เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 68 เหตุการณ์ในสำนักเจ็ดลึกล้ำ

ตอนที่ 68 เหตุการณ์ในสำนักเจ็ดลึกล้ำ

ตอนที่ 68 เหตุการณ์ในสำนักเจ็ดลึกล้ำ


ตอนที่ 68 เหตุการณ์ในสำนักเจ็ดลึกล้ำ

“จะทำยังไงดี?!” ซ่งเจียมองแผ่นหินตรงหน้าด้วยสายตาที่รู้สึกแทบคลุ้มคลั่ง

“คงต้องออกไปสอบถามจ้าวสำนักให้ตัดสินใจ คาดเดาว่าก่อนหน้านี้อาจมีข้อจำกัดบางอย่างคงอยู่ แต่เพราะแรงสั่นสะเทือนเมื่อครู่อาจทำให้ข้อจำกัดนั่นพังทลาย จนกระทั่งแผ่นหินปรากฏขึ้นมา และเป็นไปได้ว่านั่นจะเป็นแผ่นหินที่บรรพชนเหลือเอาไว้!” โจวสวี่ไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนโดยไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน

“ดี!”

เนื่องจากฤทธิ์ของใบการบูรเหลือระยะเวลาอีกไม่มากแล้ว ทั้งสองจึงไม่เหลือเวลาให้ครุ่นคิดอีกต่อไป โจวสวี่ก้าวเดินมุ่งตรงไปเพื่อนำแผ่นหินเก็บเข้าถุงมิติ ถัดจากนั้นจึงรีบกลับไปตามเส้นทางเดิม

จี้เตี๋ยยังไม่ออกมา แต่พวกเขาก็ไม่มีเวลารออีกฝ่ายแล้วเช่นกัน ด้วยเหตุนี้ทั้งสองจึงก้าวขึ้นไปบนแท่นบูชา จนชั่วพริบตาไปปรากฏตัวที่โถงใหญ่

“เหตุใดออกมาแค่พวกเจ้า จี้เตี๋ยเล่า?” หลิวเทาชะงักที่พบเห็นว่าออกกันมาเพียงแค่สองคน

“เขาอาจไม่ได้ใช้ใบการบูรตามเวลาที่กำหนด บางทีอาจจมไปในภาพมายาจนไม่อาจออกมาได้แล้วเจ้าค่ะ” ซ่งเจียพยายามบอกกล่าวขณะแทบอดกลั้นความยินดีเอาไว้ไม่มิด

“นี่มันเรื่องอะไรกัน…” หลิวเทาเผยสีหน้าแปรเปลี่ยน เนื่องจากจี้เตี๋ยยังเยาว์แต่กลับสามารถทะลวงสู่ขอบเขตกลั่นลมปราณขั้นที่เจ็ดได้สำเร็จแล้ว พรสวรรค์ของเขาเลิศล้ำอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ก็หาได้คาดคิดไม่ว่าจะสะดุดล้มลงเพราะเรื่องนี้…

ตอนนี้เองที่สายตาของเขาเริ่มหันไปให้ความสนใจยังแผ่นป้ายหิน

“นั่น…” หลิวเทามองตัวอักษร ‘มหากระจ่าง’ บนแผ่นหินด้วยสายตาร้อนรนและยินดี และแม้ว่าเพิ่งเผชิญเรื่องไม่คาดคิด แต่ความร้อนรุ่มเริ่มแผ่ซ่านภายในหัวใจของเขา ตอนนี้เองที่ปรากฏตัวตรงหน้าแผ่นหิน ความโศกเศร้าที่จี้เตี๋ยต้อง ‘ตาย’ ในสถานที่หวงห้ามพลันลดเลือน

ผู้อาวุโสซุนเกิดความสงสัยต่อพฤติกรรมดังกล่าว เพราะมันก็เป็นเพียงแค่แผ่นหิน ไฉนเลยตื่นเต้นยินดีขนาดนั้น? แต่ยามพบเห็นตัวอักษร ‘มหากระจ่าง’ อันสะดุดตาบนแผ่นหิน เขาถึงกับชะงักก่อนจะก้าวเดินออกไปตรวจสอบ

“นี่มัน… คัมภีร์มหากระจ่างจริงหรือนี่? โจวสวี่ ซ่งเจีย พวกเจ้าทั้งสองได้รับมาอย่างไร!” ผู้อาวุโสซุนเผยอาการตื่นเต้นยินดีออกมา

หลิวเทาที่ยืนอยู่เคียงข้างพลันโบกมือเพื่อผนึกฟ้าดิน ม่านพลังปกคลุมทั้งห้องโถงแห่งนี้ในทันใด ยกเว้นกรณีมีผู้ฝึกตนที่ขอบเขตสูงส่งกว่าตัวเขา ผู้อื่นจะไม่อาจสอดส่องเข้ามาได้

ตอนนี้เองที่ฝ่ามือของเขาเริ่มลูบสัมผัสกับอักขระบนแผ่นหิน

อักขระเหล่านี้เห็นได้ชัดว่าผ่านช่วงกาลเวลาหลายร้อยปี ทั้งยังพอรับรู้ถึงสภาวะพลังของบรรพชนได้อย่างคลุมเครือ

“ก่อนหน้านี้เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในพื้นที่หวงห้ามขอรับ ถัดจากนั้นแผ่นหินนี่จึงปรากฏขึ้นมาจากพื้น” คนทั้งสองเริ่มไล่เรียงถึงทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้

“นี่เป็นสิ่งที่บรรพชนของเราเหลือเอาไว้หรือนี่?” ภายหลังได้รับฟังว่าแผ่นหินนี้ปรากฏขึ้นมาได้อย่างไร ผู้อาวุโสซุนและหลิวเทาต่างมองหน้ากันเอง

ขณะพวกเขากำลังคาดเดากันอยู่นั้น ตอนนี้เองที่ประกายแสงสีทองเรืองรองได้สาดส่องออกมาจากแผ่นหิน ชั่วพริบตาอักขระจำนวนมหาศาลพลันปรากฏบนฟากฟ้า แม้ว่าพวกมันจะอยู่ไกลห่างจนเลือนราง แต่มันก็สาดส่องจนปกคลุมพื้นแผ่นดินในระยะนับแสนลี้!

ในตอนนี้เองที่คำทั้งสอง ‘มหากระจ่าง’ ในหมู่อักขระทั้งหลายได้ปรากฏออกมาอย่างโดดเด่นที่สุด! พร้อมกับแสงทองคำอันนับไม่ถ้วนที่แผ่พุ่งออกมา!

บรรยากาศภายในห้องโถงใหญ่เงียบสงบ แต่ละคนต่างเผยสีหน้าแปรเปลี่ยน!

เพราะทันทีที่แสงสว่างเรืองรองนี้ปรากฏและปกคลุมฟากฟ้า ทั่วทั้งแผ่นดินรัฐครามต้องสั่นสะเทือน ภายในสำนักอันทรงอำนาจทั้งหลาย กระทั่งบรรพชนที่มักจะเก็บตัวฝึกฝนยังต้องย่างก้าวออกมายังโลกภายนอก เพื่อรับคำอักขระ ‘มหากระจ่าง’ อันโดดเด่นยิ่งใหญ่บนฟากฟ้าด้วยสีหน้าตื่นเต้นและยินดี

“นั่นมัน… คัมภีร์มหากระจ่าง!”

“ทิศทางนั่น… ที่ตั้งของสำนักเจ็ดลึกล้ำไม่ใช่หรือ…”

“รีบไปสำนักเจ็ดลึกล้ำโดยทันที คัมภีร์มหากระจ่างต้องตกเป็นของข้า!”

เหล่าบรรพชนสูงวัยจากทั่วสารทิศต่างเผยความตื่นเต้นยินดี พวกเขาเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสายรุ้งเส้นยาวออกเดินทาง ทั้งหมดมุ่งหน้าไปยังสถานที่เกิดเหตุ ปรมาจารย์และยอดฝีมือแทบทั้งรัฐครามต่างออกเดินทางกันสุดชีวิต กระทั่งว่ายินดีจ่ายศิลาวิญญาณจำนวนมหาศาลเพื่อใช้ค่ายอาคมเคลื่อนย้าย เพียงเพื่อเดินทางไปให้ถึงสำนักเจ็ดลึกล้ำก่อนใคร!

ขณะเวลานี้เองที่สำนักเจ็ดลึกล้ำเกิดความโกลาหล เหล่าศิษย์จากทั้งฝั่งเหนือและฝั่งใต้ต่างเงยหน้ามองฟ้าด้วยความประหลาดใจ พวกเขาได้เห็นอักขระทองคำบนฟากฟ้า แต่หาได้ทราบไม่ว่ามันหมายความถึงอะไร

“จ้าวสำนัก…” ณ ยอดเขาหลัก โจวสวี่และซ่งเจียเผยอาการสับสน เพราะปัจจุบันพวกเขาออกมายังภายนอกอาคารและเงยหน้ามองฟากฟ้าที่พร่างพรายด้วยแสงเจิดจ้า ทว่ามันกลับทำพวกเขาเผยสีหน้าซีดเผือดจนตกอยู่ในความสับสน

หลิวเทาไม่กล่าวคำใด เขาเพียงแค่ยืนนิ่งหน้าหออยู่ชั่วครู่ และตอนนี้เองที่เขาพลันเผยท่าทีราวกับจำต้องยอมรับต่อเหตุการณ์

