เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 47 ทำได้ไม่ยาก

ตอนที่ 47 ทำได้ไม่ยาก

ตอนที่ 47 ทำได้ไม่ยาก


ตอนที่ 47 ทำได้ไม่ยาก

“ลงมือได้แล้ว ข้าจะเฝ้ามองอยู่เคียงข้าง หากเกิดอะไรผิดพลาดจะได้ช่วยชี้แนะ” บางทีอาจเพราะตระหนักได้ว่าท่าทีเมื่อครู่นี้ดูแห้งแล้งไปบ้าง น้ำเสียงของซูลั่วจึงเริ่มโอนอ่อนลง

จี้เตี๋ยไม่ได้ตอบกลับคำใด เพียงแค่รับวัตถุดิบปรุงยารวบรวมลมปราณมา เพราะไม่ว่าเขาจะอธิบายอย่างไร มันก็คงไม่ดีเท่าการแสดงให้เห็น

ภายใต้สายตาจ้องมองของซูลั่ว เขานำเอาหม้อปรุงยาสีดำออกมาจากถุงมิติ ก่อนจะพลิกนิ้วขยับเคลื่อนไหวตามคำชี้แนะ อัคคีที่เกิดขึ้นโดยวิชานาคาอัคคีเริ่มเผาไหม้ที่ด้านล่างของก้นหม้อ

ขณะอุณหภูมิของตัวหม้อสูงขึ้น เขาเริ่มนำสมุนไพรวิญญาณสำหรับใช้ปรุงยารวบรวมลมปราณใส่เข้าสู่หม้อทีละหนึ่งไล่เรียง

เนื่องจากไม่ใช่การปรุงยาขั้นต้นระดับหนึ่งครั้งแรก นอกจากนี้ยังได้เรียนรู้เคล็ดวิชาจากซูลั่วมาตลอดช่วงหลายวัน รวมถึงได้รับชมการปรุงยาของนางกับตาตนเอง ความรู้ความเข้าใจในวิชาปรุงยาของเขาจึงเพิ่มขึ้นไม่ใช่น้อย

จี้เตี๋ยมีความมั่นใจ ว่าแม้เป็นยาขั้นกลางระดับหนึ่งก็สามารถปรุงได้

ทว่าตอนนี้เขาต้องหยุดความคิดฟุ้งซ่าน เพราะต้องใช้พลังจิตตรวจจับอุณหภูมิของอัคคีเพลิง ขณะเดียวกันก็ต้องควบคุมการปอกเปลือกของสมุนไพรวิญญาณ แม้เป็นขั้นตอนที่ง่าย แต่สีหน้าของเขาก็ค่อนข้างจริงจัง

กระบวนการที่ดำเนินไปอย่างเชี่ยวชาญ เป็นเหตุให้เด็กสาวที่รับชมอยู่ข้างเคียงต้องประหลาดใจ

แม้ว่าฝีมือของจี้เตี๋ยจะด้อยกว่าตนเอง แต่ก็ไม่ได้เลวร้ายไปกว่านักปรุงยาขั้นต้น หรือบางทีอาจเทียบเคียงกับนักปรุงยาขั้นกลาง

‘ชายผู้นี้ ข้าประมาทเกินไป เพียงแต่ในกระบวนการปรุงยา ไม่ว่าระหว่างดำเนินการจะสวยหรูแค่ไหน ตราบเท่าที่สุดท้ายไม่เกิดผลลัพธ์ก็ไม่อาจวัดผลอะไรได้…’

นางแค่ครุ่นคิดในใจและรับชมต่อเนื่อง ไม่ช้าสมุนไพรวิญญาณจึงถูกหลอมภายในหม้อด้วยอุณหภูมิที่ค่อนข้างสูง

พลังจิตของจี้เตี๋ยยังคงจดจ่ออยู่กับความเคลื่อนไหวภายใน พลังวิญญาณเริ่มโคจรเพื่อคัดแยกเอาแก่นของตัวยาออกมา สุดท้ายกลิ่นหอมของยาจึงเริ่มลอยฟุ้งในอากาศ

ยิ่งซูลั่วได้รับชมมากเท่าไหร่ นางก็ยิ่งประหลาดใจมากขึ้นเท่านั้น เพราะยาที่ปรุงหม้อนี้มันไม่มีอะไรผิดพลาดที่เกินคาดให้พบเห็น

