- หน้าแรก
- สมการวิปลาส
- บทที่ 55 การรักษา (ตอนต้น)
บทที่ 55 การรักษา (ตอนต้น)
บทที่ 55 การรักษา (ตอนต้น)
การลางานของหลิวเจ๋อเผิงถูกเลื่อนแล้วเลื่อนอีก จนผ่านไปสองสัปดาห์
หลี่เหยียนร้อนใจแทน นัดเขาออกมาให้อู่เจียงดูอาการอีกครั้ง
ตอนนั้นอู่เจียงพูดแค่สี่คำ
"ไม่เจ็บเหรอ?"
คำพูดของผู้แข็งแกร่งมักได้ผล หลิวเจ๋อเผิงรู้สึกถึงสัญญาณอันตราย รีบหาเรื่องให้ตัวเองเจ็บตัวนิดหน่อยแล้วเข้าเฝือก ถึงลาพักร้อนได้สำเร็จ
รอให้ถึงสุดสัปดาห์ไม่ไหว พอได้รับข้อความ หลี่เหยียนก็พาอู่เจียงนั่งรถไปที่ห้องเช่าแถวเขาฉิงหมิงหลังเลิกเรียน ลงรถมาก็เห็นหลิวเจ๋อเผิงนั่งสูบบุหรี่รออยู่หน้าตึก
สัญชาตญาณตำรวจเฉียบคม สังเกตเห็นสีหน้าอู่เจียง รีบดับบุหรี่ทันที
ทั้งสามขึ้นตึก เข้าห้องนอนเพื่อลองรักษา
อู่เจียงจับชีพจรไม่เป็น เลยใช้วิธีเดิมคือจับมือเพื่อสังเกตภายใน
สักพักเขาหันมาบอกหลี่เหยียน "เดี๋ยวสิ่งที่ฉันพูดอาจจะน่าขยะแขยงหน่อย นายออกไปเล่นห้องรับแขกไหม?"
"หา? ฉันไม่ใช่เด็กนะ ฟังหน่อยจะเป็นไรไป"
"โอเค แล้วแต่นาย"
อู่เจียงมองหาของในห้อง หยิบไม้แขวนเสื้อหลังประตูมา ถือปลายด้านหนึ่ง อีกด้านชี้ไปที่ตัวหลิวเจ๋อเผิงเพื่ออธิบาย
"ครั้งแรกที่ผมเห็น มันอยู่ระหว่างไหปลาร้ากับกล้ามเนื้อบ่า ครั้งก่อนมันขยับลงมาชัดเจน ผมมองไม่เห็นอวัยวะภายในเลยไม่แน่ใจว่ามันมุดไปทางหัวใจหรือเปล่า ตอนนี้มีข่าวดีกับข่าวร้าย จะฟังอันไหนก่อน?"
"...ว่ามาเลย"
"ข่าวดีคือมันเลี่ยงหัวใจ ข่าวร้ายคือมันเชื่อมต่อกับกระดูกสันหลังอาแล้ว ถ้ามันพัฒนาเหมือนฟางจิ่ว ผมสงสัยว่ามันจะคุมระบบประสาทส่วนกลางของอา" อู่เจียงอธิบายต่อ "ตอนแรกที่ผมเห็นฟางจิ่วผิดปกติ คือลูกตาเขาไต่ออกมาจากเบ้าตา ดูจากอาการอาตอนนี้ เป็นไปได้สูงว่าตอนนั้นเขาโดนหนอนควบคุมสมบูรณ์แล้ว"
ตำรวจไม่ได้ขวัญอ่อนง่ายๆ ถามอย่างใจเย็น "แน่ใจเหรอว่าในตัวผมมีหนอนจริงๆ?"
