- หน้าแรก
- เด็กหนุ่มวายร้ายหน้าบึ้งถึงกับตะลึงเมื่อได้รับจูบจากฉัน
- บทที่ 20 ทุกความฝันคู่ควรแก่การพยายามอย่างตั้งใจ
บทที่ 20 ทุกความฝันคู่ควรแก่การพยายามอย่างตั้งใจ
บทที่ 20 ทุกความฝันคู่ควรแก่การพยายามอย่างตั้งใจ
บทที่ 20 ทุกความฝันคู่ควรแก่การพยายามอย่างตั้งใจ
วันจันทร์คือวันสอบรายเดือนของทั้งโรงเรียน
ที่โรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่ง การจัดห้องสอบจะพิจารณาจากผลการเรียนเป็นหลัก
นักเรียนที่เก่งที่สุดจะอยู่ในห้องสอบแรก ส่วนนักเรียนที่ผลการเรียนแย่ที่สุดจะถูกจัดให้อยู่ห้องสุดท้าย
คะแนนสอบเข้าตอนเริ่มต้นของถังซูซูนั้นย่ำแย่มาก ห้องสอบของเธอจึงเป็นห้องสุดท้ายโดยปริยาย
ภายในห้องสอบสุดท้ายซึ่งเต็มไปด้วยนักเรียนที่ผลการเรียนรั้งท้าย พวกเขายังคงเล่นสนุกหยอกล้อกันแม้การสอบจะใกล้เริ่มขึ้นแล้วก็ตาม
แม้แต่อาจารย์ผู้คุมสอบเดินเข้ามาในห้องแล้ว พวกเขาก็ยังไม่เงียบลง
จนกระทั่งอาจารย์ต้องแผดเสียงตะโกนออกมา ความเงียบสงบถึงได้กลับคืนมาในที่สุด
วิชาแรกคือคณิตศาสตร์
เมื่อกระดาษคำถามถูกแจกจ่ายออกไป นักเรียนส่วนใหญ่เพียงแค่เดาคำตอบในข้อเขียนแล้วก็นอนหลับไป ส่วนที่เหลือก็ฝืนเขียนคำตอบลงไปได้เพียงไม่กี่ข้อก่อนจะหันไปวาดรูปเล่นบนกระดาษร่าง
มีเพียงถังซูซูเท่านั้นที่ตั้งใจทำข้อสอบอย่างขะมักเขม้น เธอไม่ได้หยุดพักเลยจนกระทั่งเสียงระฆังดังขึ้นเพื่อเรียกเก็บกระดาษคำตอบ
เธอถอนหายใจออกมาเบาๆ ด้วยความโล่งอก ในที่สุดก็ทำเสร็จเสียที แม้ว่าในข้อสุดท้ายเธอจะเขียนคำตอบได้เพียงแค่ข้อย่อยแรกก็ตาม
เด็กสาวที่นั่งแถวหน้าส่งกระดาษคำตอบเสร็จก็หันมามอง
แผ่นกระดาษคำตอบวิชาคณิตศาสตร์ของถังซูซูเต็มไปด้วยลายมือที่เขียนไว้อย่างเป็นระเบียบและหนาแน่น
เมื่อนึกถึงกระดาษคำตอบของตนเองที่ว่างเปล่าไปกว่าสองในสาม เธอจึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยเย้ยหยันออกมา "หึ พวกเราก็อยู่ก้นตารางเหมือนกันทั้งนั้น จะเขียนอะไรเยอะแยะขนาดนี้ ทำไปก็แค่สร้างภาพล่ะสิไม่ว่า!"
ถังซูซูเพิ่งส่งกระดาษคำตอบเสร็จตอนที่ได้ยินคำนั้นพอดี เธอจึงหันกลับไปมองเด็กสาวคนนั้นด้วยดวงตาใสกระจ่าง แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่มั่นคง "อยู่ก้นตารางแล้วมันทำไมหรือ การเป็นเด็กหลังห้องหมายความว่าฉันไม่มีสิทธิ์ตั้งใจทำข้อสอบอย่างนั้นเหรอ"
เด็กสาวหัวเราะเยาะ "ฉันก็แค่กลัวว่าเธอตั้งใจทำไปตั้งนาน สุดท้ายก็ได้ศูนย์คะแนนยังไงล่ะ!"