“บัดซบ! เหตุใดแผ่นหินนี่ถึงทำเช่นนี้! เพราะอะไรท่านบรรพชนถึงได้ทำเช่นนี้กัน? นี่มันต่างอะไรกับการทำร้ายพวกเรา!” ผู้อาวุโสซุนที่ออกมาเงยหน้ามองฟากฟ้าเช่นกัน เวลานี้นัยน์ตาของเขาหรี่แคบและรู้สึกราวกับใจสลาย กระทั่งเกิดคำถามตามขึ้นมามากมาย เพราะไม่ทราบว่าเหตุใดบรรพชนของสำนักถึงได้ทำเช่นนี้

ปัจจุบันคัมภีร์มหากระจ่างได้เปิดเผยแล้วว่าปรากฏขึ้นที่สำนักเจ็ดลึกล้ำ การได้ครอบครองสมบัติวิเศษเช่นนี้ย่อมตกเป็นเป้าหมายของผู้คน ถึงขนาดว่าอาจถูกบดขยี้จนสำนักไม่เหลือทางรอด!

“แผ่นหินนี่เป็นของปลอม!” หลิวเทาเอ่ยคำออกมาด้วยอาการสั่นเทา ความยินดีก่อนหน้านี้เลือนหายวับ กระทั่งว่ากลับกลายเป็นความสิ้นหวัง

เขาเงยหน้ามองขึ้นไปบนฟากฟ้า อักขระสีทองเริ่มเลือนหายกระจายตัว ภายในใจของเขากำลังเชื่อมโยงเรื่องราวทั้งหมดเข้าด้วยกัน

แผ่นหินนี้ถูกทิ้งเอาไว้ในพื้นที่หวงห้ามโดยบรรพชนเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ผู้อื่นมาแย่งชิงเอาของจริงไปได้…

ผู้ใดกันคาดคิดว่าเพราะเหตุการณ์แผ่นดินไหว ผนึกที่เคยมีได้คลายออก จนเกิดเหตุบังเอิญให้พวกโจวสวี่ไปพบเข้าและนำออกมา!

ปัจจุบัน แสงทองคำที่ปกคลุมฟากฟ้าในระยะนับแสนลี้เริ่มกระจายตัวและเลือนหาย เพียงแต่มันไม่ใช่หมายความว่าวิกฤตจะได้รับการคลี่คลาย

“สำนักเจ็ดลึกล้ำจบสิ้นกันแล้ว!” น้ำเสียงของหลิวเทาแสดงออกถึงความอิดโรย เขาสะบัดแขนเสื้อ และทันใดนี้เองที่ม่านพลังอันยิ่งใหญ่ได้เผยตัวเหนือฟากฟ้าระหว่างฝั่งเหนือและฝั่งใต้ มันคือค่ายอาคมพิทักษ์สำนักเจ็ดลึกล้ำ

“ในเมื่อมันเป็นของปลอม… หากว่าใช้งานไม่ได้ ถ้าเช่นนั้นพวกเราก็ควรส่งให้ผู้อื่น!” ใบหน้าของกลุ่มคนที่ได้รับฟังแปรเปลี่ยน ขณะผู้อาวุโสซุนเสนอทางออกขึ้นมา

ส่งให้ผู้อื่น?

หลิวเทาเผยยิ้มขื่นขม “ต่อให้พวกเราส่งมอบออกไปก็คงไม่มีผู้ใดเชื่อ ก้อนโคลนสีเหลืองติดกางเกง ผู้อื่นจะมองว่ามันเป็นอะไรที่พวกเขาเชื่อ…”

ไม่ช้าภายหลังเอ่ยคำจบ สายรุ้งยาวได้ตัดผ่านฟากฟ้าจากทั่วสารทิศมุ่งมา สายรุ้งที่ยาวนำหน้ากว่าใครเพื่อนคือผู้เฒ่าชราทั้งห้า พวกเขาต่างสวมใส่ชุดอันแพงล้ำบ่งบอกฐานะ และพวกเขาเหล่านี้คือบรรพชนแห่งกองกำลังใหญ่ในรัฐคราม

สภาวะพลังที่พวกเขาแผ่ออกมาแข็งแกร่งอย่างล้นเหลือ เรียกได้ว่าไม่ด้อยไปกว่าหลิวเทาผู้เป็นจ้าวสำนัก กระทั่งว่ามีบางคนแข็งแกร่งยิ่งกว่าเสียด้วยซ้ำ

ด้านหลังแต่ละคนต่างกีมีร่างอีกมากมายเดินทางตามมา แม้ว่าสภาวะพลังของพวกเขาจะไม่ได้แข็งแกร่งเท่าเหล่าบรรพชน แต่ก็แข็งแกร่งอย่างล้นเหลือ และทั้งหมดเป็นขอบเขตสร้างรากฐาน!

