เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 46 อาจารย์น้อย

ตอนที่ 46 อาจารย์น้อย

ตอนที่ 46 อาจารย์น้อย


ตอนที่ 46 อาจารย์น้อย

แม้ว่าซูลั่วจะเย้ยหยัน แต่ในใจนั้นเป็นคนมีเมตตาโอบอ้อม ช่วงเวลาที่ผันผ่าน นางจะคอยชี้แนะและอธิบายจี้เตี๋ยถึงประสบการณ์ในด้านการปรุงยา

สำหรับหนทางแห่งการปรุงยา แต่ละขั้นถือว่ายากเข็ญ แต่นางคือนักปรุงยาขั้นสูง ดังนั้นแค่ชี้แนะจี้เตี๋ยจึงไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด

ดังนั้นช่วงไม่กี่วันถัดมา จี้เตี๋ยจึงคอยแวะเวียนมาสอบถามหาคำชี้แนะอยู่ทุกวัน

เด็กสาวที่กลายเป็นอาจารย์จำเป็น เวลานี้จึงบอกกล่าวถึงเคล็ดวิชาควบคุมอุณหภูมิของอัคคีเพลิง การคัดแยกสมุนไพรวิญญาณ และการควบแน่นของเม็ดยา

ดังนั้นในช่วงเวลาเพียงแค่ไม่กี่วัน จี้เตี๋ยจึงตระหนักทราบว่าตนเองได้ประโยชน์อย่างมหาศาล ความสงสัยที่เคยมีในตอนปรุงยาได้รับการแถลงไขจนกระจ่าง ความก้าวหน้าในด้านการปรุงยาของเขาจึงก้าวทะยาน!

และความกระหายที่จะเรียนรู้นี้ก็ทำให้ซูลั่วรู้สึกพึงพอใจเช่นกัน

“ที่ข้าบอกกล่าวไปตลอดช่วงหลายวัน ทั้งหมดคือความรู้เชิงทฤษฎี” ที่ด้านในถ้ำ เด็กสาวที่ผันตัวเป็นอาจารย์กำลังเอ่ยบอกด้วยสีหน้าจริงจัง

“ประสบการณ์คือหัวใจสำคัญ เพราะมันขึ้นอยู่กับการฝึกฝนของจริง ข้าจะชี้แนะให้ดูครั้งหนึ่ง หากว่าจดจำวิธีการปรุงยาของข้าได้ มันก็อาจช่วยให้เจ้าหลีกเลี่ยงปัญหาที่ต้องพบในตอนปรุงยาได้”

หากว่าเรื่องราวนี้เปิดเผยออกไป เหล่าศิษย์ทั่วทั้งยอดเขาโอสถคงต้องริษยา กระทั่งอิจฉาจี้เตี๋ยจนกระอักเลือดตกตาย

เพราะเด็กสาวคือผู้มีพรสวรรค์อัจฉริยะจนสามารถเป็นนักปรุงยาขั้นสูง การได้รับชมนางปรุงยาใกล้ชิด ต่อให้เป็นนักปรุงยาขั้นกลางก็ยังได้รับผลประโยชน์อันมหาศาล รวมถึงจะช่วยให้เกิดความรู้ความเข้าใจใหม่!

“ขอบคุณศิษย์พี่หญิงซูขอรับ” จี้เตี๋ยกล่าวคำขอบคุณจากใจจริง เพราะเขาเองก็ได้เรียนรู้เคล็ดวิชาปรุงยาจากบันทึกนักปรุงยามาบ้างแล้ว ทำให้พอจะมีความเข้าใจในความนึกคิดของตนเองอยู่พอสมควร

การได้รับชมนักปรุงยาขั้นสูงระดับหนึ่งปรุงยาต่อหน้า มันคือโอกาสอันดีที่ไม่ใช่หาได้ง่าย ทั้งยังจะเป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้อย่างมหาศาล

“มาทางด้านนี้” เด็กสาวตอบกลับก่อนจะพาเขาไปยังห้องข้างเคียงภายในถ้ำ

อุณหภูมิของห้องนี้สูงกว่าภายในถ้ำปกติ และมันคือสถานที่ที่นางมักใช้เพื่อปรุงยา

“รับชมให้ดี ข้าจะสาธิตเพียงแค่หนึ่งครั้งเท่านั้น!” ซูลั่วที่พบเห็นเด็กหนุ่มสำรวจมองไปทั่วจึงเอ่ยคำขึ้นด้วยความไม่พอใจ

