- หน้าแรก
- นักเรียนแพทย์สุดเกรียน ป่วนแดนสยอง
- บทที่ 15 ไม่ต้องห่วง ฉันมีประสบการณ์ผ่าศพมาโชกโชน
บทที่ 15 ไม่ต้องห่วง ฉันมีประสบการณ์ผ่าศพมาโชกโชน
บทที่ 15 ไม่ต้องห่วง ฉันมีประสบการณ์ผ่าศพมาโชกโชน
ลั่วเหวินอวี้ได้ยินแบบนั้นก็ยืนแข็งทื่อไปชั่วขณะ
เขารู้จักคำพวกนี้ทุกคำ แต่พอเอามารวมกัน ทำไมเขาถึงไม่เข้าใจความหมายของมันเลยล่ะ?
"ไม่เอาน่า..."
เจ้าอ้วนแอบถอยหลังไปครึ่งก้าว "ลูกพี่ ผมติดเชื้อไปแล้วนะ นี่มันเรื่องคอขาดบาดตาย อย่ามาล้อเล่นสิ"
ผู้เล่นทุกคนจะได้รับแจ้งโหมดของดันเจี้ยนอย่างชัดเจนก่อนเริ่มเกม
ในเมื่อดันเจี้ยนนี้เป็นโหมดร่วมมือ ผู้เล่นจึงถูกห้ามไม่ให้ทำร้ายกันเองโดยเด็ดขาด
ข้อห้ามนี้เข้มงวดมากและไม่มีช่องโหว่ใดๆ
ต่อให้ผู้เล่นพยายามหลอกล่อให้เพื่อนร่วมทีมไปตายด้วยวิธีที่ดู 'สมเหตุสมผล' หรือ 'เป็นมิตร' แค่ไหนก็ทำไม่ได้
ระบบเกมจะคอยจับตาดูผู้เล่นตลอดเวลา หากใครมีความคิดอันตราย ระบบจะส่งคำเตือนทันที
หากเตือนแล้วไม่ฟัง ก็จะถูกคัดออกจากการแข่งขันโดยตรง
และเพราะลั่วเหวินอวี้เข้าใจกลไกของระบบดี เขาถึงยังกล้ายืนอยู่ตรงหน้าลู่เป่ย
ไม่อย่างนั้นป่านนี้เขาคงวิ่งหนีหางจุกตูดไปนานแล้ว!
ลู่เป่ยพูดกลั้วหัวเราะ "เกล็ดที่งอกตรงส้นเท้านาย มันก็คือสัญญาณของการติดเชื้อไม่ใช่เหรอ?"
ลั่วเหวินอวี้เถียงไม่ออก ได้แต่พยักหน้ารับ "ใช่"
"หลังจากติดเชื้อ อีกไม่นานนายก็จะกลายร่างเป็นสัตว์ประหลาด และดูจากเวลาที่เหลือในดันเจี้ยนนี้ นายคงอยู่ไม่ถึงรุ่งเช้าแน่ๆ ใช่ไหมล่ะ?"
"...ใช่"
"แล้วนายมีวิธีแก้ไหมล่ะ?"
"ผม..."
ลั่วเหวินอวี้ทำหน้าเหมือนคนปลงตก "ไม่มี"
ลู่เป่ยผายมือ "นั่นไงล่ะ? ที่ฉันจะผ่าตัดนาย ก็เพื่อหาวิธีรักษานั่นแหละ หรือนายมีข้อเสนอแนะที่ดีกว่านี้ล่ะ?"
คำถามต้อนจนมุมนี้ทำเอาเจ้าอ้วนถึงกับหมดสภาพ
เขาไม่อยากโดนผ่าตัดสดๆ แต่ก็ไม่อยากติดเชื้อจนกลายเป็นสัตว์ประหลาดเหมือนกัน!
