เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 29 - เผายุ้งฉาง

บทที่ 29 - เผายุ้งฉาง

บทที่ 29 - เผายุ้งฉาง


บทที่ 29 - เผายุ้งฉาง

ออกจากบ้านไปทำงาน เสียสละร่างกายเล็กน้อย

【แรงศรัทธา +3】

วันนี้หว่านเหนียงมีปฏิกิริยารุนแรงขึ้นกว่าเดิม พอเดินออกมาจากตรอกเฉ่าโต้ว เฉินซุ่นอันก้มมองน้องชายร่วมสาบานด้วยความพึงพอใจ นี่มันแข็งแกร่งขึ้นอีกแล้วเหรอเนี่ย?! แบบนี้สิถึงจะเรียกว่ายิ่งแก่ยิ่งเก๋า!

วันนี้เป็นวันลอกท่อซ่อมแซมบ่อน้ำประจำเดือนของซุ้มบ่อน้ำ และเป็นโอกาสเดียวที่พวกคนส่งน้ำที่ไม่มีวันหยุด จะได้ผลัดเวรกันพักผ่อน แค่จัดการเรื่องน้ำให้ลูกค้าเจ้าสำคัญๆ ให้เรียบร้อยล่วงหน้า เถ้าแก่หลี่ก็จะปล่อยให้คนส่งน้ำหยุดครึ่งวัน เฉินซุ่นอันนัดแนะกับเถ้าแก่ร้านสองเนื้อที่ตรอกหัวมุมไว้แล้ว จองโต๊ะจีนชุดใหญ่ไว้สามโต๊ะ กับแกล้มเย็น อาหารจานหลัก พร้อมเหล้าขาวชั้นดี

เพิ่งส่งน้ำมงคลให้บ้านตระกูลหลี่เสร็จ เฉินซุ่นอันเก็บรถเปลี่ยนเสื้อผ้า ครูฝึกหลินก็เดินดุ่มๆ เข้ามาในตรอกด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ เรียกชื่อคนแปดเก้าคน "ซุนเสี่ยว, เฉิงปิน, จูหงเทา, เฉินซุ่นอัน, ซานเต๋อจื่อ, อาหัว... พวกเจ้าตามข้ามา ข้ามีเรื่องจะพูด"

เฉินซุ่นอันสังเกตเห็นว่า คนที่ถูกเรียกชื่อ ล้วนแต่เป็นหัวกะทิในหมู่คนส่งน้ำทั้งนั้น เฉินซุ่นอันใจเต้นตึกตัก พาคนทั้งหมดเข้าไปลึกสุดซอย ครูฝึกหลินหันมองดูต้นทางแน่ใจว่าไม่มีใครแอบฟัง จึงพูดเสียงขรึม "เถ้าแก่จ้าววางแผนจะระดมคน ไปเผายุ้งฉางหมายเลขหนึ่งของโรงสีหวั่นหลง"

มาแล้ว! เฉินซุ่นอันรูม่านตาหดเกร็ง สีหน้าเคร่งเครียด

"ข้าขออาสาไปด้วย!" อาหัวท่าทางกระตือรือร้น ประสานมือขอร่วมวงทันที ครูฝึกหลินส่ายหน้า "ฝีมือเจ้าอ่อนเกินไป ช่วยอะไรไม่ได้หรอก" อาหัวไม่ยอมแพ้ "ครูฝึกหลิน ข้าอาหัวอาจจะพลังฝีมือด้อยกว่าหน่อย แต่วิชาสกุณาตื่นภัยของข้าฝึกจนชำนาญแล้วนะ ปีนป่ายกำแพง กระโดดข้ามหลังคา สบายมาก! ไปวางเพลิงยุ้งฉาง จะขาดข้าได้ยังไง?"