“ขอรับ” จี้เตี๋ยกลั้นลมหายใจและตั้งสมาธิ เวลานี้เขาไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียงใด ขณะเดียวกันสายตาก็จับจ้องอย่างตั้งใจ

ซูลั่วที่พบเห็นจึงเกิดพึงพอใจ เวลานี้นางจึงยกมือขึ้นตบที่ถุงมิติ ก่อนจะเรียกหม้อปรุงยาสีม่วงขนาดสูงราวครึ่งตัวคนออกมา และเพียงปลายนิ้วขยับเคลื่อนไหว อัคคีเพลิงจึงลุกโชนขึ้นภายใต้หม้อจนสะท้อนถึงใบหน้าของนาง

เด็กสาวพยายามสะกดกลั้นเก็บความรู้สึกทั้งหมดขณะปรุงยา ท่าทีของนางราวกับเปลี่ยนเป็นคนละคน สีหน้ายามนี้ยังคร่ำเคร่งราวกับกำลังทำพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์

สมุนไพรอย่างแล้วอย่างเล่าถูกโยนใส่หม้อปรุงยาเพื่อคัดแยกเอาความไม่บริสุทธิ์ออกมา กระบวนการทั้งหมดราบรื่น การควบคุมอุณหภูมิของอัคคีเพลิงเองก็แม่นยำอย่างไร้ที่ติ ชนิดที่จี้เตี๋ยไม่มีทางเทียบเปรียบได้แม้แต่น้อย

จี้เตี๋ยรับชมพลางควบคุมลมหายใจ พร้อมกับจดจำทุกการกระทำของนางให้เอาไว้โดยไม่มีส่วนใดตกหล่น กระทั่งเทียบเปรียบในใจกับการปรุงยาของตนเองก่อนหน้านี้ จนกระทั่งพบเห็นว่าส่วนใดบกพร่อง

ภายหลังผ่านไปครึ่งชั่วโมง กลิ่นหอมฟุ้งของยาจึงเริ่มลอยออกมาจากหม้อ

ทันทีที่ก่อตัวเป็นเม็ดยา เด็กสาวจึงสะบัดข้อมือพร้อมเรียกยาทั้งสี่เม็ดลอยล่องออกมาจากเตา สุดท้ายจึงส่งเข้าไปเก็บในขวดหยกที่เตรียมเอาไว้

“เป็นยังไงบ้าง?” โคนผมและหน้าผากที่ชุ่มไปด้วยเม็ดเหงื่อของนางเวลานี้ มันบ่งบอกได้ถึงความเหนื่อยล้าและความพยายาม

“ได้หลายเรื่องเลยขอรับ! ขอบพระคุณศิษย์พี่หญิงซูขอรับ!” จี้เตี๋ยเอ่ยคำขอบคุณจากก้นบึ้งหัวใจ

“ฮึ! ข้าทราบว่าเจ้ามีแค่ความเข้าใจบางส่วน แต่ก็จงใจกล่าวเช่นนี้ออกมาเพื่อรักษาหน้าเอาไว้กระมัง แต่พึงตระหนักว่าตอนนี้ข้าไม่ใช่เพียงคนรู้จักของเจ้า แต่ว่าเป็นอาจารย์! ค่ำคืนนี้เจ้าจงกลับไปและทำความเข้าใจให้ดี หากว่ามีส่วนใดไม่เข้าใจก็จงถามออกมาโดยตรง! วันพรุ่งนี้ข้าจะชี้แนะการปรุงยาเจ้าเป็นการส่วนตัวอีกครั้งหนึ่ง!” เด็กสาวกล่าวตอบขณะเชิดคางขึ้นสูง

จี้เตี๋ยมองนางที่ทำท่าทีบ่งบอกว่าข้ารู้ข้าเห็นทุกสรรพสิ่ง เขาจึงไม่ทราบว่าควรร้องไห้หรือหัวเราะตอบดี

“เมื่อครู่ศิษย์พี่หญิงปรุงยาอะไรขึ้นมาหรือขอรับ?”

“ยาเสริมวิญญาณ ที่สามารถใช้เพื่อส่งเสริมความแข็งแกร่งของจิตวิญญาณ” เด็กสาวแค่นเสียงขึ้นจมูกเป็นการตอบรับ

“ยาเสริมวิญญาณ…” จี้เตี๋ยเกิดรู้สึกลำคอแห้งผากขึ้นมา

“อยากได้หรือ?” ซูลั่วที่แม้เปรยสายตามองมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่ก็ได้เห็นว่าจี้เตี๋ยดูหวั่นไหว

จี้เตี๋ยพยายามกลืนน้ำลายและเอ่ยถาม “ได้หรือไม่ขอรับ?”

