- หน้าแรก
- สมการวิปลาส
- บทที่ 39 หลอม [กระบี่] (ตอนต้น)
บทที่ 39 หลอม [กระบี่] (ตอนต้น)
บทที่ 39 หลอม [กระบี่] (ตอนต้น)
กลับถึงบ้าน อู่เจียงยังครุ่นคิดเรื่องป้าหลิว
ในบรรดาความผิดปกติทั้งสี่ที่พบ ในสายตาเขา คนขายปลาที่ตลาดดูดีสุด อย่างน้อยถ้าใส่เสื้อผ้าปิดตัว ก็เห็นแค่หนวดที่ข้อมือ
ที่น่าขยะแขยงที่สุดคือหวงจิง เกรดเก้า เพราะชอบพ่นเมือกเหนียวๆ ไปทั่ว แถมเมือกนั้นยังขยับได้ ตรงที่เสื้อผ้าไม่ปิดก็มีแต่ตุ่มหนอง
ป้าหลิวกับครูฟางจิ่วอยู่ในระดับเดียวกัน คือพิลึกพิลั่น แต่พอมองนานๆ ก็ดูน่าสนใจดี
ป้าแกมีหน้าเยอะหน่อย หลังหูขวามีหน้าหนึ่ง ในผมเหมือนจะมีอีกหน้า หน้าพวกนี้ก็แปลก ลูกตาเหมือนโดนควัก เบ้าตาลึกโบ๋ ไม่มีริมฝีปาก ฟันแหลมคม
แต่ต่อให้แปลกแค่ไหน ถ้าพฤติกรรมไม่เปลี่ยน ก็ตัดสินลักษณะความผิดปกติไม่ได้
หรือแค่อนุภาควิญญาณเอ็นดู ให้บัฟอัปเวลไวเฉยๆ?
ไม่น่าใช่มั้ง
ทำไมต้องเจาะจงคนพวกนี้ มีจุดร่วมอะไรกัน?
ครู นักเรียน คนขายปลา แม่บ้านรับจ้างทั่วไป ดูไม่มีความเกี่ยวข้องกันเลย
เพศ ชายสามหญิงหนึ่ง จำนวนน้อยเกินไป ตัดสินความสัมพันธ์ยาก
อายุ น้อยสุดคือหวงจิง ที่เหลือวัยกลางคนหมด... สัดส่วนดันเหมือนเพศ แค่คนที่เป็นข้อยกเว้นต่างกัน
คนใกล้ตัวล่ะ? มีคนรู้จักร่วมกันไหม?
คำถามพวกนี้คงต้องให้ตำรวจตั้งทีมสืบสวนถึงจะรู้เรื่อง ตอนนี้มีแค่อู่เจียงเห็นคนเดียว แจ้งความก็ไม่ได้ เผลอๆ จะโดนจับส่งโรงพยาบาลบ้าซะก่อน
ตั้งสี่รายแล้ว ยังจับต้นชนปลายไม่ถูก หรือว่าสุ่มเกิด?
มีกลไกอะไรไหม?
หรือไม่มีเหตุผลอะไรเลย เป็นแค่เหตุการณ์ไร้ระเบียบแบบสุ่ม
สำหรับเด็กประถมที่ยังเรียนไม่จบ คำถามพวกนี้ยากเกินไป ถึงจะ "สงสัยว่าอนาคตอันตราย" แต่ก็ไม่รู้ว่าจะมาในรูปแบบไหน
ฝึกพลังวิญญาณตัวเองดีกว่า อะไรที่เขาซัดร่วงได้ ก็ถือว่าไม่อันตรายเท่าไหร่
วันธรรมดาแค่ซ้อมเบาๆ สุดสัปดาห์มีเรื่องใหญ่รออยู่
สุดสัปดาห์บอกลาวังหลิง ออกจากบ้านปลอมตัวนิดหน่อย... ซื้อแว่นกรอบดำเลนส์ใสราคาถูกข้างตลาด นั่งรถออกนอกเมือง ข้ามแม่น้ำเซียงหลาน มุ่งหน้าสู่ล่างโถวหลี่
ล่างโถวหลี่ คือที่มาของชื่อตำบลล่างฮวา อยู่ตรงโค้งน้ำเซียงหลาน ก่อนก่อตั้งประเทศ พื้นที่ตรงข้ามกระแสน้ำท่วมทุกปี น้ำลดเดือนกันยา ปลูกข้าวไม่ได้ ต่อให้หน้าหนาวฉางเฟิงหิมะไม่ตก พื้นที่ดินตะกอนดีๆ ก็ปลูกได้แค่ผัก
ตอนนี้เรียกว่าหมู่บ้านล่างโถวหลี่ ขึ้นกับตำบลล่างฮวา มีนาข้าวใช้เครื่องจักรผืนใหญ่ที่สุดรอบเมืองฉางเฟิง
อู่เจียงไม่ได้มาทำนา แค่จะลงน้ำจากฝั่งใต้
ตะกอนทรายจากต้นน้ำเซียงหลานทับถมตรงโค้งล่างโถวหลี่ กลายเป็นแหล่งดูดทรายหลักของฉางเฟิง