"เรื่องนั้นเธอไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ฉันจะได้กี่คะแนนมันก็ไม่เกี่ยวกับเธอ ขอแค่ให้มันดีกว่าครั้งก่อน ความพยายามของฉันก็ถือว่าไม่สูญเปล่าแล้ว" ถังซูซูไม่ได้รู้สึกอับอายกับคำพูดของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย ต่อให้เธอจะไม่ได้คะแนนเลย เธอก็จะไม่นึกเสียใจภายหลัง
การเรียนรู้ก็เหมือนกับการฝึกดีดกู่เจิง ที่ต้องอาศัยการสะสมอย่างมหาศาลเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงคุณภาพ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าความพยายามในช่วงเวลานั้นจะไร้ความหมาย
ตราบใดที่เธอยังเพียรพยายาม ความก้าวหน้าย่อมเกิดขึ้นเสมอ
ยิ่งไปกว่านั้น เธอรู้สึกว่าตนเองได้เรียนรู้อะไรไปมากมายแล้ว
ท่าทีของถังซูซูนั้นดูสงบนิ่ง นิ้วมือเรียวงามของเธอเก็บรวบรวมกระดาษร่างบนโต๊ะอย่างเป็นระเบียบด้วยท่วงท่าที่ดูสง่างามและไม่แยแสต่อสิ่งใด จนทำให้เด็กสาวคนนั้นรู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นตัวตลกไปเสียเอง
เธอเริ่มรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา "เหอะ งั้นก็คอยดูเถอะว่าสอบครั้งนี้เธอจะได้กี่คะแนน คราวหน้าเธอก็ยังต้องมานั่งสอบห้องเดียวกับฉันเหมือนเดิมนั่นแหละ"
ถังซูซูยิ้มบางๆ โดยไม่มีเจตนาจะต่อความยาวสาวความยืดกับอีกฝ่าย
การสอบวิชาถัดไปกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว และเธอต้องการไปเข้าห้องน้ำ
หลี่ยางที่นั่งอยู่ตรงหัวมุมยังไม่ตื่นดีนัก เขาขยี้ตาตัวเองด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
นี่ใช่ถังซูซูจริงๆ หรือ
แต่ก่อนเวลาเธอมีเรื่องกับคนอื่น ถ้าไม่พุ่งเข้าหาเรื่องอย่างรุนแรง ก็คงด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคายไปแล้ว
แต่ตอนนี้ ทั้งคำพูด สายตา และการแสดงออก
ด้วยท่วงท่าอันสง่างามของเธอ เธอกลับขยี้ฝ่ายตรงข้ามได้อย่างราบคาบโดยไม่ต้องออกแรง
เขาอดไม่ได้ที่จะชูนิ้วหัวแม่มือให้ในใจ
สุดยอดไปเลย สุดยอดจริงๆ!
