เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2 วิถีกระสุนก็คือวิถีธรรม เพลงปืนก็คือเพลงยุทธ์

บทที่ 2 วิถีกระสุนก็คือวิถีธรรม เพลงปืนก็คือเพลงยุทธ์

บทที่ 2 วิถีกระสุนก็คือวิถีธรรม เพลงปืนก็คือเพลงยุทธ์


แต่เข้าใจก็ส่วนเข้าใจ แล้วตัวเขาจะช่วย ‘ทายาท’ คนนี้ยังไงได้บ้างล่ะ?

จางอู๋จี๋หยิบมือถือขึ้นมา พยายามศึกษาระบบ 【ระบบจำลองตระกูลเซียน】 ที่จู่ๆ ก็โผล่มานี้

เห็นแค่จางโซ่วในหน้าจอโขกศีรษะครบสามครั้ง ป้ายไม้เล็กที่เป็นตัวแทนป้ายวิญญาณบรรพชนก็สว่างวาบขึ้นมาชนิดแทบสังเกตไม่เห็น

ด้านล่างหน้าจอก็มีข้อความเด้งขึ้นมา

【ลูกหลานของท่านจางโซ่วทำการกราบไหว้บรรพชนหนึ่งครั้ง】

【ค่าธูปเทียน +1】

【ของเซ่นไหว้ครั้งนี้คือหมั่นโถวแป้งขาวหนึ่งลูก ต้องการนำออกมาหรือไม่?】

【การกราบไหว้บรรพชนครั้งนี้ท่านต้องการประทานพรหรือไม่?】

พอเห็นตัวอักษรพวกนี้ จางอู๋จี๋ถึงกับกลั้นหายใจ

นอกจากคำเตือน บนหน้าจอยังมีจุดที่กดโต้ตอบได้เพิ่มขึ้นมา

พอนิ้วชี้กดลงไป ของเซ่นไหว้ที่ส่องแสงเรืองรอง... หมั่นโถวแป้งขาวบนกระดาษไขนั่น กับตัวจางโซ่วต่างก็มีข้อมูลเด้งขึ้นมา

【ชื่อ : จางโซ่ว】

【สถานะ : ทายาทเพียงหนึ่งเดียวของตระกูลจาง, สามเณร】

【อายุขัย : 20/70】

【ขอบเขต : ไม่มี】

【พรสวรรค์ : โครงสร้างกระดูกชั้นเลิศ】

【วิชา : พลังปราณดั้งเดิม (ขั้นต้น)】

...

...

【ของเซ่นไหว้ : หมั่นโถวแป้งขาว】

【คำอธิบาย : ธัญพืชขัดสีที่ใช้ประทังความหิว หนึ่งลูกมีค่าห้าอีแปะ ผ่านการกราบไหว้จากทายาทเพียงหนึ่งเดียวตระกูลจาง จางโซ่ว ได้รับการเสริมพลังจากควันธูป หากรับประทานจะได้รับวรยุทธ 『พลังปราณดั้งเดิม (ขั้นความสำเร็จเล็กน้อย)』】

"โครงสร้างกระดูกชั้นเลิศ? ไอ้หนูนี่เป็นอัจฉริยะด้านวรยุทธเชียวนะ!"

จางอู๋จี๋จ้องมองหน่อเนื้อเชื้อไขคนเดียวของตระกูล พึมพำพลางเลื่อนสายตาลงมา

วินาทีถัดมา ลมหายใจเขาเกิดสะดุด "วรยุทธ? ขั้นความสำเร็จเล็กน้อย?!"

จางอู๋จี๋รีบกดเข้าไปดูคำอธิบาย

【พลังปราณดั้งเดิม : วรยุทธขั้นโฮ่วเทียน ฝึกฝนเพื่อทะลวงเส้นลมปราณตับ ปรับสมดุลลมปราณ เพิ่มพูนพละกำลัง หากฝึกจนสมบูรณ์จะมีแรงหนึ่งร้อยจวิน บรรลุเป็นจอมยุทธ์ขั้นโฮ่วเทียน】

ไม่มีกระบวนท่าอะไร เป็นแค่วิชาฝึกร่างกายเพียวๆ

"หนึ่งร้อยจวิน? หนึ่งจวินเท่ากับสามสิบจิน ก็คือแรงสามพันจิน?"

