เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 31 ระดับสี่

บทที่ 31 ระดับสี่

บทที่ 31 ระดับสี่


ได้ลาภลอยก้อนโตจากเฉินเซียงโหลว อู่เจียงคิดว่าจะซื้อมือถือมาใช้สักเครื่องดีไหม

มือถือใหม่ไม่สนหรอก เอาแค่มือสอง สามสี่ร้อยหยวนก็ได้เครื่องสภาพดีพอใช้แล้ว

แต่สำหรับเขา มือถือมันไม่ค่อยจำเป็น

ตอนเดินทางไปกลับโรงเรียน เขาต้องใช้ [สัมผัสวิญญาณ] สังเกตสนามวิญญาณคนรอบข้าง ข่าวสารเป็นเรื่องรอง หลักๆ คือฝึกสมองและพลัง ตอนเรียนก็ใช้ไม่ได้ เที่ยงต้องฝึกวิชา กลับบ้านก็มีคอมให้เล่น

ถ้าฉุกเฉิน นาฬิกาข้อมือที่ใส่อยู่ก็โทรได้ ใช้ซิมเสริมของแม่ จ่ายปีละ 3 หยวน

สรุปคือซื้อมาก็ไม่ได้ใช้ เสียเงินเปล่า

คิดไปคิดมาไม่เอาดีกว่า ไม่ซื้อก็ประหยัดได้ร้อยเปอร์เซ็นต์

รอจนสุดสัปดาห์ ไปเข้าคิวธนาคารชั่วโมงกว่า ฝากเงินเข้าบัญชี

ในบัตรมีอยู่สองหมื่นสามพันกว่า บวกกับในพุงแมวกวักกับหมานำโชคในห้อง และเศษเงินติดตัว ก็ยังห่างจากสามหมื่นอยู่พอสมควร

นอกจากนี้แม่ยังมีบัตรอีกใบที่เปิดด้วยเลขประจำตัวเขา ตอนแรกมีเงินชดเชยของพ่อส่วนหนึ่ง ส่วนที่เหลือเอาไปเปิดร้านสัตว์เลี้ยงแล้ว บัตรนี้แม่คงฝากเงินใส่เรื่อยๆ ได้ยินว่าจะเอาไว้ซื้อบ้านให้เขาหลังจบมหา'ลัย

ที่ต้องเก็บเงินเยอะแยะ ก็เพราะขาดเสาหลักของบ้าน สองแม่ลูกเลยรู้สึกไม่มั่นคง

ต่อให้อู่เจียงเห็นช่องทางหาเงินง่ายๆ ด้วยพลังวิญญาณที่เฉินเซียงโหลวแล้ว ก็ยังอดไม่ได้ที่จะเก็บเงิน

……

...

เวลาล่วงเลยเข้าเดือนเมษายน เพื่อนๆ เริ่มไปตีสนิทแคชเชียร์แล้ว เรื่องนิสัยยังสรุปไม่ได้ แต่หลี่เหยียนมีข่าวอื่นมาบอกก่อน

"วันก่อนฉันบอกอาตำรวจเรื่องความผิดปกติของครูฟางจิ่วกับหวงจิง พวกเขาทำงานไม่เป็นเวลา ฉันเลยไม่ได้บอกนาย เมื่อเช้าก่อนเข้าเรียนอาเรียกฉันไปเฝ้าหน้าโรงเรียน ได้ดูตัวทั้งคู่แล้ว"

อู่เจียงขยับก้น หันข้างมาสบตาหลี่เหยียน "ว่าไงบ้าง?"

"อาหลิวบอกว่าท่าเดินสองคนนั้นดูไม่เป็นธรรมชาติจริง แต่แกไม่เคยเห็นมาก่อน เลยไม่แน่ใจว่าเป็นท่าเดินปกติของพวกเขาหรือเปล่า ส่วนสนามวิญญาณ แค่รู้สึกว่ามันไม่ค่อยเข้ากับตัวเท่าไหร่ น่าสงสัยนิดหน่อย แต่ไม่ถึงกับผิดปกติ"

"ท่าเดิน?"