หากว่าเป็นคนอื่นที่เคยปรุงยามาสักหลายปี มันคงไม่ใช่เรื่องที่นางต้องประหลาดใจ

เพียงแต่คนตรงหน้าเพิ่งเริ่มศึกษาวิถีแห่งการปรุงยาเมื่อสองเดือนก่อน…

สองเดือนอาจฟังดูยาวนาน แต่สำหรับนักปรุงยาแล้ว มันเป็นแค่ช่วงเวลาแห่งการเริ่มต้น แค่ช่วงเวลาสองเดือนนั้น บางคนอาจยังไม่สามารถจำแนกสมุนไพรวิญญาณด้วยซ้ำไป

การจะให้ปรุงยาด้วยตนเองยิ่งเป็นเรื่องแล้วใหญ่…

จี้เตี๋ยที่ไม่ทราบว่าอีกฝ่ายครุ่นคิดสิ่งใดอยู่ เวลานี้จึงพยายามสงบใจเอาไว้

ยามที่ความไม่บริสุทธิ์ทั้งหมดในตัวสมุนไพรวิญญาณถูกกำจัด ให้เหลือเพียงแค่แก่นแท้ที่ควบแน่นขึ้นจากยาเหลว เขาเริ่มใช้วิชาการควบแน่นเม็ดยาที่เรียนรู้มาจากซูลั่ว นอกจากนี้ยังมีการยกมือขึ้นตบลงที่หม้อปรุงยาเป็นครั้งคราว

เวลาผันผ่านเชื่องช้า แต่ก็เหมือนจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว ภายใต้การบีบอัดของพลังที่ไม่อาจมองเห็น ยาเหลวภายในหม้อจึงเริ่มก่อตัวเกิดขึ้นเป็นเม็ดยาทรงกลมทั้งสี่!

ได้ยาเม็ดแล้ว!

จี้เตี๋ยเร่งรีบดับเปลวเพลิงและใช้พลังวิญญาณควบคุมยาทั้งสี่เม็ดให้ลอยขึ้น เพื่อนำพวกมันออกมาจากหม้อและส่งไปยังมือของซูลั่ว

“ศิษย์พี่หญิงซู เป็นอย่างไรบ้างขอรับ?” จี้เตี๋ยมีสภาพลมหายใจค่อนข้างปกติ เพราะภายหลังพลังจิตได้รับการเสริมกำลัง เขาจึงแทบไม่รู้สึกเหนื่อยล้า

“อ้อ…” ซูลั่วที่ถูกถามต้องใช้เวลานานกว่าจะตอบสนอง

“นี่เจ้าเพิ่งเคยปรุงยาครั้งแรกงั้นหรือ?”

“ก่อนขอให้ท่านสอน อัตราสำเร็จการปรุงยาขั้นต้นระดับหนึ่งของข้าคือแปดในสิบขอรับ ภายหลังเรียนรู้และฟังคำอธิบาย รวมถึงได้รับชมท่านปรุงยาจึงได้ความรู้เพิ่มเติมไม่น้อย ตอนนี้มั่นใจว่าหากเป็นยาขั้นต้นระดับหนึ่งน่าจะมีอัตราสำเร็จที่เก้าในสิบขอรับ” จี้เตี๋ยยิ้มตอบ

สายตาของซูลั่วทั้งอับอายและโกรธเคือง เพราะตอนนี้นางเพิ่งได้ตระหนัก ว่าที่จี้เตี๋ยกล่าวว่าต้องการปรุงยาขั้นกลางระดับที่หนึ่งนั้นมีเหตุผล เพราะการปรุงยาขั้นต้นระดับที่หนึ่งแทบไม่ใช่เรื่องยากสำหรับอีกฝ่ายแม้แต่น้อย

ทั้งที่ในตอนนั้นนางเคยคิด ว่าเด็กหนุ่มถือดีและทะเยอทะยานจนเกินไป

“แม้ว่าเจ้าปรุงยาขั้นต้นระดับที่หนึ่งได้แล้ว แต่ก็อย่าเพิ่งถือดีจนเกินไป การปรุงยาไม่ได้ง่ายดายดังเช่นที่คิด ดังนั้นจึงไม่ควรรีบร้อนปรุงยาขั้นกลางระดับที่หนึ่ง สิ่งสำคัญคือการวางรากฐานให้ดีตั้งแต่แรก สำหรับวันนี้ถือว่าทำได้ดีมาก กลับไปก่อนได้” เด็กสาวฮึมฮัมตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชาและกล่าวเตือน ทั้งยังราวกับว่าไม่คิดอยากเห็นหน้าเด็กหนุ่มต่อ เวลานี้จึงโบกมือเป็นการไล่