*หนึ่งจิน = 500 กรัม, ดังนั้น 1 จวิน = 30 กิโลกรัม

ต้องรู้ก่อนว่าหมัดของไทสันช่วงพีคหนักแค่แปดร้อยปอนด์ หรือประมาณ 726 จิน ถ้าฝึกพลังปราณดั้งเดิมจนสมบูรณ์นี่เทพกว่าไทสันอีก!

คิดได้ดังนั้น หัวใจจางอู๋จี๋ก็ร้อนรุ่ม

ถึงตอนนี้จะได้แค่พลังปราณดั้งเดิมขั้นความสำเร็จเล็กน้อย แต่ตามกฎนี้ ถ้าทายาทของเขาคนนี้ยกระดับวรยุทธได้ แล้วกราบไหว้บรรพชนอีก เขาก็จะได้ของเซ่นไหว้อีก วรยุทธก็จะเลื่อนขั้นตามไปด้วย!

เขาคิดพลางนึกอะไรขึ้นได้ สายตาค่อยเคลื่อนไปหยุดที่ของเซ่นไหว้ อัตราการเต้นของหัวใจพุ่งปรี๊ด

‘ขอลองเอาออกมาดูก่อน...’

พอแค่คิด ภาพกระดาษไขในหน้าจอก็ว่างเปล่าทันที ตรงหน้าจางอู๋จี๋ปรากฏหมั่นโถวแป้งขาวลูกหนึ่งขึ้นมา!

เขาเอื้อมมือคว้าหมั่นโถวมายัดเข้าปาก กัดเบาๆ หนึ่งคำ!

【ท่านรับประทานของเซ่นไหว้ ได้รับวรยุทธ 『พลังปราณดั้งเดิม (ขั้นความสำเร็จเล็กน้อย)』】

ตัวอักษรปรากฏขึ้นบนจอตา จางอู๋จี๋รู้สึกร้อนวูบไปทั้งตัว พลังมหาศาลก่อตัวขึ้นในจุดตันเถียน ไหลทะลักไปตามกระแสเลือดสู่แขนขาและกระดูกทุกส่วน พุ่งพล่านไปทั่วร่าง!

ยังดีที่มีระบบช่วยกดทับไว้ เพียงชั่วครู่ จางอู๋จี๋ก็ย่อยพลังได้หมดจด

พอลืมตาขึ้น เขาเพียงรู้สึกหูตาสว่างไสว มีเรี่ยวแรงเหลือเฟือ กล้ามเนื้อที่เคยปวดเมื่อยกลับมาใช้งานได้ดั่งใจ ไร้ความผิดปกติ

จางอู๋จี๋ยกมือแนบใต้เตียงตรงหน้า ออกแรงยกด้วยมือเดียว!

เอี๊ยด!

โครงเตียงรวมฟูกหนักเกือบร้อยจิน กลับถูกเขายกขึ้นด้วยมือเดียว!

วินาทีนี้แววตาจางอู๋จี๋ยิ่งลุกโชน การสังเวยของคนถังแตกนี่ทำให้เขาขึ้นสวรรค์ได้ในก้าวเดียว อนาคตถ้าได้เป็นยอดคนจะขนาดไหน?

ตัวเขาจะไม่บรรลุเซียนเหาะเหินเดินอากาศ เป็นอมตะไร้เทียมทานเลยเรอะ!

มองทายาทในหน้าจอมือถือ ความคิดในหัวจางอู๋จี๋เกิดแจ่มชัด

ประทานพร!

ต้องประทานพร!

ต้องรักษาทายาทคนสุดท้ายของตระกูลจางเอาไว้ให้ได้!

แต่ว่า... ตัวเขาที่จนกรอบ จะมีอะไรประทานให้ได้ล่ะ?

