- หน้าแรก
- มรรคาวิถีกระสุนดินดำ
- บทที่ 36 โดนล่าหลายทาง
บทที่ 36 โดนล่าหลายทาง
บทที่ 36 โดนล่าหลายทาง
"พวกแกมีข้อเสนออะไรให้ฉัน?"
"แล้วมีปัญญาอะไรมาทำให้ฉันเข้าร่วม?"
"ไม่สิ คิดก่อนดีกว่าว่าจะทำยังไงให้ฉันไม่ฆ่าแก แล้วยอมไว้ชีวิตพวกแก"
เผชิญหน้ากับคำพูดที่คุกรุ่นไปด้วยกลิ่นดินปืนของราฟาเอล จอร์จเห็นจนชินแล้ว แต่ทุกครั้งก็รู้สึกเหมือนกำลังเจรจากับคนป่าเถื่อน
พวกมวยวัดก็แบบนี้แหละ พอปลุกพลังได้หน่อยก็นึกว่าเป็นซูเปอร์แมนไปซะหมด...
แต่ในฐานะสายลับมืออาชีพ รอยยิ้มของเขายังคงประดับบนใบหน้าและเอ่ยอย่างใจเย็น
"ข้อแรก ผู้มีพลังเหนือธรรมชาติแบบคุณมีไม่น้อย จากการประเมินของเรา พลังทำลายล้างที่คุณก่อเมื่อคืนอยู่ในระดับ C เหนือขึ้นไปก็ยังมีระดับ B ระดับ A"
"ข้อสอง ต่อให้เราไม่ส่งผู้มีพลังเหนือธรรมชาติในองค์กรออกมา เรานิยามผู้มีพลังระดับ C ว่าสามารถหลบหลีกอาวุธร้อนทั่วไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่อาวุธร้อนทำอะไรไม่ได้ เชื่อว่าคุณยังหนุ่มแน่นและมีพลังวิเศษขนาดนี้ คงไม่อยากเผชิญหน้ากับรถถังและปืนใหญ่ของกองทัพสหรัฐฯ หรอกมั้ง? แน่นอน คุณอาจคิดว่าฆ่าคนแล้วจะไปซ่อนตัวได้ คุณอาจไม่เชื่อในความมุ่งมั่นของเรา แต่โปรดให้เกียรติระบบดาวเทียมบนฟ้า ให้เกียรติผู้มีพลังในองค์กรเราด้วย ต่อให้คุณหนีเข้าป่าดงดิบ หรือไปซ่อนในเผ่ากินคน เราก็ตามตัวคุณเจอ"
ทุกประโยคที่ออกจากปากจอร์จ เพิ่มความหวาดระแวงในแววตาราฟาเอลมากขึ้น และลดทอนเจตนาฆ่าลงเรื่อยๆ
เห็นราฟาเอลเงียบ จอร์จรู้ว่าสำเร็จไปครึ่งทางแล้ว เขาพูดต่อ "มีสุภาษิตเม็กซิกันโบราณว่าไว้ 'คนรอบคอบไม่สู้ทวนลม' ทางตะวันออกก็มีคำกล่าวคล้ายกันว่า 'ผู้รู้กาลเทศะคือยอดคน' ผมเชื่อว่าคุณน่าจะคิดได้"
"สุดท้าย เพื่อลดความไม่ไว้ใจที่คุณมีต่อองค์กรของเรา ผมจะยอมแหกกฎให้ความช่วยเหลือคุณเล็กน้อย เช่นช่วยคุณล้างแค้นก่อน แก้แค้นเสร็จค่อยมาคุยเรื่องความร่วมมือ เป็นไง?"
เห็นจอร์จยื่นบันไดให้ลง ราฟาเอลพยักหน้าเงียบๆ
"เยี่ยม!" จอร์จตบมือ แล้วเอ่ยต่อ
"เรามีข้อมูลที่แม่นยำ คนจีนที่ฆ่าพี่ชายคุณ จางอู๋จี๋ ซื้อตั๋วเครื่องบินรอบเก้าโมงสิบห้านาทีวันนี้ จุดหมายคือเม็กซิโกซิตี้"
ราฟาเอลพยักหน้า ในเมื่อรู้ตำแหน่งอีกฝ่าย เรื่องก็ง่ายแล้ว
เขาไม่ถามว่าไอ้คนจีนนั่นเก่งแค่ไหน และเขามั่นใจเต็มร้อยว่าชนะชัวร์!
ระดับ C เหรอ?
แค่เผาบาร์มันจะไปนับเป็นอะไร ร่างมารเขายังไม่ได้ใช้เลยด้วยซ้ำ!
