เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 38 ความผิดปกติที่สี่

บทที่ 38 ความผิดปกติที่สี่

บทที่ 38 ความผิดปกติที่สี่


ผ่านไปสองวัน ยังไม่ถึงวันหยุด พื้นข้างนอกแห้งสนิทแบบที่หาได้ยาก หลังมื้อเที่ยงอู่เจียงก็ไปนั่งแหมะที่อัฒจันทร์สนามบาสอีกตามเคย

ไม่นานนัก หลี่เหยียนก็เข้ามาหา

"หืม?" อู่เจียงส่งเสียงเชิงถามว่ามีธุระอะไร

"ที่บ้านมีคนดูแปลกๆ อยากให้ช่วยดูหน่อย?"

"อย่าบอกนะว่าจะลากฉันไปเจอตำรวจวิญญาณ"

"เปล่า เป็นป้าแม่บ้านที่มาทำมื้อเย็น" หลี่เหยียนอธิบายจริงจัง "แกแซ่หลิว สามีเป็นอัมพาตอยู่โรงพยาบาล ต้องดูแลคนป่วยเลยทำงานประจำไม่ได้ รับจ็อบทำมื้อเย็นบ้านฉัน แถมห่อกลับไปกินกับสามีด้วย ได้ยินว่ารับจ้างทั่วไปอีกงาน ถึงพอถูไถไปได้"

อู่เจียงไม่พูดอะไร ถ้าจะแข่งความรันทด ยังมีคนน่าสงสารกว่านี้อีกเยอะ

หลี่เหยียนเล่าต่อ "เมื่อวานฉันเข้าครัวไปหาของ พอเข้าใกล้แก รู้สึกว่าแกน่าจะถึงระดับสองแล้ว เลยอยากให้ช่วยดูหน่อย"

"ผู้ใหญ่ที่ตื่นรู้เองตามธรรมชาติมีน้อยจริงๆ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มี"

"แต่เดือนก่อนฉันยังสัมผัสสนามวิญญาณแกไม่ได้เลยนะ"

"เป็นไปได้ไหมว่าเดือนนี้นายเก่งขึ้น?"

เดือนกว่าก่อน หลี่เหยียนโดนอัดพลังระดับสาม ระหว่างนั้นก็โดนระดับสองอีกรอบ จะบอกว่าไม่พัฒนาเลยคงเป็นไปไม่ได้

เขาทิ้งห่างเพื่อนร่วมห้องไปหน่อยแล้ว ถึงขั้นสัมผัสอนุภาควิญญาณได้จริง อีกนิดเดียวก็จะแตะระดับสอง

"ฉันก็คิดแบบนั้น เลยไม่ได้มาหานายทันที เฝ้าดูอยู่หลายวัน สนามวิญญาณแกเหมือนจะเปลี่ยนไปในไม่กี่วัน"

"หือ?" เสียงนี้ต่างจากครั้งก่อน อู่เจียงลืมตาหันมามองหลี่เหยียน "สนามวิญญาณเปลี่ยนเร็วเกินไป นายสงสัยว่าแกก็เป็นตัวประหลาดเหมือนกัน?"

หลี่เหยียนพยักหน้าเคร่งขรึม

"ได้ เลิกเรียนไปดูกัน"

อู่เจียงไม่พูดเรื่องเงิน แสดงว่าสนิทกันขึ้นมาหน่อย หลักๆ คือมีเงินสองหมื่นจากขายชา อนาคตเบาใจไปเยอะ แถมยังเห็นช่องทางหาเงินใหม่ๆ ด้วยพลังวิญญาณ เรื่องความผิดปกติแบบนี้ ไม่จำเป็นต้องรีดไถคนกันเอง

เรียนภาคบ่ายเสร็จ นั่งรถไปหมู่บ้านแห่งหนึ่งทางเหนือของเขตตะวันออก

หมู่บ้านนี้มีตึกแค่หกหลัง สูงหกชั้น แต่ชั้นล่างเป็นโรงรถ ที่เหลือเป็นห้องชุดสองชั้น เลยดูสูงกว่าตึกหกชั้นทั่วไป มีลิฟต์ด้วย

อู่เจียงเดินตามหลี่เหยียนเข้าหมู่บ้าน ถามลอยๆ "บ้านนี้เท่าไหร่?"

"ล้านกว่ามั้ง ตอนซื้อราคานั้น รายละเอียดไม่รู้"

"สุดยอด"

เมืองที่เงินเดือนเฉลี่ย 1200 บ้านราคาล้านนึง ถือว่าแพงหูฉี่ อย่างน้อยแคชเชียร์คงไม่มีปัญญาซื้อ

หลี่เหยียนเขินนิดหน่อย อธิบายว่า "พ่อแม่... หลักๆ คือแม่เงินเดือนสูงหน่อย แต่ก็ผ่อนเป็นสิบปีเหมือนกัน"

"เร็วแล้ว" อู่เจียงไม่รู้เรื่องหรอก แค่เออออไป

คุยกันเพลินๆ ก็ถึงหน้าตึก หลี่เหยียนกดรหัสเปิดประตู แล้วแตะคีย์การ์ดหน้าลิฟต์ ประตูลิฟต์ถึงเปิด

บ้านหลี่เหยียนอยู่ชั้นสาม เปิดประตูเข้าไปก็แนะนำ

"ป้าหลิวน่าจะมาถึงสี่โมงครึ่ง นั่งรอก่อน อยากเล่นอะไรบอก เดี๋ยวดูให้ว่ามีไหม"

อู่เจียงส่ายหน้า "นั่งฝึกวิชาก็พอ"

"...ยอมใจ" คราวนี้หลี่เหยียนคารวะ "เดี๋ยวไปเอาน้ำให้ มีชา นม กาแฟ เอาไร?"

"นม"

"เคร"

จริงๆ อู่เจียงชอบกินนม แต่ประหยัดจนชิน ซื้อน้อย โปรตีนไข่ไก่คุ้มกว่า

บ้านหลี่เหยียนของดีเพียบ ยกตู้เย็นเล็กมาเลย พร้อมแก้วกับนมขวดลิตรครึ่ง เทสองแก้ว เก็บขวดเข้าตู้เย็น

"ไม่พอเติมเอง ฉันไปซ้อมมวย มีไรเรียก"

ซ้อมมวย?

"ขอดูหน่อยได้ไหม ไม่เคยเห็นคนซ้อมมวย"

หลี่เหยียนเกาหัว "มาสิ"

อู่เจียงถือแก้วนมเดินตามไปเปิดหูเปิดตา

ห้องซ้อมต่างจากห้องซ้อมเต้น มีกระจกเต็มตัวบานแคบๆ อุปกรณ์เน้นเครื่องฝึกต่อสู้ บ้านใหญ่ชะมัด ห้องซ้อมปาไปยี่สิบตารางเมตร

หลี่เหยียนชินกับการมีคนดู เข้าไปก็ซัดกระสอบทรายตั้งพื้นตึงตัง

กระสอบทรายยึดพื้น โดนตีแล้วเด้งกลับ ถ้าซัดรัวๆ แบบหลี่เหยียนแล้วหลบไม่ทันอาจโดนดีดกระเด็น

เขาใส่อุตลุด ชุดหนึ่งไม่รู้กี่หมัดกี่เท้า ห้าหกนาทีถึงหยุด ยืนปรับลมหายใจ หันมาถามอู่เจียง "เป็นไง? พอไหวไหม?"

"ร่างกายหลักนายแข็งแรงกว่าฉันเยอะ"

"ร่างกายหลัก... อ้อ นายมี [พลังจิต] ไม่ต้องใช้หมัดตีนี่นะ" หลี่เหยียนนึกสงสัย "[พลังจิต] แรงขนาดไหน?"

อู่เจียงไม่อยากโชว์เทพ แต่ก็ไม่อยากโกหก

"ระดับสามลองทำลายเสาโครงสร้างตึกสูงได้"

"เชี่ย สะดวกดีว่ะ" หลี่เหยียนเหมือนจะอิจฉา แต่ก็ไม่ใส่ใจ ปรับลมหายใจแล้วเริ่มชุดต่อไป

อู่เจียงดูแป๊บเดียว ปิดประตูมานั่งห้องรับแขก

มิน่าหลี่เหยียนตัวเบ้อเริ่ม ซ้อมหนักทุกวันนี่เอง

อู่เจียงเคยลองเพิ่มน้ำหนัก เผื่อจะจุอนุภาควิญญาณได้เยอะขึ้น แต่ล้มเลิกไป เพราะเปลืองตังค์แถมไม่ได้ผล เดือนนั้นเพิ่มมาห้าโล มานาไม่เห็นเพิ่มสักนิด

หลักๆ คือเขาดึงอนุภาควิญญาณมาใช้ได้โดยตรง เติมมานาเร็วกว่าชาวบ้าน ไม่เลือกสถานที่ มานาเพิ่มนิดหน่อยไม่มีผล

ตอนนี้ออกกำลังกายหลักๆ คือคาบพละ ตอนเช้าวิ่งเหยาะๆ ไปสวนสาธารณะสี่ร้อยเมตร ประหยัดดี

แต่เขาก็ไม่ว่าหลี่เหยียนซ้อมมวยหรอก ร่างกายแข็งแรงย่อมดีกว่า โดนยิงโอกาสรอดก็สูงกว่า แถมหลี่เหยียนอยากปลุกพลังสายจิต ถ้าไม่มีพลังกายภาพมาเสริม ร่างกายจะเป็นจุดอ่อน

ต่างคนต่างอยู่ หลี่เหยียนซ้อมไปครึ่งชั่วโมงกว่า อาบน้ำเสร็จมานั่งดื่มนมข้างๆ

อู่เจียงไม่สนใจ จนเป้าหมายปรากฏตัว

"ข้างล่างมีระดับสองกำลังเดินมาตึกนาย" เขาพูดแล้วลืมตา

หลี่เหยียนเดินไปดูที่หน้าต่าง "ใช่ ป้าแกแหละ"

อู่เจียงไม่รีบ ยังไงก็ต้องขึ้นมา

ไม่ถึงสองนาที ประตูเปิด "หญิงวัยกลางคน" เดินเข้ามา

"อ้าว? เสี่ยวเหยียน เพื่อนเหรอคะ?"

"ครับ ผมพามาเอง"

"ผมจะกลับแล้วครับ" อู่เจียงบอก

"อ้อ งั้นเย็นนี้สามที่เหมือนเดิมนะคะ?"

หลี่เหยียนชวน "กินด้วยกันสิ เพิ่มตะเกียบคู่เดียวเอง"

"ไม่ล่ะ ไม่ได้บอกแม่ไว้" อู่เจียงส่งสายตา

"เอ่อ ก็ได้ครับ ป้าหลิวทำเหมือนเดิมเลย"

"งั้นป้าเข้าครัวนะ"

ป้าแกเข้าครัว อู่เจียงลุกกลับทันที หลี่เหยียนเดินไปส่ง

เดินออกจากตึกไปหน้าหมู่บ้าน หลี่เหยียนรีบถาม

"เป็นไง? ใช่ไหม?"

อู่เจียงพยักหน้า "พูดไปเดี๋ยวนายนอนไม่หลับ เอาเป็นว่าในสายตาฉัน แกดูไม่เหมือนคนแล้ว"

"ควรไล่ออกไหม?"

"แล้วแต่พวกนาย ตัดสินใจเร็วๆ หน่อย ถ้าแกปลุกพลังแปลกๆ ขึ้นมาจะยุ่ง"

หลี่เหยียนคิดไปเดินไป ปิ๊งไอเดีย "ให้แม่หาโครงการวิจัยให้แกทำดีกว่า เผื่อจะได้รู้ว่าความผิดปกตินี้คืออะไร"

"ลองดูก็ได้"

ส่งอู่เจียงขึ้นแท็กซี่จ่ายเงินให้เรียบร้อย หลี่เหยียนเดินกลับใจหวิวๆ

อู่เจียงเคยเล่าสภาพการกลายพันธุ์ของฟางจิ่วกับหวงจิงให้ฟัง คราวนี้ถึงไม่พูดตรงๆ แต่ก็น่าจะไม่ต่างกันเท่าไหร่

ความผิดปกติคืออะไรกันแน่? ทำไมมีแค่อู่เจียงที่เห็น?

นอกจากจะดูน่ากลัวในสายตาอู่เจียง ความผิดปกติดูเหมือนจะแค่ทำให้เลเวลอัพไว พวกที่รู้ตัวแล้วก็ใช้ชีวิตปกติกันอยู่

มืดแปดด้าน

จบบทที่ บทที่ 38 ความผิดปกติที่สี่

คัดลอกลิงก์แล้ว