จางอู๋จี๋กวาดตามองตัวเอง อาหารน้ำดื่มไม่มีประโยชน์ มือถือเป็นสื่อกลางย่อมไม่ได้...

ไม่นานสายตาเขาก็หยุดอยู่ที่ปืนลูกโม่

อืม...

วิถีกระสุนก็คือวิถีธรรม เพลงปืนก็คือเพลงยุทธ์ ที่ว่าไร้กระบวนท่าคือสุดยอดกระบวนท่า วิถีแห่งเต๋านั้นเรียบง่าย

สวดมนต์พันจบ ไม่สู้เล็งสามจุดให้ตรงกัน!

แต่ของจากต่างโลกแบบนี้ส่งไปโลกบำเพ็ญเพียร จะสร้างปัญหาให้ลูกหลานรึเปล่า?

ปัญหานี้พอจางอู๋จี๋เลือกปืนลูกโม่รวมถึงกระสุนห้านัดในรังเพลิงเป็นของประทานพร ภาพในหน้าจอก็ทำให้เขาเบาใจ

......

จางโซ่วคุกเข่ามองกระถางธูปและป้ายไม้ เวลาผ่านไป เปลวเทียนสั่นไหวในลมหนาว ความหวังเดียวในใจเขาดับวูบลงในที่สุด

ภายหลังแค่นหัวเราะเยาะตัวเองสองที จางโซ่วลุกขึ้นยืน กำมีดหั่นผักที่ขโมยมาจากเตาไฟแน่น แววตาฉายความเด็ดเดี่ยว

‘จะให้ข้าล้างก้นรอคืนนี้รึ? ต้องดูว่าศิษย์พี่หมิงติ่งจะรับไหวหรือไม่!’

เขารู้ดีว่าหมิงติ่งเป็นจอมยุทธ์ขั้นโฮ่วเทียน แถมยังฝึกกายาเหล็กไหล อิฐหินธรรมดาบีบแตกได้ด้วยมือเปล่า เหล็กสามัญก็แทงทะลุ แต่จางโซ่วไม่เชื่อกว่าไอ้นั่นของอีกฝ่ายจะฝึกจนแข็งแกร่งได้ขนาดนั้น!

‘ฆ่าไม่ตายก็ต้องตอนมันให้ได้!’

ขณะที่จางโซ่วตั้งท่าจะจากไป จู่ๆ ก็พบว่าป้ายไม้ขนาดเล็กที่ซื้อมาส่งเดชคล้ายจะสว่างวาบ หน้าไม้รูปร่างประหลาดปรากฏขึ้นหน้ากระถางธูป

จางโซ่ว : "?"

จางโซ่ว : "!"

จางโซ่วที่เดิมทียังขำเรื่องภูตผีปีศาจถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกลั้นหายใจเฮือก

ตึง—

พื้นดินถูกเขาทิ้งเข่ากระแทกจนเป็นหลุมเล็กๆ สองหลุม จางโซ่วโขกศีรษะอย่างแรง!

"ลูกหลานอกตัญญูช่างมีตาหามีแววไม่ หวังบรรพชนโปรดให้อภัยที่ลูกหลานล่วงเกินก่อนหน้านี้! ลูกหลานอกตัญญูขอกราบก่อนแล้ว!"

ตึง ตึง ตึง!!!

สิ้นเสียงโขกศีรษะสามครั้ง พื้นดินตรงหน้าจางโซ่วยุบลงเป็นหลุมเล็ก เขาหมอบกราบหัวไม่กล้าเงย ตัวสั่นเป็นเจ้าเข้า

เดิมทีเขาคิดจะพูดโกหกเอาตัวรอด แต่กลัวบรรพชนอิทธิฤทธิ์แก่กล้าจะดูออก ถึงตอนนั้นจะยิ่งซวยหนัก เลยยอมรับผิดเสียงสั่นเครือ

"ท่านบรรพชน อย่าได้ทำร้ายข้าเลย! ข้าเป็นทายาทคนเดียวของตระกูลจางนะขอรับ! เลือดเนื้อเชื้อไขแท้เชียวนะ! ท่านบรรพชนดวงตาเห็นธรรม โปรดอย่าทำลายธูปเทียนตระกูลตัวเองเลย!"

