เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 44 นักปรุงยาระดับหนึ่ง

ตอนที่ 44 นักปรุงยาระดับหนึ่ง

ตอนที่ 44 นักปรุงยาระดับหนึ่ง


ตอนที่ 44 นักปรุงยาระดับหนึ่ง

“ก็ตามนี้ มีข้อทักท้วงใดหรือไม่?” ชายชราหันมองทางเยี่ยซือ แม้เหมือนสอบถาม แต่สายตาบ่งบอกว่าย้ำเตือน

“ศิษย์ไม่มีขอรับ!” เยี่ยซือก้มศีรษะลงเพราะไม่กล้าโต้แย้ง

“ถ้าเช่นนั้นก็จบเรื่องราวแค่เท่านี้ หากอยากจะไปส่งพวกมันออกนอกสำนักก็ตามใจ” ภายหลังชายชราย้ำเตือนแล้ว เขาจึงหันไปยิ้มแย้มให้กับซูลั่ว

“ทะลวงการกลั่นลมปราณขั้นที่หกแล้วหรือนี่ วิเศษยิ่งนัก สำนักเจ็ดลึกล้ำในวันหนึ่งคงได้มีนักปรุงยาระดับสองเพิ่มอีกคนหนึ่ง”

เด็กสาวมีพรสวรรค์ในด้านการปรุงยาอย่างเลิศล้ำ แม้กระทั่งจ้าวสำนักก็ยังโปรดปรานจนเรียกขานนางเป็นสมบัติแห่งสำนักเจ็ดลึกล้ำ

“ระดับสอง…” มุมปากของเด็กสาวยกยิ้ม

ตอนนี้เองที่สายตาของชายชราหันมองไปทางจี้เตี๋ยอีกครั้ง สุดท้ายจึงเผยยิ้มให้และเอ่ยคำอย่างเป็นมิตร

“เมื่อครู่นี้ข้าเข้าใจเจ้าผิดไป หวังว่าจะให้อภัย”

“หามิได้ขอรับ” จี้เตี๋ยโค้งศีรษะให้

ชายชราย่อมได้ยินความไม่พอใจที่ซุกซ่อนในน้ำเสียง เพียงแต่เขาแค่ยิ้มและมองข้าม

อย่างไรแล้วมนุษย์ก็เป็นเช่นนี้

“ต้องขออภัยที่รบกวนพี่เจิ้งแล้ว ในเมื่อเป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน ข้าก็ขอตัวก่อน”

“ขอรับ” เจิ้งอี้หันมองจี้เตี๋ยด้วยความเฉยชา และเวลานี้เขาเองก็ไม่กล้าอยู่ต่อนาน แต่เลือกที่จะบินขึ้นฟ้าและออกจากพื้นที่โรงนาเช่นกัน

“เมื่อใดเราจะบินได้เช่นนั้นกันนะ” จี้เตี๋ยมองตามและครุ่นคิดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น เขาเองก็ไม่นึกว่าจะจบง่ายดายเช่นนี้

ถัดจากนี้เขาน่าจะได้มุ่งเน้นกับการฝึกตนให้ก้าวหน้า เพราะหากว่ายังอ่อนแอ สถานการณ์เช่นเดียวกันนี้อาจเกิดขึ้นซ้ำอีกครั้ง

“ผู้อาวุโสทั้งสองต่างก็มีอาวุธวิเศษบินได้ที่สำนักมอบให้ หากว่าเจ้ามีก็สามารถบินได้เช่นเดียวกัน” ซูลั่วเดินเข้ามาใกล้ และเพราะได้ยินนางจึงเอ่ยตอบด้วยเสียงเบา

“อาวุธวิเศษหรือ…” จี้เตี๋ยละสายตากลับมาก่อนจะโค้งกายให้แก่นาง

“ขอบคุณศิษย์พี่หญิงซูลั่วที่ช่วยพูดผดุงธรรมให้ขอรับ! หากไม่แล้วข้าอาจถูกทำลายการฝึกตนก็เป็นได้”

เพียงแต่ซูลั่วไม่ได้รู้สึกอยากจะยอมรับความจริงว่าให้ความช่วยเหลือ “เหอะ ข้าไม่ได้ช่วยเจ้า เพียงแค่เพราะทนมองพวกมันไม่ไหว”

