เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 - ร่างจำแลงเทพ ชิ่งจี้

บทที่ 4 - ร่างจำแลงเทพ ชิ่งจี้

บทที่ 4 - ร่างจำแลงเทพ ชิ่งจี้


บทที่ 4 - ร่างจำแลงเทพ ชิ่งจี้

เทพเจ้าฝึกวิชา 《กายาเหินนภา》 มาทั้งคืน

วิชา 《กายาเหินนภา》 ลึกล้ำพิสดาร เป็นวิชาตัวเบาชั้นสูงที่มุ่งเน้นการผสานลมปราณเข้ากับร่างกาย

ต้องฝึก

แน่นอนว่าเหตุผลหลักคือ เฉินซุ่นอันค้นพบว่าไม่มีเทพองค์ไหนไม่อ่านตำรา ต่อให้เป็นเซียนวิเศษก็ยังต้องบำเพ็ญเพียรอย่างหนัก

เมื่อใช้พลังเทพไป 1 แต้ม

ในสมองของเฉินซุ่นอันก็ปรากฏ 'ยันต์หญ้า' ขึ้นมาอย่างชัดเจน เพียงแค่เขาคิด ก็สามารถเรียกมันออกมาในโลกความจริงได้

[ยันต์หญ้า (1/100)]

[ร่างจำแลงเทพ: เลือกได้]

[เงื่อนไขการเลื่อนขั้น: ยันต์หญ้าสมบูรณ์ รวมสามร่างเป็นหนึ่ง ครอบครองบ่อน้ำพุใดก็ได้ จะเลื่อนเป็นเทพระดับเก้า ได้รับยันต์ระดับเก้า]

เงื่อนไขการเลื่อนขั้นยากเอาเรื่อง ต้องครอบครองบ่อน้ำพุด้วยเหรอ อย่างน้อยต้องเป็นเจ้าของซุ้มบ่อน้ำให้ได้สินะ

เฉินซุ่นอันสายตาไหววูบ

"เลือกจุติร่างเทพ!"

คิดในใจ ยันต์หญ้าที่หมองหม่นในหัวก็ส่องแสงระยิบระยับเหมือนคลื่นน้ำ แยกตัวออกเป็นวังวนนับสิบ

เบื้องหลังแต่ละวังวน มีร่างจำแลงเทพรูปร่างแปลกประหลาดลอยวนเวียนอยู่

พลทหารกุ้ง ขุนพลปู แม่ทัพเกราะทอง แม่ทัพเกราะเงิน นางพญาหอยมุก ม้าภูต ...

และยังมีบอกความสามารถของแต่ละร่างด้วย

"พลทหารกุ้ง ขุนพลปู เป็นทัพหน้าของราชา กุ้งหัวแหลมตัวเบา ปูกระดูกเหล็กผิาทองแดง"

"แม่ทัพเงินทอง คอยป่วนและพัวพัน แม่ทัพเกราะทองแกร่งไม่ล้ม แม่ทัพเกราะเงินตัวอ่อนไร้กระดูก"

"นางพญาหอยมุก ถือถาดพัดวี ท้องอุ้มมุกวิเศษ พ่นทรายสร้างมุก มีความสามารถชำระล้างน้ำขุ่นได้ระดับหนึ่ง"

...

เลือกจุติร่างเทพ ก็คือเฉินซุ่นอันสามารถใช้ยันต์หญ้า อัญเชิญความสามารถหรืออำนาจของเทพปลายแถวองค์ใดองค์หนึ่งมาใช้ได้

เนื่องจากตอนนี้เลือกได้แค่ร่างเดียว เฉินซุ่นอันเลยระมัดระวังมาก

ตามหลักแล้ว การเลือก 'นางพญาหอยมุก' เป็นร่างแรก เหมาะกับเฉินซุ่นอันที่เข็นรถส่งน้ำตอนนี้ที่สุด

เพราะการทำน้ำขุ่นให้ใส แสดงปาฏิหาริย์ ย่อมง่ายต่อการโกยแรงศรัทธา

แต่...

เฉินซุ่นอันที่เป็นชายอกสามศอกมาเกือบห้าสิบปี ยังไม่มีความคิดจะเป็นกะเทยเฒ่าหรือตุ๊ดตู่ตอนนี้

แถมความสามารถนี้สะดุดตาเกินไป เผลอนิดเดียวความแตกแน่

เฉินซุ่นอันเลือกดูร่างจำแลงเทพอย่างละเอียด แล้วเหมือนจะเห็นอะไรบางอย่าง ตาเป็นประกายขึ้นมา

ชิ่งจี้!