"ยังไม่เป็นตัว แต่ค่อนข้างมั่นใจ เพราะเทียบกับครั้งแรก พื้นที่ที่ 'มัน' อยู่ สภาวะอนุภาควิญญาณต่างจากร่างกายอามากขึ้นเรื่อยๆ ไม่น่าใช่ความผิดพลาดจากการหลอมรวมหรือใช้พลัง"
"..." หลิวเจ๋อเผิงจ้องตาอู่เจียง แค่การกระทำนี้ก็ทำให้ใจสั่นไหว
ดวงตาคู่นี้บริสุทธิ์เกินไป ไม่มีที่ว่างให้คำโกหกหรือความขลาดกลัว ถ้าจะมีอารมณ์สักอย่าง คงเป็นความอยากรู้อยากเห็น ซึ่งไม่น่าปรากฏในเด็กวัยนี้
"ผมขอรู้รายละเอียดเกี่ยวกับหนอนที่ว่าหน่อย"
อู่เจียงพยักหน้า "วันแรกของเทอมนี้ ลูกตาฟางจิ่วไต่ออกมา ผมตกใจนึกว่าตาฝาด แต่พอนานเข้า ความผิดปกติมีแค่ที่ตัวฟางจิ่ว เลยตัดเรื่องภาพหลอนทิ้งได้ พอมาเจอหวงจิง... อ้อ หวงจิงคือตัวประหลาดอีกตัวในโรงเรียน อาการเขาคือมีหนองไหล
ช่วงนั้น ใต้ผิวหนังฟางจิ่วมีอะไรขยับได้ บางทีก็มุดออกมาดู ผมสังเกตหนอนตัวนี้นานแล้ว ส่วนที่โผล่ออกมามีตาที่แยกแยะได้ 26 ดวง เป็นจุดตา รูปร่างผมดูไม่ออก ไม่เหมือนงู ไส้เดือน หรือแมงมุม ไม่เคยเห็นมันอ้าปาก ไม่รู้มีปากไหม
หลังจากนั้น นอกจากตาฟางจิ่วจะไต่ไปทั่ว ร่างกายเขาก็ค่อยๆ ถูกหนอนแทนที่ ตอนนี้เหลือแค่หนังหุ้มกระดูก
แค่นี้แหละครับ"
หลิวเจ๋อเผิงเป็นตำรวจ ดูตาก็รู้ว่าคนกำลังนึกย้อนหรือโกหก ถ้าไม่ผ่านการฝึกมา ไม่มีทางคุมสัญชาตญาณได้
ฟังแล้วขนลุกซู่
ตั้งแต่รับงานจากหลี่เหยียน จนเจออู่เจียง เขาคิดมาตลอดว่าฟางจิ่วแค่ร่างกายผิดเพี้ยนเพราะพลังวิญญาณ
แต่สถานการณ์ตอนนี้ มันหลุดโลกกว่าการมีเนื้องอกหรืองอกแขนเพิ่มเยอะ
"ภาพพวกนั้นนายเห็นคนเดียวเหรอ?" ถามเหมือนโง่ ถ้าคนอื่นเห็นด้วย ห้องเรียนคงแตกตื่นไปนานแล้ว
"ใช่ครับ ผมพยายามหาสาเหตุที่ผมเห็นอยู่ แต่ยังไม่เจอ ความผิดปกตินี้แปลกมาก ช่วงแรกแยกแยะจากสนามวิญญาณไม่ได้ แต่ดันมองเห็นด้วยตาเปล่า เลยสงสัยว่าเป็นพลังการมองเห็นที่ตื่นรู้ตอนนอนหรือเปล่า"
คนทั่วไปฟังคงงง เพราะส่วนใหญ่เชื่อว่า "ถ้าไม่รู้ตัวว่ามีพลัง ก็ใช้ไม่ได้"
แต่ในฐานะตำรวจ หลิวเจ๋อเผิงรู้ว่าอาชญากรวิญญาณบางคนควบคุมพลังตัวเองไม่ได้ ดังนั้นความเป็นไปได้นี้มีอยู่จริง
วิเคราะห์โดยรวม เบาะแสยังน้อยเกินไป ไม่รู้ว่าหนอนคืออะไร พลังคืออะไร
หลิวเจ๋อเผิงคิดแล้วตัดสินใจบอกความลับเล็กๆ
"ผมกลับไปคิดดู อาทิตย์ที่ฟางจิ่วปล่อยจิตมุ่งร้ายใส่ผม ตอนงีบกลางวันช่วงสุดสัปดาห์ ผมสะดุ้งตื่นเพราะฝันร้าย เป็นไปได้ไหมว่าโดนเล่นงานตอนนั้น?"
อู่เจียง: "ไม่ตัดความเป็นไปได้ทิ้ง แต่ผมไม่รู้วิธีแพร่เชื้อของมัน และไม่รู้ว่าเกี่ยวกับฝันร้ายไหม อาหลิวคิดไปก็ไม่มีประโยชน์ เพราะถ้ามันมีพลังที่เหมาะสม แค่มองตาอาทีเดียวก็โดนแล้ว"
"งั้นจิตมุ่งร้ายนั่นอาจเป็นพลังบางอย่าง?"