เห็นแบบนี้ จางอู๋จี๋ถึงกับขำ

"ไอ้หนูนี่มันลื่นเป็นปลาไหลเสียจริง!"

ทำไมเขาจะดูไม่ออกว่าก่อนหน้านี้จางโซ่วทำหน้าผิดหวัง ทีนี้พอบรรพชนสำแดงฤทธิ์จริงเอ็งดันไม่ดีใจซะงั้น!

พิจารณาดูแล้วว่าทางรอดของเขาอยู่ที่ทายาทคนนี้ จางอู๋จี๋เลยไม่แกล้งต่อ

การประทานพรเป็นฟังก์ชันที่ใช้ได้เฉพาะตอนทายาทกราบไหว้ นอกเหนือจากนั้น ในตอนนี้เขาทำได้อีกแค่อย่างเดียว

【สำแดงฤทธิ์ : ใช้ค่าธูปเทียนเพื่อออกคำสั่งแก่ลูกหลาน】

จางโซ่วที่คุกเข่าอยู่เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย มองซ้ายขวาไม่เห็นสิ่งผิดปกติ ในใจเริ่มบ่นพึมพำ

แต่ข้อมูลมหาศาลพลันปรากฏในสมอง ทำเอาเขาตกตะลึงอีกรอบ

พอเรียบเรียงได้ว่าเป็นวิธีใช้วัตถุประหลาดชิ้นนั้น จางโซ่วก็ถอนหายใจโล่งอก ก่อนจะเปลี่ยนเป็นปิติยินดี

‘หน้าไม้กลไกเทพ? อานุภาพรุนแรง หน้าไม้ขนาดเท่าฝ่ามือนี้สังหารจอมยุทธ์ขั้นโฮ่วเทียนได้?!’

เขายังคงคุกเข่า ยืดตัวช่วงบนขึ้น สองมือทำท่าจะพนมโดยสัญชาตญาณแต่ชักกลับเหมือนโดนไฟช็อต เปลี่ยนมาประสานมือคารวะ ใบหน้าเปี่ยมด้วยความเคารพ

"ได้รับของวิเศษจากบรรพชน ลูกหลานจะปฏิบัติตามคำสั่ง ให้เจ้าหมิงติ่งมีแต่ทางตายไร้ทางรอด!"

ว่าจบ จางโซ่วก็หยิบปืนลูกโม่ที่กลายสภาพเป็นหน้าไม้กลไกเทพตามคำแนะนำ เก็บเข้าอกเสื้อด้วยท่าทางจริงจัง!

จากนั้นจึงรีบจัดการพื้นที่

ป้ายไม้ยังพอว่า เก็บหอมรอมริบจากเงินทำบุญของญาติโยมมาหลายปี แต่กระถางธูปนี่ไม่ใช่

เดิมทีกะว่าไปแล้วไปลับ กระถางธูปที่ใช้กราบไหว้นี้ขโมยมาจากในวัด ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยน แน่นอนว่าต้องเอาไปคืน

ในสายตาจางอู๋จี๋ ทายาทคนนี้เก็บกระถางธูปและป้ายไม้อย่างรวดเร็ว ทำความสะอาดพื้นที่จนเกลี้ยง

ต่อจากนี้คือนัดล้างตา!

เดินลงจากหลังเขามาตลอดทาง จนถึงกุฏิที่พักของศิษย์หอพระบู๊ จะบอกว่าจางโซ่วไม่ตื่นเต้นก็คงโกหก แต่พอมือขวากำ ‘อาวุธลับ’ ที่บรรพชนประทานให้แน่น คลื่นความหวั่นไหวในใจก็สงบลงสิ้นเชิง

"ถือมีดเล่มเดียวข้ายังกล้าแลกชีวิตกับมัน มีบรรพชนคุ้มครองไฉนข้าต้องหยุดชะงัก?!"