การสอบรายเดือนที่กินเวลาสองวันสิ้นสุดลงในที่สุด
บรรยากาศภายในห้องเรียนมีทั้งคนที่มีความสุขและคนที่เศร้าสร้อย
แน่นอนว่านักเรียนส่วนใหญ่ยังคงมีความกังวลอยู่
หลังจากเลิกเรียน ถังซูซูสะพายกระเป๋าเป้และเดินไปยังโรงจอดจักรยานพร้อมกับเชอจิ้งหาน
ตอนนี้ทั้งคู่ต่างก็ขี่จักรยานมาโรงเรียนด้วยกันทั้งสิ้น
"ซูซู เธอทำข้อสอบได้ไหม" เชอจิ้งหานถามเบาๆ
ทำได้ไหมอย่างนั้นหรือ ถังซูซูเอียงคอคิดอยู่ครู่หนึ่ง "ก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ มีบางข้อที่ฉันยังไม่ค่อยเข้าใจน่ะ"
"เหอะ!" ทันใดนั้น เสียงเยาะเย้ยดังมาจากทางด้านหลัง
เธอหันกลับไปมอง พบว่าเป็นเด็กสาวคนเดียวกับในห้องสอบที่เคยดูหมิ่นว่าเธอเป็นพวกเรียนแย่
เด็กสาวจ้องมองเธอ "ฉันบอกแล้วไงว่าพวกเราน่ะมันพวกเรียนไม่เอาถ่านเหมือนกัน จะแสร้งทำไปเพื่ออะไร ทำตัวยังกับว่าเป็นเด็กเรียนเก่ง พยายามไปก็เสียแรงเปล่า"
เดิมทีถังซูซูไม่ได้อยากจะใส่ใจด้วย แต่เด็กสาวคนนี้กลับหาเรื่องยั่วยุเธอครั้งแล้วครั้งเล่า
แววตาใสกระจ่างเริ่มปรากฏร่องรอยของความเย็นชา "แล้วถ้าความพยายามของฉันไม่สูญเปล่าล่ะ ถ้าฉันมีคะแนนที่ดีขึ้นมาจะว่ายังไง"
"มันจะเป็นไปได้ยังไงกัน" เด็กสาวเอ่ยด้วยความเหยียดหยาม
"ทำไมจะเปันไปไม่ได้ล่ะ ถ้าฉันพัฒนาขึ้นจริงๆ เธอต้องขอโทษฉันนะ!" สายตาของถังซูซูแน่วแน่และมั่นคง
ขณะนั้นเป็นช่วงเวลาเลิกเรียนที่มีคนพลุกพล่านพอดี การโต้เถียงของทั้งสองจึงดึงดูดความสนใจจากผู้คนรอบข้างได้ในทันที
เมื่อมีคนมามุงดูมากขึ้น เด็กสาวคนนั้นก็ยิ่งได้ใจ "ทุกคนมาดูนี่สิ! ถังซูซูบอกว่าเธอจะกลายเป็นเด็กเรียนเก่ง แถมยังบอกว่าที่ผ่านมาเธอตั้งใจเรียนมากด้วยนะ! แล้วยังบอกอีกว่าถ้าเธอเรียนดีขึ้น ฉันต้องขอโทษเธอด้วย!
พวกเธอคิดว่าคนอย่างยัยนี่จะพัฒนาขึ้นได้จริงๆ เหรอ
อ้อ จริงสิ ถ้าคราวก่อนเธอได้ศูนย์คะแนน แล้วคราวนี้บังเอิญดวงดีเดาข้อสอบถูกสักสิบสิบห้าคะแนน ฉันไม่ต้องขอโทษเธอแย่เลยเหรอ
ฮ่าๆๆๆ!"
ถังซูซูเคยทำเรื่องเด่นดังและไร้สติมามากมายสมัยที่เธอยังตามตื้อจินอวี่ฮ่าว ทุกคนจึงรู้จักเธอเป็นอย่างดี
เมื่อมาถึงจุดนี้ ทุกคนต่างก็เริ่มส่งเสียงหัวเราะเยาะเธอ
"ฮ่าๆ!"
"ฮ่าๆ!"