"ก็คือลักษณะการเดินทั้งหมด ทั้งระยะก้าว ความถี่ จุดศูนย์ถ่วง การลงน้ำหนักกระดูก อะไรพวกนี้แหละ สรุปคือท่าเดินก็เหมือนลายนิ้วมือ ใช้ระบุตัวบุคคลได้"

อู่เจียงนึกย้อนดู ส่ายหน้า "ฉันจ้องสองคนนั้นทุกวัน ความเปลี่ยนแปลงแต่ละวันอาจจะน้อยเกินไป เลยไม่ทันสังเกตเรื่องนี้"

พูดง่ายๆ คือความรู้ไม่ถึง ดูไม่ออก

"งั้นตอนนี้สรุปได้ว่ามีแค่นายคนเดียวที่เห็นความผิดปกติ ถ้าคิดว่าอันตราย รีบบอกฉันนะ"

"นิยามความอันตรายของฉันกับนายอาจจะไม่เหมือนกัน" น้ำเสียงอู่เจียงผ่อนคลายลง บอกข่าวสำคัญ "ฉันมั่นใจว่า เมื่อวานหวงจิงตื่นรู้แล้ว"

"หา!!!" หลี่เหยียนตกใจจนลุกพรวด จ้องหน้าอู่เจียง พักหนึ่งถึงนั่งลง

อู่เจียงไม่รอให้ถาม พูดต่อ "ตอนตื่นรู้ ระดับการหลอมรวมจะลดฮวบ ถ้าอาหลิวของนายเฝ้าดูทุกวัน ก็คงสังเกตเห็นได้ง่ายๆ"

"เกรดเก้า เปิดเทอมสองเดือน ระดับสอง แถมตื่นรู้แล้ว เชี่ย ถ้ามันบอกครู กลายเป็นสมบัติล้ำค่าของโรงเรียนแน่ นอกจากตำรวจคงไม่มีใครแตะต้องได้แล้ว"

อู่เจียงยังไม่หนำใจ จัดให้อีกดอก "ครูฟางจิ่วก้าวข้ามระดับสี่ไปแล้วเมื่ออาทิตย์ก่อน"

หลี่เหยียนตาเหลือก ถามเสียงสั่น "ระดับสี่? มันขนาดไหนวะ?"

"นอกจากครูฟางจิ่ว ทุกถนนในเมืองที่ฉันเคยเดินผ่าน ไม่เคยเจอใครระดับสี่เลยสักคน"

"พลังตื่นรู้ระดับสี่จะน่ากลัวมากไหม?"

หลอกถามข้อมูลอีกแล้ว

อู่เจียงไม่อยากรอให้สองคนนี้ก่อเรื่องแล้วต้องลงมือเอง ข้อมูลพื้นฐานเลยต้องบอกไว้บ้าง

"ระดับสี่แบ่งเป็นช่วงต้นกับช่วงปลาย ช่วงต้นลักษณะเด่นคือสนามวิญญาณจะหดตัว การรั่วไหลรุนแรงของระดับสองกับสามจะลดลงจนต่ำมาก

เปรียบเทียบเหมือนสระว่ายน้ำที่มีทั้งท่อน้ำเข้าและออก สามระดับแรกเติมน้ำเต็มสระ ผ่านไปวันเดียวเหลือแค่ก้นสระบางๆ เพิ่มเวลาฝึกก็ช่วยได้นิดเดียว ระดับสี่จะเริ่มเรียนรู้วิธีหรี่วาล์วน้ำออก ผ่านช่วงต้นระดับสี่ไป ฝึกชั่วโมงเดียว อยู่ได้ครึ่งเดือนมานาไม่หมด

