- หน้าแรก
- ราชันมังกรแห่งยุคพันธุ์อสูร
- บทที่ 1 พรสวรรค์เฉพาะตัว
บทที่ 1 พรสวรรค์เฉพาะตัว
บทที่ 1 พรสวรรค์เฉพาะตัว
บทที่ 1 พรสวรรค์เฉพาะตัว
ภายใต้ท้องฟ้าสีครามสดใส ผืนน้ำในทะเลสาบแลดูโปร่งใสเป็นประกาย แสงอาทิตย์สาดส่องลงบนระลอกคลื่นเล็กๆ ราวกับโปรยเศษเงินระยิบระยับไว้เต็มผิวน้ำ
ริมอ่างเก็บน้ำ เด็กหนุ่มคนหนึ่งกำลังนั่งตกปลาอยู่ ข้างกายมีถังน้ำวางไว้ ทว่าในถังนั้น นอกจากน้ำแล้วก็ไม่มีอะไรเลย
“เถ้าแก่ ขอต่อเวลาหน่อยครับ เพิ่มอีกสักสองชั่วโมง” เฉินเหวยเอ่ยขึ้นอย่างไม่รีบร้อน
เถ้าแก่เจ้าของอ่างเก็บน้ำได้ยินเสียงที่คุ้นเคยนี้ก็ขมวดคิ้วทันที
เขาเงยหน้าขึ้นมอง ก็เป็นอย่างที่คิด เด็กหนุ่มรูปหล่อผู้มีใบหน้าหมดจดและผิวขาวผ่องคนเดิมนั่นเอง เขาจึงรีบปฏิเสธ “ที่นี่ไม่มีการต่อเวลาตกปลา!”
จากนั้นก็บ่นพึมพำโดยไม่รู้ตัว “พูดไปก็น่าแปลก นอกจากเจ้าหนูอย่างเธอแล้ว ปลาหางแดงทองในอ่างนี้ก็ไม่ค่อยมีใครตกได้เลย วันนี้โชคเป็นไงบ้างล่ะ?”
【ชื่อ】: ปลาหางแดงทอง
【ธาตุ】: ไม่มี
【ระดับเผ่าพันธุ์】: สามัญขั้นต่ำ
【ทักษะเผ่าพันธุ์】: กระโจนวารี
【คำอธิบาย】: ปลามังกรสวยงามที่อาศัยอยู่ในทะเลสาบ กล่าวกันว่ามีสายเลือดมังกรเจือปนอยู่เล็กน้อย พลังต่อสู้แทบจะเป็นศูนย์ โดยพื้นฐานแล้วไม่มีใครเลือกทำสัญญากับสัตว์อสูรประเภทนี้ แต่เนื่องจากรูปลักษณ์ที่งดงามจึงเป็นที่ชื่นชอบและมักถูกเลี้ยงไว้เพื่อชมความงาม
”
ข้อมูลเฉพาะของสัตว์อสูรชนิดนี้ปรากฏขึ้นในหัวของเฉินเหวยทันที เพราะที่บ้านของเขาก็เลี้ยงไว้อยู่ตัวหนึ่ง
“วันนี้โชคไม่ค่อยดีเท่าไหร่เลยครับ” เฉินเหวยตอบอย่างจนใจ
“ก็ดี...” เมื่อได้ยินเช่นนั้น เถ้าแก่หลินก็เผลอยิ้มออกมาแล้วพูดต่อว่า “ยังเหลืออีกชั่วโมงนะ เจ้าหนู ออมมือให้ข้าบ้างล่ะ อย่าให้เหมือนคราวก่อนที่เล่นเอาปลาหางแดงทองไปตั้งหลายตัว แบบนั้นข้าขาดทุนย่อยยับแน่!”
“ไม่มีปัญหาครับ”
หนึ่งชั่วโมงต่อมา เถ้าแก่หลินมองปลาหางแดงทองหนึ่งตัวในถังน้ำ ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ “นี่น่ะเหรอที่เรียกว่าออมมือ!”
“ทั้งหมดสี่ชั่วโมง ตกได้แค่ตัวเดียว” เฉินเหวยกล่าวอย่างเป็นเหตุเป็นผล “แน่นอนว่านี่คือออมมือแล้ว นักตกปลาตัวจริงไม่มีทางกลับบ้านมือเปล่าอยู่แล้วครับ”
เถ้าแก่หลินเพิ่งเคยเจอคนตกปลาที่ตกปลาอื่นไม่ได้เลยแบบนี้เป็นครั้งแรกในชีวิต จะตกปลาอะไรไม่ตก ดันมาหาเรื่องกับปลาหางแดงทองของเขาเสียได้!!!
“ทางนี้ยังรับซื้ออยู่ไหมครับ” เฉินเหวยยกถังในมือขึ้น เอียงคอถามพร้อมรอยยิ้ม
“รับสิ ปลาหางแดงทองตัวนี้ขนาดเล็กกว่าคราวก่อนนิดหน่อย” เถ้าแก่หลินกลอกตาอย่างระอา “คราวก่อนสี่ตัวรวมแปดพันเหรียญ ตัวนี้ให้สัก 1,800 เหรียญเป็นไง?”
“ตกลงครับ” เฉินเหวยหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา เปิดคิวอาร์โค้ดสำหรับรับเหรียญดาราอย่างคล่องแคล่ว
เถ้าแก่หลินที่อยากจะร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตาจะไหลโอนเงินให้เฉินเหวย มันเกิดอาเพศอะไรขึ้นกันแน่ ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ปลาหางแดงทองในอ่างนี้ตกง่ายขนาดนี้
ถึงแม้ว่าเขาจะนำไปขายต่อแล้วได้กำไรอยู่บ้าง แต่สำหรับเขาแล้ว การได้กำไรน้อยก็เท่ากับขาดทุน!
ทันใดนั้นเถ้าแก่หลินก็นึกอะไรขึ้นมาได้ เขาเงยหน้าขึ้นมองเฉินเหวยอย่างจริงจังแล้วพูดว่า “ข้าจำได้ว่า เจ้ากับเจ้าหนูจื้อเฉิงเป็นเพื่อนร่วมชั้นกันใช่ไหม ปีนี้จะขึ้นม.6 แล้วสินะ?”
“อืมครับ พรุ่งนี้เปิดเทอมแล้ว” เฉินเหวยเหลือบมองเถ้าแก่หลินแล้วตอบ
“ถ้าพรุ่งนี้เปิดเทอม ก็ถึงเวลาทำสัญญากับสัตว์อสูรเริ่มต้นพอดีน่ะสิ”
เถ้าแก่หลินเลิกคิ้ว ถามอย่างกระตือรือร้น “เลือกสัตว์อสูรไว้หรือยังล่ะ? ข้ามีช่องทางหาสัตว์อสูรระดับเหนือสามัญขั้นสูงได้นะ มีส่วนลดพิเศษให้ด้วย!”
“ไม่เป็นไรครับ สัตว์อสูรระดับนั้นผมซื้อไม่ไหวหรอก” เฉินเหวยหันไปมองสุนัขป่าปฐพีที่อยู่ไม่ไกลจากข้างกายเถ้าแก่หลิน “แทนที่จะคุยเรื่องพวกนี้ เถ้าแก่ไปหาอะไรให้มันกินเพิ่มดีกว่านะครับ ดูสิ มันกินดินอีกแล้ว”
เถ้าแก่หลินเอียงคออย่างสงสัย
【ชื่อ】: สุนัขป่าปฐพี
【ธาตุ】: ดิน
【ระดับเผ่าพันธุ์】: พิเศษขั้นกลาง
【ทักษะเผ่าพันธุ์】: ตรวจจับกลิ่นอาย, กรงเล็บศิลา, กัด
【คำอธิบาย】: สิ่งมีชีวิตระดับพิเศษที่วิวัฒนาการมาจากสุนัขป่าที่ถูกฝึกให้เชื่องในอดีต สามารถได้รับสารอาหารจากการกินดิน เชี่ยวชาญในการใช้จมูกค้นหาและติดตามกลิ่นของศัตรู
”
“ข้าก็แค่หวังดีแนะนำสัตว์อสูรให้ ไม่เอาก็แล้วไป แต่บอกไว้ก่อนนะ เรื่องแบบนี้ไม่ให้มีครั้งที่สาม ถ้าเจ้ามาอีกสักสองสามครั้ง ร้านข้าคงได้เจ๊งปิดกิจการ แล้วก็ถึงตาข้าที่ต้องกินดินแทนแน่!” เถ้าแก่หลินส่ายหัวแล้วเปลี่ยนเรื่อง “ที่นี่ไม่อนุญาตให้เจ้ามาตกปลาแล้ว!”