ครูฝึกหลินยิ้มเย็น หันไปมองคนขาเป๋ที่ยืนข้างๆ ชายคนนี้รูปร่างอ้วนฉุ ไขมันพอกตัว ขาสั้นข้างยาวข้าง ยืนเฉยๆ ยังเอียงกะเท่เร่ คนขาเป๋คนนี้ชื่อเฉิงปิน เป็นนักสู้ระดับสอง เฉิงปินเหลือบมองครูฝึกหลินอย่างจำใจ ท่าทางอิดออด ก่อนจะหันไปถามอาหัว "เจ้าทายซิว่าข้าฝึกวิชาอะไร?"

อาหัวงง "อะไรนะ?" "วิชาสกุณาตื่นภัย!"

อาหัวได้ยินก็ตาถลนด้วยความตกใจ เฉินซุ่นอันสีหน้าเรียบเฉย แต่คนส่งน้ำรุ่นใหม่สองสามคนก็แปลกใจไม่น้อย เฉิงปิน ยอดฝีมือระดับสองคนนี้ ปกติเป็นคนยิ้มแย้ม ไร้ตัวตนสุดๆ นึกไม่ถึงว่าคนขาเป๋อย่างเขา จะฝึกวิชาตัวเบา? อาหัวเหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง กำหมัดแน่นด้วยความตื้นตัน พูดเสียงดัง "หรือว่ารุ่นพี่เฉิงจะเปลี่ยนความอัปยศเป็นพลัง ใช้ร่างกายพิการฝึกวิชาตัวเบาจนบรรลุ? ช่างน่าเลื่อมใสยิ่งนัก!"

เฉิงปินส่ายหน้า "ข้าไม่ได้ตัวเบาเพราะขาเป๋ แต่ข้าขาเป๋เพราะวิชาตัวเบาต่างหาก" อาหัวอึ้งกิมกี่ "เจ็ดปีก่อน 《วิชาสกุณาตื่นภัย》 ของข้าสำเร็จขั้นสูงสุด ทะลวงระดับสอง คิดว่าใต้หล้านี้ไม่มีที่ไหนที่ข้าไปไม่ได้ พอดีเจอกับเหตุการณ์ปะทะกับโรงสีหวั่นหลง ข้าฝ่าวงล้อมเข้าไปยึดร้านค้าของพวกมันได้ กะว่าจะจุดไฟเผา..." เฉิงปินเล่าด้วยสีหน้าเรียบเฉย "ผลคือโดนหน้าไม้ยิงกลรุมยิงเข้าที่ขาขวา รักษาไม่หาย เป๋ถาวร"

อาหัวอ้าปากค้าง สมองรวนไปหมด ครูฝึกหลินอาจจะตั้งใจเตือนสติอาหัว จึงเบนสายตามาหยุดที่เฉินซุ่นอันครู่หนึ่ง ก่อนจะไปหยุดที่หลิวหน้าบาก แล้วพูดว่า "ยังจะซ่อนอยู่อีกเหรอ? มาโชว์ฝีมือให้น้องๆ ดูหน่อยซิ?"

หลิวหน้าบากทำหน้าปลงๆ ค่อยๆ เดินออกมา เปลี่ยนฝ่ามือเป็นกำปั้น ชกใส่อากาศเต็มแรง หมัดหนักหน่วงดุจกระสุนปืนใหญ่ ลมหมัดหวีดหวิว ทุกครั้งที่ออกหมัดมีเสียงฉีกอากาศดังสนั่น! เห็นชัดๆ ว่าพลังหมัดทั่วร่างสมบูรณ์แบบ ระดับสามขั้นสมบูรณ์!

"ไอ้แก่หลิว เมื่อสองวันก่อนยังบ่นว่าตัวเองหัวทึบ ชาตินี้คงไปไม่ถึงระดับสามขั้นสมบูรณ์ ไอ้คนตอแหล!" "ยินดีด้วยนะเฒ่าหลิว ขยันอีกนิด เผื่อจะมีลุ้นเลื่อนขั้น!" "ต้องเลี้ยงฉลองแล้วนะโว้ย!"