ห้วงความคิดของเขาตีกันยุ่งเหยิงไปหมด
ในทางกลับกัน ลู่เป่ยไม่ได้รีบร้อนอะไรเลย เขานั่งไขว่ห้างมองดูพระอาทิตย์ตกดินนอกหน้าต่างอย่างสบายอารมณ์
ไม่ว่าเจ้าอ้วนจะตกลงหรือไม่ ก็ไม่มีผลต่อแผนการขั้นต่อไปของเขา
ถ้าตกลง นี่ก็จะเป็นโอกาสดีที่จะได้ศึกษาความจริงเกี่ยวกับการติดเชื้อของพรายน้ำ
แต่ถ้าไม่ตกลง เขาก็แค่ต้องหาวิธีไปจับพรายน้ำมาสักตัวด้วยตัวเอง
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจากนิสัยของลั่วเหวินอวี้แล้ว...
ลู่เป่ยแอบขำในใจ เพื่อนร่วมทีมคนนี้ต้องยอมตกลงแน่ๆ
ในเมื่อตอนนี้ยังจับพรายน้ำมาผ่าไม่ได้ การได้ทดลองกับแผลติดเชื้อก็ถือเป็นโอกาสที่ไม่เลว
แค่คิดว่าจะได้เห็นตัวอย่างทางสรีรวิทยาชิ้นใหม่ในเร็วๆ นี้ เขาก็ตื่นเต้นจนเนื้อเต้นแล้ว
บนโต๊ะชำแหละไม่ควรมีแค่เนื้อเน่าๆ สินะ
เพื่อนร่วมทีมที่ยังมีชีวิตอยู่ ก็ดูจะเป็นหนูทดลองชั้นยอดเหมือนกัน?
เวลาผ่านไปราวสามถึงห้านาที
"เอาวะ... เอาก็เอา!"
ลั่วเหวินอวี้กระทืบเท้าอย่างตัดสินใจ "มาเลย พี่จะผ่าก็ผ่า!"
ลู่เป่ยลุกขึ้นยืนพลางแซว "โอ้ คิดตกแล้วเหรอ?"
เจ้าอ้วนทำหน้าเหมือนวีรบุรุษเตรียมพลีชีพ "จะให้ทำตรงไหนล่ะ?"
"ตรงนี้แหละ นอนตะแคงลงบนโต๊ะเลย"
เมื่อตัดสินใจได้แล้ว ลั่วเหวินอวี้ก็ไม่ลังเลอีก เขาทิ้งตัวลงนอนทอดหุ่ยบนโต๊ะทันที
ลู่เป่ยไม่พูดพร่ำทำเพลง เรียกมีดชำแหละออกมาเตรียมลงมือ
"เดี๋ยว! เดี๋ยวก่อน!"
ลู่เป่ยชะงัก ถามด้วยความงุนงงเล็กน้อย "มีอะไรอีกล่ะ?"
เจ้าอ้วนชี้ไปที่ส้นเท้าตัวเอง ร้องเสียงหลง "พี่จะผ่ากันดื้อๆ แบบนี้เลยเหรอ? ไม่ฆ่าเชื้อก่อนรึไง? แล้วยาชาล่ะ?"
"อ้อ จริงด้วย ถ้านายไม่ทัก ฉันเกือบลืมไปเลย"
ลู่เป่ยหันไปรื้อกองของใช้เบ็ดเตล็ด หยิบเศษไม้ขนาดเหมาะมืออันหนึ่งส่งให้ลั่วเหวินอวี้
"เดี๋ยวคงจะเจ็บน่าดู นายกัดไอ้นี่ไว้ละกัน
"แล้วก็พยายามอย่าร้องดังมากล่ะ เดี๋ยวพวกมันแห่กันมา
"ส่วนเรื่องฆ่าเชื้อน่ะ..."
เขาอธิบายหน้าตาเฉย "เรื่องฆ่าเชื้อมันเป็นปัญหาของคนที่รอดชีวิตต่างหาก
ถ้านายรอดไปจนถึงเช้าได้ ยังไงก็ปลอดภัยอยู่แล้ว แต่ถ้านายตายตรงนี้ ฉันจะฆ่าเชื้อไปเพื่ออะไรล่ะ จริงไหม?"
ลั่วเหวินอวี้กลืนน้ำลายเอื้อก
สิ่งที่เพื่อนร่วมทีมพูดมันก็มีเหตุผลนะ แต่ทำไมฟังแล้วมันทะแม่งๆ วะ?