“ใช่ขอรับ เป็นตามนั้นขอรับ” จี้เตี๋ยเผยยิ้มขื่นขม แต่ก็ได้เห็นเช่นกันว่าเจียงโม่หลีที่อยู่ใกล้เคียงกำลังย่างเท้าก้าวออกไป

เมื่อครู่นี้อีกฝ่ายก็ช่วยพูดแทนให้ จี้เตี๋ยจึงมองแผ่นหลังของนางพร้อมเอ่ยบอกด้วยความซาบซึ้ง

“ศิษย์พี่หญิงเจียง ขอบคุณสำหรับเรื่องเมื่อ…”

เพียงแต่หญิงสาวไม่ได้หันมองกลับมา กระทั่งว่าไม่ส่งเสียงตอบรับ นางเพียงแค่เดินหายไปจากระยะสายตา

“เฮ้อ…” ใบหน้าอันงดงามของซูลั่วกลับกลายเป็นซีดเซียว “ศิษย์พี่หญิงเจียงน่าจะทราบว่าเมื่อครู่นี้ข้าผิดคำกล่าวที่เคยรับปากเอาไว้”

เพราะเมื่อครู่นางเพิ่งกล่าวด้วยตนเองว่าอยู่กับจี้เตี๋ย ดังนั้นเจียงโม่หลีจึงทราบว่านางไม่รักษาสัญญา

“ทั้งหมดเป็นความผิดของเจ้า!” ซูลั่วกัดฟันก่อนจะเตะก้นเด็กหนุ่ม

“แล้วนี่ข้าจะไปอธิบายกับศิษย์พี่หญิงโม่หลีอย่างไรดีเล่า!”

“ศิษย์พี่หญิงโม่หลี…”

เจียงโม่หลีเดินออกจากพื้นที่โรงนาเพียงลำพัง จนกระทั่งเดินกลับไปถึงถ้ำ ตอนนี้เองที่พบว่ามีเด็กสาวไล่ตามมา

“ขออภัยด้วยเจ้าค่ะ… อันที่จริงวันนั้นที่ท่านมารับยาข้าโกหกท่านไป ข้าทราบที่อยู่ของชายคนนั้นแล้วแต่ไม่ได้บอกให้ท่านทราบ…” เด็กสาวก้มศีรษะลงเป็นการบ่งบอกว่าสำนึกผิด

“ไม่เป็นไร ข้าไม่ได้กล่าวโทษเจ้า” เจียงโม่หลีหยุดเดินก่อนจะหันมาลูบศีรษะด้วยความเวทนา

“ขอบคุณเจ้าค่ะ”

ตอนนี้เองที่เด็กสาวผ่อนลมหายใจด้วยความโล่งอก

“ศิษย์พี่หญิงโม่หลียังโกรธเขาอยู่หรือเจ้าคะ?” ตอนนี้เองที่สายตาของซูลั่วแปรเปลี่ยนเป็นเหยี่ยวข่าวสาว

“โกรธหรือ?” เจียงโม่หลีเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสับสน นางมองยังใบก่วมแดงที่อยู่ไกลห่างถูกสายลมพัดพาจนร่วงหล่น สุดท้ายจึงจับหูของตนเอง

“ทำเจ้าหัวเราะแล้วสิ!”

สารทฤดูเยือนย่ำ ช่วงเวลาที่ผ่านมาสำนักเจ็ดลึกล้ำไม่เคยสงบสุข การลงทะเบียนเข้าร่วมการแข่งขันของฝั่งใต้ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ปัจจุบันเหลือเวลาอีกเพียงสามวัน

การลงทะเบียนจะสิ้นสุดลงในอีกสามวัน และการแข่งขันจะเริ่มต้นขึ้น ช่วงเหมันตฤดูนางคงได้เข้าร่วมกับฝั่งเหนือเพื่อฝึกตน รวมถึงได้รับยาบ่มเพาะต้นกำเนิดเป็นรางวัล

ดังนั้นหัวข้อที่บรรดาศิษย์ส่วนใหญ่ของฝั่งใต้พูดคุย คือเรื่องที่ว่าใครจะคว้าชัยชนะไปครอง

และในบรรดาพวกเขา มีการแบ่งกลุ่มคนที่สนับสนุนออกเป็นสองฝ่าย

หนึ่งคือเยี่ยซือจากยอดเขาโอสถ คือผู้ทะลวงสู่การกลั่นลมปราณขั้นที่หกมาได้หลายปีแล้ว

