- หน้าแรก
- นักเรียนแพทย์สุดเกรียน ป่วนแดนสยอง
- บทที่ 27 ใครบอกนายว่าเรามีกันแค่สองคน?
บทที่ 27 ใครบอกนายว่าเรามีกันแค่สองคน?
บทที่ 27 ใครบอกนายว่าเรามีกันแค่สองคน?
เมื่อคนเราทำสิ่งเดิมซ้ำๆ เป็นเวลานาน มักจะนำประสบการณ์ที่ได้มาปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานอยู่เสมอ จนนำไปสู่สภาวะที่มีประสิทธิผลสูงสุด
ลู่เป่ยและลั่วเหวินอวี้ก็เช่นกัน
หลังจากร่วมมือกันมาหลายรอบ ทั้งสองก็ค่อยๆ จับจุดและคิดค้นเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ขึ้นมาได้
ตัวอย่างเช่น ลู่เป่ยพบว่าเขาสามารถเรียกชื่อพรายน้ำพร้อมกันทีละสองสามชื่อ เพื่อให้พวกมันเดินเข้ามาในลานบ้านพร้อมๆ กัน
ด้วยวิธีนี้ เขาแค่ต้องตวัดมือเพียงครั้งเดียวตอนตัดโซ่หมอกสีดำ ซึ่งเป็นการประหยัดเวลาได้อย่างมหาศาล
ในทำนองเดียวกัน เจ้าอ้วนก็พบว่าการไล่เตะตัดขาพรายน้ำทีละตัวมันเหนื่อยเกินไป สู้เอาอวนดักปลามาปูรองไว้บนพื้นลานบ้านล่วงหน้าจะดีกว่า
พอพวกพรายน้ำเดินเข้ามาตรงกลาง เขาก็แค่ออกแรงกระตุกขอบอวนแรงๆ พวกมันก็จะล้มกลิ้งโค่โล่ลงไปกองรวมกันทันที
แถมอวนพวกนี้ยังใช้มัดตัวพวกมันได้ด้วย ช่วยลดขั้นตอนที่ต้องเอาไปมัดติดเสาได้อีกเปราะ
ทั้งสองคนจัดการพรายน้ำระลอกแล้วระลอกเล่า
ความวุ่นวายในลานบ้านดึงดูดพรายน้ำที่เดินเตร็ดเตร่อยู่บริเวณใกล้เคียงให้มารวมตัวกัน
ยิ่งมีสัตว์ประหลาดมารวมกันมากเท่าไหร่ โอกาสที่วิญญาณชาวบ้านจะจำคนรู้จักได้ก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น
ในขณะเดียวกัน วิญญาณชาวบ้านที่ถูกปลดปล่อยก็มาร่วมด้วยช่วยกันชี้เป้า
เพียงครึ่งชั่วโมง อันตรายส่วนใหญ่ในหมู่บ้านชาวประมงก็ถูกกวาดล้างจนแทบเหี้ยน!
เจ้าอ้วนทิ้งตัวลงนอนแผ่หราบนพื้นด้วยความเหนื่อยหอบ
ลำพังแค่ต้องรับมือกับพวกพรายน้ำ ทั้งเตะ ทั้งมัด ทั้งลาก ก็กินแรงเขาไปอักโขแล้ว
ตัดภาพมาที่ลู่เป่ย พี่แกแค่สะบัดมือเบาๆ ชิลๆ
แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังโดนดูดพลังกายผ่านความสามารถ 'การเชื่อมต่อ' ไปอีก!