ส่วนช่วงปลายระดับสี่ ก็อย่างที่ฉันเคยบอก ต้องเข้าใจ 'การเปลี่ยนแปลง'"

"ส่วนพลังตื่นรู้ ฉันบอกไม่ได้จริงๆ เพราะไม่เคยเจอระดับสี่คนอื่น ไม่รู้เขาพัฒนาไปทางไหน บอกได้แค่ว่าพลังที่ตื่นรู้หลังเข้าใจ 'การเปลี่ยนแปลง' จะมี 'คอนเซ็ปต์' รวมอยู่ด้วย"

เขาพูดช้าๆ หลี่เหยียนทำความเข้าใจ คิดตามแล้วถาม "คอนเซ็ปต์?"

อู่เจียงพยักหน้า "เช่น มนุษย์ไม่ใช่แค่กลุ่มเซลล์แต่มีชีวิตในฐานะองค์รวม นี่ก็มองเป็นคอนเซ็ปต์ได้ อาจมีพลังบางอย่างหลังเข้าใจ 'การเปลี่ยนแปลง' ที่ฆ่าคอนเซ็ปต์นี้ได้โดยตรง"

"!!!" หลี่เหยียนบรรลุแล้ว "ไม่ใช่การโจมตีทางกายภาพหรือจิตใจ แต่ทำให้เกิดผลลัพธ์คือความตายโดยตรง?"

"ฉันไม่มีพลังแบบนั้น ได้แค่เดา ผลของการฆ่าคอนเซ็ปต์ อาจทำให้คนหายไปทั้งตัวหรือบางส่วน หรือแค่หยุดทำงานเฉยๆ หรือเซลล์จำพวกเดียวกันไม่ได้จนแตกแยก" เขาพูดปลอบใจ "แต่ไม่ต้องห่วงมาก พลังวิญญาณสุดท้ายก็ต้องทำงานผ่านอนุภาควิญญาณ ขอแค่เข้าใจ 'การเปลี่ยนแปลง' ได้ลึกซึ้งกว่า ก็กันการโจมตีที่ไม่ใช่กายภาพได้หมด"

ยังจะ "ขอแค่" เข้าใจการเปลี่ยนแปลงได้ลึกซึ้งกว่า คิดว่าสัตว์ประหลาดหาได้ตามท้องถนนหรือไงครับท่าน

หลี่เหยียนยิงฟันอย่างอึดอัด โลกของสัตว์ประหลาดช่างห่างไกลกับ "นักเรียนตัวจริง" อย่างเขาลิบลับ

"นายว่าครูฟางจิ่วมีสิทธิ์ไปถึงช่วงปลายระดับสี่ หรือระดับห้าไหม?"

"ไม่รู้ ถ้าเขาถึงระดับห้า ตามทฤษฎีจะหายไปจากสายตาวิญญาณ หรือไม่ก็สว่างจ้ายิ่งกว่าดวงอาทิตย์ ถึงตอนนั้นจะบอกแล้วกัน"

ประโยคนี้เท่ากับยอมรับกลายๆ ว่าเขาอย่างต่ำก็ระดับห้า ถึงแกล้งเป็นนักเรียน "ธรรมดา" ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ในห้องได้

"...ถ้ามีวันนั้นจริงอย่าบอกเลยดีกว่า"

ก่อนเข้าห้องอนุภาควิญญาณ หลี่เหยียนอาศัยบารมีทางบ้านนึกว่าตัวเองรู้เรื่องพลังวิญญาณดี แต่ตั้งแต่โดนอัดพลังที่ตำบลซวงเหอ ได้สัมผัสเองถึงรู้ว่าการแบ่งระดับของอู่เจียงแม่นยำมาก มันคือการยกระดับหลังชีวิตผสานกับอนุภาควิญญาณ ต่อให้พลังเดียวกัน คนระดับสูงใช้ย่อมรุนแรงกว่า

จู่ๆ เขาก็นึกถึงพลังของฟางจิ่ว "[หมอกชื้น] ของครูฟางจิ่ว ถ้าใช้ด้วยสภาวะระดับสี่ จะกว้างขนาดไหน?"