"ผมไม่ต้องกัดไม้หรอก พรสวรรค์ของผมช่วยระงับความเจ็บปวดได้แป๊บหนึ่ง พี่รีบๆ ทำให้เสร็จก็พอ!"
"ไม่ต้องห่วง ฉันมีประสบการณ์ผ่าศพมาโชกโชน..."
"พี่ช่วยพูดให้น้อยลงหน่อยเถอะ ไหว้ล่ะ!!"
ลู่เป่ยรูดซิปปาก สวมถุงมือและหน้ากากอนามัย พุ่งสมาธิทั้งหมดไปที่ผิวหนังบริเวณที่มีเกล็ด
เมื่อเขาเข้าสู่โหมดทำงานเต็มตัว 'บันทึกการทดลองชำแหละ' ในช่องเก็บของก็ลอยออกมาปรากฏอยู่กลางอากาศ
หน้ากระดาษเปิดพลิกเบาๆ ปรากฏข้อความขึ้นในหน้าล่าสุด
【บันทึกการทดลองชำแหละ】
【รหัสเอกสาร: B-001】
【ตัวอย่างการชำแหละ: ลั่วเหวินอวี้】
【สถานที่ชำแหละ: ศาลเจ้าหมู่บ้านชาวประมง】
【เวลาที่ชำแหละ: ดันเจี้ยนที่สอง】
ลู่เป่ยใช้นิ้วกดบริเวณที่มีเกล็ดสองสามครั้ง จากนั้นใช้มีดชำแหละขูดเบาๆ แล้วออกแรงดึงเกล็ดแผ่นหนึ่งหลุดออกมา
ด้วยผลจากพรสวรรค์ เพียงแค่ตวัดมีดเบาๆ เกล็ดในมือก็ถูกตัดขาดอย่างเรียบเนียน
【การกระจายตัวของเกล็ด: บริเวณตาตุ่มด้านนอกเท้าขวา ขนาดประมาณฝ่ามือ หรือราว 15 × 10 ซม.】
【คุณสมบัติของเกล็ด: เนื้อสัมผัสเหนียว คล้ายเกล็ดปลา มีเมือกปริมาณเล็กน้อยบริเวณที่ยึดติดกับผิวหนัง】
【หน้าตัดของเกล็ด: รอยตัดมีลักษณะคล้ายเล็บมือมนุษย์】
ลู่เป่ยค่อยๆ เลาะเกล็ดทั้งหมดออก โดยเริ่มจากขอบแผลและกรีดแนบไปกับผิวหนัง
เนื่องจากแผลไม่ลึกมากนัก เลือดจึงออกเพียงเล็กน้อย
ตอนนี้แผลที่ข้อเท้าของลั่วเหวินอวี้ดูเหมือนรอยถลอกขนาดใหญ่ ไม่มีร่องรอยของการติดเชื้อและมีเกล็ดงอกเลยแม้แต่น้อย
แต่นั่นแหละคือปัญหา
ลู่เป่ยแทบจะเอาหน้าจ่อติดแผล เพราะกลัวจะพลาดรายละเอียดใดไป
เนื้อเยื่อใต้ผิวหนังไม่มีความผิดปกติใดๆ
ราวกับว่าหลังจากตัดเกล็ดปลาออกไป พลังลึกลับนั่นก็มลายหายไปด้วย
เขาขมวดคิ้วแน่น พึมพำกับตัวเอง "ไม่ใช่อย่างนี้สิ..."
ได้ยินแบบนั้น หัวใจลั่วเหวินอวี้ก็ร่วงไปอยู่ตาตุ่ม "มีอะไรไม่ชอบมาพากลเหรอ? ลูกพี่ อย่าทำให้กลัวสิ พี่คงไม่คิดจะตัดขาผมทิ้งหรอกนะ?"
"นอนนิ่งๆ แล้วเงียบปากไป"
ลั่วเหวินอวี้ไม่กล้าขยับเขยื้อน "อ...โอเค"
ระหว่างนี้เขาไม่กล้าแม้แต่จะเช็ดเหงื่อที่ไหลย้อยเข้าตา เพราะกลัวจะไปรบกวนสมาธิเพื่อนร่วมทีม
ขืนพี่แกมือสั่นขึ้นมา ขาเขาจะยังอยู่ดีไหมเนี่ย?