“ก็ต้องไม่ได้! เจ้าเป็นใคร? เพราะอะไรข้าจึงต้องให้!”

“ขอซื้อก็ได้ขอรับ” จี้เตี๋ยตอบคำด้วยเสียงเบา

“ซื้อ?” ซูลั่วสำรวจมองตอบตั้งแต่หัวจรดเท้า “ข้าไม่ได้ขาดแคลนศิลาวิญญาณ เจ้าคิดซื้อด้วยอะไรล่ะ?”

ฝั่งใต้แห่งนี้มีนักปรุงยาขั้นสูงเพียงแค่สองคน ทุกครั้งที่นางปรุงยาแต่ละครั้ง ย่อมมีศิษย์สำนักมากมายวิ่งแจ้นเข้าหาเพื่อขอซื้อ ดังนั้นนางจึงมีศิลาวิญญาณใช้ไม่เคยขาดแคลน

และกระทั่งศิษย์จากฝั่งเหนือก็ยังต้องมาขอให้นางช่วยปรุงยาด้วยซ้ำไป

“ศิษย์พี่หญิงซูต้องการสิ่งใดหรือขอรับ?” จี้เตี๋ยทราบดีว่าคำกล่าวของนางเป็นเรื่องจริง

“อือฮึ! ขอข้าคิดหน่อยแล้วกัน… เอาเป็นตอบคำถามข้ามาก่อน ภายหลังเจ้าตอบแล้วข้าจะมอบยาเสริมวิญญาณให้สองเม็ดก็แล้วกัน คิดเห็นอย่างไรล่ะ?” ดวงตาของเด็กสาวเกิดประกายขึ้นมา

“ศิษย์พี่หญิงซูต้องการถามอะไรหรือขอรับ?” จี้เตี๋ยชะงักไปชั่วครู่ แต่เรื่องราวที่ดีเช่นนี้เขาไม่คิดปฏิเสธอยู่แล้ว

“เจ้าชอบศิษย์พี่หญิงเจียงหรือไม่!” เด็กสาวเผยสีหน้าจริงจังขึ้นมา

“…” จี้เตี๋ยเงียบไปก่อนจะโขลกไอออกมา “เหตุใดศิษย์พี่หญิงซูถามเช่นนี้กันเล่าขอรับ?”

“ใช่ความรักหรือไม่?!” เด็กสาวฮึมฮัมตอบโต้ก่อนจะยิงตรงเข้าประเด็นต่อ

“ศิษย์พี่หญิงเจียงงดงามขอรับ ความคิดเช่นนั้น…” จี้เตี๋ยเอามือกุมขมับ แต่ก่อนจะทันได้พูดจบประโยค ขวดหยกกลับถูกกระแทกลงตรงหน้าเสียแล้ว

“เหอะ! ไร้ยางอาย! เจ้าถูกความงามล่อลวงแต่กลับพยายามกล่าวอ้างให้ตนเองดูดี!” ซูลั่วตอบกลับมาด้วยท่าทีนึกรังเกียจ

จี้เตี๋ยพิจารณามองขวดหยก พบว่ามันเป็นขวดเดียวกับที่บรรจุยาเสริมวิญญาณเอาไว้ เวลานี้จึงเร่งร้อนคว้ามาและเก็บไป กระทั่งรีบร้อนอธิบายด้วยความลำบากใจต่อ “แค่กแค่ก ข้าเพียงแค่กล่าวว่าตามปกติก็ควรเป็นเช่นนั้น นอกจากนี้มันยังเป็นไปไม่ได้ ศิษย์พี่หญิงเจียงไม่ได้ชอบพออะไรข้าอยู่แล้ว!”