ตำรา 《ไท่ผิงอวี้หล่าน》 กล่าวไว้ว่า ภูตพรายแห่งน้ำและหินชื่อว่าชิ่งจี้ รูปร่างเหมือนคน สวมมงกุฎเหลือง นั่งรถม้าคันเล็ก ชอบซิ่งด้วยความเร็วสูง วันหนึ่งวิ่งได้พันลี้ ใช้ให้ลงน้ำไปจับปลาก็ได้

และความสามารถของร่างชิ่งจี้ ก็เรียบง่ายสุดๆ

"ขางอกเกราะม้า วิ่งบนดินเหมือนบิน เหยียบลมชมวิว รวดเร็วดั่งเทพเจ้า!"

เฉินซุ่นอันยึดคติว่า ต้องรอดก่อน ค่อยคุยเรื่องอนาคต

อีกอย่างวิชา 《กายาเหินนภา》 ของเขาก็เป็นวิชาตัวเบาอยู่แล้ว ถ้าเลือกชิ่งจี้มาจุติ ทั้งสองอย่างมารวมกัน จะเกิดการเปลี่ยนแปลงพิเศษอะไรไหมนะ

เขาเลยตัดสินใจ อัพค่าการหลบหนีให้เต็มหลอดไปเลย!

[เลือกร่างจำแลงชิ่งจี้]

[สิ่งที่ต้องใช้ในการจุติ: ปลากะตักวิเศษหนักสองชั่งหนึ่งตัว ใบบัว จอแส กระดาษเหลือง]

"ยังต้องใช้ของทำพิธีอีกเรอะ?"

เฉินซุ่นอันขมวดคิ้ว

โชคดีที่ของสี่อย่างนี้หาไม่ยาก

ปลากะตักวิเศษ เป็นปลาวิเศษที่อยู่ในน้ำลึก เกล็ดกลมบาง ชอบออกมาตอนฝนฟ้าคะนอง คนฝึกยุทธกินแล้วช่วยเพิ่มพลังเส้นเอ็น

อำเภออู่ชิงอยู่ติดคลองต้ายวิ่น การขนส่งทางน้ำคึกคัก การประมงรุ่งเรือง ของพวกนี้ไม่ขาดแคลน

แค่ปลากะตักวิเศษตัวละสองชั่ง อาจจะหายากหน่อย ต้องจ่ายแพงขึ้น

แต่เฉินซุ่นอันทำงานมาหลายปี พอมีเงินเก็บอยู่บ้าง ตั้งร้อยยี่สิบตำลึงแน่ะ

ปัญหาที่แก้ได้ด้วยเงิน ไม่ถือว่าเป็นปัญหา!

"พรุ่งนี้ตอนไปส่งน้ำ แวะไปท่าเรือป่านเหย่ รอเรือประมงเที่ยวแรก! หาของทำพิธีให้ครบ!"

……

วันรุ่งขึ้น

ดาวมงคลส่องแสง มีเกณฑ์เลื่อนยศ

เหมาะแก่การทำการมงคล

เฉินซุ่นอันที่เมื่อคืนนอนไปแค่ชั่วยามเดียวรู้สึกเพลียนิดหน่อย

ลืมตา นอนนิ่งๆ สักพัก ปลุกสมองที่ยังมึนงง

น้องชายคนเล็ก ยังคงไร้มารยาทเหมือนเดิม ไม่ยอมตื่นมาเคารพธงชาติ

ได้ยินเสียงหั่นผักจุดเตาไฟมาจากในครัว

เฉินซุ่นอันลุกไปล้างหน้าล้างตา จุดยาสูบสูบเฮือกใหญ่ ไล่ความง่วง

"หว่านเหนียง"

ยืนอยู่หน้าประตูครัว เฉินซุ่นอันมองเห็นหว่านเหนียงนั่งอยู่หน้าเตาไฟ

หว่านเหนียงเพิ่งสามสิบ ใส่เสื้อสั้นพื้นน้ำเงินขอบขาว แม้หน้าตาจะธรรมดา แต่เพราะเคยมีลูกสาวมาแล้วคนหนึ่ง หุ่นเลยอวบอัด สะโพกกลมกลึง หน้าอกหน้าใจยิ่งตูมตาม

เปลวไฟวูบวาบ หว่านเหนียงเหงื่อท่วมตัว เสื้อเปียกแนบเนื้อ เผยให้เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งบางๆ ที่ชวนใจสั่น

"พี่จ๋า ตื่นแล้วเหรอ อาการเป็นไงบ้าง ดีขึ้นไหม"