"ฉันไม่เคยเห็นแกปล่อย [หมอกชื้น] สักหน่อย"

"เอ่อ... สมมติว่าระดับสามคลุมพื้นที่ห้องเราบวกห้องหนึ่งถึงสี่" ห้าห้องนี้ใช้ระเบียงและบันไดร่วมกัน ห้องห้าไปต้องใช้อีกบันได ถ้าไม่ใช้บันไดต้องอ้อมตึก วิ่งก็เป็นนาที

"พลังไม่พัฒนาเร็วขนาดนั้นหรอก ครั้งนั้นนายเขียนว่าพลังแกผลาญแรงคนธรรมดา ผลแบบนี้ต่อให้อยู่บ้านก็คงไม่ได้ฝึกวงกว้างเท่าไหร่ พื้นฐานการฝึกไม่พอ อย่างมากก็เพิ่มอีกไม่กี่ชั้น เต็มที่ก็คลุมตึกเรียนทั้งตึก ผลรุนแรงขึ้น เช่น คนธรรมดาสลบทันที"

แค่นั้นก็เวอร์แล้วไหม สกิลวงกว้างที่คนธรรมดาเข้าไม่ได้ ตัดตำรวจติดอาวุธทิ้งได้เลย เหลือแค่สไนเปอร์ข้างนอกกับผู้ใช้พลังวิญญาณ แถมไม่รู้ด้วยว่าตำรวจวิญญาณระดับสามจะต้าน [หมอกชื้น] ระดับสี่ไหวไหม

หลี่เหยียนกลุ้มใจ ระดับสี่ ต่อให้ครูมีแค่ [หมอกชื้น] ความอันตรายก็คนละเรื่องกับเมื่อก่อน ถ้าปลุกพลังอื่นได้แล้วอาละวาด ทั้งกรมตำรวจเมืองอาจไม่มีใครเอาอยู่

กรณีนี้ควรแจ้งความ แต่เรื่องลงบันทึกเป็นหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง คนที่เขารู้จักมีแต่ตำรวจสืบสวนกับเจ้าหน้าที่เขต ขืนไปแจ้งซี้ซั้วข้ามเขต เดี๋ยวเขาจะหาว่าแจ้งความเท็จ

"ครูฟางจิ่วไม่ได้ปลุกพลังใหม่เหรอ?"

"เปล่า ถ้าแกปลุกได้นายควรสบายใจนะ เพราะอย่างน้อยอีกหลายเดือนระดับการหลอมรวมก็ไม่เพิ่ม"

เมื่อกี้ยังเครียด พอได้ยินคำว่า "สบายใจ" ไหล่หลี่เหยียนก็ตก "เฮ้อ จะไปห่วงทำไม ตัวเองยังไม่ตื่นรู้เลย"

อู่เจียงยิ้ม "ทำไม อยากให้ฉันอัดพลังให้เหรอ?"

หลี่เหยียนหน้าแดง "ใครไม่อยากบ้างล่ะ"

"เรื่องแคชเชียร์จัดการไม่ดี เพื่อนๆ จับจุดไม่ได้ แต่ฉันเคยบอกไว้ว่าไม่ว่าผลจะเป็นยังไงจะให้นายขึ้นระดับสองสักครั้ง ถือฤกษ์สะดวก เอาตอนนี้เลยแล้วกัน"

"ได้! จัดมา"

อู่เจียงให้เขาระดับสองง่ายๆ เพราะเจ้าตัวใกล้ถึงแล้ว ต่อให้ไม่ช่วย ก่อนเดือนมิถุนาเขาก็ถึงอยู่แล้ว

จบบทที่ บทที่ 31 ระดับสี่

คัดลอกลิงก์แล้ว