เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17 คนจากองค์กร

บทที่ 17 คนจากองค์กร

บทที่ 17 คนจากองค์กร


แน่นอนว่าจางโซ่วทำได้แค่คิด

ก่อนที่วิชากลไกของเขาจะก้าวหน้า ของวิเศษที่บรรพชนประทานห้ามแพร่งพรายเด็ดขาด ไม่งั้นจะอธิบายที่มาได้ลำบาก

เมื่องานเลี้ยงเลิกรา แขกเหรื่อทยอยกลับ เหลือเพียงเจ้าอาวาสและนายรองหลินที่ย้ายไปสนทนาต่อที่ตำหนักเมฆา

คงเจวี๋ยรับหน้าที่สั่งงานเหล่าผู้ดูแลแทน

คาดการณ์ว่าคลื่นสัตว์อสูรจะปะทะราวๆ ช่วงฤดูหนาวใหญ่ หรือช่วงหลังปีใหม่ หลังฉลองปีใหม่ต้องนำศิษย์ออกจากวัด ให้ผู้ดูแลเตรียมตัวให้พร้อม

ผู้ดูแลรับคำสั่งแล้วแยกย้าย จางโซ่วเดินตามหลังกวงฮุ่ยพลางคิดคำนวณในใจ

เพราะเรื่องคลื่นสัตว์อสูร การคัดเลือกเข้าสำนักตั๊กม้อที่เดิมกำหนดไว้ปลายปีเลยต้องเลื่อนเข้ามา เหลือเวลาอีกเพียงสามเดือนเศษ

เวลามีเหลือเฟือ แถมมียาเม็ดคืนพลังขนานเล็กช่วย วิถียุทธ์ไม่น่าห่วง ขอแค่ทะลวงเข้าขั้นเซียนเทียน ก็การันตีผ่านการคัดเลือกเข้าสำนักตั๊กม้อ

คลื่นสัตว์อสูรเป็นเรื่องอันตราย อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ อาจต้องงัดของวิเศษที่บรรพชนประทานออกมาใช้ แต่ถ้าเป็นแบบนั้นความลับจะแตก ดังนั้นต้องรีบฝึกวิชากลไกให้พอเอาไปอวดชาวบ้านได้

ขณะความคิดในหัวตีกันยุ่งเหยิง จางโซ่วค่อยๆ เลื่อนสายตาไปมองขวดหยกที่เพิ่งได้มา

ยาเม็ดคืนพลังขนานเล็กแม้จะล้ำค่าแต่ไม่แปลกใหม่ เพราะเขาเคยกินแล้ว

แต่ยาเม็ดคืนพลังขนานใหญ่ที่ช่วยลดเวลาบำเพ็ญเพียรในระดับเซียนเทียนได้นี่สิ แม้แต่อาจารย์เขายังไม่เคยได้ลิ้มรส!

ไม่รู้ว่าถ้าเข้าสู่ขั้นเซียนเทียนแล้วมียาเม็ดคืนพลังขนานใหญ่ช่วย จะใช้เวลาเท่าไหร่ถึงจะบรรลุขั้นสมบูรณ์...

น่าเสียดายที่จากเซียนเทียนไปสู่ระดับปรมาจารย์สำนัก ยาช่วยไม่ได้ ต้องใช้การหยั่งรู้เองล้วนๆ ยาเม็ดคืนพลังขนานใหญ่ไร้ประโยชน์

ส่วนถ้าถึงตอนนั้นสติปัญญาเขาไม่ถึงขั้น ต้องติดแหง็กอยู่ที่เซียนเทียนสมบูรณ์เหมือนอาจารย์...

จางโซ่วยิ้มมุมปาก

มีปัญหาปรึกษาเทพเจ้าแห่งสมบัติ บรรพชนข้าได้เลย!

ด้วยคติพจน์มีปัญหาก็แก้ แก้ไม่ได้ก็ฟ้องบรรพชน จางโซ่วจึงเข้าสู่โหมดฝึกฝนอย่างหนักหน่วง

......

......