เสียงหว่านเหนียงดังกังวาน มีพลัง

"แค่กๆ... ดีขึ้นแล้วล่ะ"

เทียบกันแล้ว เฉินซุ่นอันดูอ่อนแอเหมือนคนเพิ่งฟื้นไข้ยิ่งกว่าเดิม

"พี่ไปนั่งรอที่ห้องโถงนะ เดี๋ยวกับข้าวก็เสร็จ! ชาเย็นฉันกรอกใส่ถุงให้แล้ว เสื้อเมื่อวานซักตากไว้ที่ลานบ้านแล้วนะ"

หว่านเหนียงคล่องแคล่ว แป๊บเดียวก็ยกอาหารขึ้นโต๊ะ

บะหมี่คลุกซอสงาหนึ่งชาม ขนมเปี๊ยะไส้เนื้อลาขนาดเท่าฝ่ามือสองชิ้น

กลิ่นหอมเข้มข้นของซอสงาลอยมาแตะจมูก

ส่วนขนมเปี๊ยะเนื้อลานั่น หว่านเหนียงไปต่อคิวซื้อจากเตาแรกที่ร้านเนื้อลาแท้ๆ มา รสชาติแบบเหอเจียนแท้ๆ

เฉินซุ่นอันชอบรสนี้ที่สุด

ทำกินเองที่บ้าน ยังไงก็ไม่ได้รสชาตินี้!

เฉินซุ่นอันเป็นคนฝึกยุทธ ต้องใช้แรงงาน อาหารสามมื้อต้องมีเนื้อสัตว์ ขาดเนื้อไปมื้อเดียวใจจะขาด

"ขออีกชาม!"

เฉินซุ่นอันกินอย่างเอร็ดอร่อย ดันชามเปล่าออกไป แล้วคว้าขนมเปี๊ยะชิ้นที่สองมากัด

"ได้เลยจ้า!"

เห็นเฉินซุ่นอันเจริญอาหาร หว่านเหนียงก็ดีใจ รีบไปตักบะหมี่มาอีกชาม ราดซอสงาให้ฉ่ำๆ

หว่านเหนียงวางชามตรงหน้าเฉินซุ่นอัน

แขนเสื้อกว้างๆ ของนางถลกขึ้นไปถึงไหล่ เผยให้เห็นท่อนแขนสีข้าวสาลีขาวเนียน แยงตาเหลือเกิน

เฉินซุ่นอันอดไม่ได้ที่จะมองแวบหนึ่ง แล้วรีบชักสายตากลับ

หว่านเหนียงสังเกตเห็นอาการของเฉินซุ่นอัน จู่ๆ นางก็คว้ามือเฉินซุ่นอันมาแปะที่หน้าอกตัวเอง แล้วยิ้มร่า

"พี่จ๋า อยากดูก็ดูสิ!"

"เนื้อตัวของคนกันเอง ให้เน่าในหม้อ ให้พี่เอาไป ยังดีกว่าให้พวกกุ๊ยข้างนอกมันเอาเปรียบ!"

เฉินซุ่นอันชักมือกลับเร็วยิ่งกว่าสายฟ้า เด้งตัวลุกขึ้น ยกชามซดบะหมี่สองสามคำหมดเกลี้ยง

กระโดดปราดเปรียวเหมือนลิง คว้าหมวกสาน คว้ากล้องยาสูบกับลูกอมขิง แล้วพุ่งออกจากบ้าน หายวับไปในพริบตา

หว่านเหนียงยืนอยู่หน้าประตู มองตามหลังเฉินซุ่นอันที่หนีหัวซุกหัวซุนอย่างขบขัน แล้วนึกอะไรขึ้นได้ หน้าแดงระเรื่อ ถ่มน้ำลายเบาๆ

"ตาแก่เอ๊ย ดีแต่ท่า น้ำยาไม่มี!"

……

โดนหยอกเข้าให้แล้ว

เฉินซุ่นอันอารมณ์หนักอึ้ง

คนแก่ก็มีความต้องการเหมือนกันนะ

แต่...