ยิ่งไปกว่านั้น เอฟบีไออยากร่วมมือกับเขา หรือถึงขั้นอยากให้เข้าร่วม แสดงว่าอีกฝ่ายเอนเอียงมาทางเขา
แค่นี้ก็พอสรุปได้แล้วว่าอีกฝ่ายสู้เขาไม่ได้แน่นอน!
ระหว่างที่คิด เขาเงียบรออยู่พักใหญ่ แต่จอร์จกลับไม่อะไรต่อ
ราฟาเอลงุนงง เงยหน้าขึ้นมอง
เห็นจอร์จกะพริบตาปริบๆ ราฟาเอลถามอย่างไม่เข้าใจ "แค่นี้?"
"แค่นี้แหละ"
จอร์จยักไหล่ ยอมรับหน้าตาเฉย
"ตามหนังฮอลลีวูดที่ประเทศพวกนายสร้าง ตอนนี้ไม่ควรจะมีเครื่องบินส่วนตัวส่งฉันไปหามันเหรอ? อย่างน้อยที่สุดก็ต้องเตรียมตั๋วเครื่องบินให้ฉันไหม?"
เจอคำถามราฟาเอล จอร์จสบถด่าพวกฝ่ายประชาสัมพันธ์และฝ่ายภาพลักษณ์องค์กรในใจว่าโง่เหมือนหมูเหมือนหมา แล้วผายมืออย่างจนใจ
"หนังก็คือหนัง ความจริงก็คือความจริง ขอโทษด้วย ตอนนี้ผมให้ได้แค่ข้อมูล"
ราฟาเอล : ......
เออ ได้ ไม่ซื้อให้ ซื้อเองก็ได้วะ!
เขาเผลอจะล้วงมือถือ แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าตั้งแต่ปลุกพลัง มือถือก็โดนความร้อนพังไปแล้ว เครื่องที่สามที่เพิ่งซื้อมาเมื่อกี้ก็เพิ่งพังคาที่
เขาพูดอย่างเอือมระอา "ฉันออกเงิน ช่วยซื้อให้หน่อยได้ไหม!"
จอร์จผายมืออีกรอบ "ขอโทษด้วย เนื่องจากการแถลงข่าวสำคัญที่เม็กซิโกซิตี้..."
เขายักไหล่ "ตั๋วเครื่องบินไปเม็กซิโกซิตี้ถูกจองเต็มหมดแล้ว"
เส้นเลือดบนหน้าผากราฟาเอลปูดโปน เขาพยายามข่มอารมณ์โกรธถามว่า
"ใช้เส้นสายพวกแกหามาสักใบไม่ได้รึไงวะ?!"
จอร์จถอนหายใจ "เราเป็นองค์กรถูกกฎหมาย เรื่องที่ต้องใช้เงินต้องผ่านการอนุมัติทุกขั้นตอน"
"แน่นอน คุณอาจลองถามพวกแก๊งมาเฟียท้องถิ่นดู ในเมื่อพวกนั้นค้ายาได้ หาตั๋วเครื่องบินสักใบไม่น่าจะยาก"
เจอกฎระเบียบอันคร่ำครึของอเมริกาเข้าไป ราฟาเอลถึงกับหัวเราะด้วยความโมโห
"แม่งเอ๊ย!"
......
มองส่งราฟาเอลจนลับตา รอยยิ้มของจอร์จค่อยๆ เลือนหาย
"ไม่บอกเขาเหรอว่าคนจีนนั่นเก่งมาก?"
เสียงอิสตรีรื่นหูดังขึ้นข้างกาย พร้อมกับการปรากฏตัวของหญิงสาวผิวขาวผมบลอนด์ตาสีฟ้า รูปร่างเย้ายวนใจขึ้นมาจากความว่างเปล่า
จอร์จไม่แปลกใจเลยสักนิด
ล้อเล่นน่า ไม่มีผู้มีพลังคุ้มกัน เขาจะกล้าซ่าขนาดนี้เหรอ?
งบสภาอนุมัติมาเท่าไหร่กันเชียว ไหนจะโดนเจ้าหน้าที่สมิธ (นามสมมติพวกกินหัวคิว) สูบเลือดสูบเนื้อไปอีก เงินเดือนสายลับแค่แปดพันดอลลาร์ จะไปเสี่ยงตายทำไม!
"มีอะไรน่าบอก ไอ้บ้านนอกนั่นมีกลิ่นอายต่างเผ่าพันธุ์ คงเป็นแค่ร่างทรงของเผ่าพันธุ์มารอีกตัว ไม่มีค่าอะไร ให้มันไปตายตกตามกันกับไอ้เจ๊กนั่นแหละดีแล้ว"
จอร์จเบ้ปาก สีหน้ารังเกียจ
คำว่า 'หน้าตาเปลี่ยนตามเงินเดือน' นั้นจริงเสมอ
ดึงตัวผู้มีพลังเข้าองค์กรได้ จะได้เงินสักกี่ตังค์กันเชียว?
เอาเวลาไปร่วมมือกับพวกเทพซ่านักค้ายาในองค์กรดีกว่า
ร้องเพลง 'ลำนำแห่งน้ำแข็งและสินค้า' ไปด้วยกัน กอบกู้วิกฤติน้ำแข็งอเมริกา ส่งสินค้าไปเทขายที่อิตาลี สร้างตำนาน 'ซิซิลีแสนงาม' ขึ้นมาใหม่ ถึงตอนนั้นเงินทองไหลมาเทมา
เอาเป็นว่าทำตามมาตรฐานขั้นต่ำขององค์กร กำจัดผู้มีพลังสองคนนี้ทิ้งไปก็พอ
"ทำไม เอเรีย เธอมีข้อเสนออะไรเหรอ?"
จอร์จมองไปทางอื่น รู้สึกแปลกใจ
"เปล่า แค่เผ่าพันธุ์มารที่มีปัจจัยพลังแตะระดับ C คาบเส้น ฉันแค่กลัวว่าจะสู้คนจีนคนนั้นไม่ได้ ปัจจัยพลังของหมอนั่นน่าจะระดับ C กลางค่อนไปทางสูงแล้ว"
การที่ได้มาจับคู่กับจอร์จก็แปลว่าเป็นคนประเภทเดียวกัน คู่หูหน้าตาเปลี่ยนตามเงินเดือน เอเรียก็เป็นพวกใจเย็นตามเงินเดือนเหมือนกัน
เงินไม่ถึง ใครจะยอมขายชีวิตกันล่ะ
"นั่นสินะ กลับไปเขียนใบคำร้อง ถ้าฝ่ายไหนรอด จับเป็นได้ก็จับ จับไม่ได้ก็ฆ่าทิ้ง จะได้ไม่ยุ่งยาก"
......
ที่ตั้งเดิมแก๊งหมาบ้า
กลิ่นเลือดคาวคลุ้งและเสียงปืนดังสนั่นตั้งแต่กลางดึก ทำให้โรงฆ่าสัตว์ร้างแห่งนี้กลายเป็นเป้าสายตา
แจ้งตำรวจเหรอ ไม่มีใครแจ้งหรอก
เพราะกฎเหล็กของการเป็นชาวเม็กซิกันรุ่นเก๋าคือ อย่าสอดรู้สอดเห็น
ไม่งั้นไม่ได้ดีแน่ ดีไม่ดีอาจโดนยิงเป่าสมองยังถือว่าเป็นเรื่องโชคดีด้วยซ้ำ
ไม่แน่อาจถูกเข้าใจผิดว่าเป็นพวกเดียวกัน และสิ่งที่รออยู่คือ
ญาติโดนเผา เพื่อนบ้านโดนคั่ว เพื่อนสมัยเรียนโดนย่าง
เพื่อนฝูงโดนต้ม ครอบครัวโดนนึ่ง ลูกเมียโดนทอด
ถ้าเจอตำรวจ ก็ใช่ว่าจะรอด
ข้าวแดงแกงร้อนรออยู่ ถ้าเข้าใจโลกยอมจ่ายเงินฟาดเคราะห์ก็ดีไป
แต่ถ้าไม่มีเงิน สิ่งเดียวที่จะเอามาแลกได้คือชีวิต
ถึงตอนนั้น เพื่อพิสูจน์ว่าเม็กซิโกไม่ใช่รัฐค้ายา เพื่อสร้างผลงานปิดคดี ต้องมีคนรับผิด ยิ่งถ้าเบื้องบนมาตรวจงานด้วยแล้ว
สิ่งที่รออยู่คือ เช้าจับ บ่ายฆ่า เย็นเผา ไม่เหลือร่องรอยให้สืบสาว
ตอนนี้แหละที่ความกระตือรือร้นของตำรวจเม็กซิกันจะสำแดงฤทธิ์ ในสถานการณ์ที่ไม่มีใครแจ้งความ รถตำรวจมักจะมาถึงที่เกิดเหตุเร็วมาก ประสิทธิภาพสูงลิบลิ่ว!
ตำรวจเม็กซิกันก็คือตำรวจ ในฐานะสายข่าวที่มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นจนแทบจะแยกไม่ออกกับแก๊งค้ายาท้องถิ่น ข้อมูลมือหนึ่งแบบนี้บางทีมีค่ามหาศาล