“ขอรับ ขอตัวลาศิษย์พี่หญิงซูขอรับ” จี้เตี๋ยทราบดีว่าเพื่ออนาคตที่สว่างสดใสควรตอบรับเช่นไร เวลานี้จึงเกาแก้มตนเองแก้เขินโดยไม่ตอบรับคำอื่นใด จนสุดท้ายออกมาจากถ้ำของนาง และตอนนี้เองที่ได้ยินเสียงอันราบเรียบดังขึ้น

“ศิษย์น้องหญิงซูลั่ว… ไม่สิ เจ้าเป็นใคร? เพราะอะไรถึงออกมาจากถ้ำถึงศิษย์น้องหญิงซูลั่ว? หรือคิดมาลักขโมยสิ่งของ?” ผู้ที่ตั้งคำถามเป็นเด็กหนุ่มร่างอ้วนเตี้ย ขณะนี้อีกฝ่ายยืนอยู่ไม่ไกลจากปากถ้ำด้วยสีหน้าท่าทีเป็นปรปักษ์อย่างเด่นชัด

จี้เตี๋ยที่ได้ยินเสียงจึงหันมองไป ตอนนี้เองที่ได้ตระหนักถึงวิกฤตจากผู้มาเยือนซึ่งไม่เคยคาดคิด กระทั่งลอบประหลาดใจ!

เพราะหากจะมีผู้ที่สามารถมอบความรู้สึกถึงวิกฤตเช่นนี้ให้แก่เขาได้ ก็มีแต่ต้องเป็นผู้ฝึกตนกลั่นลมปราณระดับสูง!

ถ้าเช่นนั้นสถานะตัวตนของอีกฝ่ายตรงหน้าก็คงพอจำแนกได้ ว่าเป็นศิษย์จากฝั่งเหนือ!

“ตอบมา เจ้าเป็นใครและทำไมถึงออกมาจากถ้ำของศิษย์น้องหญิงซูลั่ว”

เด็กหนุ่มร่างอ้วนท้วนจับจ้องมองมาไม่วางตา และขณะจี้เตี๋ยกำลังจะอธิบาย เด็กสาวที่ได้ยินเสียงจึงวิ่งออกมาจากถ้ำพร้อมเสียงฝีเท้าดัง

“เป็นสหายข้า! เซี่ยปิน ที่นี่ไม่ต้อนรับเจ้า จงออกไปเดี๋ยวนี้!” นางหยุดยืนที่ตรงหน้าจี้เตี๋ยด้วยร่างเล็กจ้อย ทั้งยังกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงดุดัน เป็นการบ่งบอกว่าไม่พอใจผู้มาเยือนตรงหน้า

“ที่แท้ก็เป็นมิตรสหายของศิษย์น้องหญิงซูลั่ว งั้นก็ไม่เป็นไร ศิษย์น้องหญิงซูลั่วอย่าเพิ่งโกรธไป ข้าเพียงแค่ห่วงหาถึงความปลอดภัยของเจ้า กลัวว่ามันจะเป็นคนมีเจตนาคิดร้าย…” เด็กหนุ่มร่างอ้วนท้วนยิ้มตอบขณะนำขวดหยกออกมาพลางเอ่ยคำเยินยอ

“นี่คือยาย้อนฝัน ข้าได้ยินมาว่าศิษย์น้องหญิงซูกำลังจะทะลวงสู่การกลั่นลมปราณขั้นที่หกแล้ว ดังนั้นจึงนำมามอบให้เป็นการเฉพาะ”

จี้เตี๋ยเผยสีหน้าแปลกประหลาดใจ ขณะเดียวกันก็มองเรื่องราวตรงหน้าพลางรู้สึกได้ ว่าเด็กหนุ่มอ้วนท้วนตรงหน้าเหมือนจะพยายามตามจีบและเอาใจซูลั่ว…

และก็เป็นดังที่คาดเอาไว้ คำถัดมาของซูลั่วเป็นการยืนยันข้อสันนิษฐานของเขาให้ชัดเจน

“เฮอะ! บอกต่อเจ้าก็แล้วกัน ข้าไม่ได้ชอบอะไรในตัวเจ้า ดังนั้นจงยอมแพ้และละทิ้งความคิดเหล่านั้นไปเสีย! ส่วนเรื่องยาย้อนฝัน ข้าไม่ได้ต้องการ ดังนั้นนำมันกลับไปด้วย!”