“ทราบแล้วครับ คราวหน้าไม่มาแล้ว” เฉินเหวยหันหลังเดินออกจากอ่างเก็บน้ำ สัตว์อสูรของเถ้าแก่หลินนั้นใช่ว่าจะได้มาง่ายๆ สัตว์อสูรเริ่มต้นของเขานั้น เขามีเป้าหมายที่แน่นอนอยู่แล้ว
…
เฉินเหวยสะพายกระเป๋า ถือถังน้ำในมือ แล้วก้าวขึ้นรถประจำทาง รถวิ่งไปตามเส้นทางอย่างรวดเร็ว ไม่นานก็ถึงตัวเมือง เขาลงจากรถ เดินตามฝูงชนกลับบ้าน
เมื่อเดินผ่านถนน สายแล้วสายเล่า ฝีเท้าของเขาก็เริ่มช้าลง ที่นั่นคือตรอกเล็กๆ มืดๆ ทางด้านขวามีอพาร์ตเมนต์เก่าๆ แห่งหนึ่ง รอบๆ อพาร์ตเมนต์มีร้านอาหารที่กำลังส่งเสียงจอแจขายอาหารอยู่
ประตูใหญ่ของอพาร์ตเมนต์เปิดอ้าไว้ไม่ได้ล็อก เขาเดินขึ้นบันไดไปที่ชั้นสี่ ด้านซ้ายของบันไดเป็นห้องเดี่ยวแคบๆ บนบานประตูเก่าคร่ำคร่าเขียนว่า 403 นี่คือบ้านที่เขาอาศัยอยู่มาสองปี
เฉินเหวยทิ้งตัวลงบนเตียงที่แสนสบาย พลางยกแขนขวาวางพาดบนหน้าผาก ภายใต้เงาที่พาดผ่าน ดวงตาของเขาฉายแววแห่งความผิดหวังและความปรารถนาจางๆ
โลกใบนี้ช่างแปลกประหลาด ที่นี่มีพลังเหนือธรรมชาติที่เรียกว่า ‘พลังต้นกำเนิด’ อยู่
ด้วยเหตุนี้ สัตว์และพืชส่วนใหญ่บนโลกจึงสามารถปลุกสติปัญญาที่สูงขึ้นและพรสวรรค์อันแข็งแกร่งได้ แม้กระทั่งธาตุต่างๆ เช่น ลม หิมะ สายฟ้า หรือเปลวไฟและสายน้ำก็สามารถวิวัฒนาการเป็นสิ่งมีชีวิตได้
เผ่าพันธุ์มนุษย์เองก็สามารถปลุกพลังพิเศษผ่านพลังต้นกำเนิดได้เช่นกัน เพียงแต่ว่าแม้ความแข็งแกร่งของผู้มีพลังพิเศษจะไม่ด้อย แต่เมื่อเทียบกับอสูรกลายพันธุ์ที่ฟ้าประทานพรให้แล้ว ก็ยังนับว่าห่างชั้นกันมาก
มนุษย์ที่อ่อนแอถูกอสูรกลายพันธุ์ส่วนใหญ่มองว่าเป็นเพียงมดปลวก ชนเผ่ามนุษย์บางกลุ่มถึงกับต้องทำพิธีบวงสรวงเพื่อขอความคุ้มครองจากอสูรกลายพันธุ์ที่ทรงพลัง
ทว่าจุดแข็งที่สุดของมนุษย์คือการสร้างสรรค์และการประยุกต์ใช้ เมื่อเวลาผ่านไปเนิ่นนาน เผ่าพันธุ์มนุษย์ค้นพบว่าการดูดซับพลังต้นกำเนิดจากฟ้าดินมีโอกาสที่จะปลุกพรสวรรค์แห่งการควบคุมอสูรในสมองขึ้นมาได้ นั่นคือ ‘ดาวต้นกำเนิด’
ด้วยดาวต้นกำเนิด พวกเขาสามารถทำสัญญาและจับอสูรกลายพันธุ์ได้ แม้กระทั่งควบคุมพวกมันได้อย่างเด็ดขาด ผู้ที่ควบคุมอสูรกลายพันธุ์ได้อย่างแข็งแกร่งเช่นนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็น ‘ผู้ใช้อสูร’
ในระดับเดียวกัน พลังต่อสู้ของผู้ใช้อสูรนั้นแข็งแกร่งกว่าผู้มีพลังพิเศษมากนัก ดังนั้นผู้ใช้อสูรจึงเริ่มรุ่งเรืองขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่จำนวนผู้มีพลังพิเศษของเผ่าพันธุ์มนุษย์ก็ลดน้อยลง
จวบจนปัจจุบันที่เวลาล่วงเลยไปหลายหมื่นปี มนุษย์ได้สร้างอารยธรรมแห่งผู้ใช้อสูรอันรุ่งโรจน์ขึ้นมาเป็นที่เรียบร้อย แต่น่าเสียดายที่เจ้าผู้ครองดาวสีครามยังคงเป็นเหล่าอสูรกลายพันธุ์ ส่วนเผ่าพันธุ์มนุษย์ทำได้เพียงครอบครองพื้นที่อยู่แค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น