ต่อให้เป็นสายแทงค์ที่อึดถึกทนแค่ไหน โดนใช้งานหนักขนาดนี้ก็แทบกระอักเลือดเหมือนกัน
"ลูกพี่ นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่ผมรู้สึกว่าการหาเงินมันเหนื่อยสายตัวแทบขาดขนาดนี้"
ลู่เป่ยเขกหัวเขาเบาๆ อย่างหมั่นไส้ "ได้กำไรบานเบอะขนาดนี้ยังมีหน้ามาบ่นอีก ถ้าฉันสั่งให้นายยืนรับมือกับการโจมตีของพวกพรายน้ำจนถึงเช้า นายคงยิ้มไม่ออกแบบนี้หรอก"
"แฮะๆ ก็จริงของพี่"
เจ้าอ้วนส่ายหัว "ไอเทมที่เราได้คืนนี้ เอาไปถลุงเล่นได้พักใหญ่เลย ดันเจี้ยนรอบหน้าๆ คงผ่านได้สบายบรื๋อ!"
ลู่เป่ยกวาดสายตามองไปรอบลานบ้าน พรายน้ำที่แห่กันมาถูกจัดการไปหมดแล้ว
แต่ภารกิจลับยังไม่ขึ้นสถานะสำเร็จ
เมื่อมองผ่าน 'การชำแหละวิญญาณ' เขาเห็นหมอกสีดำหลงเหลืออยู่อย่างกระจัดกระจายในหมู่บ้านชาวประมง
คาดว่าถ้าจัดการพรายน้ำที่เหลือตกค้างพวกนี้ได้ ภารกิจก็น่าจะลุล่วง
ลู่เป่ยสั่งการ "พักก่อนละกัน ยังมีพวกเศษซากเหลือให้ตามเก็บกวาดอีกนิดหน่อย"
ลั่วเหวินอวี้ทิ้งตัวลงนอนทันที "หา? ยังมีอีกเรอะ... โอเค ขอพักแป๊บ ขอแป๊บเดียวนะ..."
ลานบ้านตอนนี้เต็มไปด้วยกองทัพพรายน้ำ
ซากของพวกมันถูกจับสุมกองทับซ้อนกันเป็นชั้นๆ จนยอดกองสูงเกือบเสมอชายคา
ลู่เป่ยพยายามหาช่องทางเดินเบียดเสียดไปจนถึงศาลากลาง
ปลาตัวสุดท้ายบนโต๊ะหมู่บูชาอันตรธานหายไปแล้ว
เวลาปลอดภัยสิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ
ทว่า ตอนนี้พวกเขาไม่จำเป็นต้องพึ่งเวลาปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว ในเมื่อภัยคุกคามที่ใหญ่ที่สุดถูกกำจัดไปจนสิ้นซาก
ด้วยความสามารถ 'การชำแหละวิญญาณ' ลู่เป่ยมองเห็นหมอกสีดำบางส่วนลอยกลับมาเกาะบนซากพรายน้ำ
แต่ด้วยจำนวนซากที่กองทับถมกันมหาศาล หมอกสีดำเหล่านี้จึงไม่สามารถทำให้พวกมันกลายพันธุ์ซ้ำได้ในระยะเวลาอันสั้น
ด้วยอัตราความเร็วระดับนี้ การรอจนถึงรุ่งสางจึงไม่ใช่ปัญหาเลยแม้แต่น้อย
ลู่เป่ยเดินกลับมาที่ลานบ้าน เรียกชื่อลั่วเหวินอวี้ "ไปกันเถอะ ไปเก็บกวาดพวกที่เหลือตกค้างให้เสร็จ จะได้ปิดจ๊อบภารกิจลับสักที"
"ลุย! ไปกันเลย!"
