสาวเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาของเธอใสราวกับบ่อน้ำพุที่บริสุทธิ์และแจ่มกระจ่าง

เธอเปลี่ยนไปมากจริงๆ เมื่อเทียบกับเมื่อก่อน แต่เขาก็ยังคงไม่ชอบเธออยู่ดี

"เป็นเรื่องดีนะที่เธอตั้งใจเรียน แต่เรื่องความฝันก็ควรคิดทบทวนให้ดีๆ"

ถังซูซูรู้สึกสับสนเล็กน้อย จู่ๆ เขามาคุยเรื่องความฝันกับเธอทำไมกัน

อย่างไรก็ตาม เธอรู้ว่าจินอวี่ฮ่าวไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร เพียงแต่ถังซูซูคนเดิมสร้างความลำบากใจให้เขาไว้มาก เขาจึงมีอคติต่อเธอเป็นธรรมดา

อีกอย่าง พระเอกในนิยายคงไม่มีทางเป็นคนที่มีนิสัยไม่ดีหรอก

เธอจึงตอบไปตามมารยาท "ฉันทราบแล้วค่ะ แน่นอนว่าเรื่องความฝันต้องปฏิบัติด้วยความรอบคอบ และฉันจะพยายามต่อไป ถ้าคุณมีเรื่องจะบอกฉันแค่นี้ ฉันก็รับทราบแล้วค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ"

เพราะต้องเตรียมตัวสอบรายเดือน ในช่วงสองวันที่ผ่านมาเธอจึงไม่ได้ไปหาเหอจือโม่เลย

จบบทที่ บทที่ 20 ทุกความฝันคู่ควรแก่การพยายามอย่างตั้งใจ

คัดลอกลิงก์แล้ว