เพื่อนร่วมงานเห็นแบบนั้น มีทั้งอิจฉา ทั้งยินดี หลิวหน้าบากรีบถ่อมตัว ปากก็บอกว่า 'ได้พี่เฉินเป็นแบบอย่าง' บ้าง 'ครูฝึกหลินสั่งสอนดี' บ้าง แต่หน้าบานเป็นจานดาวเทียม ฝึกยุทธมาแทบตาย ก็เพื่อเวลานี้ไม่ใช่เหรอ? มีแค่ซานเต๋อจื่อที่หน้าดำคร่ำเครียด ทำไมทุกคนแม่งซุ่มเก่งกันจังวะ มีข้าคนเดียวที่นอนกินบุญเก่าจริงๆ เหรอเนี่ย?

อาหัวเห็นฉากนี้ เหมือนโดนไม้หน้าสามฟาดแสกหน้า รู้สึกหนักหัวตัวลอย ความยโสโอหังในใจดับวูบไปทันที รุ่นพี่ขาเป๋ หลิวหน้าบากที่จู่ๆ ก็เก่งระดับสามขั้นสมบูรณ์ แล้วยังมีเฉินซุ่นอันที่ครูฝึกหลินเล็งเห็นแววว่าจะขึ้นระดับสอง... อาหัวถอยหลังไปหลายก้าว สายตาเหม่อลอย ไอ้พวกตาแก่พวกนี้ ทำไมซ่อนเขี้ยวเล็บกันเก่งขนาดนี้? เด็กใหม่ไฟแรงอย่างข้า จะไปสู้เล่ห์เหลี่ยมพวกมันได้ยังไง?

เห็นปฏิกิริยาของอาหัว มุมปากครูฝึกหลินยกยิ้มนิดๆ แล้วก็รีบหุบยิ้ม "ซุนเสี่ยวไปกับข้าก็พอ ไปรวมกลุ่มกับคนของบ่อน้ำอื่นในสังกัดเถ้าแก่จ้าว ตั้งทีมประมาณสิบกว่าคน ส่วนใหญ่เป็นระดับสองช่วงกลางถึงช่วงปลาย พวกเจ้าฝีมืออ่อนเกินไป"

นอกจากซุนเสี่ยว คนอื่นทำหน้าเซ็งเป็ด เฉินซุ่นอันกลับโล่งอก ทีมจู่โจมระดับนี้ ในอำเภออู่ชิงถือว่าแข็งแกร่งมาก แค่ไปเผายุ้งฉางโรงสี น่าจะงานหมูๆ ครูฝึกหลินเงยหน้ามองฟ้าที่มืดครึ้มเหมือนฝนจะตกแหล่มิตกแหล่ "เถ้าแก่จ้าวบอกว่าฝนอาจจะตกในวันสองวันนี้ เพื่อความชัวร์ เราจะลงมือคืนพรุ่งนี้ ช่วงนี้พวกเฒ่าเฉินช่วยดูต้นทางให้ดี อย่าให้พวกโรงสีฉวยโอกาสเล่นทีเผลอ"

อ้อ เพื่อความชัวร์ ลงมือคืนนี้สินะ เฉินซุ่นอันรู้ทันทันที เฉินซุ่นอันคิดแล้วพูดว่า "ถ้าครูฝึกหลินว่าง เชิญที่ร้านสองเนื้อนะ ข้าขอเลี้ยงต้อนรับเต็มที่" ครูฝึกหลินพยักหน้า "ว่างแล้วจะไป" พูดจบ ครูฝึกหลินแววตานิ่งสงบ สั่งงานอีกสองสามคำ แล้วเดินจากไปพร้อมกับซุนเสี่ยว

คนอื่นต่างแยกย้าย เฉินซุ่นอันชวนพรรคพวก ตะโกนเรียกซานเต๋อจื่อ หลิวหน้าบาก ไปกินเหล้าที่ร้านสองเนื้อ ในวงเหล้า เสียงชนแก้วดังเกรียวกราว แต่ใจเฉินซุ่นอันลอยไปที่อื่น ไม่รู้ว่าภารกิจของครูฝึกหลินจะราบรื่นไหม แล้วตอนนี้ฝีมือของตัวเอง เทียบกับครูฝึกหลินแล้ว ห่างกันกี่มากน้อย? ......