มีพรายน้ำเหลือตกค้างอยู่ในหมู่บ้านไม่มากนัก ประมาณสี่ห้าตัวเท่านั้น
เมื่อทั้งสองไปถึง ก็พบเหตุผลว่าทำไมพรายน้ำพวกนี้ถึงไม่ได้ไปร่วมวงโจมตีศาลเจ้ากับตัวอื่นๆ นั่นก็เพราะพวกมันพิการนั่นเอง
บางตัวขาขาด บางตัวแขนด้วน
บางตัวก็มีรูปร่างบิดเบี้ยวผิดรูป ซึ่งดูผิดปกติอย่างเห็นได้ชัดแม้จะกลายร่างเป็นพรายน้ำแล้วก็ตาม
การรับมือกับพวกแก่ชรา อ่อนแอ และพิการเหล่านี้ ไม่จำเป็นต้องพึ่งความช่วยเหลือจากภายนอกเลย ลำพังเจ้าอ้วนคนเดียวก็เอาอยู่
ด้วยการชี้เป้าของลู่เป่ย ภัยคุกคามที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดก็ไม่มีทางหนีรอดไปได้
ทั้งสองคนเดินลาดตระเวนจนทั่วหมู่บ้าน และมาหยุดอยู่ที่หน้าบ้านร้างซอมซ่อหลังหนึ่งบริเวณชานหมู่บ้าน
บ้านผุพังหลังนี้ บังเอิญเป็นจุดเดียวกับที่พวกเขาถูกวาร์ปมาโผล่ตอนเข้าดันเจี้ยนเป๊ะ
ลู่เป่ยชี้ไปที่ประตู "พรายน้ำตัวสุดท้ายอยู่ในนี้"
ลั่วเหวินอวี้กำลังคึกจัด เขาเตะประตูไม้เปิดผาง "ไหนดูซิ มีอะไรอยู่ข้างใน!"
ภายในห้องว่างเปล่า ไม่มีสิงสาราสัตว์พุ่งออกมาโจมตีตอนเปิดประตู
"อยู่ไหนเนี่ย?"
เจ้าอ้วนก้มมองไปใต้เตียงตามสัญชาตญาณ นั่นเป็นที่ซ่อนตัวเพียงแห่งเดียวในห้องนี้
เขาชะโงกหน้าลงไป และสบตาเข้ากับพรายน้ำพอดี
"ว่าแล้วเชียวว่าแกต้องหลบอยู่นี่!"
ลั่วเหวินอวี้เอื้อมมือเข้าไปกระชากตัวมันออกมาตรงๆ
ตอนนั้นเองที่ทั้งสองคนได้เห็นชัดๆ: พรายน้ำตรงหน้ามีขนาดตัวเล็กจิ๋ว รูปร่างเหมือนเด็กไม่มีผิด
แต่ลู่เป่ยไม่ได้ใจอ่อนเพียงเพราะอีกฝ่ายเป็นเด็ก
ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ ความเห็นอกเห็นใจศัตรูอาจย้อนกลับมาทำร้ายตัวเองอย่างโหดร้ายได้เสมอ
มือของเขาตวัดวูบ
พรายน้ำตัวสุดท้ายถูกจัดการเรียบร้อย
【กวาดล้างพรายน้ำที่กลายร่างมาจากชาวบ้านทั้งหมดแล้ว】
【ภารกิจลับเสร็จสิ้น】
ลั่วเหวินอวี้ก็ได้รับการแจ้งเตือนแบบเดียวกัน
"ลูกพี่! ภารกิจลับสำเร็จแล้ว!"
ลู่เป่ยพยักหน้า "อืม รู้แล้ว"
เจ้าอ้วนอดโห่ร้องด้วยความดีใจไม่ได้ "ตอนนี้ภัยคุกคามจากพวกพรายน้ำก็หมดไปแล้ว ขอแค่เราหาที่ปลอดภัยซ่อนตัวรอจนสว่าง ก็ผ่านดันเจี้ยนชิลๆ แล้ว!"
"ลูกพี่ พวกเรานี่มันสุดยอดจริงๆ!"
ลู่เป่ยเผยรอยยิ้มที่หาดูได้ยาก "ใครบอกนายว่าเรามีกันแค่สองคน?"