"ถ้าเธอเอาความพยายามสักครึ่งหนึ่งที่ใช้ตามจีบจินอวี่ฮ่าวมาใช้กับการเรียน ฉันถึงจะเชื่อว่าเธอพัฒนาขึ้นได้จริงๆ"
เชอจิ้งหานเห็นดังนั้นก็เริ่มรู้สึกร้อนใจ
เธอเป็นนักเรียนที่เก็บตัวและขี้อาย แต่เธอก็เห็นความพยายามของถังซูซูมาโดยตลอด แม้จะรู้สึกหวาดกลัวอยู่บ้าง แต่เธอก็ยังกล้าก้าวออกมาปกป้องเพื่อน
"ไม่ใช่นะคะ ช่วงนี้ซูซูตั้งใจเรียนมากจริงๆ ความก้าวหน้าของเธอก็เห็นชัดมากด้วย"
เพื่อนร่วมห้องของถังซูซูอีกคนหนึ่งก็ก้าวออกมาเช่นกัน "ใช่แล้ว ช่วงนี้ถังซูซูขยันมากจริงๆ พวกเราเป็นพยานได้ เธอไม่ควรจะมาดูถูกคนอื่นแบบนี้เลยนะ"
ถังซูซูมองดูเพื่อนร่วมชั้นที่ออกมาพูดแทนเธอ หัวใจของเธอพลันรู้สึกอบอุ่นขึ้นมา
ที่แท้เพื่อนๆ ในห้องของเธอก็น่ารักถึงเพียงนี้
เธอก้าวไปข้างหน้า เดินไปหยุดอยู่ที่กึ่งกลางฝูงชนแล้วมองไปรอบๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า "ความพยายามไม่ใช่เรื่องน่าอาย สิ่งที่น่าอายคือการที่ตัวเองไม่ยอมพยายามแล้วยังไปหัวเราะเยาะคนที่เขาตั้งใจเรียนต่างหาก
ช่วงนี้ฉันตั้งใจเรียนมากจริงๆ บางทีฉันอาจจะไม่สามารถสอบได้ลำดับต้นๆ ของห้องเหมือนกับเพื่อนร่วมโต๊ะของฉันได้ แต่ขอเพียงแค่ฉันมีการพัฒนาที่ดียิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับตัวเองในอดีต ความพยายามของฉันก็ถือว่าประสบผลสำเร็จแล้ว
ทุกคนต่างก็มีสิทธิ์ที่จะวิ่งไล่ตามความฝันของตัวเองกันทั้งนั้น!"
แสงอาทิตย์ยามอัสดงอาบทอลงบนตัวของเด็กสาว ราวกับห่อหุ้มเธอไว้ด้วยรัศมีสีทองบางๆ
เธอยืนหยัดอยู่อย่างเปิดเผยและสง่างาม แม้หน้าตาของเธอจะไม่ได้งดงามหยาดเยิ้มที่สุด แต่ดวงตาที่ใสกระจ่างและดูสูงส่งกลับทำให้ผู้คนรู้สึกดึงดูดเข้าหาโดยไม่รู้ตัว
"ถังซูซูพูดถูก ไม่มีใครกำหนดไว้เสียหน่อยว่าเด็กหลังห้องจะตั้งใจเรียนไม่ได้"
"นั่นน่ะสิ! การตั้งใจเรียนแล้วถูกหัวเราะเยาะมันเป็นเรื่องที่น่าตลกสิ้นดี!"
อย่างไรก็ตาม ยังคงมีบางคนที่ยังนิ่งเฉยและไม่ชอบหน้าถังซูซูอยู่
"อย่าเพิ่งมาซึ้งกันตอนนี้เลย คำพูดของถังซูซูฟังสวยหรูนะ แต่เราก็ต้องรอดูผลลัพธ์กันก่อน มาดูกันว่าครั้งนี้เธอจะทำได้สักกี่คะแนน!"
ในตอนนั้นเอง จินอวี่ฮ่าวก็เดินเข้ามา
ทุกคนต่างพากันหันไปมองเขาเป็นตาเดียว
เพราะใครๆ ต่างก็ลือกันว่า ที่ถังซูซูหันมาตั้งใจเรียนก็เพื่อที่จะทำเพื่อเขา
'ความฝัน' ของเธอที่ว่านั้น คงหมายถึงการได้ก้าวตามจินอวี่ฮ่าวให้ทัน
แต่จินอวี่ฮ่าวกลับรังเกียจถังซูซูเสียเหลือเกิน
บางทีเขาอาจจะเยาะเย้ยเธอว่าประเมินตัวเองสูงเกินไป
และเขาก็มีสิทธิ์เต็มที่ที่จะเยาะเย้ยเธอเช่นนั้น
จินอวี่ฮ่าวค่อยๆ เดินตรงมายังฝูงชน เขาตัวสูงกว่านักเรียนทั่วไป และมีดวงตาที่เย็นชาเฉยเมยคู่นั้น
เขาปรายตาไปที่ถังซูซู เด็กสาวยืนตัวตรงและจ้องมองเขาด้วยสายตาที่ไม่ได้ดูต่ำต้อยหรืออวดดีแต่อย่างใด
จากนั้นเขาก็หันไปมองเด็กสาวที่เคยดูถูกถังซูซู "คนที่ตัวเองไม่มีความทะเยอทะยานแล้วยังไปเยาะเย้ยคนอื่นที่เขากำลังพยายาม ถ้าไม่โง่เขลาก็คงมีจิตใจที่มุ่งร้าย!"