ลู่เป่ยจ้องบาดแผลอยู่นานครึ่งชั่วโมง การเพ่งสายตานานๆ ทำให้ตาแห้งผาก แต่เขาก็ยังไม่ละสายตา
มีคำถามหนึ่งวนเวียนอยู่ในหัวที่เขายังหาคำตอบไม่ได้
การที่เกล็ดปลางอกขึ้นตามตัว ย่อมเป็นฝีมือของสัตว์ประหลาดตัวนั้นอย่างไม่ต้องสงสัย
หากไม่มีการสังเวยสิ่งมีชีวิต เกล็ดพวกนี้ก็จะลุกลามไปทั่วร่าง จนสุดท้ายก็กลายร่างเป็นพวกมันโดยสมบูรณ์
ชาวบ้านในหมู่บ้านชาวประมงคงลองมาสารพัดวิธีก่อนจะตัดสินใจทำพิธีสังเวย ซึ่งรวมถึงการดึงเกล็ดออกด้วย
ถ้าวิธีนี้ได้ผล พวกเขาคงไม่ต้องทนทุกข์ทรมานมานานขนาดนี้
ดังนั้น การที่แผลที่ขาของเจ้าอ้วนดูปกติดีทุกอย่าง นี่แหละคือความผิดปกติที่ใหญ่ที่สุด
แต่ตอนนี้ยังมองไม่เห็นอะไรเลย...
ลู่เป่ยไม่ยอมแพ้ ยังคงจ้องบาดแผลต่อไป
เวลาผ่านไปอีกครึ่งชั่วโมง
ลั่วเหวินอวี้เริ่มทนไม่ไหว ถามเสียงอ่อย "พี่ยังไม่เสร็จอีกเหรอ? แผลก็ไม่ได้ใหญ่มาก ทำไมทำนานจัง?"
ลู่เป่ยไม่ได้ตอบกลับ เขาไม่ได้ยินคำถามด้วยซ้ำ
ภาพที่ปรากฏแก่สายตาเขาในตอนนี้ คือเกล็ดเล็กๆ เกล็ดหนึ่งกำลังค่อยๆ งอกขึ้นมาจากปากแผลอย่างช้าๆ
เจอแล้ว!
ปัญหาอยู่ตรงนี้นี่เอง!
ลู่เป่ยตระหนักได้ทันทีว่า การกำจัดเกล็ดด้วยวิธีทางกายภาพเพียงอย่างเดียวนั้นไร้ผล
มันจะงอกขึ้นมาใหม่เรื่อยๆ แถมยังงอกเร็วขึ้นกว่าเดิมอีก
ด้วยอัตราการงอกระดับนี้ คาดว่าน่าจะลามไปทั่วตัวภายในห้าถึงหกชั่วโมง
แต่มันยึดเกาะกับผิวหนังได้อย่างไรกันแน่?
เขาลองใช้สารพัดวิธีเพื่อไขความลับของการงอก แต่ก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า
ลู่เป่ยถอนหายใจด้วยความจนปัญญา
เครื่องมือที่เขามีมันจำกัดเกินไป ถ้ามีอุปกรณ์ครบครันเหมือนในห้องแล็บ เขาคงไม่มืดแปดด้านแบบนี้
เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาก็นึกขึ้นได้ว่ายังมีพรสวรรค์ใหม่อีกอย่างที่ยังไม่ได้ลองใช้
ด้วยความที่ไม่มีอะไรจะเสีย เขาจึงตัดสินใจลองดูอีกครั้ง
พรสวรรค์ การชำแหละวิญญาณ!
ทันทีที่เปิดใช้งานพรสวรรค์ โลกในสายตาของลู่เป่ยก็เปลี่ยนไป
บริเวณบาดแผลที่ข้อเท้าของลั่วเหวินอวี้ ปรากฏกลุ่มควันสีดำขมุกขมัวพันเกี่ยวกันเป็นเกลียว