"ไม่รู้ครับ" อู่เจียงตอบตรงไปตรงมา ไม่คิดว่ายอดฝีมือต้องรู้ทุกเรื่อง
คุยกันสักพัก หลิวเจ๋อเผิงไม่ได้เบาะแสเพิ่ม แต่ก็ไม่ได้ไร้ประโยชน์ อย่างน้อยคุยกับอู่เจียงนานๆ แล้วไม่รู้สึกถึงความรำคาญหรือเจตนาร้าย เขาถึงกล้าให้คนแปลกหน้า "ล้างวิญญาณ" ให้
"งั้นเริ่มเลย การล้างอนุภาควิญญาณมีผลข้างเคียงไหม?"
"ทำใจให้สบาย ถ้าสลบได้ก็สลบไปเลย อย่าฝืน"
"...ขอเตรียมตัวแป๊บ"
นี่อาจเป็นข้อเสียของการเป็นตำรวจ ถ้าเป็นคนทั่วไป เจอความเทพของอู่เจียงคงยอมนอนนิ่งๆ ไปแล้ว แต่ตำรวจย่อมระแวง กลัวความลับรั่วไหลสารพัด
หลิวเจ๋อเผิงสูดหายใจลึกๆ "เอาเลย"
อู่เจียงจับมือเขาอีกครั้ง เริ่มดูดอนุภาควิญญาณ
การดูดอนุภาควิญญาณระดับสาม ต่างจากดูดของหลี่เหยียนจริงๆ
ตอนหลี่เหยียน แค่ต้องการหลบสายตาคนในโรงงานร้าง ลดสนามวิญญาณภายนอกให้เล็กที่สุด ตอนนั้นหลี่เหยียนอยู่ระดับหนึ่ง การเปลี่ยนเป็นวิญญาณแทบเป็นศูนย์ เลยไม่ต้องยุ่งกับร่างกาย
แต่หลิวเจ๋อเผิงระดับสาม "ความจุส่วนลึก" มีพอสมควร เพื่อให้ส่งผลต่อสิ่งในตัวเขา ต้องดูดส่วนนี้ออกไปด้วย
อนุภาควิญญาณพวกนี้ผสานกับร่างกายแน่นแฟ้น เป็นส่วนหนึ่งของเนื้อเยื่อวิญญาณ เพื่อความสะอาดหมดจด อาจต้องทำลายเซลล์ที่เปลี่ยนเป็นวิญญาณบางส่วนให้สลายไปด้วย
ต่อให้เป็นอู่เจียง งานนี้ก็ไม่ง่าย
"เชี่ย..." หลิวเจ๋อเผิงไม่สลบอย่างที่หวัง แต่ต้องทนความเจ็บปวดและความว่างเปล่าในกาย ซึ่งไม่เกี่ยวกับกล้ามเนื้อเลย
หลี่เหยียนตาไว เห็นอาหลิวขยุมผ้าปูที่นอนแน่น รีบออกไปเอากะละมังใส่น้ำมา หาผ้าขนหนูไม่เจอ ใช้ทิชชู่เปียกแก้ขัดไปก่อน
อู่เจียงมองเหงื่อบนหน้าเขาแล้วเตือน "บอกแล้วว่าผ่อนคลาย สลบไปเลยดีที่สุด ไม่งั้นเจ็บเสร็จยังมีงานหนักรออยู่อีก"
หลิวเจ๋อเผิงแทบมองบน เจ็บลึกถึงกระดูก จะสลบยังไงไหว?
รู้งี้ไม่น่าฝึกความอดทนมาเลย!
เห็นว่ากล่อมไม่ได้ อู่เจียงเลยชะลอความเร็วลงนิดหน่อย
ลดความเร็ว ความเจ็บน้อยลง แต่ประสาทสัมผัสด้านวิญญาณจะชัดขึ้น
เซลล์ที่เปลี่ยนเป็นวิญญาณตายลง สำหรับผู้ใช้พลัง มันไม่ต่างอะไรกับความตายจริงๆ และทำให้ระดับการหลอมรวมลดลงจริงๆ!
พอความเจ็บลดลง หลิวเจ๋อเผิงรู้สึกทันทีว่าการเชื่อมต่อกับอนุภาควิญญาณแทบจะขาดสะบั้น
ทนไม่ไหวต้องถาม "ผมจะตายไหม?"
"ผมรู้ลิมิตน่า"
หลี่เหยียนได้ยินประโยคคุ้นหู ก็พูดไม่ออก
ลิมิตของหมอนี่ อาจหมายถึงชีวิตของคนอื่น