ฟังเสียงสมาชิกแก๊งพี่น้องฮวนทยอยถอนตัวจากโรงแรม จางอู๋จี๋ถอนหายใจโล่งอก

ขั้นโฮ่วเทียนสมบูรณ์ยังไงก็กันกระสุนไม่ได้ ต้องทำตัวเจียมเนื้อเจียมตัว ห้ามลำพองใจเด็ดขาด

ในเมื่อสมาชิกแก๊งพี่น้องฮวนไปแล้ว จางอู๋จี๋ก็รีบเก็บของเตรียมชิ่ง

ออกจากโรงแรม เขากะว่าจะไปอาศัยร้านหมอจีนเฒ่าจอห์นหลบภัยสักพัก

อาจเพราะจางอู๋จี๋พูดจีนได้ เฒ่าจอห์นเลยต้อนรับขับสู้เต็มที่ ให้อารมณ์เหมือนเจอเพื่อนเก่าในต่างแดน

แต่ไม่นาน สายตาจางอู๋จี๋พลันต้องเคร่งเครียด เพราะมีเสียงฝีเท้า และเป็นฝีเท้าที่มีเป้าหมายชัดเจน

ฟังจากเสียง น่าจะสี่คน...

ลางสังหรณ์ไม่ดีผุดขึ้นมาทันที

"คุณจางอู๋จี๋ครับ รบกวนเปิดประตูหน่อย"

นั่นไง เป้าหมายพุ่งตรงมาที่ห้องจางอู๋จี๋ แถมยังเคาะประตูอย่างมีมารยาท

จางอู๋จี๋รีบเปิดกระเป๋า คว้าปืนพกออกมา

ต่อให้ไม่เคยยิงปืน แต่ด้วยระดับวรยุทธขั้นโฮ่วเทียนสมบูรณ์ ประสาทสัมผัสเป็นเลิศ ความแม่นยำน่าจะพอไหว

พอยัดปืนใส่กระเป๋าเสื้อ เขาจึงแนบตัวกับผนังเดินไปที่ประตู

วันนี้ไม่เหมือนวันวาน เมื่อก่อนวรยุทธต่ำต้อยต้องทิ้งระยะหาที่กำบัง ตั้งแนวรับ

ส่วนตอนนี้เขาไร้เทียมทานในระยะประชิด ถ้าอยู่ไกลต่างหากที่ปืนจะเป็นภัยคุกคาม

ในระยะเจ็ดก้าว ปืนเร็วกว่า หรือหมัดเร็วกว่า สำหรับคนทั่วไปเขาไม่รู้ แต่สำหรับจางอู๋จี๋ เขาเร็วกว่าแน่นอน

มาถึงข้างประตู จางอู๋จี๋เกร็งตัวพร้อมขยี้ศัตรูหลังประตูทุกเมื่อ

เขาค่อยๆ บิดลูกบิด เปิดประตูแล้วชะงัก

อีกฝ่ายดูเหมือน... จะไม่ได้มาหาเรื่อง

เพราะพอเปิดประตูออก จางอู๋จี๋ฟังไม่ผิด มากันสี่คนจริงๆ

และสามคนในนั้นเป็นสมาชิกแก๊งมาเฟียสไตล์เม็กซิกันขนานแท้ หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส การแต่งกายดูเป็นมิตรสุดๆ

คนตรงกลางเป็นชายสวมสูทดำอายุราวสามสิบ หน้าตาดูภูมิฐาน ถ้าไม่มีพี่บิ๊กเม็กซิกันสามคนประกบ บอกว่าเป็นคนขายประกันก็เชื่อ

ท่าทีทั้งสี่คนดีมาก เพราะปืนดันเหน็บอยู่ที่เอว ไม่ได้ถือไว้ในมือ

แถมยังยิ้มให้เขาอีก!

นี่มันผิดปกติสุดๆ ในเม็กซิโก!

"พวกแกเป็นใคร?"

ความระแวงของจางอู๋จี๋พุ่งสูงปรี๊ด แต่จิตใจยังสงบนิ่ง

ระยะใกล้แค่นี้ เขามั่นใจเต็มร้อยว่าจะขยี้คอหอยพวกมันทุกคนได้ก่อนจะทันได้ชักปืน

พูดง่ายๆ ชีวิตทั้งสี่คนอยู่ในกำมือจางอู๋จี๋แล้ว

"ขอให้วางใจครับ เราไม่ได้มาร้าย สะดวกเข้าไปคุยข้างในไหมครับ?"

หนุ่มชุดสูทฉีกยิ้ม ในฐานะที่รับมือกับเคสเหนือธรรมชาติมาเป็นรายที่ห้าในรอบไม่กี่เดือนนี้ เขาเจนจัดเวทีนี้แล้ว เชื่อว่ารอยยิ้มที่เป็นมิตรจะช่วยให้...