“เจ้าหนูหลิวเทา! หยุดทำเป็นเสแสร้ง! สำนักเจ็ดลึกล้ำของเจ้าค้นพบสมบัติลับอันใด?” ตอนนี้เองที่เสียงหัวเราะดังออกมาจากกลุ่มคนทั้งห้า บุคคลที่พูดกล่าวคือชายชราหลังค่อมผู้มีใบหน้าแห้งผากราวกับเปลือกของต้นไม้ที่ตายแล้ว อีกฝ่ายคือผู้มีชื่อเสียงในรัฐคราม

เสียงนี้ดังจนทั่วทั้งสองฝั่งของสำนักเจ็ดลึกล้ำต่างได้ยิน มันเป็นเสียงทรงอำนาจเปรียบประหนึ่งฟ้าคำรามเบื้องบนจนสะเทือนถึงเบื้องล่าง ชั่วพริบตานี้เองที่ค่ายอาคมพิทักษ์สำนักถูกทำลาย พลังอันยิ่งใหญ่พลันวาบผ่านทั้งฝั่งเหนือและใต้ประหนึ่งคลื่นยักษ์ จนกระทั่งทำอาคารมากมายพังทลายลงแห่งแล้วแห่งเล่า

เรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นเหตุให้เหล่าศิษย์สำนักเกิดความหวาดกลัว พวกเขากำลังมองตัวตนประหนึ่งเทพเซียนบนฟากฟ้าด้วยสายตาหวาดผวา มันเป็นความรู้สึกที่พวกเขาเป็นเปรียบดังมดปลวกอันไร้ค่า

“เหอะ! ทำเอาข้านึกสงสัยว่าอะไรนำท่านมาเยือนสำนักเจ็ดลึกล้ำของข้า!” หลิวเทาทะยานร่างขึ้นสู่ฟากฟ้าพร้อมโบกมือ เพื่อสลายการโจมตีกลางอากาศจนเลือนหายพร้อมมองตอบด้วยความไม่พอใจ

“เหอะ หลิวเทาเอ๋ย หยุดทำเป็นเสแสร้ง เกิดเรื่องราวใหญ่โตเช่นเมื่อครู่ ทั่วทั้งรัฐครามต่างทราบกันถ้วนหน้าแล้ว หากว่าสำนักเจ็ดลึกล้ำไม่อยากถูกทำลายในวันนี้ เช่นนั้นจงลี้ภัยและไปหาสถานที่อื่นอยู่อาศัย พวกเราจะออกค้นหาคัมภีร์มหากระจ่างที่นี่” ชายชราผู้เป็นประหนึ่งเซียนแค่นเสียงตอบเย้ยหยัน

น้ำเสียงของเขาดังกึกก้องไปทั่วทั้งสำนักเจ็ดลึกล้ำ สีหน้าของเหล่าศิษย์สำนักที่ยังไม่ทราบเรื่องราวพลันต้องเหยเกในทันใด

“จ้าวสำนัก กรณีเลวร้ายที่สุดคือปะทะกับพวกมัน!” ผู้อาวุโสซุนมองยังหลิวเทาด้วยสายตาอันคมกล้าเด็ดเดี่ยว

“จ้าวสำนัก พวกเรายินดีอยู่และตายที่สำนักเจ็ดลึกล้ำแห่งนี้!” ตอนนี้เองที่โจวสวี่และซ่งเจียต่างเผยท่าทีมุ่งมั่นออกมา

“จ้าวสำนัก พวกเราก็เช่นกันขอรับ!” ตอนนี้เองที่เหล่าศิษย์จากฝั่งเหนือเริ่มมาปรากฏตัวกันที่หอใหญ่

แต่ก็มีหลายคนที่ยามพบเห็นแสงทองคำบนฟากฟ้า จนคาดเดาและเกิดสังหรณ์ว่าจะเกิดเรื่องร้ายจนเผ่นหนี

ภายในพื้นที่หวงห้าม จี้เตี๋ยหาได้ทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้นภายนอกไม่ แต่เขายังคงรับรู้ได้สิ่งหนึ่ง นั่นคือพื้นแผ่นดินเบื้องล่างของตนเองมันเริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรงอีกครั้ง

“บ้าฉิบ มันเรื่องอะไรกันอีก! ขอเวลาพินิจด้วยดีอีกสักพักไม่ได้หรือไรกัน!”

จบบทที่ ตอนที่ 68 เหตุการณ์ในสำนักเจ็ดลึกล้ำ

คัดลอกลิงก์แล้ว