ถัดไปทางตะวันออกอีกหน่อย แม่น้ำแคบลง น้ำลึกขึ้น ประเด็นคือท้องน้ำไม่มีโคลนตม อู่เจียงชอบตรงนี้แหละ
เขาคงไม่ว่างมาสำรวจน้ำเองหรอก แต่เห็นจากข่าวหน้าหนึ่งช่วงหน้าแล้งเมื่อสองปีก่อน
วันนี้ฝนตกอีกแล้ว ดีเลย คนเดินถนนน้อย กางร่มใส่เสื้อกันฝน ดูไม่ออกว่าเป็นใคร ในนาก็ไม่มีเครื่องจักรทำงาน
แต่ต่อให้ฝนตก ก็ห้ามใจนักตกปลาไม่ได้
ช่วงนี้น้ำในแม่น้ำเซียงหลานขึ้นทุกเดือน ท่วมหาดทรายใต้เขื่อนหมดแล้ว นักตกปลาเลยยึดทางลาดกว้างเมตรกว่าบนเขื่อน ที่เอาไว้กู้ภัยทางน้ำ
ยังดีที่หาดทรายจมน้ำ ไม่งั้นคงเต็มไปด้วยนักตกปลา ตอนนี้น่าจะย้ายไปต้นน้ำที่ไม่มีเขื่อนกันเยอะแล้ว
อู่เจียงกางร่มเดินเอื่อยๆ อยู่ห่างพวกนักตกปลาลิบๆ แล้วกระโดดจากเขื่อนลงน้ำ
กาง [พลังจิต] คุ้มกันร่างพุ่งลงน้ำ
ในน้ำ พลังจิตก่อตัวเป็นฟองอากาศขนาดใหญ่
แรงดันน้ำกระทำต่อฟองอากาศมหาศาล ดีที่อู่เจียงเก่งหน่อย [พลังจิต] แข็งแกร่ง แหวกน้ำลงไปแตะพื้น... บนหินก้อนใหญ่ใต้น้ำ
หินดูเปียกชื้น นั่งลงแตะดู มือไม่เปียก นี่คือเครื่องพิสูจน์ความชำนาญ [พลังจิต]
เทียบกับ "มวล" ความชำนาญด้าน "พลังงาน" และ "วิญญาณ" ด้อยกว่าเยอะ ตอนผสานไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้น เลยต้องหาที่ปลอดภัย
ตามลำดับที่ได้มา เริ่มจากผสาน [ปราณกระบี่] กับ [เจตจำนงกระบี่] ก่อน
เจตจำนงกับปราณนี้ไม่ใช่เรื่องอารมณ์ ทั้งคู่เป็นพลังขั้นสุดยอด โจมตีใส่กันก็ไม่โดน
[พลังจิต] ของอู่เจียง ตอนดูการต่อสู้ที่โรงงานร้าง กันไฟ ไฟฟ้า ลมปราณได้ เพราะพวกนั้นไม่บริสุทธิ์พอ พลาสมาคือสสารบวกพลังงาน พลังของอู่เจียงคุม "มวล" ได้ทุกอย่าง แปลว่าในสนามวิญญาณของเขา จะให้อนุภาคอากาศขยับหรือหยุดนิ่ง เขาก็สั่งได้
ที่โรงงานร้างเขาไม่ได้จงใจกันพลังงาน แค่กำแพงอากาศทำให้พลังงานถ่ายเทไม่ดี เลยดูเหมือนมี [เกราะป้องกันพลังงาน]
"มวล" และ "วิญญาณ" จากมือเขาเอง ต่างฝ่ายต่างแทรกแซงกันไม่ได้
ลองสู้กันเองใต้น้ำหลายรอบ ชักเกาหัวแกรกๆ
มาผิดทาง
พลังสัมบูรณ์ที่ต่างกันผสานกันภายนอกไม่ได้ แล้วในร่างกายล่ะ? ตัวแปรเยอะเกิน ไม่กล้าเสี่ยง
อู่เจียงจ้อง [เจตจำนงกระบี่] ที่มองไม่เห็นในมือซ้าย คิดว่าต้องเริ่มจากเจ้านี่แหละ
ความต่างใหญ่สุดของ [เจตจำนงกระบี่] กับอีกสองเล่ม ไม่ใช่แค่โจมตีความผิดปกติได้ อีกสองเล่มอู่เจียงยังไม่เคยลองโจมตีจริงจังเพราะเสียงดัง [เจตจำนงกระบี่] คือเศษเสี้ยวพลังจิตที่เขาตัดแบ่งออกมา พอหลุดจากร่างก็ยังมีความคิด ควบคุมระยะไกลได้ด้วย
ถ้าขยายจุดเด่นนี้ เป็นไปได้ไหมที่จะสร้างเจตจำนงกระบี่ก่อน แล้วใช้ตัวมันเป็นฐาน รวบรวมปราณกระบี่?
คิดได้ดังนั้น อู่เจียงเก็บพลังจิตกลับมา แล้วควบแน่น [เจตจำนงกระบี่] ที่ใหญ่ขึ้นอีกนิด
ผลชัดเจน ปลาเล็กปลาใหญ่รอบฟองอากาศหายวับไปทันที เหมือนสัมผัสอะไรได้
ใช้เจตจำนงกระบี่เป็นร่าง แล้วควบแน่นปราณกระบี่
...ล้มเหลว
ไม่มีเอฟเฟกต์มองไม่เห็น แต่อู่เจียงรับภาพอนุภาควิญญาณในหัวได้
ควบแน่นได้ แต่ไม่บริสุทธิ์พอ
เจตจำนงของกระบี่ยังไม่แกร่งพอ ขาดความเป็นตัวของตัวเอง
เก็บ ก่อตัวใหม่
แม้ไร้รูปร่าง แต่คราวนี้ใช้วิญญาณปริมาณมากจนอู่เจียงรู้สึกกระทบกระเทือนพลังจิต [เจตจำนงกระบี่] ถึงขั้นแสดงอำนาจแทรกแซงสสารและพลังงานออกมา
นิ้วชี้และกลางซ้ายชี้ไปที่ไหน อากาศตรงนั้นบิดเบี้ยวเหมือนคลื่นความร้อน แต่กลับไม่รู้สึกร้อน
เอฟเฟกต์พวกนี้อู่เจียงไม่ค่อยชอบ แต่อยู่ใต้น้ำก็ช่างมันเถอะ
ควบแน่นปราณกระบี่
ออกแรงมากไปนิด จังหวะที่ปราณกระบี่รวมตัว ผิวสัมผัสระหว่างฟอง [พลังจิต] กับน้ำด้านหน้า รวมถึงแม่น้ำข้างนอก ถูกแยกออกจากกันเป็นระยะทางหลายสิบเมตร แรงปะทะระหว่างน้ำกับ "มวล" ทำเอานิ้วเขากระตุก
สะบัดนิ้วลง เส้นแบ่งแยกขยายจากน้ำลงสู่ท้องน้ำ หินยักษ์หนักร้อยตันใต้เท้าเขายังโดนเฉือนมุมไปหน่อยนึง
สำเร็จ
[กระบี่] หลุดจากร่าง แต่ลอยอยู่ปลายนิ้วควบคุมได้ และแสดงผลของ "มวล" ออกมาได้
ต่อไปใช้สิ่งนี้เป็นฐาน ผสาน "พลังงาน" เข้าไปอีก
อู่เจียงสลายกระบี่ในมือ เก็บพลังจิต พยายามขุดคุ้ยความทรงจำใน "เจตจำนง"
มีอยู่ แต่เลือนลาง การควบคุมวิญญาณยังไม่ดีพอ สามกระบี่รวมเป็นหนึ่งยังไม่มั่นใจ
ลองผสาน [เจตจำนงกระบี่] กับ [ประกายกระบี่] ก่อนแล้วกัน
นึกถึงผลของประกายกระบี่ อู่เจียงเงยหน้ามองน้ำเหนือหัว รู้สึกว่าวันฝนตกอาจจะไม่ค่อยเหมาะ
แต่มาแล้ว ก็ต้องลองดู