เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 32 สำรวจพื้นที่

บทที่ 32 สำรวจพื้นที่

บทที่ 32 สำรวจพื้นที่


การอัดพลังให้หลี่เหยียนก็แค่แตะหลังแล้วใช้ [มอบวิญญาณ] ไม่กี่วินาที ไม่ได้ยุ่งยากไปกว่าการทำชาวิญญาณกระปุกเล็กๆ เลย

หลี่เหยียนสัมผัสพลังแล้วมองอู่เจียงตาละห้อย "เฮ้อ ระดับสามนี่มันแกร่งจริงๆ"

อู่เจียงแกล้งทำหูทวนลม

หลี่เหยียนถามอีก "สภาวะของฉันตอนนี้เป็นไปได้ไหมที่จะปลุกพลังระดับสอง?"

"ฉันไม่เคยลอง แต่จากที่ฉันรู้อนุภาควิญญาณ ทำได้ แต่ร่างกายนายกับอนุภาควิญญาณยังผสานกันไม่ดีพอ มีผลข้างเคียงแน่ อย่างเช่นอวัยวะล้มเหลว"

การหลอมรวมวิญญาณคือกระบวนการปรับเปลี่ยนร่างกาย อนุภาควิญญาณที่เพิ่มชั่วคราวรองรับพลังที่ใช้ตื่นรู้ได้ แต่ร่างกายจะรับไม่ไหว

"!!! เอ่อ งั้นค่อยเป็นค่อยไปดีกว่า"

ปกติหลี่เหยียนควรไปได้แล้ว แต่เขากลับยืนนิ่ง

สักพัก อู่เจียงก็ถาม "มีเรื่องอื่นอีก?"

หลี่เหยียนยังลังเล อู่เจียงก็ไม่รีบ รอสักพักไม่ได้ยินเสียงก็หลับตาฝึกซะเลย ยังไงที่โรงเรียนเขาก็ไม่ได้ใช้วิธีรวบรวมพลังอยู่แล้ว ดูภายนอกก็เหมือนเด็กปีต่ำๆ ที่ฝึกมั่วๆ

ในที่สุดอีกฝ่ายก็เอ่ยปาก "บริษัทของผู้ใช้พลังสายพลังงานที่ฉันเคยบอก เสาร์นี้จะซัดกับคนนอก"

"หือ? ผู้ใช้พลังสู้กัน?"

"น่าจะประลองแลกเปลี่ยนกันมากกว่า แก๊งพวกเขาฟอกขาวแล้ว คงไม่ตีกันแบบนักเลงข้างถนนหรอก"

"นายคิดว่าเราไปดูได้ไหม?"

"ฉันหาบัตรเชิญไม่ได้แน่ แต่รู้พิกัดคร่าวๆ ขึ้นอยู่กับฝีมือนายแล้ว นายว่าไปได้ไหม?"

อู่เจียงไม่ลืมตา คิดหาวิธี

อีกฝ่ายเคยเป็นมาเฟีย ตอนนี้น่าจะยังมีธุรกิจสีเทาอยู่ ขืนไปพัวพันด้วย ต่อให้ไม่ปะทะกัน ชีวิตประจำวันก็คงวุ่นวาย เช่น โดนพ่นสีใส่หน้าร้าน

แต่การได้เห็นผู้ใช้พลังใช้พลังกับตา แถมยังเป็นการต่อสู้ระหว่างผู้ใช้พลังด้วยกัน สำหรับอู่เจียงที่ฝึกเองคนเดียว ถือเป็นโอกาสหาได้ยากยิ่ง

เขาไปคนเดียวง่ายมาก เขาบินได้ ท้องฟ้าเดือนเมษามีเมฆเยอะแยะ มีเมฆก้อนเล็กๆ ลอยต่ำสักก้อน ก็ไม่ค่อยมีใครสนใจหรอก

แล้วจะเอาหลี่เหยียนไปด้วยไหม?

ไม่เอาไป ติดหนี้บุญคุณกันเปล่าๆ จะอัดพลังให้ระดับสี่เดี๋ยวก็ตายซะก่อน ระดับสามอีกรอบก็ไม่ได้ช่วยให้ฝึกดีขึ้น

ให้เงิน หมอนี่ก็คงไม่ขาดแคลน ให้เยอะไปตัวเองก็เสียดาย

งั้นก็ต้องหนีบไปด้วยแหละ จะได้หายกัน

"ที่ไหน? สภาพแวดล้อมเป็นยังไง? เดี๋ยวดูว่าจะพานายไปด้วยได้ไหม"

หลี่เหยียนคาดหวังอยู่แล้ว ได้ยินแบบนี้ก็ดีใจ "โรงงานร้างในนิคมอุตสาหกรรม น่าจะมีคนเฝ้าข้างนอก"

คำบรรยายนี้คลุมเครือ ข้อมูลหายไปเพียบ

อู่เจียงเลยบอก "ต้องไปดูสถานที่จริง"

"งั้นยุ่งหน่อย สายฉันยังไม่รู้พิกัดเป๊ะๆ อาจจะรู้ล่วงหน้าแค่วันเดียวหรือไม่กี่ชั่วโมง"

"โรงงานร้างมีเยอะไหม?"