เฉินซุ่นอันยิ่งรู้สึกหนักใจเข้าไปใหญ่

พอไปถึงถนนเหวยเหิง ที่ซุ้มบ่อน้ำมีพวกกรรมกรน้ำมาตักน้ำกันเยอะแล้ว เฉินซุ่นอันมาถึงเวลาพอดีๆ

เดินผ่าน 'บ่อทรายกรวด' เฉินซุ่นอันมองบ่อน้ำขุ่นนี้อยู่นาน

ขอบบ่อก่อด้วยหินสีเขียว แผ่นหินรอบปากบ่อผ่านกาลเวลานานจนถูกเหยียบเป็นรอยเท้า

น้ำกระเพื่อมไหว ลึกสี่วา เป็นบ่อเก่าแก่ตั้งแต่ราชวงศ์ก่อน

เฉินซุ่นอันไม่ลืมหรอก เงื่อนไขการเลื่อนขั้นยันต์หญ้า คือต้องครอบครองบ่อน้ำพุ

แต่ไม่ว่าจะในเมืองหลวงหรืออำเภอต่างๆ บ่อน้ำที่น้ำผุดขึ้นมาจากดินได้ ส่วนใหญ่มีเจ้าของกันหมดแล้ว ไม่ต่างอะไรกับต้นไม้เงินต้นไม้ทอง

กฎหมายราชวงศ์ ทรัพยากรอย่างเกลือ เหล็ก สายน้ำ เป็นของหลวง ใครลักลอบค้าเกลือเหล็ก หรือขุดเจาะบ่อน้ำเอง โทษหนักถึงประหารเก้าชั่วโคตร!

ยังดีที่เทียบกับคนอื่น เฉินซุ่นอันอาศัยฐานะคนส่งน้ำประจำซุ้ม มีโอกาสมากกว่าที่จะได้ครอบครองบ่อน้ำในเมืองหลวง กลายเป็นเถ้าแก่

ถือเป็น 'เส้นทางเลื่อนขั้น' ภายในวงการ

แต่ว่า ยากฉิบเป๋ง

"เถ้าแก่หลี่"

เฉินซุ่นอันเห็นชายวัยกลางคนท่าทางอ่อนแอ ใส่แว่นขาพับ นั่งอยู่หลังโต๊ะไม้ใต้เพิง เลยเดินเข้าไปทักทาย

เถ้าแก่หลี่ดันแว่น เงยหน้ามองคนมา ยิ้มให้

"ตาเฉินเหรอ เมื่อวานรู้ว่าแกรักษาตัวหายกลับมาทำงาน ฉันยังพูดถึงแกกับนายใหญ่เลย

เก้าปีมานี้ แกทำงานไม่เคยขาด ลมฝนก็ไม่หวั่น เพิ่งจะมาลาหยุดครั้งแรก ถือเป็นเรื่องดีนะ! คนเราไม่ใช่หุ่นยนต์เหล็กไหล มันต้องมีป่วยไข้กันบ้าง! อย่าคิดมาก เรื่องนี้พวกเราชาวซุ้มบ่อน้ำจะออกหน้าให้แกเอง!"

เฉินซุ่นอันฟังแล้วทำหน้าซาบซึ้ง น้ำเสียงตื้นตัน

"ข้าพเจ้าร่อนเร่มาครึ่งชีวิต ได้เถ้าแก่จางกับเถ้าแก่หลี่เมตตา ถึงได้มีที่ซุกหัวนอนในอำเภออู่ชิง! ข้าพเจ้าไม่รู้จะตอบแทน..."

เถ้าแก่หลี่ใช้พู่กันคิดบัญชี ยิ้มบางๆ

"พอแล้วน่าตาเฉิน แกเป็นคนเก่าคนแก่ของซุ้มเรา ตั้งใจทำงานเถอะ! เดี๋ยวฉันมีเรื่องจะประกาศ รอแป๊บนึง"

"ครับๆๆ เชิญท่านตามสบาย"

เฉินซุ่นอันพยักหน้าหงึกหงัก รอยตีนกาบนหน้าบีบเข้าหากันเป็นรอยยิ้มนอบน้อม โค้งตัวเดินกลับหลังหัน

แต่ในวินาทีที่เฉินซุ่นอันหันหลังกลับ แววตาเขาสงบนิ่ง ไร้ระลอกคลื่น

รอยยิ้มนอบน้อมบนหน้า แฝงความตอแหลที่ทำจนชิน

เขาไม่อยากโดนด่าว่าเป็น 'ไก่แก่แม่ปลาช่อน' ให้เจ้านายเขม่น เพื่อนร่วมงานรังเกียจ

กับเบื้องบนต้องรีบแสดงความจงรักภักดี เพราะของพรรค์นี้มันไม่มีราคาค่างวดอะไร

กับเบื้องล่างต้องกลมกลืนเป็นกันเอง เพราะความจริงใจมันกินไม่ได้

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 4 - ร่างจำแลงเทพ ชิ่งจี้

คัดลอกลิงก์แล้ว