“ไปได้แล้ว!” เด็กสาวขมวดคิ้วพร้อมชี้นิ้วไปยังทางออกจากถ้ำ

จี้เตี๋ยไม่กล้ามีเรื่องด้วยต่อ แต่พอขณะกำลังจะออกจากถ้ำ ตอนนี้เองที่มีเสียงดังตามหลังมา

“วันพรุ่งนี้จงมาปรุงยา ข้าจะตรวจวัดผลการเรียนรู้…”

“ขอรับ”

จี้เตี๋ยเกิดสับสนและสงสัยต่อท่าทีของนางที่แปรเปลี่ยนอย่างกะทันหัน ทว่าเขาไม่ได้เก็บมาใส่ใจอะไรมากนัก เวลานี้จึงกลับถ้ำของตนเองพร้อมกับนำยาเสริมวิญญาณทั้งสองเม็ดออกมาตรวจสอบ

“ยาที่สามารถใช้ส่งเสริมพลังจิต” ใจของจี้เตี๋ยเต้นรัวเร็ว เขาเทยาออกมาและวางมันเพื่อสำรวจมองตรงหน้า ภายหลังจ้องมองอยู่สักพักหนึ่งจึงส่งมันเข้าปาก

วูบ! เพียงยาเข้าสู่ร่างกาย ความรู้สึกเย็นเยือกพลันแผ่ซ่านไปทั่วร่างจนกระทั่งไหลเวียนถึงสมอง

เพียงแต่มันก็มีแค่นี้ ไม่ได้เกิดเป็นความรู้สึกอื่นใดอีก

จี้เตี๋ยชะงักไปชั่วครู่ สุดท้ายจึงกินเข้าไปอีกเม็ดหนึ่ง ทว่าสุดท้ายก็ไม่รับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงใด

แต่แล้วในตอนที่ปลดปล่อยพลังจิตออกมา เขาได้ตระหนักว่าระยะการรับรู้เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ราวห้าจ้าง มันเพิ่มขึ้นมาอีกจนเกินหกจ้าง!

*จ้าง เป็นหน่วยวัดความยาว มีค่าประมาณ 3.33 เมตร

มันเพิ่มขึ้นมามากกว่าหนึ่งจ้าง!

วันถัดมา ที่ด้านในถ้ำของซูลั่ว

“นี่คือวัตถุดิบสำหรับยารวบรวมลมปราณ ถือเป็นการทดลองปรุงยาครั้งแรกของเจ้า และด้วยคำชี้แนะจากข้า อย่างน้อยห้าถึงหกครั้ง หรืออย่างมากก็สักสิบครั้ง เจ้าควรจะสำเร็จและได้กลายเป็นนักปรุงยาขั้นต้นระดับหนึ่ง”

เป็นเวลาสองเดือนแล้วตั้งแต่ที่จี้เตี๋ยเกิดความคิดต้องการปรุงยา ซูลั่วไม่คิดเชื่อว่าด้วยช่วงระยะเวลาอันสั้นแค่นั้น จะมากพอทำให้จี้เตี๋ยได้กลายเป็นนักปรุงยาขั้นต้นโดยอาศัยเพียงแค่การเรียนรู้ของตนเอง ดังนั้นนางจึงวางแผนให้เขาเริ่มเรียนรู้ใหม่ตั้งแต่ต้นอีกครั้งหนึ่ง

“ศิษย์พี่หญิงซู…​ขอข้าปรุงยาขั้นกลางระดับหนึ่งแทนได้ไหมขอรับ ข้า…” จี้เตี๋ยคิดอยากกล่าวว่าตนเองเป็นนักปรุงยาขั้นต้นแล้ว ไม่ใช่มือใหม่ที่ไม่รู้ความ ทว่าก่อนจะทันพูดจบ เขากลับถูกเด็กสาวขัดคำเอาไว้

“การปรุงยาต้องดำเนินไปทีละก้าว ไม่ว่าจะก้าวที่หนึ่ง สอง หรือว่าสาม หรือต่อให้เป็นนักปรุงยาขั้นสูง ทุกคนต่างก็เริ่มจากนักปรุงยาขั้นต้นระดับที่หนึ่งกันทั้งนั้น” ซูลั่วมองว่าเขาถือตัวอวดดีจนเกินไป เวลานี้จึงเกิดความไม่พอใจขึ้นมา

ยามได้ยินคำสอนอย่างจริงจัง จี้เตี๋ยจึงเผยยิ้มขื่นขมและจำยอมต้องปรุงยาขั้นต้นตามที่ผู้เป็นอาจารย์เสนอมา

“ปรุงยาซะ ข้าจะรับชมอยู่เคียงข้าง หากว่าเกิดอะไรผิดพลาด ข้าจะได้ชี้แนะอย่างทันท่วงที”

จบบทที่ ตอนที่ 46 อาจารย์น้อย

คัดลอกลิงก์แล้ว