ใบหน้าของเด็กสาวคนนั้นพลันซีดเผือดลงในทันที
เธอยังคงขยับริมฝีปาก พยายามจะอธิบาย "ฉัน... ฉันแค่..."
แต่อึกอักอยู่นานก็ไม่สามารถยกเหตุผลใดๆ มาอ้างได้
สุดท้ายเธอก็วิ่งหนีไป
เหล่านักเรียนต่างมองจินอวี่ฮ่าวด้วยสายตาชื่นชม
เทพบุตรก็ยังคงเป็นเทพบุตรอยู่วันยันค่ำ ช่างมีจิตใจที่กว้างขวางเหลือเกิน
แม้ว่าถังซูซูจะตามตื้อเขาจนน่ารำคาญและเขาก็ไม่ได้ชอบเธอ แต่เขาก็ยังยอมออกมาพูดให้ความเป็นธรรมแก่เธอ
เมื่อเรื่องซุบซิบจบลง เหล่านักเรียนก็พากันแยกย้าย
ถังซูซูจูงจักรยานออกมาที่หน้าประตูโรงเรียนพร้อมกับเชอจิ้งหาน
เส้นทางกลับบ้านของทั้งคู่ไปกันคนละทาง จึงโบกมือลาและแยกย้ายกันไป
"ถังซูซู!"
จู่ๆ ก็มีใครบางคนเรียกชื่อเธอจากทางด้านหลัง
เธอหันกลับไป พบว่าเป็นจินอวี่ฮ่าวนั่นเอง
ถังซูซูเอียงคอพลางชี้ไปที่ตัวเอง "เรียกฉันเหรอคะ"
"อืม" จินอวี่ฮ่าวพยักหน้าพลางก้าวเดินเข้ามาด้วยเรียวขายาวของเขา
"มีอะไรหรือเปล่าคะ" ถังซูซูขยับตัวหลบเข้าข้างทาง เพราะเกรงว่าจะไปขวางทางนักเรียนคนอื่นๆ
ในเย็นช่วงต้นฤดูใบไม้ร่วง ใบไม้สีเขียวเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทีละน้อย และยังมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกหมื่นลี้ลอยมาตามลม
จินอวี่ฮ่าวก้มหน้าลงมอง เด็กสาวเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาของเธอใสราวกับบ่อน้ำพุที่บริสุทธิ์และแจ่มกระจ่าง
เธอเปลี่ยนไปมากจริงๆ เมื่อเทียบกับเมื่อก่อน แต่เขาก็ยังคงไม่ชอบเธออยู่ดี
"เป็นเรื่องดีนะที่เธอตั้งใจเรียน แต่เรื่องความฝันก็ควรคิดทบทวนให้ดีๆ"
ถังซูซูรู้สึกสับสนเล็กน้อย จู่ๆ เขามาคุยเรื่องความฝันกับเธอทำไมกัน
อย่างไรก็ตาม เธอรู้ว่าจินอวี่ฮ่าวไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร เพียงแต่ถังซูซูคนเดิมสร้างความลำบากใจให้เขาไว้มาก เขาจึงมีอคติต่อเธอเป็นธรรมดา
อีกอย่าง พระเอกในนิยายคงไม่มีทางเป็นคนที่มีนิสัยไม่ดีหรอก
เธอจึงตอบไปตามมารยาท "ฉันทราบแล้วค่ะ แน่นอนว่าเรื่องความฝันต้องปฏิบัติด้วยความรอบคอบ และฉันจะพยายามต่อไป ถ้าคุณมีเรื่องจะบอกฉันแค่นี้ ฉันก็รับทราบแล้วค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ"
เพราะต้องเตรียมตัวสอบรายเดือน ในช่วงสองวันที่ผ่านมาเธอจึงไม่ได้ไปหาเหอจือโม่เลย