เขาหันหลังกลับไปมอง; วิญญาณชาวบ้านหลายสิบดวงยืนเรียงรายอยู่เบื้องหลัง คอยตามพวกเขามาตลอดทาง
ถ้าไม่ได้ความช่วยเหลือจากชาวบ้าน ป่านนี้พวกเขาสองคนคงยังต้องหลบหัวซุกหัวซุนอยู่ในศาลเจ้าด้วยความหวาดผวา
และแน่นอนว่า ถ้าชาวบ้านไม่ได้รับการช่วยเหลือจากทั้งสอง พวกเขาก็ยังคงติดอยู่ในวังวนของคำสาปต่อไป
เรียกได้ว่าทั้งสองฝ่ายต่างช่วยเหลือเกื้อกูลกันจนบรรลุเป้าหมาย
ในเวลานี้ ชาวบ้านเหล่านี้ได้พบกับญาติพี่น้องและเพื่อนฝูงที่คุ้นเคยอีกครั้ง ต่างก็มีเรื่องราวมากมายพรั่งพรูออกมาไม่ขาดสาย
แม้แต่เด็กน้อยที่เพิ่งถูกช่วยเหลือก็ยังจำพ่อแม่ของตัวเองในฝูงชนได้ ครอบครัวจึงได้กลับมาอยู่พร้อมหน้ากันอีกครั้ง
ในห้องไลฟ์สด ผู้ชมต่างพากันพูดคุยอย่างออกรส
【ใครเข้าใจบ้าง พวกแก จังหวะหันหลังของลู่เป่ยเมื่อกี้มันโคตรเท่เลย】
【ดูเหมือนเขาจะยืนอยู่คนเดียว แต่ความจริงแล้วมีคนคอยหนุนหลังเขาเป็นสิบๆ คน!】
【เวลาในดันเจี้ยนเพิ่งผ่านไปแค่ครึ่งเดียว แต่ก็แทบจะประกาศเคลียร์ดันเจี้ยนได้แล้ว ขอถามหน่อยเถอะ มีใครทำเวลาได้โหดขนาดนี้บ้าง?】
【มันก็โหดจริงๆ แหละ อันตรายในหมู่บ้านชาวประมงถูกกวาดล้างจนเหี้ยน แค่รอนิ่งๆ จนสว่างก็ผ่านฉลุยแล้ว】
【เดี๋ยวนะ ยังมีภารกิจลับสำรวจต้นตอของหมอกสีดำอยู่อีกไม่ใช่เหรอ?】
【พี่ชาย ภารกิจลับมันก็ดีอยู่หรอก แต่พี่ไม่ดูเหรอว่าตอนนี้ลู่เป่ยฟาร์มของไปได้เยอะขนาดไหนแล้ว?】
【ได้ไอเทมเป็นกระบุง แถมยังทำภารกิจลับเสร็จไปแล้วอีกอัน จบเกมแบบเซฟๆ นี่แหละคือทางเลือกที่ถูกต้องที่สุดแล้ว】
【ความโลภไม่เคยปรานีใคร ยิ่งในเกมสยองขวัญด้วยแล้ว พลาดนิดเดียวอาจจะสูญเสียทุกอย่างไปเลยก็ได้】
ชายชราเดินเข้ามาหาลู่เป่ย น้ำตาอาบสองแก้ม โค้งคำนับอย่างสุดซึ้ง "ขอบคุณพวกท่านทั้งสองมากสำหรับการช่วยเหลือ ไม่นึกเลยว่าหมู่บ้านคลื่นขาวของข้าจะไม่ต้องทนทุกข์ทรมานจากคำสาปนี้อีกต่อไปแล้ว
"น่าเสียดายก็แต่ชีวิตของคนทั้งหนึ่งร้อยสามสิบสองชีวิตในหมู่บ้าน ตอนนี้แม้แต่โอกาสที่จะได้ไปผุดไปเกิดก็ยังริบหรี่..."
ลู่เป่ยกวาดสายตามองคร่าวๆ มีวิญญาณอยู่ตรงหน้าเขาประมาณไม่กี่สิบดวงเท่านั้น
แต่ชายชราบอกว่าหมู่บ้านนี้มีคนเป็นร้อยคนนี่นา...
แล้วคนอื่นๆ หายไปไหนหมดล่ะ?
หรือว่าพวกเขาอันตรธานหายไปโดยไม่มีโอกาสแม้แต่จะกลายร่างเป็นพรายน้ำด้วยซ้ำ?