จางโซ่วหรี่ตา แอบย่องเข้าใกล้ผนังกุฏิ ชะโงกหน้าไปที่หน้าต่าง อาศัยแสงจันทร์สลัวมองเข้าไปข้างใน

คำขาดที่หมิงติ่งยื่นให้คือต้องมาหาภายในยามไฮ่ ไม่อย่างนั้นวันรุ่งขึ้นจะใช้กำลังข่มเหง แถมจะพาพวกอีกสองคนมารุมโทรม!

*ยามไฮ่ คือช่วงเวลา 21:00 น. – 23:00 น.

ในเมื่อตัดสินใจแล้วว่ายอมตายดีกว่ายอมจำนน จางโซ่วจึงตั้งใจมากราบไหว้บรรพชนยามจื่อ เสร็จธุระค่อยมาที่กุฏิ

ยามจื่อ คือช่วงเวลา 23:00 น. – 01:00 น.

เพื่อมาลอบกัดทีเผลอ!

เพื่อมาแทงข้างหลัง!

ต่อหมิงติ่งที่น่าจะหลับสนิทไปแล้ว!

ไม่อย่างนั้นถ้าไม่มีข้อได้เปรียบเรื่องลงมือก่อน หมิงติ่งที่เป็นจอมยุทธ์ขั้นโฮ่วเทียนไม่ใช่ตัวตนที่เขาจะต่อกรได้ ไม่มีทางเป็นไปได้เลย!

ผลลัพธ์เป็นไปตามคาด หมิงติ่งหลับไปแล้ว

จางโซ่วหดตัวกลับ นอกจากเช็ก ‘อาวุธลับ’ ในอกเสื้อ เขายังเช็กมีดทำครัวเล่มเดิมและปูนขาวหนึ่งกำมือในกระเป๋าที่หยิบใช้ได้ทันที จากนั้นถึงค่อยผลักประตูกุฏิเข้าไป

ต่อให้หมิงติ่งหลับสนิท ในฐานะจอมยุทธ์ขั้นโฮ่วเทียน ประสาทสัมผัสทั้งห้าย่อมเฉียบคม เพื่อไม่ให้หมิงติ่งรู้ตัว จางโซ่วที่เข้ากุฏิมาแล้วจึงย่องเข้าไปอย่างระมัดระวัง เพื่อความชัวร์

"นิสัยรอบคอบดีแท้!"

จางอู๋จี๋ที่เฝ้าดูตลอดรู้จักทายาทคนนี้ลึกซึ้งขึ้นอีกขั้น ไม่นานเขาก็พบว่าบนตัวหมิงติ่งมีแสงเรืองรองกระพริบอยู่!

ด้วยความประหลาดใจ จางอู๋จี๋จิ้มไปที่หมิงติ่ง ข้อมูลเกี่ยวกับหมิงติ่งจึงเด้งขึ้นมาบนหน้าจอ

【ชื่อ : หมิงติ่ง (ฉายาทางธรรม)】

【สถานะ : พระนักบู๊, บุตรชายผู้ดูแลกวงเสวียน, ศิษย์ผู้ดูแลกวงฮุ่ย】

【อายุขัย : 22/70】

【ขอบเขต : จอมยุทธ์ขั้นโฮ่วเทียน】

【พรสวรรค์ : โครงสร้างกระดูกระดับกลาง】

【วิชา : พลังปราณดั้งเดิม (ขั้นเชี่ยวชาญ), วิชาเสื้อเหล็ก (ขั้นเชี่ยวชาญ), สามท่าพยัคฆ์ทมิฬ (ขั้นสมบูรณ์)】

"โอ้โห นี่มันวัดบ้าอะไรเนี่ย บรรยากาศชั่วช้าร้ายมาเต็ม!"

จางอู๋จี๋ดูแล้วอึ้ง ทั้งสามท่าพยัคฆ์ทมิฬ ทั้งลูกชายผู้ดูแล นี่มันวัดไม่ใช่เรอะ?!

ก่อนหน้านี้ที่ลูกหลานจะโดนตุ๋ยตูดก็ว่าพิสดารพอแล้ว ตอนนี้ดูเหมือนจะมีต้นตอให้สืบสาวราวเรื่องได้!

แต่ไม่นานเขาก็ตั้งสติได้ มองเห็นโอกาสในวิกฤต!

ถ้าเปิดโปงความสัมพันธ์ระหว่างผู้ดูแลกวงเสวียนกับหมิงติ่ง ก็จะมีวิธีแก้ปัญหาใหม่ต่อสถานการณ์ในตอนนี้!

ทว่าค่าธูปเทียนจากการกราบไหว้ถูกจางอู๋จี๋เปลี่ยนเป็นคู่มือการใช้ปืนลูกโม่ไปแล้ว เขาไม่มีค่าธูปเทียนเหลือเพื่อเตือนลูกหลาน!

และจางโซ่วไม่รู้ว่าบรรพชนนอกหน้าจอกำลังเสียดาย เขาขยับตัวทีละน้อยราวกับหอยทากคลานไปจนถึงหน้าหมิงติ่ง

โชคดีที่กุฏิเป็นเตียงรวม มีพระนักบู๊นอนด้วยกันนับสิบ กลิ่นตัวเหม็นคลุ้ง

ไม่อย่างนั้นกลิ่นอายของจางโซ่วคงปลุกหมิงติ่งตื่นก่อนจะเข้าถึงตัว

ถึงกระนั้น แม้น้ำลายจะสอเต็มปาก จางโซ่วก็ไม่กล้ากลืนลงคอ กลัวจะทำหมิงติ่งตื่น

เขายกหน้าไม้กลไกเทพขึ้น เล็งไปที่หัวหมิงติ่งอย่างแน่วแน่ แล้วเหนี่ยวไกทันที!

บรรพชนบอกไว้ อาวุธลับนี้ต้องการความแม่นยำสูง ในเมื่อไม่ได้ฝึกมาก็จ่อยิงมันเผาขนนี่แหละ โดนแน่!

สมกับที่หมิงติ่งเป็นจอมยุทธ์ขั้นโฮ่วเทียน วรยุทธทั้งตัวไม่ได้มีไว้โชว์

ถ้าเป็นคนทั่วไปคงไปเฝ้าบรรพชนในฝันแล้ว ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย หมิงติ่งได้ยินเสียงกึกก้อง ถึงกับลืมตาตื่น!

แต่มันก็ทำได้แค่นั้น กระสุน .38 ไม่เชื่อในพลังป้องกันของสิ่งมีชีวิตพื้นฐานคาร์บอน ต่อให้สิ่งมีชีวิตคาร์บอนตัวนี้จะฝึกวิชาเสื้อเหล็กมาก็ตาม

ลูกดอกหน้าไม้ขนาดจิ๋วที่เทียบเท่ากระสุนเจาะกะโหลกทะลุสมองอย่างง่ายดาย หยุดชีวิตของอีกฝ่ายไว้ที่อายุยี่สิบสองปี

เสียงระเบิดกึกก้อง ทุกอย่างเกิดขึ้นในชั่วพริบตา

【ลูกหลานของท่านจางโซ่วได้ประจักษ์ในอานุภาพบรรพชน ศรัทธาในตัวท่านยิ่งขึ้น ค่าธูปเทียน +1】

ต่อให้เตรียมใจไว้แล้ว จางโซ่วก็ยังสะดุ้งโหยงกับของวิเศษที่บรรพชนประทานให้

หน้าไม้กลไกเทพเป็นแค่ภาพลวงตา เสียงลั่นไกเหมือนปืนพก ดั่งฟ้าผ่า ศิษย์พี่น้องคนอื่นบนเตียงรวมย่อมสะดุ้งตื่น

ทุกคนเห็นจางโซ่ว ต่างก็ตกตะลึง

จีวรสีเทา นั่นมันเณรรับใช้!

ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้?!

จากนั้นสายตาถึงไปหยุดที่ร่างหมิงติ่ง หัวที่ถูกลูกดอกหน้าไม้ยิงทะลุระเบิดสมองกระจายเปื้อนหัวเตียง เลอะเป็นงานศิลปะสีแดงขาวชวนสยอง!