"ร้างแบบสร้างไม่เสร็จไม่เยอะ เจอแค่สองที่ แต่อีกฝ่ายอาจสับขาหลอก ไปโรงงานที่เจ๊งหรือย้ายออกแล้ว แบบนั้นมีเยอะกว่า"

"เลิกเรียนไปดูลาดเลากัน นายออกค่ารถ"

"ได้"

ไม่มีอะไรต้องเถียง หลี่เหยียนรู้อู่เจียงบินได้ ถ้าไม่พาเขาไปก็หาที่ดูง่ายๆ พาเขาไปอาจต้องเปิดเผยพลังอื่น จ่ายค่ารถเรื่องจิ๊บจ๊อย

……

...

เลิกเรียน หลี่เหยียนแนะนำให้ถอดเสื้อนักเรียนยัดใส่กระเป๋า แล้วหิ้วกระเป๋าเอา

กางเกงนักเรียนเป็นกางเกงวอร์มสีเทา ไม่สะดุดตาเท่าไหร่

เดินไปสักพักจนพ้นเขตโรงเรียน โบกแท็กซี่ไปนิคมอุตสาหกรรม

นิคมอยู่ทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเมือง มีเขาฉิงหมิงคั่นกับเขตตะวันออก ทางลัดรถติดนรกแตก ต้องอ้อมไปทางเหนือหน่อย เลี้ยวซ้ายเยอะ นั่งรถเกือบยี่สิบนาที

หลี่เหยียนให้คนขับจอดหน้าโรงงานเฟอร์นิเจอร์อลูมิเนียมเล็กๆ รอแท็กซี่ไปก่อน ค่อยพาอู่เจียงเดินอ้อมโรงงานไปอีกหน่อย

"ไม่เลว วิชาแกะรอยใช้ได้นี่" อู่เจียงก็อยากมีความรู้พวกนี้ ติดแค่ไม่รู้วิธีทำให้ได้ผลจริง

"ที่บ้านมีตำรวจ ตั้งใจหน่อยก็ได้วิชาบ้างแหละ ครั้งนี้กันไว้เผื่อพวกนั้นตามสืบ ถึงพวกนั้นจะดูกล้องวงจรปิดทั่วเมืองไม่ได้ แต่หาคนขับแท็กซี่ไม่น่ายาก"

"ต้องกลับไปกินข้าวบ้าน อย่าอ้อมนานนัก"

"จะถึงแล้ว"

เลี้ยวอีกที เห็นโรงงานร้างแล้ว

กำแพงโรงงานร้างสร้างเสร็จแล้ว ประตูรั้วถูกล็อก โซ่คล้องประตูดูใหม่ เหมือนไม่ค่อยโดนฝน

อู่เจียงมองตัวตึกหลัก

หลี่เหยียนถาม "ดูข้างนอกได้เหรอ?"

อู่เจียงมองถนน มีคนเดินอยู่บ้าง

"ประตูหลังล่ะ?"

"ทางนี้"

หลี่เหยียนนำทาง เดินไปได้ครึ่งทาง อู่เจียงสั่งหยุด

"ห้ามร้อง"

อาศัยจังหวะถนนปลอดคน เขาบินขึ้นทันที หลี่เหยียนก็ลอยตามไปด้วย

ในเมื่อตัดสินใจพาหลี่เหยียนไปด้วย พลังบางอย่างก็ไม่ต้องปิดบัง

ลงพื้นในรั้วกำแพง หลี่เหยียนยังหน้าซีด "พลังอะไรทำฉันบินได้?"

"[พลังจิต]"

"???" [พลังจิต] บินได้ด้วยเหรอ? ทำไมเขาไม่รู้

อู่เจียงไม่สนใจ สำรวจตัวตึกต่อ

โรงงานร้างสร้างไปได้เยอะ โครงสร้างหลักเสร็จแล้ว ผนังด้านหลังยังก่อไม่เสร็จครึ่งหนึ่ง เข้าจากตรงนี้มองเห็นเพดานก็ยังไม่เรียบร้อย

"พอไหว ที่อื่นที่อาจเป็นไปได้ เป็นตึกแบบนี้หมดไหม? มีหลังคาทรงจั่วหรือเปล่า?"