หาได้คาดคิดไม่ว่าแม้เผชิญกับคำปฏิเสธที่ตรงจนไม่มีอะไรตรงกว่านี้ เด็กหนุ่มร่างอ้วนท้วนจะยังไม่ยอมถอย

“ถ้าเช่นนั้นก็ไม่เป็นไร ความชอบที่ข้ามีให้คือเรื่องของข้า! ตราบเท่าที่ศิษย์น้องหญิงซูยังไม่ตอบตกลง ข้าก็ยังสามารถตามจีบได้เรื่อยไป… จนเมื่อใดตกลง… และหากวันนี้ศิษย์น้องหญิงซูไม่ต้องการรับยานี้เอาไว้ ข้าก็จะยืนกรานมอบให้ไม่จากไปไหน!” เด็กหนุ่มร่างอ้วนท้วนแสดงท่าทีเด็ดเดี่ยวและเชื่อมั่นในตนเองเต็มประดา

“แค่ก แค่ก!” จี้เตี๋ยกระแอมไอออกมา เพราะเดิมเขาคิดว่าตนเองก็หน้าหนามากพอแล้ว

ผู้ใดกันคาดคิด ว่าอีกฝ่ายจะหน้าหนายิ่งกว่าจนเขาไม่อาจเทียบได้

“ส่งยามา!” ซูลั่วเกิดรู้สึกรำคาญกับความหน้าด้านนี้ สุดท้ายจึงยอมยื่นมือออกไป

“ศิษย์น้องหญิงซูเปลี่ยนใจแล้วหรือ?!” เด็กหนุ่มร่างท้วนแทบจะร่ำร้องออกมาด้วยความยินดี เพราะเขาไล่ตามจีบซูลั่วมานานไม่น้อย เพียงแต่ไม่เคยมีครั้งใดที่นางจะตอบรับ

และตอนนี้ในที่สุดนางก็ตอบรับเขาแล้ว!

การที่นางเปลี่ยนใจ ก็หมายถึงยอมรับตัวเขาแล้วใช่หรือไม่?!

ขณะเด็กหนุ่มร่างท้วนกำลังครุ่นคิดว่าพวกตนจะได้เป็นคู่รักผู้ฝึกตนและได้ร่วมกระทำเรื่องราวในภายภาคหน้าต่อกัน ตอนนี้เองที่ซูลั่วแค่นเสียงขึ้นจมูกดังขึ้น ก่อนจะส่งขวดหยกที่รับมาแล้วให้กับจี้เตี๋ย “เจ้ารับเอาไป!”

ไม่เพียงแต่เด็กหนุ่มร่างท้วนที่ชะงัก แต่จี้เตี๋ยเองก็เผยท่าทีสับสนออกมา

และไม่ช้า ความเงียบอันน่าอึดอัดจึงดำเนิน

“ไอ้หนู หากเจ้ากล้ารับยานั่น ข้าจะให้เจ้าได้ชดใช้!”

จี้เตี๋ยที่ได้ยินคำข่มขู่จึงขมวดคิ้ว ก่อนจะหันสายตากลับไปมองซูลั่วด้วยความลังเล “ศิษย์พี่หญิงซู เกรงว่านี่จะไม่ใช่เรื่องดี ท่านควรรับยานี้เอาไว้เอง…”

“เหอะ! อย่างน้อยก็รู้ตัวดีนี่!” เด็กหนุ่มร่างท้วนที่พบเห็นคำปฏิเสธจึงเกิดพึงพอใจขึ้นมา

“หากข้ามอบให้ก็จงรับเอาไว้ ข้าอยากได้เห็นนักว่ามันจะกล้าทำอะไรเจ้า!” ซูลั่วฮึมฮัมพร้อมกอดอกและยืนกราน

เพียงนางเอ่ยคำจบ สีหน้าของเด็กหนุ่มร่างท้วนพลันดำมืด ขณะที่สายตาจับจ้องจี้เตี๋ยเขม็ง

“ไอ้หนู ขอแนะนำให้คิดอย่างถี่ถ้วน รู้หรือไม่ว่าข้าคือใคร? หากกล้ารับเอาของของข้าไป ต่อให้ศิษย์น้องหญิงซูปกป้องแค่ไหน พึงตระหนักว่าข้าพร้อมจะทำให้เจ้ายากจะมีชีวิตรอดในสำนักเจ็ดลึกล้ำแห่งนี้ต่อได้…”

จบบทที่ ตอนที่ 47 ทำได้ไม่ยาก

คัดลอกลิงก์แล้ว