ด้วยเหตุนี้ ประเทศมหาอำนาจของมนุษย์จึงมีความฝันร่วมกันอยู่อย่างหนึ่ง นั่นคือการสำรวจจุดกำเนิดของสรรพสิ่ง เสาหลักแห่งโลก ‘ต้นไม้แห่งโลกต้นกำเนิด’
หากสามารถสำรวจและศึกษามันได้สำเร็จ บางทีเผ่าพันธุ์มนุษย์อาจกลายเป็นเจ้าผู้ครองดาวสีครามได้
น่าเสียดายที่รอบๆ ต้นไม้แห่งโลกต้นกำเนิดนั้นเต็มไปด้วยอสูรกลายพันธุ์ที่แข็งแกร่งนานาชนิดของดาวสีคราม มีคำเล่าลือว่าถึงกับมีอสูรเทวะที่สามารถทำลายล้างฟ้าดินได้สถิตอยู่บนต้นไม้โลก จนถึงทุกวันนี้ ยังไม่มีผู้แข็งแกร่งของเผ่าพันธุ์มนุษย์คนใดเคยไปถึงใต้ต้นไม้แห่งโลกต้นกำเนิดได้เลย
กระทั่งมีนักวิชาการจำนวนไม่น้อยคาดเดาว่า พลังต้นกำเนิดอาจถือกำเนิดขึ้นจากต้นไม้โลก ไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อมก็ตาม
ปัจจุบัน ผู้ครอบครองดาวสีครามยังคงเป็นอสูรกลายพันธุ์ ซึ่งบางครั้งก็จะเข้าโจมตีเมืองของมนุษย์ บิดามารดาของเฉินเหวยก็เสียชีวิตในเหตุการณ์ภัยพิบัติคลื่นอสูรระดับราชาเมื่อสิบสองปีก่อน
ด้วยเหตุนี้ เฉินเหวยจึงต้องใช้ชีวิตอยู่ในสถานสงเคราะห์เป็นเวลานาน จนกระทั่งอายุสิบหกปีบริบูรณ์และปลุกพรสวรรค์ของตนได้แล้วจึงเลือกที่จะจากมา
บนดาวสีคราม ทุกคนมีโอกาสปลุกพรสวรรค์แห่งการควบคุมอสูรหรือก็คือดาวต้นกำเนิดสามครั้ง คือตอนอายุสิบหก, สิบเจ็ด และสิบแปดปี หากทั้งสามครั้งยังไม่สามารถปลุกดาวต้นกำเนิดได้ ก็หมายความว่าไม่มีพรสวรรค์ด้านการควบคุมอสูร ส่วนผู้ที่มีพรสวรรค์ด้านนี้ ในขณะที่ปลุกดาวต้นกำเนิดก็จะมีโอกาสปลุก ‘พรสวรรค์เฉพาะตัว’ ขึ้นมาได้อีกด้วย
ดาวต้นกำเนิดครอบคลุมห้าธาตุ โดยเลือกได้เพียงหนึ่ง พรสวรรค์เฉพาะตัวนั้นมีได้เพียงหนึ่งเดียวและปลุกได้แค่ครั้งเดียว นี่คือกฎเหล็กในประวัติศาสตร์ที่มนุษย์บนดาวสีครามรู้จัก
ผู้ที่สามารถเป็นผู้ใช้อสูรได้ไม่จำเป็นต้องมีพรสวรรค์เฉพาะตัว แต่ผู้ที่มีพรสวรรค์เฉพาะตัวนั้นย่อมต้องเป็นผู้ใช้อสูรอย่างแน่นอน
ในพิธีปลุกพรสวรรค์แห่งการควบคุมอสูรที่โรงเรียน เฉินเหวยได้ปลุกพรสวรรค์เฉพาะตัว [ประเมิน] ขึ้นมา: สามารถตรวจสอบระดับเผ่าพันธุ์และศักยภาพของอสูรกลายพันธุ์, ผลและสรรพคุณของสมบัติฟ้าดิน, หรือแม้กระทั่งรับรู้อารมณ์ของอสูรกลายพันธุ์ได้
พรสวรรค์ที่เฉินเหวยปลุกขึ้นมานี้ไม่เหมาะกับการต่อสู้ แต่เมื่อเทียบกับพรสวรรค์แปลกๆ ที่เพื่อนร่วมชั้นคนอื่นปลุกได้แล้ว ก็ยังถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว
อาจารย์โจวซึ่งเป็นครูประจำชั้นเคยแนะนำอย่างแข็งขันให้เฉินเหวยมุ่งไปในเส้นทางของนักประเมิน แต่เฉินเหวยปฏิเสธ
เขามีมรดกจากบิดามารดา มีห้องพักเดี่ยวในอพาร์ตเมนต์ที่รัฐจัดสรรให้ แถมยังมีเงินสงเคราะห์ที่ได้รับทุกเดือน ทำให้เฉินเหวยมีเงินเก็บอยู่ไม่น้อยสำหรับใช้ซื้อหาและเลี้ยงดูสัตว์อสูร
เขาไม่ได้อยากเป็นนักประเมินมืออาชีพ เขาอยากเป็นผู้ใช้อสูรมืออาชีพที่แข็งแกร่ง หรือกระทั่งเป็นผู้ใช้มังกร