"จะซ่อนบนหลังคาเหรอ? โรงงานมีบันไดขึ้นดาดฟ้า ซ่อนยากหน่อยนะ"

อู่เจียงคิดดู รูปทรงตึกต่างกันที่ซ่อนก็ต่างกัน หลี่เหยียนรู้พิกัดล่วงหน้าไม่นาน จะมาเตรียมการก่อนไม่กี่ชั่วโมง เดี๋ยวก็โดนจับพิรุธ ถ้าอีกฝ่ายตรวจค้นจริงจัง ไม่มีพลังล่องหนก็หลบยาก

อย่างเช่นเขาทำลายบันไดทิ้งได้ง่ายๆ แต่คนอื่นจะไม่มาดูลาดเลาล่วงหน้าเหรอ? พอเจอความผิดปกติ เดี๋ยวเรื่องจะบานปลาย

"ยุ่งยากชะมัด นายหาชุดปลอมตัวให้เราสองคน แล้วเดินเข้าประตูหน้าไปดูเลยดีกว่า"

"หา!?"

"ถ้าใช้ [พลังจิต] ฉันไม่กลัวกระสุน คนก็เข้าใกล้ไม่ได้ การโจมตีทางจิตก็น่าจะกันได้ พวกเขาห้ามฉันเข้าไปดูไม่ได้หรอก ขอแค่นายมั่นใจว่าสลัดการตามสืบทีหลังของพวกเขาได้ก็พอ"

ไม่กลัวกระสุน!!!

หลี่เหยียนลูบหน้าเรียกสติ เดาะลิ้นในใจ เออว่ะ สัตว์ประหลาดไม่ต้องใช้เล่ห์เหลี่ยม เดินอาดๆ เข้าออก อีกฝ่ายก็ทำอะไรไม่ได้ ส่วนเรื่องสลัดการตามสืบ ถ้าเป็นตำรวจอาจจะยากหน่อย แต่พวกนี้เรียกระดมพลตำรวจไม่ได้ ต่อให้รู้จักคนในโรงพักบ้างก็ไร้ประโยชน์ การตามหาบุคคลปริศนาไม่ใช่งานที่ทำเล่นๆ นอกเวลางานแล้วจะสำเร็จ

"งั้นพรุ่งนี้ฉันไปหาของ วันมะรืนเลิกเรียนหาสถานที่ลองชุดกัน"

"ได้"

……

...

กลับถึงบ้าน บนโต๊ะอาหารหลี่เหยียนดูแปลกไป

"ลูกชาย กินข้าวใจลอยเชียว"

"แม่ รู้จักพลัง [พลังจิต] ไหม?"

"พลังจิตก็เจอบ่อยอยู่นะ ทำไม? อยากปลุกพลังสายนี้เหรอ?"

"มันกันกระสุนได้ไหม?"

พันฮุ่ยซินคิดแล้วตอบ "ไม่แน่ใจ พลังเดียวกันคนใช้ต่างกันผลลัพธ์ก็ต่างกัน ในเมื่อพลังจิตสร้างความเสียหายทางกายภาพได้ ตามทฤษฎีก็น่าจะกันกระสุนได้ ปัญหาอยู่ที่ว่าคนใช้จะมีปฏิกิริยาตอบสนองทันไหม"

สรุปคือในบรรดาคนที่แม่รู้จักไม่มีใครทำได้ แถมหมอนั่นยังใช้พลังจิตพาคนบินได้อีก!

เห็นหลี่เหยียนเงียบ กินข้าวไม่คล่องคอ เธอถามอีก "มีอะไรปิดบังแม่หรือเปล่า?"

"โลกวันหน้าคงแย่แน่ๆ"

"หืม? เพื่อนคนนั้นเหรอ?"

ทั้งที่ทายถูกเผง แต่หลี่เหยียนส่ายหน้าโยนขี้ให้คนอื่น "ครูประจำชั้นฟางจิ่วต่างหาก เหมือนแกจะเก่งขึ้นอีกแล้ว"

"ฟางจิ่ว?"

อ้างอิงระดับความอันตรายที่ทดลองใช้ในกรมตำรวจ ฟางจิ่วประเมินความอันตรายได้แค่ระดับ 9 ต่อให้เก่งขึ้นนิดหน่อยก็คงไม่อันตรายเท่าไหร่หรอกมั้ง

"แล้วก็ ได้ยินว่ามีเด็กเกรดเก้าคนหนึ่งตื่นรู้พลังแล้ว"

"อะไรนะ?!" คราวนี้พันฮุ่ยซินตกใจจริง

โรงเรียนที่ลูกเรียน เพิ่งเริ่มสอนวิชาอนุภาควิญญาณตอนเกรดเก้าเทอมหนึ่ง นับเวลายังไม่ถึงสามเดือน ก็ตื่นรู้แล้ว จะเร็วไปไหม?

หรือว่าเกณฑ์รับสมัครเข้ามหาวิทยาลัยพลังวิญญาณที่ใช้การตื่นรู้เป็นเกณฑ์ จะตั้งไว้ต่ำไป?

จบบทที่ บทที่ 32 สำรวจพื้นที่

คัดลอกลิงก์แล้ว