ฟ้าเริ่มมืด ไฟตามถนนเริ่มหรี่ลง คนเดินถนนสามสี่คนรีบจ้ำอ้าว ในร้านสองเนื้อกลับตั้งวงไพ่กันคึกคัก พวกคนส่งน้ำนั่งเบียดไหล่ชนไหล่ สูบยาเส้นเล่นไพ่นกกระจอก เสียงเฮฮาดังลั่น แน่นอนว่าเล่นกันไม่หนัก ได้เสียกันแค่ไม่กี่ตำลึง เอาแค่สนุกๆ มีเพื่อนบางคนที่ต้องลอกท่อมาช้าหน่อย เพิ่งจะมาทันกินรอบค่ำ เฉินซุ่นอันหิ้วปิ่นโตสานสองเถา เอาไปส่งให้พวกน้องๆ ที่เฝ้าบ่อทรายกรวด

ทันใดนั้น ขณะเดินอยู่บนถนน เฉินซุ่นอันที่ก้มหน้าก้มตาเดิน ก็ได้ยินเสียงคุ้นหูแว่วมา "เร็วๆ เข้า ก่อนฟ้ามืด ต้องขนไปให้ถึงยุ้งฉางหมายเลขหนึ่ง" "พี่จวง แค่ข้าวสารข้าวสวยพวกนี้ ต้องขนกันเอิกเกริกข้ามคืนเลยเหรอพี่?" "หุบปาก! สั่งให้ทำก็ทำ! ถ้าเสียงาน ข้าจะถลกหนังหัวเอ็ง!"

เฉินซุ่นอันสีหน้าเคร่งขรึม ร่างกายเบาหวิวเหมือนฝุ่นละออง พลิกตัวกระโดดขึ้นหลังคา ไต่ระดับขึ้นไปซุ่มดู เฉินซุ่นอันซ่อนตัวในความมืด ชะโงกหน้ามองไปที่ตรอกข้างๆ เห็นจวงคุนกับพวกโรงสีหวั่นหลง ท่าทางลุกลี้ลุกลน คอยระวังซ้ายขวา กำลังขนกระสอบข้าวขึ้นรถม้า จวงคุนเลือดลมพร่อง หน้ายังซีดอยู่ ดูเหมือนแผลที่โดนครูฝึกหลินซัดไปวันก่อนยังไม่หายดี ส่วนลูกน้องอีกหลายคน ล้วนเป็นพวกกระดูกเหล็ก ร่างกายกำยำ ขมับนูนโปน แววตาสดใส เป็นนักบู๊ที่ฝึกมาดี

ยุ้งฉางหมายเลขหนึ่ง? พวกจวงคุนก็จะขนของไปยุ้งฉางคืนนี้เหมือนกัน? เฉินซุ่นอันหรี่ตา ไม่ได้เป็นห่วงพวกครูฝึกหลิน ลำพังแค่พวกจวงคุน ไปเยอะแค่ไหนก็ตายเปล่า

เฉินซุ่นอันกำลังจะถอยฉากออกมา ก็เห็นขบวนรถม้าของจวงคุนวิ่งผ่านใต้เท้าไปพอดี ลมร้อนพัดเอากลิ่นหอมหวานประหลาดลอยขึ้นมา ซึมซาบเข้าไปในรูขุมขน ยาสูบดอกบัว?!

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 29 - เผายุ้งฉาง

คัดลอกลิงก์แล้ว