เมื่อกลิ่นคาวเลือดเตะจมูก พระนักบู๊คนหนึ่งได้สติจากสถานการณ์ประหลาดนี้เป็นคนแรก

มีคนตาย?!

เรื่องใหญ่แล้ว!

ต่างจากพวกพระนักบู๊ที่ทั้งตกใจทั้งโกรธ จางโซ่วกลับรู้สึกปลอดโปร่งทั้งกายใจ ความอัดอั้นตันใจที่ขังไว้มลายหายสิ้น เหลือเพียงความสะใจเต็มอก

การจัดการหลังจากนี้มีขั้นตอนอยู่ รายงาน รอลงโทษ

จางอู๋จี๋ที่อยู่หน้าจอก็รู้สึกสะใจเช่นกัน แต่สะใจจบแล้ว จะจัดการเรื่องศพยังไงล่ะ?

พอมีค่าธูปเทียน จางอู๋จี๋ก็เริ่มปวดหัว รีบระดมสมองหาวิธีช่วยทายาทคนเดียวของตระกูลจาง

แต่เขารู้เรื่องโลกบำเพ็ญเพียรที่จางโซ่วอยู่น้อยมาก จะไปมีวิธีอะไรได้

เทียบกับความตื่นตระหนกของบรรพชน จางโซ่วกลับไม่มีอาการลนลานของคนที่เพิ่งฆ่าคนเลยสักนิด เขายืนรออย่างสงบนิ่ง

ตอนพกของวิเศษที่บรรพชนประทานมาด้วย เขาเตรียมวิธีรับมือไว้แล้ว ว่าหากฆ่าหมิงติ่งตายจริง

วัดวัชระแม้ข้างในจะเน่าเฟะ แต่ฉากหน้ายังไงก็เป็นฝ่ายธรรมะ หมิงติ่งจะทำเรื่องชั่วก็ต้องหลบเลี่ยง เลือกเวลาได้ประจวบเหมาะ

สามวันนี้เจ้าอาวาสพาเจ้าสำนักหอต่างๆ และผู้ดูแลจำนวนมากออกไปธุระ ในวัดวัชระเหลือผู้ดูแลอยู่เฝ้าน้อยมาก ดังนั้นเบื้องบนที่จะมาจัดการเรื่องนี้เลยเหลือแค่ระดับผู้ดูแล ไม่ถึงขั้นเรื่องถึงหูเจ้าอาวาสแล้วโดนไม้พลองตีตายเพื่อชำระสำนักคาที่

นี่แหละเข้าทาง!

และในบรรดาผู้ดูแลที่เหลืออยู่ คนที่น่าจะมาจัดการ และต้องมาจัดการเป็นคนแรก ย่อมเป็นอาจารย์ของหมิงติ่ง กวงฮุ่ย!

กวงฮุ่ยในชุดจีวรสีน้ำตาลชา หัวโล้นเลี่ยน สีหน้าทะมึนถึงขีดสุด ฝีเท้าจัดจ้าน นำหน้ามาโดยมีพรรคพวกของหมิงติ่งนำทาง

ได้กลิ่นคาวเลือดตั้งแต่ยังไม่เข้าห้อง พอเข้ามาเห็นสภาพศพหมิงติ่ง กวงฮุ่ยหน้าชาเย็นเยียบ ไม่เหมือนพระชั้นสูง แต่เหมือนหมาป่ากินคน!

เขามองจางโซ่ว หรี่ตาลง

"ลูกศิษย์ข้า เจ้าเป็นคนฆ่ารึ?"

จางโซ่วพยักหน้าอย่างยินดี คุกเข่าลงกราบ

"ท่านอาจารย์ ศิษย์ขอกราบคารวะ!"

กวงฮุ่ย : "?"

พระนักบู๊ที่มุงดูอยู่ : "?"

จางอู๋จี๋นอกหน้าจอ : "?"

จบบทที่ บทที่ 2 วิถีกระสุนก็คือวิถีธรรม เพลงปืนก็คือเพลงยุทธ์

คัดลอกลิงก์แล้ว