และเจียงโม่หลีจากยอดเขาสรรพสัตว์ ที่เสมอทัดเทียมและสูสีกันมาโดยตลอด…

และสำหรับผู้ที่การฝึกฝนต่ำกว่าการกลั่นลมปราณขั้นที่หก ส่วนใหญ่ก็เพียงแค่เข้าร่วมเพราะนึกสนุก

ส่วนจี้เตี๋ยนั้นไม่ได้นึกสนุกจึงไม่ได้เข้าร่วมแต่อย่างใด

ปัจจุบันที่ทะเลแห่งจิตสำนึกเบิกออก เขาจึงขุดถ้ำใกล้เคียงพื้นที่โรงนาเพื่อฝึกฝน รวมถึงศึกษาเรื่องการปรุงยา เพราะคิดอยากลองว่ามันจะยากสมค่ำเล่าลือหรือไม่

เพียงแค่สองวันผ่านพ้น วัตถุดิบปรุงยามากมายกลับกลายเป็นเสียเปล่า ทุกครั้งที่เขาพยายามปรุงยา จะพบว่ามันล้มเหลวโดยไม่มีข้อยกเว้น

เหตุผลที่ผิดพลาดและล้มเหลว มันอยู่ที่กระบวนการคัดแยกความไม่บริสุทธิ์ออกจากสมุนไพรวิญญาณ หรือไม่ก็อุณหภูมิของอัคคีเพลิงในระหว่างปรุงยาสูงเกินไป ทั้งหมดจึงนำไปสู่ความล้มเหลว

มีแต่ต้องฝึกฝนให้มากขึ้นจึงเกิดเป็นความเชี่ยวชาญ

หนึ่งวันก่อนสิ้นสุดการลงทะเบียน จี้เตี๋ยแวะไปล้างหน้าบริเวณธารน้ำ แต่เรื่องราวผิดคาดได้เกิดขึ้น เพราะเขาบังเอิญได้พบซูลั่วเข้าอีกครั้ง

ผมสีดำของเด็กสาวถูกมัดรวบไปทางด้านหลัง นางกำลังเดินทวนกระแสน้ำขึ้นไป แต่ด้วยร่างกายที่ค่อนข้างเล็กจึงทำให้ดูเป็นประหนึ่งภูตริมน้ำ

“ท่านเองก็เป็นผู้ฝึกตนกลั่นลมปราณขั้นที่หก ไม่คิดเข้าร่วมการแข่งขันของฝั่งใต้หรือขอรับ?” จี้เตี๋ยหันมองนางด้วยความสงสัย เพราะเขาไม่เคยได้ยินว่านางมีความคิดเข้าร่วม

“ข้าไม่เข้าร่วม สู้ไปจะได้อะไรขึ้นมา? รู้ว่าไม่ชนะข้าก็ไม่ไปให้เสียเวลาอยู่แล้ว” เด็กสาวเดินเข้ามาหาพร้อมเบะปากตอบคำกลับ

“แล้วเจ้าคิดเข้าร่วมหรือ?”

“ไม่เลยขอรับ ข้าคงไม่ไปแส่หาความอับอายสู่ตนเอง” จี้เตี๋ยส่ายศีรษะ และเขาไม่คิดว่าการยอมรับเช่นนี้จะเป็นเรื่องน่าอับอายแต่อย่างใด

“ก็ถือว่าดีแล้ว เพราะหากเจ้าลงทะเบียน คงได้พบเยี่ยซือในการแข่งขัน ด้วยความแค้นระหว่างพวกเจ้า เขาคงหาโอกาสลงมือระบายแค้นในการแข่งขันแน่” เด็กสาวนั่งและเอนกายลงที่ข้างเคียง สุดท้ายจึงใช้สองมือไพร่ศีรษะพลางเงยหน้าขึ้นมองฟากฟ้าสีคราม

“ขอรับ”

สายน้ำยังคงไหลริน เด็กหนุ่มและเด็กสาวที่พบกัน สนทนากัน ปัจจุบันกลายเป็นความเงียบ ทั้งสองเพียงแค่มองหมู่เมฆสีขาวบนฟากฟ้าที่ขยับแปรเปลี่ยนไปมา