"ไม่ คุยตรงนี้นี่แหละ"

จางอู๋จี๋ฉายแววรำคาญ สายตาที่มองทั้งสี่คนเริ่มอันตรายขึ้นเรื่อยๆ

ฆ่าทิ้งสอง เก็บไว้รีดข้อมูลสอง ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่ได้ความลับ

หนุ่มชุดสูทเห็นสายตาจางอู๋จี๋ก็สะดุ้ง เขาดูออก อีกฝ่ายก็เป็นพวกสายบู๊เหมือนกัน แถมเป็นสายบู๊อนุรักษนิยมที่ยึดมั่นในการทรมานเหยื่อแบบดั้งเดิมไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี

คติประจำใจคือ พลังทำลายทุกกฎเกณฑ์ นอกจากซ้อมแล้วก็คือซ้อมให้น่วม

เพื่อป้องกันตัวเองจากการโดนทารุณกรรม ขั้นตอนที่ควรให้จางอู๋จี๋โชว์พาวก่อนเพื่อกันความผิดพลาดถูกเขาข้ามไปทันที รีบเอ่ยปาก

"ผมชื่อแฟรงค์ มาจากองค์กร ครั้งนี้มาเพื่อแก้ปัญหาเรื่องค่าหัวของคุณ เราทราบความเปลี่ยนแปลงของคุณจากแก๊งกระสุนหลงทางแล้ว โปรดอย่าเข้าใจผิด เราไม่จำเป็นต้องปะทะกัน!"

จางอู๋จี๋หรี่ตา เขาคิดไว้แล้วว่าแก๊งกระสุนหลงทางอาจสงสัยการตายของกลุ่มไอ้หัวเหลือง สืบย้อนกลับมาหาเขา ถึงต้องรีบชิ่งจากโรงแรมเปลี่ยนที่กบดาน

แต่ไม่นึกว่าจะมาเร็วขนาดนี้!

แฟรงค์เหมือนเดาความคิดเขาออก พูดอย่างภูมิใจนิดๆ "คนขององค์กรเรามีอยู่ทั่วโลก เนื่องจากเคสของคุณมีความสำคัญสูงสุด ผมที่อยู่ใกล้คุณที่สุดเลยได้รับมอบหมายให้มาจัดการ"

มิน่าล่ะ...

จางอู๋จี๋ปรายตามอง "มีอะไรก็พูดมา พวกแกจะแก้ปัญหานี้ยังไง"

เห็นว่ายังไม่มีวี่แววจะให้เข้าไป แฟรงค์ยักไหล่อย่างช่วยไม่ได้

"ก่อนอื่น เราขออธิบายเหตุผลที่เราตั้งค่าหัวคุณก่อน เพื่อให้คุณเข้าใจความหวังดีขององค์กร"

"ข้อแรก ลูกพี่ลูกน้องของคุณ ไมค์ หายตัวไปพร้อมรถบรรทุกสินค้ามูลค่าหนึ่งล้านดอลลาร์ เราถึงตามหาคุณ"

"เดี๋ยวก่อน" จางอู๋จี๋ยกมือขัด ขมวดคิ้ว "ที่แกพูดมาไม่เห็นเหมือนที่ฉันได้ยินมาเลยล่ะ?"

แฟรงค์ : ?

แฟรงค์งงเป็นไก่ตาแตก อะไรคือได้ยินมา คุณไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์เหรอครับพี่?

แต่เพราะเกรงใจฝีมือจางอู๋จี๋ เลยไม่กล้าถามตรงๆ ทำได้แค่ตอบเลี่ยงๆ ว่า

"คุณอาจจะจำผิดก็ได้ครับ องค์กรเราเป็นต้นทาง ข้อมูลไม่น่าจะผิดเพี้ยน"

จางอู๋จี๋คิดดูแล้วก็จริง ไอ้หัวเหลืองพวกนั้นก็แค่อันธพาลอยากได้เงินรางวัล ข้อมูลที่ได้มาคงผ่านการใส่ไข่มาสิบแปดตลบ

เขาถามต่อ "สมมติว่าที่แกพูดมาเป็นความจริง ข้อแรก รถบรรทุกบ้านแกขนอะไรมูลค่าตั้งล้านดอลลาร์?"

"ข้อสอง ของหายแล้วเกี่ยวอะไรกับฉัน ใครทำหายก็ไปตามที่คนนั้นสิ"

เห็นจางอู๋จี๋ยังจับต้นชนปลายไม่ถูก แฟรงค์เลยอธิบายอย่างใจเย็น

จบบทที่ บทที่ 17 คนจากองค์กร

คัดลอกลิงก์แล้ว