“ศิษย์พี่หญิงซู…” จี้เตี๋ยหันมองความงามของเด็กสาวจนสุดท้ายชะงักและเหม่อไปเอง กระทั่งว่าใจที่ควรสงบกลับปรากฏคลื่นวงน้ำกระเพื่อม

เด็กสาวเอียงศีรษะมองมา จี้เตี๋ยรวบรวมความกล้าและถามออก “ขอข้าสอบถามเรื่องประสบการณ์การปรุงยาได้หรือไม่ขอรับ”

“เจ้าอยากปรุงยาหรือ?” เด็กสาวมองตอบกลับมาด้วยความประหลาดใจ

จี้เตี๋ยก้มศีรษะตอบรับ เพียงแต่เด็กสาวหันหน้ามองมาก่อนจะตอบคำ “ฮึ คิดให้ข้าสอนงั้นหรือ?! คิดว่าเจ้าเป็นใคร!”

“ไม่เป็นไรขอรับ” จี้เตี๋ยไม่คิดบังคับฝืนใจ และคิดที่จะศึกษาด้วยตนเองต่อ

ช่วงหลายวันที่ผ่านมา เขาแอบแวะเวียนไปยอดเขาโอสถเพื่อขายผลยกวิญญาณและแลกเปลี่ยนเป็นสมุนไพรวิญญาณมามากมาย เขาไม่เชื่อว่าหากผู้อื่นทำได้ แล้วตนเองจะเป็นนักปรุงยาไม่ได้!

“ท่าทีเช่นนี้คืออะไร? ฮึ!” เด็กสาวราวกับโกรธเกรี้ยวโดยไม่มีเหตุผล สุดท้ายจึงสะบัดแขนเสื้อเดินจากไป

วันเวลาผ่านพ้นไปอย่างเงียบสงบ ช่วงเวลาแห่งการแข่งขันของฝั่งใต้เริ่มใกล้เข้ามา เพียงแต่เรื่องราวเหล่านี้ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับจี้เตี๋ย

อัคคีภายในถ้ำลุกโชติช่วง หม้อปรุงยาสีดำใบหนึ่งกำลังลอยอยู่กลางอากาศ

จี้เตี๋ยหลับตาลงและนั่งขัดสมาธิตรงหน้าหม้อ ขณะได้กลิ่นหอมฟุ้งจากตัวหม้อ ท่าทีของเด็กหนุ่มเริ่มดูตื่นเต้นยินดีขึ้นมา

ภายในหม้อสีดำเวลานี้ ความไม่บริสุทธิ์ของสมุนไพรวิญญาณเริ่มเผยให้เห็น และด้วยอุณหภูมิที่สูง เขาจึงเริ่มควบคุมพลังจิตให้ทำการคัดแยกพวกมันออกมา ระหว่างกระบวนการทั้งหมดนี้ จี้เตี๋ยกระทำด้วยความระมัดระวังอย่างตั้งอกตั้งใจ

ไม่เพียงแค่ตั้งใจประคองสมดุลและควบคุมอุณหภูมิของเปลวเพลิง แต่ยังใช้พลังจิตเพื่อตระหนักรู้และสำรวจการเคลื่อนไหวภายในหม้อปรุงยา

จนกระทั่งความไม่บริสุทธิ์ทั้งหมดของตัวยาถูกคัดแยกออกมา จี้เตี๋ยถึงได้ผ่อนคลาย ถัดจากนั้นเขาจึงเริ่มกระบวนการควบแน่นของตัวยาตามที่บันทึกเอาไว้ในบันทึกนักปรุงยา โดยการใช้พลังวิญญาณบีบอัดของเหลวรวมเข้าด้วยกันเป็นหนึ่ง

เพียงไม่นาน เม็ดยาทรงกลมทั้งสี่จึงปรากฏขึ้นที่ภายในหม้อสีดำ!

สำเร็จแล้ว!

อัคคีเพลิงโชติช่วงมอดดับ หม้อสีดำร่วงหล่นลงพื้นจากกลางอากาศพร้อมส่งเสียงดังก้อง

ไม่ช้าฝากหม้อจึงลอยขึ้นด้วยตัวมันเองและร่วงหล่นลงที่ด้านข้าง

และตอนนี้เองที่ยาสีดำทั้งสี่เม็ดลอยล่องออกมาจากหม้อปรุงยา!

จบบทที่ ตอนที่ 44 นักปรุงยาระดับหนึ่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว